อาหารไทย: ซอฟต์พาวเวอร์ + วิทยาศาสตร์โภชนาการ

อาหารไทยคือหนึ่งใน Soft Power ที่ทรงพลังที่สุดของประเทศ ชูจุดเด่นด้วยวัตถุดิบหลากหลาย วัฒนธรรมการกินที่ไหลจากครัวในบ้านออกสู่สตรีทฟู้ด และสร้างเม็ดเงินมูลค่ามหาศาลในแต่ละปี
ในทุกจานอร่อย นอกจากร้านอาหารจะได้ประโยชน์แล้ว ยังมีแบรนด์อาหารเบื้องหลังมากมายที่เติบโตไปพร้อมกับพฤติกรรมการกินของคนไทย หนึ่งในนั้นคือ อายิโนะโมะโต๊ะ ที่อยู่คู่ครัวไทยมาหลายทศวรรษ
แม้ผงชูรสจะเคยถูกตั้งคำถามเรื่องสุขภาพหากบริโภคมากเกินไป แต่ความนิยมในหมู่พ่อครัวแม่ครัวยังไม่เคยลดลง และเมื่อสังคมเดินเข้าสู่ยุคของคนรุ่นใหม่ อายิโนะโมะโต๊ะจึงเลือกยกระดับตัวเองจากแค่ผงปรุงรส ไปสู่แบรนด์ที่ผลักดันเรื่อง “โภชนาการและสุขภาพที่ดี” ผ่านแนวคิด AminoScience – ศาสตร์แห่งกรดอะมิโน เพื่อสร้างมิติใหม่ให้ธุรกิจอาหาร และต่อยอดสู่สังคมที่ กินดี มีสุข อย่างยั่งยืน

3 กลยุทธ์ใหญ่: กินดี สังคมดี สิ่งแวดล้อมดี
อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) เดินหน้าธุรกิจด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน วางโครงหลักผ่าน 3 กลยุทธ์ เพื่อขยับจากแบรนด์เครื่องปรุงรส ไปสู่การเป็นพาร์ตเนอร์ด้านคุณภาพชีวิตของคนไทย
1. ขยายตลาด – เติบโตไปพร้อมไลฟ์สไตล์ “กินดี มีสุข”
เป้าหมายแรกคือการต่อยอดตลาดและสร้างการเติบโต ด้วยการพัฒนาทั้งผลิตภัณฑ์เดิมและนวัตกรรมใหม่ ให้ตอบโจทย์คนยุคนี้ที่อยากทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพ
ในกลุ่มเครื่องปรุงรส
ปรับกลยุทธ์การสื่อสารให้เป็นมิตร เข้าใจง่าย และเข้าถึงคนรุ่นใหม่มากขึ้น
ใช้ ผงชูรสอายิโนะโมะโต๊ะ เป็นตัวแทนประสบการณ์การทำอาหารที่ทั้งสนุก อร่อย และคำนึงถึงสุขภาพของผู้บริโภค
เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อีกหลายรายการตลอดปี เพื่อเติมตัวเลือกให้ผู้บริโภคที่ใส่ใจเรื่องโภชนาการ
ในกลุ่มกาแฟเบอร์ดี้
รีเฟรชภาพลักษณ์และการสื่อสารให้ทันยุค เข้ากับคนทำงานและคนรุ่นใหม่
เพิ่มไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ ตอบโจทย์ความสะดวกและรูปแบบการดื่มกาแฟที่เปลี่ยนไป
ในกลุ่มอาหารแช่แข็งสไตล์ญี่ปุ่นและเมนูพร้อมทาน (Ready-to-eat)
เน้นเมนูที่กินง่าย เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนเมืองที่เวลาเร่งรีบ แต่ยังห่วงสุขภาพ
เตรียมพัฒนา ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกรดอะมิโน โดยใช้นวัตกรรมจาก AminoScience ให้เหมาะกับหลายกลุ่ม ทั้งคนรักกีฬา คนสายสุขภาพ และสายดูแลความงาม
มีการเปิดตัว Amino Vital Fit เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์แอคทีฟที่ต้องการฟื้นฟูและเสริมสมรรถภาพร่างกาย
ในด้านเซอร์วิสและแพลตฟอร์มสุขภาพ
เดินหน้าพัฒนา แอปพลิเคชัน i-LiveWell – แพลตฟอร์มกินดีมีสุขฉบับมนุษย์เงินเดือน
