ทำความรู้จัก CeraVe แบรนด์ยอดนิยมสำหรับผิวสุขภาพดี
CeraVe เป็นหนึ่งในแบรนด์เวชสำอางที่เติบโตโดดเด่นในตลาดสกินแคร์ไทยมูลค่า 4–5 หมื่นล้านบาท โดยอยู่ภายใต้เครือ L’Oréal Group และเริ่มเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2018 รวมเวลาราว 7 ปี แนวทางหลักคือการวางตัวเป็น “เวชสำอางราคาเข้าถึงง่าย” จนถูกมองว่าเป็นสินค้ากลุ่ม “ถูกและดี” และค่อย ๆ ขยายฐานครอบคลุมลูกค้าหลากหลาย ตั้งแต่วัยรุ่น วัยทำงาน ไปจนถึงกลุ่มแม่และเด็ก
หัวใจสำคัญของความสำเร็จ CeraVe ในไทย คือกลยุทธ์การทำตลาดผ่านแพทย์ผิวหนัง (Dermatologist) เป็นอันดับแรก โดยเริ่มจากการเข้าไปในโรงพยาบาล ให้แพทย์ผิวหนังเป็นผู้แนะนำผลิตภัณฑ์กับคนไข้ที่มีปัญหาผิวจริง เมื่อคนไข้ใช้แล้วเห็นผล จึงเกิดการบอกต่อแบบปากต่อปาก เสริมแรงด้วยภาพลักษณ์ว่าเป็นแบรนด์ที่ “คุณหมอแนะนำ” ทำให้ความน่าเชื่อถือเพิ่มสูงขึ้น และขยายสู่กลุ่มผู้บริโภคทั่วไปอย่างต่อเนื่อง
ในช่วงแรก CeraVe ยังใช้งบการตลาดไม่มากนัก แต่เมื่อยอดขายและการรับรู้เติบโตขึ้น แบรนด์จึงเริ่มเสริมด้วยการทำโฆษณาและใช้ Influencer คิดเป็นสัดส่วนเพียงราว 5% ของกลยุทธ์โดยรวม โดยยังยึดแกนหลักเดิมคือให้ข้อมูลด้านส่วนผสมและวิทยาศาสตร์ผิวหนัง ทำให้ผู้ใช้รู้สึกเข้าถึงง่ายและไว้วางใจได้
ปัจจุบัน CeraVe กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์เรือธงของกลุ่มเวชสำอางในเครือ L’Oréal ที่ประเทศไทย มีรายได้ติด Top 5 ของบริษัท และครองส่วนแบ่งตลาดเวชสำอางเป็นอันดับ 2 รองจาก Eucerin รวมถึงติดอันดับ 6 ในตลาดสกินแคร์โดยรวม

2. หัวใจสำคัญของ CeraVe: ส่วนผสมเด่นและเทคโนโลยี MVE ที่แตกต่าง
สิ่งที่ทำให้ CeraVe แตกต่างและถูกพูดถึงในกลุ่มผู้บริโภคสาย “ดูส่วนผสม (Active Ingredient)” คือการเน้นสารออกฤทธิ์ที่ตอบโจทย์โครงสร้างผิว พร้อมเทคโนโลยีส่งผ่านที่ออกแบบมาอย่างเป็นระบบ
2.1 Ceramide: เสริมเกราะป้องกันผิว
ผลิตภัณฑ์หลายตัวของ CeraVe เน้นกลุ่ม Ceramide เป็นหลัก ทั้งในสกินแคร์หยอดเฉพาะจุดอย่าง Eye Repair Cream ไปจนถึงผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกายอย่างมอยส์เจอร์ไรเซอร์และโลชั่นต่าง ๆ
CeraVe Eye Repair Cream มี Ceramide 3 ชนิด ที่ช่วยบำรุงและสร้างปราการผิวให้แข็งแรง โดยเฉพาะผิวรอบดวงตาที่บอบบาง
ในกลุ่มบอดี้โลชั่นและมอยส์เจอร์ไรเซอร์ก็ใช้เซราไมด์ในบทบาทใกล้เคียงกัน คือช่วยซ่อมและเสริมเกราะผิว ลดโอกาสการสูญเสียน้ำและการระคายเคือง
2.2 Hyaluronic Acid และ Glycerin: เติมและกักเก็บความชุ่มชื้น
ในผลิตภัณฑ์ของ CeraVe มักผสาน Hyaluronic Acid และ Glycerin เพื่อเน้นเรื่องความชุ่มชื้นอย่างต่อเนื่อง เช่น
