รับแอปรับแอป

เซี่ยวจิน เทรคเดียวครบทั้งภูเขาหิมะ วัฒนธรรมทิเบต และ Hidden Gem ที่สายเดินป่าต้องไปให้ได้สักครั้ง

วีรภัทร ทองดี01-30

หนีเมืองไทยไปกอดภูเขาหิมะที่เซี่ยวจิน

ที่เที่ยวเซี่ยวจินคือสวรรค์ของสายเดินป่าและคนรักธรรมชาติแบบแท้จริง อากาศเย็นตลอดปี วิวเทือกเขาหิมะอลังการระดับการ์ดโปสการ์ด แถมบรรยากาศยังเงียบสงบ เหมาะมากสำหรับคนที่อยากหนีความวุ่นวายชั่วคราวไปใช้ชีวิตช้า ๆ ท่ามกลางภูเขา ลำธาร และทุ่งหญ้า

ที่นี่คือบ้านของภูเขาสี่ดรุณี (Mount Siguniang) ดินแดนในฝันของสายแบกเป้ สายถ่ายรูป และคนอินกับธรรมชาติแบบดิบ ๆ ถ้าคุณกำลังหาที่เที่ยวต่างประเทศใกล้ไทย วิวขั้นเทพ ไม่จำเจ เซี่ยวจินคือคำตอบที่โคตรใช่

เตรียมใจไว้เลยว่า ถ้าได้มาสักครั้ง คุณอาจจะหลงรักที่เที่ยวเซี่ยวจินจนอยากวางแพลนกลับมาอีกเรื่อย ๆ แบบถอนตัวไม่ขึ้น

ทำความรู้จักเซี่ยวจิน ดินแดนขุนเขาสไตล์ทิเบต

เซี่ยวจิน (Xiaojin County / 小金县) เป็นเมืองเล็ก ๆ ทางตะวันตกของมณฑลเสฉวน ประเทศจีน อยู่ในเขตปกครองตนเองชนชาติทิเบตและเฉียงอาปา พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง หุบเขาลึก ลำธารน้ำใส และธรรมชาติที่ยังอุดมสมบูรณ์สุด ๆ

เมืองนี้ตั้งอยู่บนความสูงราว 2,500–4,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล อากาศเย็นแทบทั้งปี โดยเฉพาะหน้าหนาวคือฟินขั้นสุดสำหรับคนรักอากาศหนาวและหิมะ

ที่นี่ไม่มีตึกระฟ้า ห้างหรู หรือแสงสีจัดจ้าน มีแค่ภูเขาหิมะทอดยาวสุดสายตา หมู่บ้านเล็ก ๆ และลำธารที่ไหลผ่านเมืองแบบเรียบง่าย เซี่ยวจินไม่ใช่เมืองสำหรับ “รีบเช็กอินให้ครบ” แต่เป็นเมืองสำหรับ “ปล่อยตัว ปล่อยใจ” แล้วค่อย ๆ ใช้เวลาให้ธรรมชาติเยียวยา

เสน่ห์อีกอย่างของเซี่ยวจินคือการผสมผสานระหว่างธรรมชาติระดับโลกกับวัฒนธรรมชาวทิเบตและชาวเฉียงที่ยังคงชัดเจนมาก ทั้งสถาปัตยกรรมแบบบ้านไม้ทิเบต วิถีชีวิต การแต่งกาย ภาษา ไปจนถึงความเชื่อเรื่องภูเขาศักดิ์สิทธิ์และพิธีกรรมโบราณ

คนท้องถิ่นส่วนใหญ่เป็นชาวทิเบตและชาวเฉียง ยังคงรักษาวัฒนธรรมเดิมไว้แน่น เช่น การใส่ชุดประจำเผ่า อาหารพื้นบ้านอย่างบะหมี่ทิเบต และงานเทศกาลจังหวะมัน ๆ กลางทุ่งหญ้า ถ้ามาช่วงเดือนมิถุนายน–สิงหาคม มีโอกาสได้เจอเทศกาลม้า (Horse Racing Festival) พร้อมขบวนแห่ การเต้นรำ และบรรยากาศครึกครื้นกลางภูเขา ที่หาดูได้ยากมากในจีน

ที่เที่ยวเซี่ยวจินเหมาะกับใคร?

ถ้าคุณเป็นหนึ่งในกลุ่มนี้ ต้องลองมาให้ได้สักครั้ง

  • สายธรรมชาติ – รักน้ำตก ลำธาร ป่า หิมะ และอากาศเย็นจนอยากหยุดเวลา

  • สายถ่ายรูป – วิวแบบนี้ไม่ต้องใส่ฟิลเตอร์ก็สวยสะดุ้ง

  • สายแบกเป้ – ค่าครองชีพไม่แรง นอนยาวได้หลายคืนไม่ต้องรีบกลับ

  • สายหนีโลก – เบื่อรถติด เบื่อคาเฟ่เดิม ๆ อยากมูฟออนจากเมืองใหญ่ เซี่ยวจินคือจุดชาร์จพลังชีวิตชั้นดี

  • สาย Slow Life / Solo Trip – มาเที่ยวคนเดียวแบบไม่เหงา เพราะธรรมชาติที่นี่คือเพื่อนร่วมทางที่ดีที่สุด

ไปเซี่ยวจินเดือนไหนดี? เลือกฤดูให้ตรงสไตล์

เซี่ยวจินอยู่บนที่สูง ทำให้อากาศเปลี่ยนไวแบบ 4 ฤดูในวันเดียว แต่ละฤดูก็สวยคนละอารมณ์ ตั้งแต่หิมะขาวโพลน ดอกไม้ป่าบาน ทุ่งหญ้าเขียว ไปจนถึงใบไม้แดงไฟลุก ถ้าเลือกช่วงเวลาให้ตรงกับสไตล์ตัวเอง ทริปจะฟินขึ้นหลายเท่า

