โลกออฟฟิศมันก็แบบนี้แหละ
เคยนั่งมองเพดานในออฟฟิศแล้วคิดในใจไหมว่า ชีวิตการทำงานนี่มันดราม่ายิ่งกว่าละครหลังข่าว ตั้งแต่ประโยคแปลกๆ ของหัวหน้า งานด่วนที่โผล่มาแบบไม่ให้ตั้งตัว ไปจนถึงคำว่า “เราคือครอบครัว” ที่ฟังแล้วอยากหัวเราะทั้งน้ำตา
ถ้าคุณอ่านมาถึงตรงนี้แล้วเผลอพยักหน้าเบาๆ อยู่หน้าจอ ก็ขอต้อนรับเข้าสู่โลกของชาวมนุษย์เงินเดือนอย่างเป็นทางการค่ะ
เพราะสิ่งที่คุณเจอ ไม่ใช่เรื่องเวอร์เกินจริง แต่มันคือชีวิตจริงของมนุษย์ออฟฟิศ และนี่คือเซ็ตมีมสุดฮาที่ขออาสาเป็นตัวแทนความปวดหัวแบบขำๆ ให้ทุกคนได้หัวเราะไปด้วยกัน
1. ก่อนเข้าประชุมใหญ่ ต้องพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้ก่อน
ก่อนจะเดินเข้าห้องประชุมใหญ่ทีไร ใจมันก็เริ่มสั่น มือก็เริ่มเย็น เลยต้องรีบตั้งจิตอธิษฐานแบบรัวๆ ว่า
“ขอให้พรีเซนต์ผ่านฉลุย ขออย่ามีใครถามคำถามยากๆ เลยนะเจ้าคะ!”
มนุษย์ออฟฟิศหลายคนคงเข้าใจดี ว่าบางทีเราไม่ได้กลัวงานเท่ากลัว Q&A ตอนท้าย
2. งานก็เหนื่อยพอแล้ว ยังต้องมารับมือคนอีก
จังหวะที่กำลังปั่นงานไฟลุก ใกล้เดดไลน์เต็มที แต่เพื่อนร่วมงานดันเดินมานั่งเมาท์ มาชวนคุย หรือโยนเรื่องจุกจิกมาให้เคลียร์เพิ่ม
ในใจนี่คือขึ้นประโยคทันทีว่า “เหนื่อยกับงานก็จะตายอยู่แล้ว ยังต้องมาเหนื่อยกับคนอีกหรอ…”
3. ปลอบใจตัวเองด้วยประโยคคลาสสิกทุกเช้า
ทุกเช้าวันจันทร์ โดยเฉพาะเช้าที่นาฬิกาปลุกดังรัวๆ เรามักจะพูดกับตัวเองในหัวว่า
“ลุกไปทำงานที่เรารักกันเถอะ”
แต่ภาพที่ลอยขึ้นมาในหัวคือหน้าเราที่นั่งเหม่อในรถไฟฟ้า หรือจ้องจอคอมแบบไร้วิญญาณ บอกเลยว่า นี่แหละ…ฉันในทุกเช้า
4. งานหนักไม่เคยฆ่าใคร…นอกจากคนทำ
หนึ่งในประโยคยอดฮิตจากหัวหน้าสายโค้ชคือ
“งานหนักไม่เคยฆ่าใครหรอก”
ก็จริงอยู่…เพราะคนพูดไม่ใช่คนทำ แต่คนทำคือแทบหมดลมไปแล้วค่ะพี่! ฟังแล้วได้แต่หัวเราะแห้งๆ อยู่หน้าจอ
5. ดุยับทุกเม็ด แต่ปิดท้ายด้วยคำว่าหวังดี
มีหัวหน้าบางสายที่คอมเมนต์ทีคือเจ็บทุกประโยค ดุกันแบบไม่เว้นช่องว่างให้หายใจ แต่พอตบท้ายก็จะบอกว่า
“พี่อยากให้น้องพัฒนาตัวเองนะ”
ก็เข้าใจว่าหวังดีแหละค่ะ…แต่หัวใจก็อยากขอเวลาพักฟื้นสักนิดนึง
6. หน้าที่เดียวที่ไม่มีใน JD คือ…เป็นทุกอย่างให้บริษัทแล้ว
บางทีอ่าน JD ตอนสมัครงานก็อย่างหนึ่ง แต่พอทำจริงเท่านั้นแหละ