Eye Repair Cream: มี Hyaluronic Acid ช่วยเติมน้ำให้ผิวรอบดวงตา
Intensive Moisturising Lotion: ใช้ Glycerin และ Hyaluronic Acid เพื่อเติมและอุ้มน้ำในชั้นผิว ทำให้ผิวดูอิ่มฟูและนุ่มได้นาน
2.3 Niacinamide: ฟื้นฟูและดูแลโทนสีผิว
Niacinamide ปรากฏอยู่ในหลายสูตร เช่น Eye Repair Cream และผลิตภัณฑ์กลุ่มทำความสะอาดอย่าง SA Smoothing Cleanser โดยทำหน้าที่ทั้งช่วยเสริมเกราะผิว บรรเทาการอักเสบ และช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น
2.4 Hydro-Urea 5%: ไฮไลท์ใน Intensive Moisturising Lotion
สำหรับคนผิวแห้งมาก CeraVe พัฒนาสูตร Intensive Moisturising Lotion ด้วยนวัตกรรม Hydro-Urea 5% ซึ่งแบรนด์ระบุว่าออกแบบมาเพื่ออุ้มน้ำได้ดียิ่งกว่ายูเรียทั่วไป ช่วยบูสต์ผิวให้ชุ่มชื้น ฉ่ำฟู และเนียนนุ่มได้ยาวนานถึง 72 ชั่วโมง (ตามเคลมของผลิตภัณฑ์)
โลชั่นสูตรนี้ยังมีค่า pH 5.5 ที่อ่อนโยน เหมาะกับผิวที่แห้ง แตก คัน เป็นขุย หรือมีผื่นภูมิแพ้ และถูกพัฒนาร่วมกับแพทย์ผิวหนัง เพื่อลดโอกาสระคายเคืองให้มากที่สุด
2.5 เทคโนโลยี MVE (Multivesicular Emulsion)
MVE เป็นเทคโนโลยีเอกสิทธิ์ของ CeraVe ที่เน้นการกระจายความชุ่มชื้นออกสู่ผิวอย่างต่อเนื่องยาวนาน แทนที่จะให้ความชุ่มชื้นแบบรวดเดียวแล้วหายไป เทคโนโลยีนี้ช่วยปล่อยสารบำรุงเป็นชั้น ๆ ลงสู่ผิว ช่วยให้ผิวได้รับการดูแลยาวนานลึกถึงชั้นผิว โดยเฉพาะในสูตร Intensive Moisturising Lotion ที่ใช้ MVE ควบคู่กับ Hydro-Urea, Glycerin, Hyaluronic Acid และ Ceramide 1, 3, 6-II
2.6 สูตรอ่อนโยน ปราศจากน้ำหอมและพาราเบน
อีกจุดยืนสำคัญของ CeraVe คือการออกแบบสูตรให้เหมาะกับผิวแพ้ง่าย ด้วยการเลี่ยงการใช้ส่วนผสมที่เสี่ยงก่อระคายเคือง เช่น
Eye Repair Cream: ปราศจากน้ำหอมและพาราเบน เหมาะกับทุกสภาพผิว รวมถึงผิวบอบบาง
Intensive Moisturising Lotion: ปราศจากน้ำหอมและพาราเบนเช่นกัน ลดโอกาสการแพ้หรือระคายเคืองในผิวที่แห้งจัดหรือมีปัญหา
3. CeraVe มีกี่สูตร? เจาะลึกแต่ละผลิตภัณฑ์และคุณสมบัติเด่น
ในต่างประเทศ CeraVe มีสินค้ามากกว่า 70 รายการ ครอบคลุมตั้งแต่มอยส์เจอร์ไรเซอร์ ล้างหน้า กลุ่มสิว เอจจิ้ง กันแดด ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ผม แต่ในประเทศไทยปัจจุบัน แบรนด์โฟกัสหลักอยู่ที่ 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่
บอดี้โลชั่น
ผลิตภัณฑ์ล้างหน้า (Cleanser)
สกินแคร์บำรุงผิวหน้า
และเริ่มทยอยเพิ่มสูตรใหม่ ๆ เข้ามา โดยมีผลิตภัณฑ์สำคัญดังนี้
3.1 CeraVe Eye Repair Cream