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนแพ็กกระเป๋า

  • กลางวัน–กลางคืนอุณหภูมิต่างกันเยอะ แม้หน้าร้อน กลางคืนก็ยังหนาวจนต้องมีเสื้อกันหนาวติดตัว

  • อากาศค่อนข้างแห้ง ต้องเตรียมโลชั่น ลิปมัน และจิบน้ำบ่อย ๆ

  • พื้นที่สูงกว่า 3,000 เมตร บางคนอาจมีอาการแพ้ความสูง เตรียมร่างกายและยาที่จำเป็นให้พร้อม

เลือกฤดูให้ตรงฟีล:

  • อยากสัมผัสหิมะและความหนาวโรแมนติก → ไปหน้าหนาว

  • อยากเดินป่าชิล ๆ ท่ามกลางเขียวขจี → ไปหน้าร้อน

  • อยากได้ฟีลเหมือนญี่ปุ่นใบไม้แดงแต่ไม่อยากบินไกล → ไปฤดูใบไม้ร่วง

  • อยากหนีร้อนจากเมืองไทยแบบเย็นกำลังดี → เลือกช่วงใบไม้ผลิหรือใบไม้ร่วง

การเดินทางไปเซี่ยวจินแบบไม่งง

เซี่ยวจินดูเหมือนอยู่ปลายแผนที่ แต่เดินทางจริงไม่ได้ยากอย่างที่คิด แค่ไปให้ถึงเฉิงตูก่อน แล้วค่อยต่อเข้าหุบเขา

1. จากไทยไปเฉิงตู

บินตรงจากกรุงเทพฯ ไปเฉิงตู ใช้เวลาประมาณ 3.5–4.5 ชั่วโมง มีหลายสายการบินให้เลือก สนามบินปลายทางหลักคือ Chengdu Tianfu International Airport (TFU) หรือ Chengdu Shuangliu International Airport (CTU)

2. จากเฉิงตูไปเซี่ยวจิน

ระยะทางราว 230–280 กิโลเมตร ใช้เวลา 6–8 ชั่วโมง ขึ้นกับเส้นทางและวิธีเดินทาง

ตัวเลือกการเดินทางเข้าเซี่ยวจิน

  • เหมารถส่วนตัว / รถพร้อมคนขับ
    เหมาะกับสายเที่ยวสายยืดหยุ่น แวะถ่ายรูปตามวิวสวย ๆ ได้ตามใจ

    • เส้นทางยอดฮิต: Chengdu → Dujiangyan → Wolong → Balangshan Tunnel → Rilong Town

    • เวลาเดินทาง: ประมาณ 5.5–7 ชั่วโมง

    • งบโดยประมาณ: 1,500–3,500 หยวนต่อคัน (ขึ้นกับขนาดรถและฤดูกาล)

  • รถบัสจากเฉิงตู
    ขึ้นได้จาก Chadianzi Bus Station ควรซื้อตั๋วล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน โดยเฉพาะช่วงไฮซีซัน

    • เวลาเดินทาง: ราว 6–8 ชั่วโมง

    • ราคา: ประมาณ 130–160 หยวน

  • รถไฟ + ต่อรถ
    เซี่ยวจินไม่มีสถานีรถไฟเอง วิธีที่สะดวกคือ นั่งรถไฟความเร็วสูงจากเฉิงตูไป Dujiangyan หรือ Wenchuan (1–2 ชั่วโมง) แล้วต่อรถบัสหรือเหมารถเข้า Rilong Town / Xiaojin อีกที

ทิปการเดินทาง:
ควรออกจากเฉิงตูแต่เช้า เพื่อให้ถึง Rilong Town ก่อนมืด เพราะถนนบนเขาหลายช่วงไม่มีไฟถนน และเส้นทางคดเคี้ยว

แบ่งพิกัดเที่ยวเซี่ยวจินเป็น 4 สายให้วางแผนง่าย

เซี่ยวจินไม่ได้มีแค่ “ภูเขา” อย่างเดียว แต่รวมทุกอย่างทั้งหุบเขา วัด หมู่บ้าน จุดชมวิว ไปจนถึงเมืองเล็ก ๆ สโลว์ไลฟ์ เลยขอแบ่งหมวดให้เห็นภาพชัด ๆ

หมวดที่ 1: สายธรรมชาติขั้นสุด

ดินแดนที่เหมือนย่อเทือกเขาหิมาลัยมาให้เดินเล่น

  • ภูเขาสี่ดรุณี (Mount Siguniang) – ดาวเด่นประจำเมือง วิวภูเขาหิมะโคตรอลัง

  • หุบเขาซวงเฉียวโกว (Shuangqiao Valley) – ทางเดินสบาย วิวใหญ่ครบทั้งเขา ลำธาร น้ำตก

  • หุบเขาชางผิงโกว (Changping Valley) – เส้นทางเดินผ่านป่าสนเงียบสงบ ฟีลเทรคกิ้งสบาย ๆ

  • หุบเขาไห่จือโกว (Haizi Valley) – สายลุยตัวจริงต้องรัก เพราะปลายทางคือทะเลสาบกลางภูเขาที่สวยเกินคำบรรยาย

หมวดที่ 2: สายวัฒนธรรมทิเบต–เฉียง

อยากรู้ว่า “คนใต้เงาภูเขาสี่ดรุณี” ใช้ชีวิตยังไง ลองตามไปดู

  • Lama Temple – วัดเก่าแก่บนเนินกลางหุบเขา ธงมนต์ห้าสีปลิวไสว วิวเมือง + ยอดเขาแบบพาโนรามา

  • Sikula Cultural Tourism City – เมืองวัฒนธรรมจำลอง มีบ้านทิเบตแบบดั้งเดิม โชว์พื้นบ้าน และอาหารท้องถิ่น

