นารูโตะ x เบอร์เกอร์คิง: เมื่อฟาสต์ฟู้ดเล่นใหญ่ด้วยพลัง Nostalgia
แม้หลายคนจะไม่ใช่สายอนิเมะหรือมังงะญี่ปุ่น แต่ชื่อของ นารูโตะ (Naruto) แทบจะเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเคยได้ยินอย่างน้อยสักครั้ง เพราะนี่คือการ์ตูนระดับตำนานที่ทำยอดขายทะลุ 250 ล้านเล่มทั่วโลก และมีแฟนคลับแน่นทั้งเด็ก วัยรุ่น ไปจนถึงผู้ใหญ่ที่เติบโตมากับเรื่องนี้
ด้วยพลังของแบรนด์ที่แข็งแกร่งขนาดนี้ จึงไม่แปลกที่แบรนด์ฟาสต์ฟู้ดรายใหญ่จะเลือกคอลแลปกับนารูโตะ ซึ่งครั้งนี้เป็นคิวของ Burger King ที่หยิบเอาพลังความทรงจำวัยเด็กมาเล่นในรูปแบบ Nostalgia Marketing อย่างจริงจัง
ทำไมนารูโตะถึงเป็นตัวเลือกที่ใช่
การ์ตูน นารูโตะ หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อภาษาไทยว่า นินจาคาถาโอ้โฮเฮะ เป็นผลงานของ อาจารย์มาซาชิ คิชิโมโตะ (Masashi Kishimoto) เริ่มตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 2542 และลากยาวจนจบในปี 2557
ตลอดเวลากว่า 15 ปี นารูโตะขยับจากการเป็นมังงะและอนิเมะธรรมดา ไปสู่การเป็น แฟรนไชส์ระดับโลก ที่ครอบคลุมทั้งมังงะ อนิเมะ ภาพยนตร์ เกม ไปจนถึงสินค้าลิขสิทธิ์หลากหลายประเภท
มีการประเมินว่า มูลค่ารวมของแฟรนไชส์นารูโตะอยู่ที่ราว 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.2 แสนล้านบาท ซึ่งตัวเลขนี้สะท้อนชัดว่า นี่ไม่ใช่แค่การ์ตูน แต่คือจักรวาลคอนเทนต์ที่สร้างเม็ดเงินและฐานแฟนคลับอย่างมหาศาล
ด้วยความที่แฟน ๆ เติบโตไปพร้อมกับนารูโตะ ไม่ว่าจะรุ่น Gen X, Gen Y หรือแม้แต่ Gen Z ที่รู้จักนารูโตะผ่านการดูย้อนหลังหรือโซเชียล ทำให้การคอลแลปครั้งนี้ตอบโจทย์ Pop Culture ที่มาแรงทุกปีแบบตรงจุด
Burger King จึงเลือกใช้กลยุทธ์ Nostalgia Marketing ดึงเอาความทรงจำวัยเด็กของคนดูนารูโตะ มาผูกกับประสบการณ์การกินฟาสต์ฟู้ดในยุคนี้
ของเล่นกลับมาแล้ว! ฟิกเกอร์ที่หายไป 10 ปี
หนึ่งในจุดพีคของแคมเปญ BURGER KING x NARUTO คือการปล่อย ฟิกเกอร์สะสม ที่แฟน ๆ เห็นแล้วต้องอยากคว้าเก็บทันที เพราะนี่คือ ครั้งแรกในรอบ 10 ปี ที่ Burger King กลับมาออกของเล่นให้สะสมแบบจริงจัง
ไม่ใช่แค่มีฟิกเกอร์เท่านั้น แต่ยังมาพร้อมกับบรรยากาศของยุค กล่องสุ่ม ที่กำลังเป็นกระแส ทำให้การสะสมยิ่งสนุกและเร้าใจกว่าเดิม เพราะไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าตัวเองจะได้ตัวละครไหน
ผลลัพธ์คือ แฟน ๆ และนักสะสมจำนวนมากถึงขั้น มาต่อคิวตั้งแต่เที่ยงคืน เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้ฟิกเกอร์ในมือก่อนของหมด และเมื่อได้มาครอบครอง ก็แทบจะกลายเป็นคอนเทนต์ไวรัลบนโซเชียลแบบอัตโนมัติ
Burger King ไม่ได้ล็อกว่าแคมเปญนี้ทำมาเพื่อเจนไหนเจนเดียว เพราะลูกค้าของแบรนด์มีครบทุกช่วงอายุ แต่จุดแข็งคือ