อายครีมที่ออกแบบเพื่อบำรุงผิวรอบดวงตาโดยเฉพาะ มีจุดเด่นคือ
Ceramide 3 ชนิด: เสริมเกราะผิวให้แข็งแรง
Hyaluronic Acid และ Niacinamide: เติมและกักเก็บความชุ่มชื้นใต้ชั้นผิว
สูตรปราศจากน้ำหอมและพาราเบน ช่วยลดโอกาสการระคายเคือง
เหมาะสำหรับทุกสภาพผิวรวมถึงผิวแพ้ง่าย
ขนาด 14 ml ราคา 630 บาท วางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำและช่องทางออนไลน์อย่าง Lazada และ Shopee
3.2 CeraVe SA Smoothing Cleanser
เจลล้างหน้าสูตรเน้นผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน โดย
มีกรดซาลิไซลิก (Salicylic Acid) ช่วยลดความมันและผลัดเซลล์ผิวที่หยาบกร้านให้เนียนขึ้น
ปราศจากไมโครบีดส์ จึงไม่ก่อการขูดขีดผิว
ผสานเซราไมด์ กรดไฮยาลูรอนิก และไนอะซินาไมด์ ช่วยคงความชุ่มชื้นแม้หลังล้างหน้า
เหมาะกับผิวที่มีปัญหาผิวหยาบกร้านหรือมันง่าย และต้องการทำความสะอาดโดยไม่ทำลายเกราะผิว
3.3 CeraVe Moisturising Lotion
เป็นหนึ่งในครีมบำรุงผิวกายที่ถูกแนะนำให้ใช้ในหน้าหนาวหรือในคนผิวแห้งถึงแห้งมาก ลักษณะเด่นจากข้อมูลที่มี ได้แก่
มี Ceramide และ Hyaluronic Acid ช่วยฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว
ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นยาวนาน
เหมาะกับผิวแพ้ง่าย เนื้อโลชั่นซึมไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ
ถูกยกให้เป็นหนึ่งในตัวเลือกหลักสำหรับกู้ผิวแห้งในหน้าหนาวในกลุ่มบอดี้โลชั่น
3.4 CeraVe Moisturising Cream
อีกหนึ่งตัวดังในหมวดมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่ถูกจัดให้เป็น “มอยส์เจอร์ไรเซอร์เข้มข้น” สำหรับฟื้นบำรุงผิวที่เจอแดดจัดหรือผิวแห้งมาก โดย
ให้ความชุ่มชื้นสูง ช่วยกู้เกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง
เหมาะกับคนผิวแห้งและผิวบอบบางที่ต้องการการบำรุงลึก
จากข้อมูลของแบรนด์ CeraVe Moisturizing Cream ขนาด 50 ml เป็นสินค้าขายดีอันดับ 1 ของ CeraVe ในไทย
3.5 CeraVe Intensive Moisturising Lotion
โลชั่นสูตรเข้มข้นสำหรับผิวแห้งขั้นสุด และผิวที่มีภาวะผื่นภูมิแพ้ จุดเด่นคือ
Hydro-Urea 5%: ช่วยอุ้มน้ำได้ดียิ่งกว่ายูเรียทั่วไป ตามการสื่อสารของแบรนด์
ค่า pH 5.5: อ่อนโยนต่อผิว
เทคโนโลยี MVE: ปล่อยความชุ่มชื้นอย่างต่อเนื่องลึกสู่ชั้นผิว
Glycerin + Hyaluronic Acid: เติมและกักเก็บความชุ่มชื้น
Ceramide 1, 3, 6-II: เสริมเกราะผิว ลดโอกาสระคายเคือง
สูตรปราศจากน้ำหอมและพาราเบน
มี 3 ขนาด
88 มล. ราคา 390 บาท
236 มล. ราคา 690 บาท
473 มล. ราคา 990 บาท
3.6 ขนาดบรรจุภัณฑ์ 3 ไซส์ของ CeraVe