วางแผนจับมือพันธมิตรหลากหลาย ทั้งธนาคาร ประกันสุขภาพ โค้ชสุขภาพ และบริการแพทย์ทางไกล (telemedicine)
มีเป้าหมายขยายการใช้งานแอปฯ ไปยังองค์กรและบริษัทอื่นๆ เพื่อให้มนุษย์เงินเดือนเข้าถึงการดูแลสุขภาพแบบครบวงจรมากขึ้น
2. หนุนโภชนาการกีฬา – เติมพลังให้นักกีฬาไทยและคนรักการออกกำลังกาย
อีกหนึ่งเสาหลักคือการต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านโภชนาการกีฬา ผ่านการสานต่อโครงการ Thailand Victory Project ซึ่งเดินหน้ามาอย่างยาวนาน และเตรียมสนับสนุนกีฬาซีเกมส์ 2025 อย่างต่อเนื่อง
หัวใจสำคัญคือการนำองค์ความรู้ด้าน AminoScience จากญี่ปุ่น มาปรับใช้ในไทย ผ่านแนวคิด มื้ออาหารแห่งชัยชนะ (Winning Meals® Kachimeshi) ซึ่งเป็นแผนโภชนาการที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้นักกีฬาทีมชาติไทยดึงศักยภาพออกมาได้เต็มที่
ใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่มเจลพลังงานที่อุดมด้วยกรดอะมิโน เพื่อเสริมพลังและการฟื้นตัวของร่างกาย
วางระบบโภชนาการแบบครบวงจร ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการฝึกซ้อมและแข่งขัน
นอกจากนี้ยังเตรียมเปิดตัว Ajinomoto Victory Canteen ห้องอาหารโฉมใหม่สำหรับนักกีฬา ที่ไม่ใช่แค่ “ที่กินข้าว” แต่เป็น พื้นที่โภชนาการ + พื้นกิจกรรม สำหรับพัฒนาศักยภาพและปลดล็อกพลังของทัพนักกีฬาไทยในระยะยาว
3. FarmAI + Traceability – เกษตรยั่งยืน ลดคาร์บอนอย่างมีระบบ
ด้านสิ่งแวดล้อม อายิโนะโมะโต๊ะวางเป้าชัดเจนเรื่องการลดการปล่อยคาร์บอน ควบคู่ไปกับการทำเกษตรแบบยั่งยืนและตรวจสอบย้อนกลับได้ (traceability)
ขยายผลโครงการ “Thai Farmer Better Life Partner” ตั้งเป้าปริมาณวัตถุดิบที่ตรวจสอบย้อนกลับได้เพิ่มเป็น 45,000 ตัน หรือราว 30%
ใช้แอปพลิเคชัน FarmAI เป็นเครื่องมือหลักในการตรวจสอบการดำเนินงานในระบบ ecosystem ทางการเกษตร
เดินหน้าโมเดล Ajinomoto FD Green one-stop service สร้างเครือข่ายเกษตรครบวงจรกับพาร์ตเนอร์
ยกระดับผลผลิตและคุณภาพวัตถุดิบให้กับเกษตรกรมันสำปะหลังและกาแฟ พร้อมทั้งออกแบบระบบเกษตรที่ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนใน Scope 3
เป้าหมายไม่ใช่แค่กำไร แต่คือการสร้างระบบอาหารที่ดีต่อทั้งคนและโลก
ผลลัพธ์ปี 2567: กินดีขึ้น ธุรกิจโตขึ้น โลกยั่งยืนขึ้น
แม้ธุรกิจอาหารในปีที่ผ่านมาเผชิญโจทย์ใหญ่ ทั้งเงินเฟ้อ พฤติกรรมการใช้จ่ายที่เปลี่ยนไป และกระแส ESG ที่เข้มข้นขึ้น แต่อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) ยังสามารถสร้างผลงานที่น่าจับตา
ภาพรวมธุรกิจ
รายได้รวม 32,663 ล้านบาท อยู่ในอันดับที่ 6 ของกลุ่มผู้ผลิตอาหาร
เสิร์ฟ อาหารเพื่อสุขภาพ 248 ล้านมื้อ เพิ่มขึ้นถึง 24% จากปีก่อน
ในกลุ่มนวัตกรรมอาหาร
ผงชูรสอายิโนะโมะโต๊ะ* ครองส่วนแบ่งตลาดราว 90%
