รับแอปรับแอป

26 สิงหาคมไม่ใช่แค่วันของน้องหมา แต่คือวันของเศรษฐกิจหมื่นล้านทั่วโลก

ชยพล ศรีอุดม01-29

26 สิงหาคม : จากวันของน้องหมา สู่วันของเศรษฐกิจหมื่นล้าน

วันที่ 26 สิงหาคมของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น “วันสุนัขโลก” (International Dog Day) ตั้งแต่ปี 2004 โดยคอลลีน เพจ (Colleen Paige) นักกิจกรรมด้านสิทธิสัตว์และผู้เชี่ยวชาญเรื่องการใช้ชีวิตร่วมกับสัตว์เลี้ยงชาวสหรัฐฯ

สาระสำคัญของวันนี้ ไม่ได้มีแค่การเฉลิมฉลองความน่ารักของสุนัขในฐานะ “เพื่อนแท้ของมนุษย์” แต่ยังต้องการกระตุ้นให้คนหันมา รับเลี้ยงสุนัขจรจัด แทนการซื้อขายแบบขาดความรับผิดชอบ

ตลอดเวลากว่า 20 ปี “วันสุนัขโลก” จึงกลายเป็นทั้งสัญลักษณ์ด้านสังคม และกระจกสะท้อนพลวัตด้านเศรษฐกิจ ว่า “สุนัข” ไม่ได้เป็นแค่สัตว์ที่อยู่ในบ้าน แต่เป็น ฟันเฟืองหลักของอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงโลก มูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์ ที่ยังคงโตต่อเนื่องแบบไม่มีทีท่าจะชะลอ

มูลค่าตลาดสัตว์เลี้ยงโลก : ตัวเลขที่โตเร็วไม่แพ้ความรัก

ข้อมูลจาก Fortune Business Insights (2024) ชี้ให้เห็นภาพใหญ่ของอุตสาหกรรมนี้อย่างชัดเจน

  • มูลค่าตลาดสินค้าและบริการสัตว์เลี้ยงทั่วโลก อยู่ที่ 259,370 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

  • มีแนวโน้มขยายตัวแตะ 427,750 ล้านดอลลาร์ ภายในปี 2032

  • เติบโตเฉลี่ย (CAGR) ราว 6.6% ช่วงปี 2025-2032

เมื่อเจาะลึกลงไปในโครงสร้างตลาด จะพบว่า “สุนัข” คือหัวใจหลักของอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยง

  • สุนัขครองสัดส่วนราว 48.09% ของตลาดทั้งหมด

  • ครอบคลุมตั้งแต่อาหาร ของใช้ ไปจนถึงบริการเสริมหลากหลายรูปแบบ

กล่าวได้ว่า หากไม่มีตลาดสุนัข อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงโลกคงไม่สามารถโตได้แรงขนาดนี้

Humanization of Pets : เมื่อสุนัขกลายเป็นสมาชิกครอบครัว

รายงานจาก Bloomberg Intelligence ประเมินว่า เศรษฐกิจสัตว์เลี้ยงทั่วโลกอาจพุ่งแตะ 500,000 ล้านดอลลาร์ ภายในปี 2030

เบื้องหลังตัวเลขสุดโหดนี้ คือเทรนด์สำคัญที่เรียกว่า “Humanization of Pets” หรือการที่เจ้าของเริ่มมองว่าสุนัขไม่ใช่แค่สัตว์เลี้ยง แต่คือ สมาชิกครอบครัวเต็มตัว

ผลลัพธ์คือ พฤติกรรมการใช้จ่ายที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน

  • ยอมจ่ายเพื่ออาหารคุณภาพสูงขึ้น

  • ให้ความสำคัญกับสุขภาพและบริการทางการแพทย์เฉพาะทาง

  • มองหาบริการเสริม ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทั้งของคนและน้องหมา

เมื่อความรักถูกแปลงเป็นเม็ดเงิน ตลาดสุนัขจึงกลายเป็นหนึ่งในเซ็กเมนต์ที่ร้อนแรงที่สุดของโลกสัตว์เลี้ยง

ไทยขึ้นแท่นผู้นำอาเซียน : มูลค่าตลาดแตะ 1,500 ล้านดอลลาร์

จากรายงาน Global Pet Industry (2023) ระบุว่า ประเทศไทยมีมูลค่าตลาดสินค้าสัตว์เลี้ยงประมาณ 1,500 ล้านดอลลาร์

  • ถือเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน

  • คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง ด้วยอัตรา CAGR ราว 8.7% ภายในปี 2029

หากมองเฉพาะฝั่งอาหารสุนัข ตัวเลขก็ยิ่งสะท้อนพลังการเติบโตของตลาดไทยได้ชัดเจน

ข้อมูลจาก Mordor Intelligence (2024) คาดการณ์ว่า

  • ปี 2025 มูลค่าตลาดอาหารสุนัขไทยจะอยู่ที่ 2,220 ล้านดอลลาร์

  • ปี 2030 จะขยับขึ้นเป็น 3,720 ล้านดอลลาร์

  • เติบโตเฉลี่ย (CAGR) สูงถึง 10.85%

ด้านจำนวนประชากรสัตว์เลี้ยงในไทย Nation Thailand (2024) รายงานว่า

  • ปี 2025 ไทยจะมีสัตว์เลี้ยงรวมราว 5.38 ล้านตัว

  • ในจำนวนนั้นกว่า 3.45 ล้านตัวเป็นสุนัข

  • จำนวนสุนัขเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 19% ระหว่างปี 2021-2024