หลายผลิตภัณฑ์ของ CeraVe โดยเฉพาะกลุ่มโลชั่นและคลีนเซอร์ จะมี 3 ขนาดหลักคือ 88 ml, 236 ml และ 473 ml ซึ่งช่วยให้เข้าถึงผู้ใช้หลายกลุ่ม
ผู้ใช้ใหม่ (New User): มักเริ่มจากขวดเล็กเพื่อทดลอง
กลุ่ม Gen Y วัยทำงาน: นิยมใช้ขนาดกลาง
กลุ่มแม่และเด็ก: มักเลือกขวดใหญ่เพื่อใช้ได้ยาวและคุ้มค่า
จากข้อมูลของแบรนด์ ทั้ง 3 ขนาดขายดีทั้งหมด และกว่า 50–60% ของลูกค้ามักใช้สินค้าของ CeraVe มากกว่า 3 ชนิดขึ้นไปในรูทีนเดียว
4. เลือก CeraVe สูตรไหนดี? แนะนำตามสภาพผิวและปัญหาที่ต้องการแก้ไข
จากข้อมูลที่มี สามารถจัดแนวทางการเลือกผลิตภัณฑ์ CeraVe ตามปัญหาและสภาพผิวได้ดังนี้
4.1 ผิวรอบดวงตาคล้ำ แห้ง หรือบอบบางง่าย
แนะนำ: CeraVe Eye Repair Cream
เหมาะกับคนที่มีปัญหาใต้ตาคล้ำหรือผิวรอบดวงตาดูหมอง ต้องการบำรุงให้ชุ่มชื้นและเสริมเกราะผิว พร้อมลดโอกาสระคายเคือง
จุดเด่น: มี Ceramide 3 ชนิด, Hyaluronic Acid และ Niacinamide / ปราศจากน้ำหอมและพาราเบน / เหมาะกับทุกสภาพผิวรวมถึงผิวแพ้ง่าย
4.2 ผิวกายแห้งถึงแห้งมาก ในสภาพอากาศแห้งหรือหน้าหนาว
แนะนำ: CeraVe Moisturising Lotion และ CeraVe Moisturising Cream
เหมาะกับผู้ที่มีผิวกายแห้ง ลอก ขาดความชุ่มชื้น โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาว หรือคนที่ผิวสูญเสียน้ำง่ายจากแดดและลม
จุดเด่น: มี Ceramide และ Hyaluronic Acid ช่วยฟื้นเกราะผิวและกักเก็บน้ำ ใช้ได้กับผิวแพ้ง่าย
4.3 ผิวแห้งมาก แดง คัน มีผื่นหรือแนวโน้มภูมิแพ้
แนะนำ: CeraVe Intensive Moisturising Lotion
เหมาะกับคนที่มีผิวแห้งแตก คัน เป็นขุย ผิวหยาบกร้าน หรือมีปัญหาผื่นภูมิแพ้
จุดเด่น: Hydro-Urea 5%, เทคโนโลยี MVE, ค่า pH 5.5, ผสาน Ceramide 1, 3, 6-II, Glycerin และ Hyaluronic Acid พร้อมสูตรปราศจากน้ำหอมและพาราเบน
4.4 ผิวหน้าที่มันง่าย มีผิวหยาบกร้านหรือรูขุมขนอุดตัน
แนะนำ: CeraVe SA Smoothing Cleanser
เหมาะกับผู้ที่ต้องการคลีนเซอร์ที่ช่วยลดความมันและผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน โดยเฉพาะคนที่เริ่มมีผิวไม่เรียบเนียนหรือสิวอุดตันบางส่วน
จุดเด่น: มีกรดซาลิไซลิก ช่วยลดความมันและผลัดเซลล์ผิว / ไม่มีไมโครบีดส์ / มี Ceramide, Hyaluronic Acid, Niacinamide ช่วยคงสมดุลความชุ่มชื้น

5. วิธีใช้ CeraVe ให้ได้ผลลัพธ์สูงสุดในแต่ละขั้นตอนการดูแลผิว
แม้ข้อมูลที่มีจะไม่ได้ลงรายละเอียดขั้นตอนใช้แบบทีละสเต็ป แต่จากบทบาทของแต่ละผลิตภัณฑ์ สามารถจัดลำดับการใช้ในรูทีนพื้นฐานได้ดังนี้
5.1 ขั้นตอนทำความสะอาดผิว (Cleanser)
ใช้ CeraVe SA Smoothing Cleanser เป็นขั้นตอนแรกในการล้างหน้า โดยเฉพาะในตอนเย็น หลังเผชิญแดด มลภาวะ และเมคอัพ