รสดี* ครองส่วนแบ่งตลาดราว 80%
กาแฟกระป๋องเบอร์ดี้* ครองส่วนแบ่งตลาดราว 50%
กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเสริมกรดอะมิโน* เติบโตประมาณ 30%
กลุ่มอาหารแช่แข็ง* เติบโตโดดเด่นกว่า 80%
(*ตัวเลขเป็นสัดส่วนประมาณการ)
ด้านความยั่งยืน ก็ไม่ใช่แค่คำสวยหรู แต่มีผลลัพธ์ชัดเจน
ลดการปล่อยคาร์บอนใน Scope 1 และ 2 ได้ถึง 92%
ลดของเสียจากอาหารได้ 82% หรือราว 1,600 ตัน
ลดการใช้น้ำลง 92%
ทำแคมเปญ Upcycling เก็บพลาสติกกลับมาได้กว่า 1.5 ล้านชิ้น ร่วมกับพันธมิตร
ปรับชุดยูนิฟอร์มพนักงานขายและโรงงานเป็นเสื้อที่ทำจากขวดพลาสติกรีไซเคิล 180,000 ขวด รวมราว 9,000 ชุด
ติดตั้งหลังคาพลังงานแสงอาทิตย์ที่โรงงานผลิตเกือบครบ 100%
ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า การเติบโตทางธุรกิจและการดูแลโลกสามารถเดินไปด้วยกันได้จริง

โฟกัสแต่ละหน่วยธุรกิจ: ลึกขึ้น ชัดขึ้น ใกล้ชีวิตประจำวันมากขึ้น
เพื่อให้กลยุทธ์ “กินดี มีสุข” ลงไปถึงชีวิตจริงของผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม อายิโนะโมะโต๊ะจึงขับเคลื่อนผ่านหลายหน่วยธุรกิจที่มีโจทย์ต่างกัน แต่มุ่งไปสู่จุดหมายเดียวกัน
กลุ่มผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน (Household Business)
โฟกัสหลักคือ เจาะคนรุ่นใหม่ และปรับรูปแบบการสื่อสารให้เข้าถึงง่าย เป็นกันเองมากขึ้น
ดึง “AjiPanda” มาเป็น Brand Ambassador ของกลุ่มบริษัทอายิโนะโมะโต๊ะทั่วโลก และเริ่มสื่อสารกับผู้บริโภคไทยในฐานะตัวแทนของความสุขในการกินและการใช้ชีวิตที่มีสุขภาพดี
ในกลุ่ม รสดี มีการพัฒนาสินค้าเพื่อเป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น เช่น
รสดีเมนู แป้งชุบทอดปรุงรสสำเร็จ สูตรลดการอมน้ำมันลง 30% และลดโซเดียม
รสดีมายด์ ลดเกลือประมาณ 15% ให้รสนุ่มนวล เค็มพอดี แต่ยังคงเอกลักษณ์ความเข้มข้น
ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ทำอาหารได้สะดวกขึ้น เช่น รสดีซุปก้อน ฮอทพอท รสซุปหม่าล่า สำหรับสายหม้อไฟ
ในกลุ่ม เบอร์ดี้
เปิดตัวสูตร Zero Sugar เพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ยังอยากดื่มกาแฟอร่อย แต่ไม่อยากแบกน้ำตาลส่วนเกิน
เปิดตัว “เบอร์ดี้คาเฟ่” แบบขวด PET ดีไซน์เทรนดี้ พร้อมช่วยหนุนเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟไทย
กลุ่มโภชนาการและสุขภาวะ (Nutrition and Well-Being)
หน่วยงานนี้ใช้ AminoScience เป็นจุดแข็ง สร้างกิจกรรมและผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทุกวัย ทุกไลฟ์สไตล์
ในกลุ่มผลิตภัณฑ์อะมิโน มีไลน์โปรดักต์ที่ออกแบบเฉพาะกลุ่ม เช่น
“อะมิโนไวทัล วอเตอร์ชาร์จ” เครื่องดื่มเติมความสดชื่น เหมาะกับงานวิ่งและคนที่ชอบกิจกรรมกลางแจ้ง