  • Xiaojin Hongjun Huishi Square – ลานกว้างกลางขุนเขาที่เต็มไปด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์กองทัพแดง

หมวดที่ 3: สายจุดถ่ายรูปต้องห้ามพลาด

วิวดีระดับถ่ายยังไงก็เหมือนโปสการ์ด

  • Budala Peak Viewing Platform – จุดชมวิว 360 องศา ดูทะเลหมอก แสงเช้า และเทือกเขาหิมะ

  • สะพานจมูกแมว (Cat’s Nose Ridge) – จุดเดียวที่มองเห็นทั้ง 4 ยอดภูเขาสี่ดรุณีในเฟรมเดียว

  • Wuse Mountain / Nianyu Dam / Riyue Baojing Mountain – มุมลับที่คนท้องถิ่นยังยืนยันว่า “สวยจนลืมหายใจ”

หมวดที่ 4: สาย Slow Life ชิลล์เบา ๆ

ใครอยากพักใจมากกว่าเดินจนขาล้า ต้องมาสายนี้

  • Rilong Town – เมืองเล็กกลางภูเขา เป็นศูนย์รวมที่พัก คาเฟ่ และร้านอาหาร

  • Changping Village – หมู่บ้านไม้สไตล์ทิเบต เดินเล่นง่าย นอนโฮมสเตย์ฟีลบ้านคนท้องถิ่น

  • Kushu Beach / Yaomei Peak Base – จุดนั่งเล่น ปิกนิก ดูดาว ท่ามกลางธารน้ำและภูเขา

ต่อไปคือไฮไลต์เน้น ๆ 20 ที่เที่ยวเซี่ยวจินที่ควรไปให้ได้สักครั้ง

20 ที่เที่ยวเซี่ยวจินที่ต้องปักหมุด

1. ภูเขาสี่ดรุณี (Mount Siguniang)

ภูเขาหิมะที่สวยจนถูกเรียกว่า “แอลป์แห่งตะวันออก” และขึ้นชื่อว่าเป็นเทือกเขาหิมะที่งามที่สุดแห่งหนึ่งในมณฑลเสฉวน วิวคือระดับหนังแฟนตาซีดี ๆ เลย

เหตุผลที่ห้ามพลาดภูเขาสี่ดรุณี:

  • เรื่องเล่าชวนฝัน: ยอดเขาสี่ลูกที่เรียงตัวกันอย่างสวยงามจนถูกเปรียบเป็น “พี่สาวทั้งสี่” โดยเฉพาะยอดเย่าเหมยฟง (Yaomei Feng) สูงถึง 6,250 เมตร และได้ฉายา “เจ้าหญิงแห่งภูเขาหิมะ”

  • พาโนรามาอลังการ: ไม่ว่าจะยืนตรงไหนก็เจอทั้งภูเขาหิมะ ป่าสน ลำธาร และทุ่งหญ้าที่เปลี่ยนสีไปตามฤดู

  • เส้นทางเดินป่า 3 สายหลัก:
    • Shuangqiao Valley – เข้าง่าย มีรถบริการ วิวอลังตลอดสาย

    • Changping Valley – เส้นทางธรรมชาติผ่านป่าและลำธาร

    • Haizi Valley – เส้นทางสายลุย ปลายทางคือทะเลสาบกลางภูเขาที่โคตรสวย

📍 ที่อยู่: ภายในเขต Rilong Township, Xiaojin County, Aba Tibetan and Qiang Autonomous Prefecture
🕖 เวลาเปิด: 07.30–17.30 น.
☎️ เบอร์: +86-400-6886250

2. พื้นที่ซานเซียวโกว (Shuangqiao Valley)

หุบเขาที่เดินทางง่ายที่สุดในอุทยานภูเขาสี่ดรุณี เหมาะกับคนทุกวัย อยากเที่ยวธรรมชาติแบบสวยจัดแต่ไม่อยากเดินหนัก ต้องมาที่นี่

ทำไมต้องไปซานเซียวโกว:

  • นั่งรถชมวิวชิลล์ ๆ: มีรถ eco-bus วิ่งตลอดสาย เลือกลง–ขึ้นตามจุดชมวิวได้ตามใจ ไม่จำเป็นต้องเดินไกล

  • จุดชมวิวเพียบ: ทั้งภูเขาหิมะ น้ำตก ลำธาร ทุ่งหญ้า ทางเดินไม้กลางหุบเขา วิวคือโคตรถ่ายรูปขึ้น

  • ภาพเปลี่ยนตามฤดู:
    • ใบไม้ผลิ – เขียวชอุ่ม ดอกไม้ป่าบาน

    • ฤดูร้อน – น้ำตกแรง ฟ้าใส

    • ใบไม้ร่วง – ป่าทอง–แดงตัดกับยอดเขาขาว

    • ฤดูหนาว – หิมะขาวแบบโลกเทพนิยาย

📍 ที่อยู่: Rilongzhen, Xiaojin, Aba, Sichuan, China
🕖 เวลาเปิด: 08.00–17.30 น.
☎️ เบอร์: +86-837-2791063

3. หุบเขาไห่ซิโกว (Haizi Valley)

สายเดินป่าที่รู้สึกว่าซานเซียวโกวเบาไป อยากขยับเลเวลมารับวิวโหด ๆ ต้องลองไห่ซิโกว

ความพิเศษของไห่ซิโกว:

  • เส้นทางเกือบ 20 กม. เหมาะกับสายเทรคกิ้งระดับกลาง–แอดวานซ์ แต่จะเลือกเดินแค่บางช่วงก็ได้

  • ระหว่างทางเจอครบทั้งทุ่งหญ้า ป่าสน ธารน้ำแข็ง และวิวเขาแบบจัดเต็ม

  • มีทะเลสาบบนเขาหลายแห่ง เช่น “Dahuzi” และ “Huahaizi” ที่สะท้อนยอดภูเขาสี่ดรุณีอย่างสวย