บทบาทของคลีนเซอร์คือช่วยทำความสะอาดสิ่งสกปรกและความมัน โดยไม่ทำลายเกราะผิว และช่วยผลัดเซลล์ผิวที่หยาบกร้านให้เนียนขึ้น
5.2 ขั้นตอนบำรุงรอบดวงตา
หลังล้างหน้าและเช็ดผิวให้หมาด ใช้ CeraVe Eye Repair Cream ปริมาณเล็กน้อยแตะเบา ๆ รอบเบ้าตา
การใช้อายครีมสม่ำเสมอมีส่วนช่วยให้ผิวรอบดวงตาชุ่มชื้น ผิวดูสดใส ลดโอกาสการเกิดริ้วรอยก่อนวัย โดยเฉพาะในกลุ่มคนวัย 30+ ที่เริ่มมีริ้วรอยเล็ก ๆ รอบดวงตาชัดขึ้น
5.3 ขั้นตอนบำรุงผิวหน้าและผิวกายด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์
สำหรับผิวหน้าแห้งหรือผิวที่ผ่านแดดจัด: เลือกใช้ CeraVe Moisturising Cream หรือโลชั่นอื่น ๆ ของ CeraVe เพื่อเติมความชุ่มชื้นสูง และช่วยกู้เกราะผิวให้แข็งแรง
สำหรับผิวกายแห้งถึงแห้งมาก หรือในหน้าหนาว: ใช้ CeraVe Moisturising Lotion เป็นประจำหลังอาบน้ำ โดยเฉพาะช่วงเช้าและก่อนนอน
สำหรับผิวที่แห้งแตก คัน หรือมีผื่นภูมิแพ้: ใช้ CeraVe Intensive Moisturising Lotion เน้นทาทันทีหลังอาบน้ำในขณะที่ผิวยังหมาด เพื่อกักเก็บน้ำในผิวได้ดีขึ้น
5.4 เคล็ดลับการใช้ให้เห็นผลต่อเนื่อง
จากแนวทางการบำรุงผิวทั่วไปที่ยกตัวอย่างในบทความอื่น ๆ สามารถสรุปได้ว่า
ควรใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะหลังอาบน้ำ
ทาให้ครอบคลุมจุดที่มักแห้งมาก เช่น ข้อศอก เข่า หน้าแข้ง
ในคนผิวแห้งหรือผู้ที่อยู่ในสภาพอากาศแห้ง เช่น ในหน้าหนาวหรือห้องปรับอากาศ ควรเพิ่มความถี่ในการทา
ผสานพฤติกรรมเสริม เช่น ดื่มน้ำให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นจัดซึ่งทำให้ผิวสูญเสียน้ำมากขึ้น
6. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ CeraVe และข้อควรระวัง
6.1 CeraVe เหมาะกับผิวแพ้ง่ายหรือไม่?
จากสูตรสำคัญหลายตัว เช่น Eye Repair Cream และ Intensive Moisturising Lotion จะเห็นว่ามีการระบุชัดเจนว่า
ปราศจากน้ำหอมและพาราเบน
พัฒนาร่วมกับแพทย์ผิวหนัง
เน้นใช้ Ceramide เป็นตัวเสริมเกราะผิว
จึงเหมาะสำหรับผิวแพ้ง่ายหรือผิวที่มีแนวโน้มระคายเคืองได้ง่าย อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ควรทดสอบการแพ้ในบริเวณเล็ก ๆ ก่อนใช้ทั่วหน้า โดยเฉพาะหากเคยมีประวัติแพ้สกินแคร์มาก่อน
6.2 CeraVe ใช้ได้กับผิวทุกวัยหรือไม่?
จากข้อมูลของแบรนด์ ลูกค้า CeraVe ครอบคลุมตั้งแต่ Gen Z กลุ่มวัยรุ่น Gen Y วัยทำงาน จนถึงกลุ่มแม่และเด็ก โดย
New User มักเริ่มจากไซส์เล็กเพื่อทดลองใช้ก่อน
กลุ่มแม่และเด็กนิยมใช้ขวดใหญ่ โดยเฉพาะมอยส์เจอร์ไรเซอร์และโลชั่นกาย เพื่อใช้ร่วมกันทั้งครอบครัว