ตัวเลขเหล่านี้กำลังบอกเราว่า ไทยไม่ได้เป็นแค่ “ประเทศคนรักหมา” แต่กำลังกลายเป็น ฮับธุรกิจเกี่ยวกับสุนัขในภูมิภาค อย่างเต็มตัว

เทรนด์ธุรกิจสุนัขมาแรง : พรีเมี่ยม สุขภาพ และเทคโนโลยี

เมื่อเจ้าของมองสุนัขเป็นเสมือนลูก ธุรกิจรอบตัวน้องหมาจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องอาหารเม็ดราคาประหยัด แต่ขยับสู่ความพรีเมี่ยมและใส่ใจสุขภาพมากขึ้นทุกปี

1. อาหารสุนัขพรีเมี่ยม : ไม่ใช่แค่กินอิ่ม แต่ต้องดีต่อสุขภาพ

เจ้าของสุนัขจำนวนมากยอมจ่ายเพิ่ม เพื่อได้อาหารที่ตอบโจทย์สุขภาพและไลฟ์สไตล์ของน้องหมาแต่ละตัว

เทรนด์อาหารยอดนิยม เช่น

  • สูตร Grain-free หลีกเลี่ยงธัญพืชที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้

  • สูตร Organic เน้นวัตถุดิบธรรมชาติ ปลอดสารเคมี

  • สูตรเฉพาะโรค เช่น สูตรสำหรับสุนัขโรคไต โรคหัวใจ หรือผิวแพ้ง่าย

ตลาดพรีเมี่ยมนี้ดึงดูดให้แบรนด์ระดับโลกอย่าง Royal Canin, Hill’s, Orijen และอีกหลายแบรนด์ รุกตลาดเอเชีย รวมถึงไทยอย่างจริงจัง

2. บริการสุขภาพและประกันสุนัข : การแพทย์สัตว์เลี้ยงที่จริงจังกว่าเดิม

ทั่วโลก ตลาดประกันสุขภาพสัตว์เลี้ยงมีมูลค่าเกิน 3,000 ล้านดอลลาร์ ในปี 2023 และยังขยายตัวมากกว่า 20% ต่อปี

สำหรับประเทศไทย แนวโน้มด้านสุขภาพสุนัขก็เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ

  • คลินิกเฉพาะทางสำหรับสุนัข เช่น คลินิกโรคหัวใจ คลินิกผิวหนัง เริ่มเปิดให้บริการมากขึ้น

  • เจ้าของหลายคนเริ่มมองหา ประกันสุขภาพสัตว์เลี้ยง เพื่อช่วยบริหารความเสี่ยงค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลในระยะยาว

ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า คนไม่ได้มองการพาสุนัขไปหาหมอเป็น “ค่าใช้จ่ายจำเป็น” อีกต่อไป แต่เป็น การลงทุนในคุณภาพชีวิตของสมาชิกในบ้าน

3. โรงแรมและเดย์แคร์สุนัข : ไลฟ์สไตล์เมืองใหญ่ที่ไม่ทิ้งน้องหมาไว้ข้างหลัง

เมื่อชีวิตคนเมืองเต็มไปด้วยการเดินทาง ทำงานหนัก และออกทริปบ่อย การฝากดูแลสุนัขจึงกลายเป็นบริการสำคัญที่เติบโตตามมา

ในเมืองใหญ่ของไทยอย่าง กรุงเทพฯ ภูเก็ต และเชียงใหม่ เริ่มมีธุรกิจโรงแรมและเดย์แคร์สุนัขเกิดขึ้นต่อเนื่อง

ลักษณะบริการที่พบได้บ่อย เช่น

  • โรงแรมรับฝากสุนัขแบบหรู ตกแต่งทันสมัย สะอาด ปลอดภัย

  • มีการติดตั้ง กล้อง CCTV ให้เจ้าของเปิดดูน้องหมาแบบเรียลไทม์

  • ค่าบริการเฉลี่ยราว 500-1,200 บาทต่อคืน ขึ้นอยู่กับระดับบริการและทำเลที่ตั้ง

ทั้งหมดนี้คือภาพสะท้อนของเทรนด์ใหญ่ที่ว่า เจ้าของไม่อยากปล่อยให้สุนัขต้องถูกทิ้งอยู่บ้านลำพังแบบไร้ทางเลือกอีกต่อไป

สรุป : รักหมาอย่างเดียวไม่พอ ต้องเข้าใจโลกของหมาด้วย

“วันสุนัขโลก” ในวันที่ 26 สิงหาคม จึงไม่ได้เป็นแค่วันแห่งการโพสต์รูปน้องหมาลงโซเชียล แต่มันคือวันที่ช่วยเตือนเราว่า

  • สุนัขคือ เพื่อนแท้และสมาชิกครอบครัว

  • การรับเลี้ยงสุนัขจรจัดคือการให้โอกาสใหม่ในชีวิต

  • เศรษฐกิจรอบตัวสุนัขกำลังเติบโตอย่างมหาศาล ทั้งระดับโลกและในไทย

สำหรับคนรักหมา การเข้าใจเทรนด์เหล่านี้ไม่ใช่เรื่องของธุรกิจอย่างเดียว แต่คือการมองภาพอนาคตของ สุขภาพ คุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ที่ดีของน้องหมา ที่เรารัก

เพราะในท้ายที่สุดแล้ว เศรษฐกิจจะโตแค่ไหน ก็วัดคุณค่าที่แท้จริงได้จากสิ่งเดียวคือ ชีวิตของสุนัขทุกตัวดีขึ้นจริงหรือไม่