  • เป็นเส้นทางสู่ Base Camp ของยอด Yaomei Feng สำหรับสายปีนเขาตัวจริง

  • ถ้าโชคดีอาจเจอสัตว์ป่าหายาก เช่น จิ้งจอกภูเขา เก้งทิเบต หรือแม้แต่เสือดาวหิมะ

📍 ที่อยู่: Rilongzhen, Xiaojin, Aba, Sichuan, China
🕖 เวลาเปิด: 08.00–17.30 น.
☎️ เบอร์: +86-837-2791063, +86-837-2791158

4. ภูเขาบารัง (Balang Mountain)

ถนนสายนี้ไม่ใช่แค่ “ทางผ่าน” แต่คือไฮไลต์ที่หลายคนยกให้เป็นประตูสู่โลกของภูเขาหิมะในฝัน

จุดเด่นของภูเขาบารัง:

  • เส้นทาง Balangshan Road สูงกว่า 4,500 เมตร ถนนคดเคี้ยวเลาะไหล่เขาแบบลุ้น ๆ วิวอลังระดับต้องถ่ายวิดีโอกันยาว ๆ

  • มีหิมะให้เห็นเกือบทั้งปี ไม่ต้องรอหน้าหนาวก็มีโอกาสได้สัมผัสหิมะแรก

  • มีจุด Balangshan Viewing Platform ให้จอดรถลงมาสูดอากาศเย็น และลุ้นดูยอด Yaomei Feng ในวันที่ฟ้าเปิด

📍 ที่อยู่: Xiaojin County, Aba Tibetan and Qiang Autonomous Prefecture
🕖 เวลาเปิด: ตลอด 24 ชั่วโมง
☎️ เบอร์: 15351436702

5. Budala Peak

ยอดเขา Hidden Gem ที่สวยไม่แพ้ภูเขาสี่ดรุณี เหมาะมากสำหรับคนที่ชอบมุมลับ ๆ ไม่แมส แต่วิวโคตรดี

ทำไมควรปักหมุด Budala Peak:

  • จุดชมวิวแบบ 360° มองเห็นเทือกเขาซ้อนกันเป็นชั้น ๆ พร้อมยอดหิมะของ Siguniangshan อยู่ลิบ ๆ และทะเลหมอกสวยตะลึง

  • เดินทางไม่โหด: นั่งรถออกจาก Rilong Town แล้วเดินต่ออีกประมาณ 15–30 นาที ทางเดินไม้สบาย ๆ มีจุดพักให้แวะเป็นระยะ

📍 ที่อยู่: ในเขต Shuangqiaogou, Siguniangshan Scenic Spot, Rilong Town, Xiaojin County, Aba Tibetan and Qiang Autonomous Prefecture
🕖 เวลาเปิด: ตลอด 24 ชั่วโมง
☎️ เบอร์: +86-837-2791063

6. Yaomei Peak – เจ้าหญิงแห่งภูเขาหิมะ

ยอดเย่าเหมยคือไฮไลต์ตัวจริงของภูเขาสี่ดรุณี ทั้งสูงที่สุด สวยสุด และถ่ายรูปออกมาข่มยอดอื่นแบบไม่ต้องพยายาม

เหตุผลที่ต้องไปเห็นด้วยตาตัวเอง:

  • เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในมณฑลเสฉวน สูงถึง 6,250 เมตร

  • มีหลายมุมถ่ายภาพ ทั้งจากหุบเขา Changping, Shuangqiao และ Haizi โดยเฉพาะแสงเช้า–แสงเย็นคือช่วงเวลาทอง

  • เป็นหนึ่งในยอดเขาที่ท้าทายนักปีนเขาระดับโลก

📍 ที่อยู่: ในเขต Changpinggou, Siguniang Mountain, Xiaojin County, Aba Tibetan and Qiang Autonomous Prefecture
🕖 เวลาเปิด: ตลอด 24 ชั่วโมง

7. Sikula Cultural Tourism City

อยากอินกับวิถีท้องถิ่นมากกว่าดูแค่ภูเขา ลองแวะมาที่เมืองวัฒนธรรมเล็ก ๆ แห่งนี้

สิ่งที่รอคุณอยู่ที่ Sikula:

  • บ้านทิเบตแบบดั้งเดิม วัดจำลอง โรงน้ำชา ตลาดพื้นเมือง และลานกิจกรรมรวมอยู่ในที่เดียว

  • มีโชว์พื้นบ้าน การเต้นรำ และบางวันก็มีพิธีสวดจริง ๆ ให้ได้เห็นวิถีความเชื่อแบบใกล้ชิด

  • ของฝากสายแฮนด์เมดเพียบ ทั้งเครื่องประดับทิเบต ผ้าทอมือ และอาหารพื้นเมืองอย่างข้าวบาร์เลย์กับเนยยัก

📍 ที่อยู่: 阿壩藏族羌族自治州小金縣長吉路四姑娘山景區
🕖 เวลาเปิด: 18.00–21.00 น.
☎️ เบอร์: +86-837-2796666

8. หุบเขาชางผิง (Changping Valley)

สายเดินป่าเบา ๆ แต่ขอวิวอลังต้องรักที่นี่ เพราะคือเส้นทาง “เดินง่ายแต่วิวโคตรเอพิค”

ไฮไลต์ของหุบเขาชางผิง:

  • ทางเดินมีทั้ง boardwalk และเส้นทางธรรมชาติ เดินไม่ชันมาก มือใหม่ก็เอาอยู่

  • ระหว่างทางมีทั้งป่าสน ลำธาร สะพานไม้ และทุ่งหญ้ากว้าง ๆ ให้ถ่ายรูปเล่น

  • มองเห็นเงายอด Yaomei Feng โผล่ขึ้นมาด้านหลังป่า เป็นฉากหลังที่สวยมาก

  • ฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้จะกลายเป็นสีแดง–ทองทั้งหุบเขา
    ฤดูหนาว หิมะปกคลุมเส้นทางเหมือนฉากในนิทาน
    ฤดูใบไม้ผลิ ดอกไม้ป่าบานเต็มไหล่เขา

📍 ที่อยู่: Rilongzhen, Xiaojin, Aba, Sichuan, China
🕖 เวลาเปิด: 08.00–17.30 น.
☎️ เบอร์: +86-837-2791063

9. สะพานจมูกแมว (Cat’s Nose Ridge)

จุดถ่ายรูปในฝันสำหรับคนที่อยากเก็บ 4 ยอดภูเขาสี่ดรุณีในรูปเดียว

ทำไมสะพานจมูกแมวถึงฮิต:

  • เป็นหนึ่งในมุมที่เห็นทั้ง 4 ยอดชัดที่สุด โดยเฉพาะยอดเย่าเหมยที่เด่นมาก

  • รูปร่างสันภูเขาตรงจุดชมวิวดูคล้าย “จมูกแมว” เลยได้ชื่อเล่นน่ารัก ๆ ว่า Cat Nose Ridge

  • เดินทางจาก Rilong Town ง่าย มีลานจอดรถ และทางเดินไม้ชมวิว

📍 ที่อยู่: Provincial Highway 303, Xiaojin County, Aba Tibetan and Qiang Autonomous Prefecture
🕖 เวลาเปิด: ตลอด 24 ชั่วโมง

10. ปากแม่น้ำ – ธารน้ำแข็งละลายกลายเป็นสายธาร

จุดที่น้ำจากธารน้ำแข็งไหลมารวมตัวกัน กลายเป็นแม่น้ำสายเล็กใสแจ๋วที่ค่อย ๆ ไหลผ่านป่าและทุ่งหญ้า

เหตุผลที่ควรแวะ:

  • น้ำใสแบบมองเห็นหินกรวดด้านล่างชัดเหมือนใส่ฟิลเตอร์ใส ๆ

  • มีทางเดินไม้เลาะริมธาร เหมาะกับการเดินเล่น ถ่ายรูป และหยุดนั่งฟังเสียงน้ำไหล

  • บางช่วงฤดูมีนกน้ำตัวเล็ก ๆ มาเล่นน้ำให้เห็นเพลิน ๆ

📍 ที่อยู่: Xiaojin, Aba, Sichuan, China
🕖 เวลาเปิด: 08.30–18.00 น.
☎️ เบอร์: +86-13548383200

11. Lama Temple

วัดกลางหุบเขาที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในพื้นที่ บรรยากาศเต็มไปด้วยพลังศรัทธาและความสงบ

อาคารสร้างจากไม้และหิน ลงสีสันแบบทิเบต มีสถูปเล็ก ๆ กระจายอยู่รอบ ๆ พร้อมธงมนต์โบกสะบัดตัดกับฟ้าสีเข้ม วัดอยู่บนเนินเตี้ย ๆ ทำให้มองเห็นทั้ง Rilong Town และยอด Yaomei Feng อยู่ด้านหลัง

📍 ที่อยู่: Lama Temple, Xiaojin, Aba, Sichuan, China
🕖 เวลาเปิด: ตลอด 24 ชั่วโมง

12. Xiaojin Hongjun Huishi Square

ลานประวัติศาสตร์กลางหุบเขาที่เคยเป็นจุดรวมทัพของกองทัพแดงในยุค Long March ใครชอบแนวประวัติศาสตร์ไม่ควรพลาด

สิ่งที่น่าแวะดู:

  • ลานกว้างโอบล้อมด้วยภูเขาและทุ่งหญ้า

  • มีอนุสาวรีย์ รูปปั้นทหาร ป้ายจารึก และกำแพงแสดงแผนที่การเดินทัพในยุคนั้น

📍 ที่อยู่: Provincial Highway 303

13. Kushu Beach

แม้จะชื่อว่า “Beach” แต่ไม่ใช่ทะเล ที่นี่คือพื้นที่ลานหินและทรายริมธารน้ำแข็งกลางหุบเขาในเขต Siguniangshan

ทำไม Kushu Beach ถึงชิลล์:

  • ลำธารใสเย็น มีต้นน้ำจากธารน้ำแข็ง ไหลผ่านลานหินและทรายธรรมชาติ

  • สีของหิน กรวด และน้ำ ตัดกับภูเขาและป่าสนรอบข้างแบบลงตัว

  • เป็นจุดปิกนิก นั่งเล่น และถ่ายรูปยอดนิยม โดยเฉพาะตอนแสงเย็นกระทบผิวน้ำ

📍 ที่อยู่: ใน Changpinggou, Siguniangshan Scenic Spot, Rilong Town, Xiaojin County, Aba Tibetan and Qiang Autonomous Prefecture
☎️ เบอร์: +86-837-2791847

14. Yinyang Valley

หุบเขาที่ได้ชื่อว่า “หยินหยาง” เพราะแสงสว่างส่องถึงเพียงด้านเดียวอีกด้านอยู่ในเงา ส่งผลให้พืชสองฝั่งต่างกันชัดเจน

ด้านหนึ่งเป็นไม้พุ่มและสนสูง อีกด้านชื้นเขียวด้วยมอสและเฟิร์น เป็นตัวอย่างคอนทราสต์ของธรรมชาติที่เห็นแล้วต้องทึ่ง

📍 ที่อยู่: ใน Shuangqiaogou, Siguniangshan Scenic Spot, Rilong Town, Xiaojin County, Aba Tibetan and Qiang Autonomous Prefecture
🕖 เวลาเปิด: ตลอด 24 ชั่วโมง

