ภาพรวมตลาดรถยนต์ใช้แล้วปี 2568

อุตสาหกรรมรถยนต์มือสองไทยกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อครั้งใหญ่ ทั้งจากแรงกดดันเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงด้านราคา พฤติกรรมผู้บริโภคที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป รวมถึงการมาของยานยนต์ไฟฟ้า ที่กำลังเขย่ากฎเดิมของตลาดแบบยกแผง
ภายในงานแถลงข่าวหัวข้อ “เจาะลึกธุรกิจรถยนต์ใช้แล้ว รวมพลังฝ่าวิกฤติ” ภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน และสถาบันการเงิน จึงมาร่วมกันมองทิศทางครึ่งปีหลัง 2568 พร้อมวางหมุดหมายใหม่ให้กับตลาดรถมือสองไทย
รวมพลังทั้งระบบ: จากวิกฤติสู่โอกาสยกเครื่องอุตสาหกรรม
สมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วผลักดันให้เวทีนี้เป็นมากกว่าการอัปเดตสถานการณ์ แต่เป็น จุดเริ่มของการยกระดับทั้งอุตสาหกรรม ตั้งแต่มาตรฐานการขาย ความโปร่งใส ไปจนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในระยะยาว



ในมุมมองของสมาคมฯ ธุรกิจรถมือสองวันนี้ไม่ใช่แค่ “ขายรถราคาดี” อีกต่อไป แต่คือการวางระบบให้ธุรกิจอยู่รอดอย่างยั่งยืน ท่ามกลางดอกเบี้ยที่กดดัน กำลังซื้อที่เปลี่ยนไป และการแข่งขันจากทั้งรถใหม่ป้ายแดงและรถไฟฟ้า
หัวใจสำคัญคือการจับมือกันทั้งระบบ ตั้งแต่ภาครัฐ ผู้ประกอบการรายใหญ่-รายย่อย ไปจนถึงสถาบันการเงิน เพื่อให้ธุรกิจเดินต่อได้ ไม่สะดุดกลางทาง
เสียงจากสมาคมรถยนต์ใช้แล้ว: วิกฤติครั้งนี้คือจุดเปลี่ยน
ผู้นำสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วสะท้อนว่า วันนี้ธุรกิจกำลังอยู่บนทางแยกสำคัญ ปัจจัยที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกัน ได้แก่
ภาวะเศรษฐกิจที่บีบทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย
ราคาสินค้าและต้นทุนที่ผันผวน
พฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการข้อมูลโปร่งใส ตรวจสอบได้
บทบาทของไฟแนนซ์และสถาบันการเงินที่มีผลต่อการปิดดีล
จากเดิมที่ผู้ประกอบการต้องสู้กันเอง วันนี้โจทย์ใหญ่คือ “จะยกระดับทั้งอุตสาหกรรมไปด้วยกันอย่างไร” ทั้งในด้านมาตรฐานรถ ความชัดเจนของข้อมูล และระบบสนับสนุนด้านการเงินสำหรับรายย่อย