Gen X, Gen Y ได้เชื่อมต่อกับอนิเมะที่ดูในวัยเด็กอีกครั้ง ผ่านฟิกเกอร์และเมนูธีมพิเศษ
Gen Z เข้าร่วมเพราะกระแส Pop Culture และความสนุกในการสะสมของเล่น
สิ่งที่แบรนด์อยากเห็นจึงไม่ใช่แค่ยอดขายเพิ่มขึ้น แต่คือ รอยยิ้มและความสนุกในการสะสม จากลูกค้าที่ไม่ได้มีของเล่นจาก Burger King ให้เก็บสะสมมานานนับสิบปีแล้ว
ฟิกเกอร์ไม่ได้มีไว้แค่โชว์ แต่คือแม่เหล็กดึงลูกค้าใหม่
แม้เป้าหมายหลักของแคมเปญจะโฟกัสที่การเพิ่ม จำนวนลูกค้าที่เข้าร้าน มากขึ้นราว 10-15% โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าใหม่ที่ตั้งเป้าไว้ราว 5-7% แต่ความจริงแล้ว ฟิกเกอร์ กลายเป็นตัวเร่งชั้นดีที่ทำให้แฟน ๆ ยอมควักเงินแบบไม่ต้องคิดนาน
ในช่วงเพียงแค่ 2 วันแรกของการเปิดตัวแคมเปญ สินค้าฟิกเกอร์ถูกจำหน่ายไปแล้วราว 20% จากสต๊อกทั้งหมดที่เตรียมไว้ 5,000 ตัวต่อตัวละครหนึ่งตัว แถมยังมีแบบ ครบเซต ที่จำกัดเพียง 2,000 เซต ยิ่งช่วยกระตุ้นให้สายสะสมยิ่งรู้สึกว่า “ต้องจัดให้ครบก่อนของหมด”
มีการยอมรับตรง ๆ ว่า นี่คือครั้งแรกในรอบหลายปีที่ Burger King กลับมาเล่นใหญ่ด้วยของเล่นแบบเต็มตัว ทำให้ทีมงานเองก็ลุ้นว่า
สินค้าจะเพียงพอต่อความต้องการหรือไม่
คุณภาพฟิกเกอร์จะดีพอจนลูกค้าไม่รู้สึกผิดหวัง
สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ Burger King วางไทม์ไลน์ต่อจากนี้ไว้แล้วว่า จะมีการ คอลแลปกับการ์ตูนและอนิเมะเรื่องอื่น ๆ เพิ่มเติมในอนาคต และยังคงใช้กลยุทธ์ Nostalgia Marketing เป็นแกนหลัก แต่ยังไม่เผยว่าเป็นเรื่องไหนหรือจะมาในรูปแบบใด
เศรษฐกิจไม่ดี แต่ต้องโต: กลยุทธ์สาขาและราคาแบบจับต้องได้
ด้านโครงสร้างธุรกิจ Burger King ก็ต้องปรับตัวตามภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนเช่นกัน ปีนี้มีแผนลดจำนวนสาขาเปิดใหม่ลง เหลือเพียง 4 สาขา และตั้งเป้าคืนทุนของสาขาใหม่ไว้ที่ 3 ปี จากเดิมที่ยืดได้ถึง 7 ปี
ดังนั้น แผนในอนาคตจึงคาดว่าจะเปิดสาขาใหม่ปีละราว 5-10 สาขา จากเดิมที่เคยขยายได้ 10-15 สาขา/ปี เพราะจำเป็นต้องเลือกโลเคชั่นให้แม่นยำมากขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าคืนทุนได้ตามเป้า ปัจจุบัน Burger King มีทั้งหมดราว 102 สาขา
ในด้านกำลังซื้อที่หดตัว แบรนด์จึงต้องอัดกลยุทธ์ด้านราคาและโปรโมชั่นให้คุ้มค่าขึ้น เช่น
เพิ่มเมนูราคาเริ่มต้นที่ 39 บาท เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าจับต้องได้
ออกโปรโมชันใหม่ ทุกไตรมาส รองรับบรรยากาศเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
เสริม Exclusive Offer บนแอปพลิเคชัน Burger King เพื่อดึงให้ลูกค้าเข้ามาอยู่ในระบบสมาชิก