15. Nianyu Dam

พื้นที่ชุ่มน้ำกลางหุบเขาที่ดูเรียบง่ายแต่โคตรมีเสน่ห์ เพราะผิวน้ำใส ๆ สะท้อนยอดเขาสี่ดรุณีด้านหลังได้อย่างชัดเจน

รอบ ๆ มีเส้นทางเดินธรรมชาติประมาณ 1–2 กม. เดินสบาย ๆ วิวดี มีทั้งแมลงปอ ผีเสื้อ นกน้ำ และปลาตัวเล็ก ๆ วิ่งวุ่นอยู่ในระบบนิเวศตรวจสุขภาพดี

📍 ที่อยู่: ใน Shuangqiaogou, Siguniangshan Scenic Spot, Rilong Town, Xiaojin County, Aba Tibetan and Qiang Autonomous Prefecture
☎️ เบอร์: +86-837-2791847

16. Balang Mountain Pass

จุดสูงสุดบนถนน G350 ที่ต้องผ่านก่อนเข้าสู่เซี่ยวจิน และเป็น Top View ที่ทุกคนควรจอดแวะ

ความพีคของ Balang Pass:

  • ถนนเลาะไหล่เขาแบบที่บางช่วงเมฆต่ำกว่าถนน รู้สึกเหมือนกำลังขับอยู่บนถนนลอยฟ้า

  • มีลานจอดรถและป้าย “巴朗山垭口” ให้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

  • วิวรายล้อมด้วยภูเขาหิมะ ป่าสน และทะเลหมอก บางวันที่ฟ้าเปิด แสงเช้า–แสงเย็นคือดีมาก

📍 ที่อยู่: Xiaojin County, Aba Tibetan and Qiang Autonomous Prefecture, Sichuan Province

17. Riyue Baojing Mountain

ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวทิเบตในเซี่ยวจินให้ความเคารพ เชื่อว่าเป็นจุดที่แสงจากดวงอาทิตย์และดวงจันทร์มาบรรจบกันเหมือน “กระจกสะท้อนจิตใจ” ของผู้มาเยือน

จุดที่ทำให้ต้องแวะมาที่นี่:

  • แสงแดดกระทบหน้าผาช่วงเช้าหรือเย็นจะเกิดประกายเหมือนกระจก เป็นที่มาของชื่อ “ภูเขากระจกพระอาทิตย์และพระจันทร์”

  • เชิงเขามีธงมนต์สีสด เสาไม้แกะสลัก และกงล้อมนต์ให้หมุนขอพร เป็นหนึ่งในจุดศักดิ์สิทธิ์สำคัญของพื้นที่

  • เส้นทางเดินขึ้นไม่ชัน มีจุดพักชมวิวไปเรื่อย ๆ มองเห็นภูเขาสี่ดรุณีทอดตัวอยู่ไกล ๆ

📍 ที่อยู่: ใน Shuangqiaogou, Siguniangshan Scenic Spot, Rilong Town, Xiaojin County, Aba Tibetan and Qiang Autonomous Prefecture
🕖 เวลาเปิด: 08.00–17.00 น.
☎️ เบอร์: 400-6886250

18. Wuse Mountain – ภูเขาห้าสี

ภูเขาแปลกตาที่มีสีสันตามธรรมชาติถึง 5 เฉด แดง ส้ม เขียว เทา และขาว เกิดจากชั้นหิน ดิน และหิมะผสมกัน

มุมชมวิวบน Wuse Mountain ทำให้เห็นทั้งแนวเขาแบบไล่ระดับและทุ่งหญ้าด้านล่างกว้างสุดตา แถมไม่ใช่เส้นทางทัวร์แมส บรรยากาศเลยค่อนข้างสงบ เหมาะมากสำหรับคนอยากหลบคน

📍 ที่อยู่: ใน Shuangqiaogou, Siguniangshan Scenic Spot, Rilong Town, Xiaojin County, Aba Tibetan and Qiang Autonomous Prefecture
🕖 เวลาเปิด: 08.00–15.00 น.

19. ศรีกูนาโฉ่ – ทะเลสาบสีฟ้ากลางภูเขา

ทะเลสาบกลางหุบเขาที่น้ำสีฟ้าสวยจนเหมือนภาพวาด สีของน้ำเปลี่ยนไปตามแสง ตั้งแต่ฟ้าอ่อน น้ำเงิน ไปจนถึงเขียวหยก และมีภูเขาหิมะเป็นฉากหลัง

สามารถเดินเท้าหรือขี่ม้าจาก Rilong เข้าไป ใช้เวลาราว 1–2 ชั่วโมง ระหว่างทางเดินผ่านทุ่งหญ้าสลับป่าสน วิวดีจนลืมเหนื่อย

📍 ที่อยู่: ใน Shuangqiaogou, Siguniangshan Scenic Area, จุดเชื่อมระหว่าง Xiaojin County และ Wenchuan County, Sichuan Province
🕖 เวลาเปิด: ตลอด 24 ชั่วโมง

20. จุดชมวิวภูเขาโปทาลา

จุดชมวิวบนเนินเตี้ย ๆ ที่หันหน้าไปทางยอด Budala Peak พอดี แถมประดับด้วยธงมนต์ห้าสีเต็มเนิน ได้ทั้งฟีลสายเทรคและสายมูในที่เดียว

ช่วงเช้าแสงแรกจะลอดผ่านธงมนต์ไปตกบนยอดเขาหิมะ บางวันมีทะเลหมอกลอยผ่านหน้า บรรยากาศคือขนลุกในทางที่ดีมาก

📍 ที่อยู่: ใน Shuangqiaogou, Siguniang Mountain Scenic Area, Siguniang Mountain Town, Xiaojin County, Aba Tibetan and Qiang Autonomous Prefecture, Sichuan Province