หากตั้งระบบได้ดีวันนี้ จะกลายเป็นฐานให้ตลาดรถยนต์มือสองเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว ไม่ใช่แค่เอาตัวรอดระยะสั้น
มุมมองจากสถาบันการเงิน: สภาพคล่องคืออาวุธสำคัญ
อีกหนึ่งไฮไลต์ของงาน คือการอัปเดตภาพรวมเศรษฐกิจ และทิศทางการสนับสนุนจากภาคการเงิน ที่มีผลโดยตรงต่อการปล่อยสินเชื่อรถมือสอง และความสามารถในการซื้อของผู้บริโภค
สถาบันการเงินหลักหลายแห่งร่วมแลกเปลี่ยนถึงแนวทางสนับสนุนธุรกิจ เช่น
การออกแบบผลิตภัณฑ์สินเชื่อให้เหมาะกับสภาพตลาด
การช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการรายย่อย
การบริหารความเสี่ยงควบคู่ไปกับการเปิดโอกาสให้ตลาดยังเดินต่อ
เมื่อไฟแนนซ์เดินเกมสอดรับกับสภาพจริงของตลาด รถมือสองก็ยังเป็น “โอกาส” ได้ แม้ในวันที่เศรษฐกิจไม่สดใส
รถไฟฟ้า (EV) เขย่าตลาด: โจทย์ใหม่ของรถมือสอง
ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า ตลาดรถมือสองก็หลีกเลี่ยงแรงกระเพื่อมนี้ไม่พ้น ไม่ใช่แค่เรื่อง “ขาย EV มือสองได้ไหม” แต่ลึกไปถึงโครงสร้างทั้งระบบ
ประเด็นที่ถูกหยิบมาพูดคุยในเสวนาเรื่อง “EV กับความเชื่อมั่นของ Eco System” ได้แก่
ความพร้อมของตลาดรองสำหรับรถ EV มือสอง
การรับประกัน แบตเตอรี่ อายุการใช้งาน และต้นทุนซ่อมบำรุง
ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อรถ EV ที่ผ่านการใช้งานแล้ว
การเตรียมตัวของผู้ประกอบการรถมือสองต่อยุค EV


ใครที่มองเกม EV ขาด อาจเสียโอกาสทั้งตลาดในอนาคต เพราะเมื่อรถใหม่ไฟฟ้าถูกลง ตลาดมือสองก็จะต้องมีคำตอบที่ชัดเจนสำหรับผู้ซื้อเช่นกัน
มาตรฐาน-ความโปร่งใส: กุญแจสร้างความเชื่อมั่นระยะยาว
อีกหนึ่งหมุดหมายใหญ่ของงานนี้ คือการวางแนวทางเพื่อยกระดับมาตรฐานธุรกิจรถยนต์ใช้แล้วให้โปร่งใส และตรวจสอบได้มากขึ้น โดยมีหน่วยงานรัฐสำคัญร่วมผลักดัน
ทิศทางที่ถูกพูดถึง เช่น
การกำหนดมาตรฐานข้อมูลรถมือสองให้ชัดเจนขึ้น
การลดช่องโหว่ที่เปิดโอกาสให้เกิดการเอาเปรียบผู้บริโภค
การเสริมระบบติดตามธุรกรรมให้โปร่งใส และสอดคล้องกับกฎหมาย
เป้าหมายไม่ใช่แค่ “ขายได้วันนี้” แต่คือการทำให้ผู้บริโภครู้สึกมั่นใจว่าซื้อรถมือสองแล้วไม่ต้องลุ้น ทั้งเรื่องสภาพรถ เอกสาร และประวัติการใช้งาน
เวทีที่ไม่ได้มีแค่คำพูด แต่คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง


เวทีแถลงข่าวครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นแค่การรายงานสถานการณ์ตลาด แต่เป็น พื้นที่ที่ทุกภาคส่วนได้มองอนาคตร่วมกัน ทั้งในมุมธุรกิจ กฎเกณฑ์ และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
สิ่งที่สะท้อนชัดคือ
ภาครัฐพร้อมเปิดทางและวางกรอบเพื่อการเติบโตอย่างมีธรรมาภิบาล
เอกชนพร้อมยกระดับมาตรฐานตัวเอง ไม่หนีความโปร่งใส
ภาคการเงินพร้อมเป็นฟันเฟืองช่วยเสริมสภาพคล่องและออกแบบผลิตภัณฑ์ให้สอดรับกับความจริงของตลาด
ถ้าความร่วมมือครั้งนี้ต่อยอดได้จริง ตลาดรถยนต์ใช้แล้วไทยอาจไม่ใช่แค่ “ตลาดของคนหาของถูก” แต่จะกลายเป็นตลาดที่ผู้บริโภคมั่นใจ และผู้ประกอบการเติบโตได้อย่างมืออาชีพในระยะยาว