ตอนนี้จำนวน Member ของ Burger King อยู่ที่ราว 200,000 ราย ในจำนวนนี้มีผู้ใช้งานประจำราว 50,000 ราย/เดือน โดยสมาชิกเติบโตขึ้น กว่า 20% และยอดสั่งผ่านแอปเพิ่มขึ้นถึง ประมาณ 50% ซึ่งช่วยให้แบรนด์มีฐานข้อมูลลูกค้าที่ชัดขึ้น และออกโปรฯ ได้ตอบโจทย์มากขึ้น
แม้ความท้าทายสำคัญในตอนนี้คือ จำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง แต่ Burger King ก็ยังรักษาการเติบโตในช่วง 7 เดือนแรกของปีไว้ได้ราว 10-12% และตั้งความหวังว่าเมื่อนักท่องเที่ยวกลับมาช่วงไตรมาส 4 ปี 2025 จะสามารถดันการเติบโตไปแตะ 15% ได้
เมนูลับของแฟนนินจา: รายละเอียดเซต NARUTO
สำหรับสายกินและสายสะสม นี่คือรายละเอียดที่ต้องรู้แบบห้ามพลาด เพราะแคมเปญ Burger King x NARUTO ไม่ได้มีแค่ของเล่น แต่ยังมาพร้อมเมนูธีมส้มคาราเมลและเบอร์เกอร์สุดพิเศษ
เมนูพิเศษธีมนารูโตะ
นารูโตะ วอปเปอร์ ราคา 239 บาท
นารูโตะ วอปเปอร์ จูเนียร์ ราคา 169 บาท
เมนูของหวาน ซันเดส้มคาราเมล ราคา 35 บาท
ส้มคาราเมลโอริโอ้ทอร์นาโด ราคา 49 บาท
พายส้มคาราเมล ราคา 35 บาท
มิลค์เชคส้มคาราเมล ราคาเริ่มต้น 59 บาท
วิธีล่าฟิกเกอร์ 8 ตัวละคร
ฟิกเกอร์นารูโตะทั้ง 8 ตัวละคร จะถูกแจกแบบสุ่ม โดยลูกค้าจะได้รับฟิกเกอร์เมื่อซื้อเซตตามเงื่อนไขต่อไปนี้
ซื้อเซต นักเก็ต 3 ชิ้น + เครื่องดื่ม 1 แก้ว คู่กับ นารูโตะ วอปเปอร์ จูเนียร์ ราคาเซตละ 299 บาท
หรือเลือกเป็นเซต นารูโตะ วอปเปอร์ ราคา 369 บาท ต่อเซต
ทั้งสองแบบนี้จะได้รับ ฟิกเกอร์สุ่มทันที 1 ชิ้น ต่อ 1 เซต
สำหรับสายจริงจังที่อยากได้ครบยกทีม สามารถเลือกสั่ง Toy Set ครบ 8 ตัว เมื่อซื้อชุดสุดคุ้มที่ประกอบด้วย
นารูโตะ วอปเปอร์ 3 ชุด
นักเก็ต 14 ชิ้น
หอมทอดไซส์กลาง 3 ที่
พายแอปเปิลหรือพายเผือก 2 ชิ้น
ทั้งหมดนี้มาในราคาเซตละ 1,899 บาท และจำกัดเพียง 2,000 เซต เท่านั้น ใครเล็งครบเซตไว้ บอกได้คำเดียวว่า ต้องเร็วเท่านั้นถึงจะรอด
สรุป: จากความทรงจำวัยเด็ก สู่กลยุทธ์ดึงลูกค้าหน้าร้านยุคใหม่
การคอลแลประหว่าง Burger King x NARUTO ไม่ได้เป็นเพียงแค่แคมเปญ “ตามกระแสอนิเมะ” แต่คือการใช้ Nostalgia Marketing อย่างชัดเจนและจริงจัง ตั้งแต่เมนูพิเศษ บรรยากาศหน้าร้าน ไปจนถึง ฟิกเกอร์สะสมที่แฟน ๆ ยอมต่อคิวเที่ยงคืน เพื่อให้ได้มาครอบครอง
ในมุมของแบรนด์ ฟิกเกอร์ไม่ใช่แค่ของเล่น แต่เป็น ตัวเร่งให้คนเดินเข้าร้าน เพิ่มลูกค้าใหม่ และสร้างคอนเทนต์บนโซเชียลแบบออร์แกนิก ขณะเดียวกันก็ช่วยให้ Burger King ยืนให้มั่นท่ามกลางเศรษฐกิจที่ท้าทาย ผ่านทั้งโปรโมชันราคาเข้าถึงง่าย และดีลพิเศษบนแอป
สำหรับแฟนอนิเมะและนักสะสม นี่คือหนึ่งในคอลแลปที่ไม่ควรพลาด ทั้งในฐานะของสะสม ทั้งในฐานะ “โมเมนต์” ที่ได้ย้อนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง เพียงแค่เดินถือวอปเปอร์เข้าร้าน แล้วลุ้นว่าฟิกเกอร์ในกล่องสุ่มจะเป็นตัวโปรดหรือเปล่าเท่านั้นเอง