ที่พัก Top 5 ในเซี่ยวจิน – นอนกลางเขาแบบฟินสุดใจ

1. Cloud Inn

โฮเทลเล็ก ๆ บรรยากาศอบอุ่นกลางหมู่บ้านชางผิง รายล้อมด้วยภูเขาสี่ดรุณีและหมอกยามเช้า เปิดหน้าต่างมาก็เจอวิวเขาแบบเต็ม ๆ เหมาะมากสำหรับสายชิลล์ที่อยากตื่นมาเจอธรรมชาติทันทีที่ลืมตา

📍 ที่อยู่: 21 JINZI street, Changping village, Siguniangshan town, เซี่ยวจิน, เสฉวน, จีน

2. Siguniangshan Xingshan Yueying B&B

ที่พักฟีลบ้านพักตากอากาศกลางหมู่บ้านเล็ก ๆ เงียบสงบ วิวสวยจากทุกมุมห้อง เหมาะกับคนที่อยากมานอนจิบชาอุ่น ๆ มองภูเขาหิมะผ่านหน้าต่างแบบไม่ต้องแต่งรูปเพิ่ม

📍 ที่อยู่: No. 079, Group 1, Changping Village, Siguniangshan Town, เซี่ยวจิน, เสฉวน, จีน

3. Vala Toms Cliff – stream – tracing Hotel

โรงแรมบูติกที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาชางผิง รายล้อมด้วยลำธารและภูเขา บรรยากาศเงียบสงบเหมาะกับสายธรรมชาติที่อยากพักผ่อนแบบตัดขาดจากโลกภายนอกชั่วคราว

📍 ที่อยู่: No. 24 Changpinggou, เซี่ยวจิน, เสฉวน, จีน

4. Chang Ping Inn

โฮมสเตย์บรรยากาศบ้านเพื่อนกลางหมู่บ้านชางผิง ตกแต่งเรียบง่าย แต่อบอุ่นและมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ เหมาะมากสำหรับสายสโลว์ไลฟ์ที่อยากใช้ชีวิตนิ่ง ๆ ท่ามกลางภูเขา

📍 ที่อยู่: Lvyou Road, Group 3, Changping Village, Siguniangshan Town, 624200 เซี่ยวจิน, เสฉวน, จีน

5. Yueshan Four Seasons Homestay

โฮมสเตย์สไตล์โฮมมี่ที่โอบล้อมด้วยภูเขาสี่ดรุณี ทุกรายละเอียดให้ฟีล “บ้านพักกลางเขา” ทั้งความเรียบง่ายและความอบอุ่น เหมาะมากสำหรับคนที่อยากพักในที่เงียบ ๆ ใกล้ชิดธรรมชาติสุด ๆ

📍 ที่อยู่: No.22, Group 1, Changping Village, Siguniangshan Town, เซี่ยวจิน, เสฉวน, จีน

เตรียมตัวไปเซี่ยวจินให้พร้อมก่อนออกเดินทาง

เที่ยวเซี่ยวจินให้ฟินแบบไม่ต้องเครียด ต้องเตรียมทั้งเอกสาร ร่างกาย และของใช้ให้พร้อม โดยเฉพาะการเดินทางไปพื้นที่สูงและไกลจากเมืองใหญ่แบบนี้ การวางแผนล่วงหน้าคือเรื่องสำคัญ

1. เรื่องวีซ่าของคนไทย

ตั้งแต่ 1 มีนาคม 2024 คนไทยไปจีนเพื่อท่องเที่ยวระยะสั้นได้แบบไม่ต้องขอวีซ่า หากพำนักไม่เกิน 30 วัน และวัตถุประสงค์คือท่องเที่ยว เยี่ยมญาติ หรือติดต่อธุรกิจทั่วไป ถ้าอยากอยู่เกิน 30 วัน หรือมีแผนทำงาน–เรียนต่อ ยังต้องขอวีซ่าตามปกติ

ถึงจะไม่ต้องทำวีซ่า แต่ควรเตรียมเอกสารพื้นฐานติดตัว เช่น ตั๋วขากลับ ใบจองที่พัก และแพลนคร่าว ๆ เผื่อเจ้าหน้าที่ถามตอนผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง

2. ของที่ควรพกไปเซี่ยวจิน

เพราะอากาศเย็น แห้ง และไกลเมืองใหญ่ ควรเตรียมให้ครบตั้งแต่ออกจากไทย

  • เสื้อผ้า:

    • ฮีตเทค / เสื้อกันหนาวแบบเลเยอร์

    • แจ็กเก็ตกันลม–กันหนาว

    • เสื้อขนเป็ด

    • หมวกไหมพรม ถุงมือ ถุงเท้าหนา

    • รองเท้าสำหรับเดินเขา/รองเท้าผ้าใบดี ๆ

  • ของใช้จำเป็น:

    • ครีมกันแดด SPF สูง

    • ลิปบาล์มกันแตก

    • โลชั่นบำรุงผิว

    • แว่นกันแดด ร่มพับ

    • ขวดน้ำพกส่วนตัว

    • ออกซิเจนกระป๋อง (สำหรับคนแพ้ที่สูงง่าย)

  • ยา:

    • ยาแก้ปวดหัว ยาแก้แพ้ ยาแก้ท้องเสีย

    • พลาสเตอร์ปิดแผลและยาสามัญประจำตัว

  • อุปกรณ์เสริม:

    • กล้องหรือมือถือพร้อมเมมพอ ๆ กับจำนวนรูป

    • เพาเวอร์แบงก์

    • ซิมอินเทอร์เน็ตจีน หรือ Pocket WiFi

    • ปลั๊กแปลงแบบจีน (Type A, I)

3. มารยาทและสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

เที่ยวให้ประทับใจทั้งเราและคนท้องถิ่น ต้องรู้กติกาพื้นฐานไว้บ้าง

  • ไม่ชี้นิ้วไปที่พระพุทธรูปหรือรูปปั้นศักดิ์สิทธิ์

  • อย่าถ่ายรูปในวัดหรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์หากเขาห้าม หรือยังไม่ได้ขออนุญาต

  • หลีกเลี่ยงการพูดเรื่องการเมือง โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับทิเบต

  • ยิ้มและไหว้แบบไทย ๆ คือมารยาทที่ทำให้คนท้องถิ่นรู้สึกดี

  • แต่งกายสุภาพเมื่อต้องเข้าเขตวัดหรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์

เทศกาลและกิจกรรมกลางธรรมชาติในเซี่ยวจิน

แม้จะเป็นเมืองเล็ก ๆ แต่ช่วงฤดูร้อนและใบไม้ร่วง เซี่ยวจินกลับมีชีวิตชีวาแบบสุด ๆ ทั้งเทศกาลท้องถิ่นและกิจกรรมกลางแจ้ง

เทศกาลแข่งม้าเซี่ยวจิน (Xiaojin Horse Racing Festival)

  • ช่วงเวลา: ประมาณกรกฎาคม–สิงหาคม (อิงปฏิทินจันทรคติทิเบต)

  • สถานที่: ทุ่งหญ้าใกล้ Rilong Town

สิ่งที่จะได้สัมผัสในเทศกาลนี้:

  • ขบวนพาเหรดนักขี่ม้าท้องถิ่นในชุดประจำเผ่า

  • การแข่งม้าและโชว์การขี่ม้าแบบผาดโผนสไตล์ทิเบต

  • การเต้นรำพื้นบ้านและเพลงจังหวะมัน ๆ กลางทุ่งหญ้า

  • ตลาดพื้นเมืองที่ขายทั้งของแฮนด์เมดและอาหารท้องถิ่น

ฤดูเดินป่าและกิจกรรมกลางแจ้ง (หน้าร้อน–ใบไม้ร่วง)

ช่วงนี้คือ high season ของสายเดินป่าทั้งชาวจีนและต่างชาติ ธรรมชาติอยู่ในช่วงสวยสุด ๆ ฟ้าใส แสงดี เหมาะกับการเล่นกิจกรรมกลางแจ้ง

ตัวอย่างกิจกรรมยอดนิยม

  • เดินสายเทรคไปยัง Base Camp ของยอด Yaomei Peak

  • แคมป์ดูดาวกลางคืนที่ Haizi Valley

  • ปั่นจักรยานในเส้นทางสวย ๆ ของ Shuangqiao Valley

FAQ – คำถามยอดฮิตก่อนบินไปเซี่ยวจิน

เซี่ยวจินมีร้านสะดวกซื้อหรือร้านขายยาหรือเปล่า?

ใน Rilong Town มีมินิมาร์ท ร้านขายของชำ และร้านขายยาพื้นฐานอยู่บ้าง แต่ไม่ได้เยอะเหมือนในเมืองใหญ่ แนะนำให้เตรียมยาสามัญและของจำเป็นมาจากไทยให้ครบก่อน

ใช้บัตรเครดิตได้ไหม?

ส่วนใหญ่ยังเน้นรับเงินสดหรือใช้แอปจ่ายเงินจีนอย่าง Alipay และ WeChat Pay มากกว่า ถ้าอยากใช้จ่ายสบาย ๆ ควรแลกเงินหยวนไปให้พอ และเตรียมแอปจ่ายเงินไว้ล่วงหน้าหากใช้งานเป็น

อินเทอร์เน็ตที่เซี่ยวจินเป็นยังไง?

ใน Rilong Town และที่พักส่วนมากมี Wi-Fi ให้ใช้ ความเร็วโอเค แต่ถ้าออกไปในหุบเขาหรือจุดลึก ๆ สัญญาณมือถืออาจอ่อนหรือหายไปเลย แนะนำให้ซื้อ e-sim ที่รองรับพื้นที่ห่างไกล และดาวน์โหลดแผนที่ออฟไลน์ติดเครื่องไว้

ผู้หญิงไปเที่ยวคนเดียวที่เซี่ยวจินโอเคไหม?

โดยรวมถือว่าปลอดภัย ชาวบ้านเป็นมิตร และเมืองนี้พึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นหลัก แต่อย่าลืมข้อควรระวังพื้นฐาน เช่น ไม่เดินคนเดียวดึก ๆ เลือกที่พักที่มีรีวิวดี และเช็กเส้นทางก่อนออกเดินทางทุกครั้ง

อาหารที่เซี่ยวจินรสชาติเป็นยังไง?

รสชาติค่อนข้างอิงอาหารเสฉวนที่ขึ้นชื่อเรื่องความเผ็ดและชาริมฝีปาก แต่ร้านในโซนท่องเที่ยวหลายแห่งสามารถปรับรสให้อ่อนลงได้ เมนูที่น่าลองคือหม้อไฟแบบทิเบต ข้าวผัดเนยยัก และบะหมี่ซุปใส

สรุปแบบสั้น ๆ:
ถ้าอยากเที่ยวธรรมชาติระดับโลก แต่ไม่อยากเจอผู้คนพลุกพล่าน เซี่ยวจินคือหนึ่งในพิกัดที่ควรเก็บเข้าลิสต์ ไม่ว่าคุณจะเป็นสายเทรค สายถ่ายรูป หรือแค่อยากหนีโลกไปสูดอากาศดี ๆ สักทริป ที่นี่มีครบทั้งภูเขาหิมะ หุบเขา วัด หมู่บ้าน และวัฒนธรรมท้องถิ่นที่โคตรมีเสน่ห์ ถึงเวลาหยิบเป้นั่งเครื่องไปกอดภูเขาที่เซี่ยวจินกันแล้ว