“อายิโนะโมะโต๊ะ อะมิโนไนท์” ผลิตภัณฑ์เสริมการนอน ที่ออกแบบประสบการณ์การหลับลึกแบบ Immersive เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นฟูเต็มที่
“อะมิโนมอฟ” สำหรับผู้สูงวัย ผูกกับแนวคิดการท่องเที่ยวไปพร้อมกับการสนับสนุนสังคมผู้สูงอายุที่มีสุขภาพดี
ในกลุ่มอาหารแช่แข็งสไตล์ญี่ปุ่นและเมนูพร้อมทาน
เปิดตัว “อายิโนะโมะโต๊ะ ควิก มีล” โจ๊กพร้อมทานสูตรต้นตำรับ เจาะกลุ่มคนเมืองที่อยากได้มื้อเช้า/มื้อด่วนแบบง่ายแต่ยังรู้สึกดีต่อสุขภาพ
เปิดตัว เกี๊ยวซ่า ฮาเนะสึกิ และเตรียมขยายไลน์อาหารแช่แข็งสไตล์ญี่ปุ่น ที่ทั้งกินง่ายและคำนึงถึงโภชนาการ
กลุ่มธุรกิจร้านอาหารและร้านค้า (Food Vendor Business)
กลุ่มนี้เป็นด่านหน้าในโลกจริง เพราะดีลกับร้านอาหารและสตรีทฟู้ดโดยตรง เป้าคือทำให้สตรีทฟู้ดไทย “อร่อย + สะดวก + บริหารต้นทุนได้”
ตลาดร้านอาหารในไทยมีมูลค่าราว 1 ล้านล้านบาท มีจำนวนร้านตั้งแต่ 700,000 ถึง 1,000,000 ร้าน
พบว่าราว 80% ของร้าน Food Vendor ในไทยใช้ผลิตภัณฑ์ของอายิโนะโมะโต๊ะ อยู่แล้ว
ปีนี้จึงเน้นสนับสนุนให้ร้านอาหารทำงานง่ายขึ้น เช่น
เปิดตัว “ซุปก๋วยเตี๋ยวรสดี แบบน้ำ สูตรซุปกระดูกหมูเคี่ยวนาน” ช่วยให้ร้านก๋วยเตี๋ยวกว่า 200,000 ร้านในไทย
ลดขั้นตอนการเคี่ยวน้ำซุปเอง
ช่วยลดการทิ้งอาหารได้ถึงประมาณ 67%
เปิดตัว “อายิพลัส ผงนัวสูตรเข้มข้น” ที่ช่วยให้ร้านปรุงอาหารได้อร่อยคงที่ ไม่แกว่งเรื่องรสชาติ
กลุ่มสร้างธุรกิจใหม่ (New Business Creation)
หน่วยนี้มองไกลไปถึงอนาคตของระบบอาหารและเทรนด์ใหญ่ของโลก เน้น นวัตกรรมอาหาร + ไบโอเทค เพื่อรับมือ 3 เทรนด์สำคัญ
วิกฤติด้านอาหาร (Food Crisis)
สังคมสูงวัย
ความยั่งยืน (Sustainability)
หนึ่งในแนวทางคือการสนับสนุน สตาร์ทอัปด้าน Food & BioTech
ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จัดงาน Techbite Food&BioTech Accelerator
เปิดให้สตาร์ทอัปเข้าร่วมกว่า 55 ทีม และคัดเหลือ 10 ทีมเข้ารอบ เพื่อเข้าโปรแกรมเรียนรู้และต่อยอด 3 เดือน
เป้าหมายคือสร้างนวัตกรรมที่ตอบเทรนด์โลก และเชื่อมกลับไปสู่ชีวิตจริงของผู้บริโภค
สรุป: กินให้อร่อยแล้วต้องดีต่อร่างกาย ดีต่อสังคม และดีต่อโลกด้วย
เมื่อดูครบทั้งภาพ จะเห็นว่าอายิโนะโมะโต๊ะไม่ได้ยืนอยู่แค่ในฐานะ “ผงชูรสในครัว” อีกต่อไป แต่กำลังขยับตัวเองไปเป็น ผู้เล่นสำคัญในระบบอาหารและสุขภาพของคนไทย
ในระดับจานอาหาร: ทำให้การทำกับข้าวง่ายขึ้น อร่อยขึ้น สุขภาพดีขึ้น
ในระดับไลฟ์สไตล์: มีผลิตภัณฑ์และแพลตฟอร์มที่ช่วยดูแลทั้งคนทำงาน คนรักกีฬา คนเมือง คนสูงวัย
ในระดับสังคมและสิ่งแวดล้อม: หนุนโภชนาการกีฬา เกษตรกรไทย และลดผลกระทบต่อโลกอย่างจริงจัง
หัวใจคือการผลักดันให้คนไทย “กินดี มีสุข” ไม่ใช่แค่วันนี้ แต่เป็นแบบยั่งยืนในระยะยาว และทำให้ทุกมื้อที่เราตักเข้าปาก ดีต่อเรา ดีต่อคนรอบตัว และดีต่อโลกใบนี้ไปพร้อมกัน