ประสบการณ์ตรงของหลายคนคือ ทำทุกอย่างตั้งแต่งานตัวเอง ยันงานที่ไม่รู้ว่าเดิมทีเป็นของใคร
ได้แต่คิดในใจเบาๆ ว่า “ตำแหน่งเราคืออะไร ทำไมถึงต้องทำหมดทุกอย่างแบบนี้นะ” และปิดท้ายด้วยความรู้สึกว่า “หนูว่ามันแปลกๆ นะ”
7. ปากไม่พูด แต่อารมณ์หน้าคือฟ้องหมด
การประชุมบางอันไม่เกี่ยวกับเราเลย แต่ดันต้องเข้าไปนั่งฟัง แล้วอยู่ดีๆ เรื่องก็ค่อยๆ ไหลมาลงที่เราแบบงงๆ
สุดท้ายก็เลยไม่ได้ออกความคิดเห็นเท่าไหร่ แต่หน้าเรานี่แหละที่เป็นตัวแทนความรู้สึกทั้งหมด
ไม่ต้องพูดเยอะ สีหน้าบอกชัดแล้วว่ากำลังไม่โอเค
8. ว่างทั้งวันไม่สั่ง พอจะกลับบ้านดันมีงานด่วน
ช่วงเวลาที่เจ็บช้ำที่สุดของมนุษย์ออฟฟิศคือ ตอนกำลังเก็บของ เตรียมปิดคอม ลุกจากเก้าอี้ในเวลาเลิกงาน
แล้วจู่ๆ ก็มีเสียงดังมาว่า “เดี๋ยวมีงานด่วนให้ช่วยหน่อย”
ทั้งที่ว่างมาทั้งวัน แต่ดันมาเข้าโหมด The Last Minute ตอนจะกลับบ้านทุกที
9. ทำได้ค่ะพี่…แต่หัวใจร้องไห้
มนุษย์เงินเดือนบางทีเก่งตรงที่ ยิ้มรับทุกโจทย์ ไม่ว่าจะหนักแค่ไหนก็ยังตอบกลับไปด้วยความสุภาพว่า
“ได้ค่ะ/ครับ พี่สั่งมาเลย”
แต่ในใจนี่คืออยากทรุดลงกับพื้น พร้อมกับร้องไห้เป็นสายเลือดแบบเงียบๆ
10. ที่นี่เราอยู่กันแบบครอบครัว…แต่ครอบครัวไหนไม่แน่ใจ
วลีเด็ดประจำหลายออฟฟิศคือ
“ที่นี่เราอยู่กันแบบครอบครัว”
ฟังดูอบอุ่นมาก แต่บางทีบรรยากาศในที่ทำงานก็แอบคล้ายละครครอบครัวดราม่าเลือดข้นคนจางอยู่เหมือนกันนะคะ
11. ทำงานแบบสับ แต่หน้าที่คือสับสน
ออฟฟิศยุคใหม่คือทำงานกันแบบ “เร็ว แรง สับ” จนบางทีเราเองก็เริ่มสับสนว่า
ตกลงใครทำหน้าที่อะไร ใครคือเจ้าของงานตัวจริงกันแน่
ทำไปทำมาจากงานหนึ่งชิ้น กลายเป็นงานรวมพลังของทั้งทีมแบบงงๆ
มีมหัวเราะ คลายเครียดให้มนุษย์เงินเดือน
อ่านมาถึงตรงนี้ เชื่อเลยว่าหลายคนต้องมีสักมีมที่รู้สึกว่า “นี่มันชีวิตฉันชัดๆ”
แม้งานจะหนัก ใจจะล้า สมองจะล้าแค่ไหน อย่างน้อยการได้หัวเราะกับมีมพวกนี้ก็ช่วยให้วันทำงานดูเบาลงนิดหนึ่ง
สุดท้ายแล้ว โลกของมนุษย์ออฟฟิศอาจจะเต็มไปด้วยเรื่องชวนปวดหัว แต่ก็เต็มไปด้วยโมเมนต์ฮาๆ ที่เล่าแล้วคนอื่นเข้าใจทันทีเหมือนกัน
แล้วคุณล่ะ มีเรื่องราวหรือโมเมนต์สุดป่วนในออฟฟิศอะไรที่ถ้าเอามาทำเป็นมีมต้องฮาแน่นอนบ้างไหม? ลองเก็บไว้ขำกับเพื่อนร่วมงาน หรือแชร์ให้ชาวมนุษย์เงินเดือนด้วยกันดูสิ เผื่อจะได้หัวเราะไปพร้อมๆ กันค่ะ

