รับแอปรับแอป

“ทุกครั้งที่ผู้เล่นซื้อเกมจากเรา ต้องรู้สึกว่าคุ้มค่า” ผู้จัดจำหน่าย Clair Obscur สวนกระแสขึ้นราคาเกม

Phanuphong.T02-24

ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หลายคนเริ่มรู้สึกตรงกันว่า “การเล่นเกมแพงขึ้นเรื่อย ๆ” ไม่ว่าจะเป็นราคาคอนโซล การ์ดจอ หรือแม้แต่เกม AAA รุ่นใหม่ที่แตะระดับราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่แน่นอน

แต่ท่ามกลางกระแสการขึ้นราคาเกม ยังมีผู้จัดจำหน่ายบางรายที่เลือกเดินอีกทาง หนึ่งในนั้นคือ Kepler Interactive ผู้จัดจำหน่ายเกม Clair Obscur: Expedition 33 ที่ออกมายืนยันชัดว่า บริษัทจะยังคงตั้งราคาเกมในระดับที่ “เคารพเงินและเวลาของผู้เล่น”


เกิดอะไรขึ้นในวงการเกมช่วงนี้?

ตลอด 2–3 ปีที่ผ่านมา เราเห็นแนวโน้มชัดเจนว่า:

  • เกม AAA หลายค่ายปรับราคาเพิ่ม

  • ฮาร์ดแวร์เกมมิ่งมีต้นทุนสูงขึ้น

  • ค่าใช้จ่ายพัฒนาเกมพุ่งขึ้นต่อเนื่อง

ผลที่ตามมาคือ เกมกลายเป็นงานอดิเรกที่มีต้นทุนสูงขึ้นเรื่อย ๆ และอาจทำให้ผู้เล่นบางกลุ่มเข้าถึงยากขึ้น

ในบริบทนี้ แนวทางของ Kepler Interactive จึงถูกจับตามอง


Kepler Interactive คิดต่างจากผู้จัดจำหน่ายรายใหญ่

Alexis Garavaryan ซีอีโอของ Kepler Interactive ให้สัมภาษณ์กับ BBC ว่า บริษัทเลือกใช้กลยุทธ์ที่ “ตรงข้าม” กับหลายค่ายใหญ่ในช่วงหลัง

แนวคิดหลักคือ:

เมื่อเราตัดสินใจราคาของเกม เราจะตั้งราคาตามที่คิดว่าเหมาะสม แล้วตั้งให้ต่ำกว่านั้นอีกเล็กน้อย เพื่อให้ผู้เล่นรู้สึกว่าพวกเขาได้ของคุ้มค่า

เขาย้ำว่า ทุกครั้งที่ผู้เล่นซื้อเกมจากบริษัท พวกเขาควรรู้สึกว่า “ได้ดีลที่ยอดเยี่ยม”


ทำไมแนวคิดนี้ถึงสำคัญ?

Garavaryan อธิบายว่า บริษัทต้องการให้ผู้เล่นรู้สึกว่า:

  • เงินของพวกเขามีค่า

  • เวลาของพวกเขาถูกเคารพ

  • เกมที่ซื้อให้ประสบการณ์ที่คุ้มกับราคา

เขายังเสริมว่า ผู้เล่นควรสามารถเล่นเกมได้ “ห้า หรือหกประสบการณ์” ในงบประมาณที่ใกล้เคียงกับเกม AAA หนึ่งเกม

ในยุคที่ราคาเกม AAA บางเกมสูงขึ้นเรื่อย ๆ แนวคิดนี้ถือเป็นมุมมองที่แตกต่างอย่างชัดเจน


ความสำเร็จของ Clair Obscur: Expedition 33

เกม Clair Obscur: Expedition 33 ได้รับเสียงตอบรับดีมาก โดยเฉพาะด้านงานศิลป์ที่โดดเด่นจนมีรายงานว่า หน่วยงานบางแห่งในตะวันออกกลางเข้าใจผิดคิดว่าอาร์ตบุ๊กของเกมควรอยู่ในพิพิธภัณฑ์

ความสำเร็จของเกมนี้สะท้อนว่า:

  • ผู้เล่นเปิดรับเกมคุณภาพ แม้ไม่ใช่ AAA ใหญ่ระดับบล็อกบัสเตอร์

  • ราคาและคุณภาพที่สมเหตุสมผลมีผลต่อการตัดสินใจซื้อ

กลยุทธ์ของ Kepler Interactive จึงมีแนวโน้มช่วยผลักดันเกมที่บริษัทจัดจำหน่ายให้ได้รับความนิยมมากขึ้นในอนาคต


ผู้เล่นต้องการอะไรจริง ๆ?

ประวัติศาสตร์วงการเกมพิสูจน์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า ผู้เล่นพร้อมสนับสนุนเกมที่:

  • มีคุณภาพสูง

  • มีไอเดียชัดเจน

  • ตั้งราคาเหมาะสม

ไม่จำเป็นต้องเป็นเกมทุนสร้างมหาศาลเสมอไป

ในยุคที่งบประมาณการพัฒนาเกมพุ่งสูงและราคาขายขยับขึ้นเรื่อย ๆ โมเดลราคาที่ “เป็นมิตรกับผู้เล่น” อาจกลายเป็นจุดแข็งทางการแข่งขัน


จะมีค่ายอื่นทำตามหรือไม่?

คำถามสำคัญคือ ผู้จัดจำหน่ายรายอื่นจะเดินตามแนวทางนี้หรือไม่

หากเกมที่ตั้งราคาย่อมเยาแต่คุณภาพสูงประสบความสำเร็จมากขึ้น อาจกลายเป็นแรงกดดันให้บางค่ายต้องทบทวนกลยุทธ์การตั้งราคา

ในระยะยาว เรื่องนี้อาจส่งผลต่อทิศทางราคาของวงการเกมทั้งหมด


สรุป: ทางเลือกที่ให้ความหวังในยุคเกมแพง

ท่ามกลางกระแสขึ้นราคาเกม Kepler Interactive เลือกยืนจุดยืนชัดเจนว่า ผู้เล่นควรรู้สึกคุ้มค่าทุกครั้งที่ซื้อเกม

แนวคิดนี้สะท้อนว่า ความสำเร็จของเกมไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาที่สูงเสมอไป แต่ขึ้นอยู่กับความสมดุลระหว่าง “คุณภาพ” และ “ความเหมาะสมของราคา”

ในยุคที่เกมกำลังกลายเป็นงานอดิเรกราคาแพง เสียงแบบนี้อาจเป็นความหวังเล็ก ๆ สำหรับผู้เล่นจำนวนมาก