6.3 CeraVe มีเฉพาะผลิตภัณฑ์กายหรือมีสำหรับผิวหน้าด้วย?
แม้ในไทย CeraVe จะเป็นที่รู้จักมากในหมวดบอดี้โลชั่น แต่แบรนด์มีผลิตภัณฑ์สำหรับผิวหน้าด้วย ทั้งกลุ่มคลีนเซอร์ (เช่น SA Smoothing Cleanser) และมอยส์เจอร์ไรเซอร์สำหรับผิวหน้า รวมถึงอายครีมอย่าง Eye Repair Cream โดยแบรนด์มีแผนนำสูตรอื่น ๆ เข้ามาเพิ่มเติมในอนาคต โดยคัดเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวคนไทย
6.4 มีข้อควรระวังอะไรเป็นพิเศษหรือไม่?
จากข้อมูลที่มี สิ่งที่ควรคำนึง ได้แก่
แม้จะเป็นสูตรอ่อนโยน แต่ผิวแต่ละคนมีระดับการแพ้ต่างกัน ควรทดสอบการระคายเคืองก่อนใช้จริง
ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนช่วยผลัดเซลล์ผิว เช่น SA Smoothing Cleanser ผู้ใช้ควรสังเกตปฏิกิริยาผิว หากมีอาการแห้งหรือระคายเคืองมาก อาจลดความถี่ในการใช้
การใช้อายครีม เช่น Eye Repair Cream ควรทาเบา ๆ รอบดวงตา โดยหลีกเลี่ยงการถูแรงเพราะผิวบริเวณนี้บอบบางมาก
7. สรุป: ทำไม CeraVe ถึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับทุกคน
จากภาพรวมข้อมูลทั้งหมด CeraVe สามารถสรุปจุดเด่นได้ชัดเจนในหลายมิติ
พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และแพทย์ผิวหนัง: แบรนด์พัฒนาร่วมกับแพทย์ผิวหนัง เน้นส่วนผสมที่ได้รับการยอมรับในวงการเวชสำอาง เช่น Ceramide, Hyaluronic Acid, Niacinamide และเทคโนโลยี MVE
สูตรอ่อนโยน เหมาะกับผิวแพ้ง่าย: หลายผลิตภัณฑ์เป็นสูตรปราศจากน้ำหอมและพาราเบน มีค่า pH เหมาะสม และถูกออกแบบเพื่อลดโอกาสระคายเคือง โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัญหาผิวแห้งหรือผื่นภูมิแพ้
ตอบโจทย์ปัญหาผิวหลากหลาย: ตั้งแต่ผิวรอบดวงตาที่ต้องการการบำรุงเฉพาะจุด (Eye Repair Cream) ผิวหยาบกร้านมันง่ายที่ต้องการคลีนเซอร์ผลัดเซลล์ผิว (SA Smoothing Cleanser) ไปจนถึงผิวกายแห้งมากที่ต้องการโลชั่นเข้มข้นระดับ Hydro-Urea (Intensive Moisturising Lotion)
ความคุ้มค่าและขนาดบรรจุที่ยืดหยุ่น: การมี 3 ไซส์หลักช่วยให้ผู้ใช้เลือกได้ตามงบประมาณและรูปแบบการใช้งาน ตั้งแต่ขวดเล็กทดลองใช้ไปจนถึงขวดใหญ่สำหรับครอบครัว
การยอมรับในตลาดเวชสำอาง: CeraVe เติบโตในไทยด้วยอัตราเลขสองและสามหลักต่อเนื่อง จนขึ้นแท่นแบรนด์เวชสำอางอันดับ 2 ของตลาด และเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่สร้างรายได้ Top 5 ของ L’Oréal ประเทศไทย
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาสกินแคร์ที่เน้นฟื้นฟูเกราะผิว เพิ่มความชุ่มชื้น และเหมาะกับผิวแพ้ง่าย CeraVe จึงกลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าใช้ ทั้งในแง่ส่วนผสม การพัฒนาร่วมกับแพทย์ผิวหนัง และความคุ้มค่าของผลิตภัณฑ์ในชีวิตประจำวัน
อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ ZestBuy

