อินโทรสายลุย: วันหยุดนี้ขอหนีไปผจญภัยบนโซฟา
ถ้าคุณคือสายหนังผจญภัยที่ชอบลุ้น ชอบไขปริศนา และรักการหนีความจริงไปไกลๆ แค่เปิด Netflix แล้วเอนตัวบนโซฟา โลกทั้งใบก็พร้อมเปลี่ยนเป็นสนามผจญภัยให้คุณได้ดิ่งเข้าไปเต็มๆ
ลิสต์นี้รวบรวม 20 หนังและซีรีส์ผจญภัยบน Netflix ที่อัปเดตถึงปลายปี 2025 ตั้งแต่ล่าขุมทรัพย์ ไล่ล่าข้ามประเทศ สงครามอวกาศ ไปจนถึงปริศนาฆาตกรรมสุดล้ำ ใครกำลังมองหาเพลย์ลิสต์วันหยุดยาว กดเซฟบทความนี้ไว้แล้วตามเก็บได้ยาวๆ
1. Red Notice – แอคชั่นโจรกรรมฟอร์มยักษ์สุดฮา
เมื่อเจ้าหน้าที่ FBI ฝีมือดีต้องจำใจจับมือกับสุดยอดจอมโจรงานศิลป์ เพื่อไล่ล่าอีกหนึ่งมหาโจรที่เจ้าเล่ห์กว่าเดิม การไล่ล่าข้ามประเทศจึงเต็มไปด้วยการหักเหลี่ยม แผนซ้อนแผน และความลับที่ไม่มีใครคาดคิด
หนังเรื่องนี้คือคอมโบครบเครื่อง ทั้งแอคชั่นอลังการ มุกตลกจิกกัด และเคมีโคตรลงตัวของสามดาราระดับแม่เหล็ก ดูแล้วเข้าโหมด “เพลินจัดลืมเวลา” แบบไม่รู้ตัว
รายละเอียดหนัง
นักแสดงนำ: Dwayne Johnson, Ryan Reynolds, Gal Gadot
ความยาว: 1 ชั่วโมง 58 นาที
ปีที่ฉาย: 2021
ผู้กำกับ: Rawson Marshall Thurber
เหมาะกับ: คนชอบหนังโจรกรรม แอคชั่นคอมเมดี้ และการผจญภัยข้ามประเทศ
จุดเด่น
การรวมตัวของดารา A-list ที่ดึงสายตาแบบไม่ต้องพยายาม
แอคชั่นจัดเต็ม ภาพละเอียด งานโปรดักชันเนี๊ยบ
มุกตลกเสียดสี ฝืดยาก ขำได้ตลอดทาง
พล็อตมีลูกเล่น หักมุมหลายชั้น
ฉากหลังหลากหลาย โลเคชั่นสวยทั่วโลก
หนึ่งในหนังฟอร์มยักษ์ของ Netflix ที่คนดูพูดถึงหนักมาก
สรุป: หนังแอคชั่นโจรกรรมที่ดูลืมเครียด เหมาะมากกับการเปิดดูในวันหยุดแบบไม่ต้องคิดเยอะ แค่ปล่อยตัวไปกับความมันส์และเสน่ห์ของทีมนักแสดงก็พอ
2. Enola Holmes – น้องสาวโฮล์มส์กับภารกิจตามหาตัวตน
เอโนล่า น้องสาวสุดแสบของเชอร์ล็อก โฮล์มส์ ปฏิเสธการเป็น “เด็กดีในกรอบ” แล้วออกเดินทางตามหาแม่ที่หายตัวไป พร้อมพาตัวเองไปพัวพันกับปริศนาการหายตัวของลอร์ดหนุ่มท่ามกลางสังคมวิกตอเรียนที่มองผู้หญิงเป็นแค่ของประดับ
หนังเต็มไปด้วยความฉลาด กล้าหาญ และความสนุกสดใสจากตัวละครหญิงนำที่ไม่ยอมอยู่ใต้เงาใคร แถมยังแอบเสิร์ฟข้อคิดเรื่องการเป็นตัวของตัวเองแบบแนบเนียน
รายละเอียดหนัง
นักแสดงนำ: Millie Bobby Brown, Henry Cavill, Sam Claflin
ความยาว: 2 ชั่วโมง 3 นาที
ปีที่ฉาย: 2020
ผู้กำกับ: Harry Bradbeer
เหมาะกับ: คนชอบหนังสืบสวน ผจญภัย ตัวละครหญิงแกร่ง และโทนวัยรุ่นฟีลกู้ด
จุดเด่น
ตีความ “น้องสาวเชอร์ล็อก” มุมใหม่ น่ารักแต่แหลมคม
Millie Bobby Brown แบกรายการทั้งเรื่องได้สบายๆ
พล็อตสืบสวนมีปริศนาและหักมุมให้ลุ้น
งานโปรดักชันยุควิกตอเรียนงดงาม รายละเอียดจัดเต็ม
สอดแทรกประเด็นสิทธิสตรีและการค้นหาตัวตน
ดูได้ทั้งครอบครัว ดูจบอาจอินกับตัวเองมากขึ้นหน่อย
สรุป: เป็นหนังสืบสวนผจญภัยที่ทั้งเบาสมองและมีสาระ ดูแล้วอารมณ์ดี แถมแอบได้พลังใจกลับไปด้วย
3. Enola Holmes 2 – คดีแรกในฐานะนักสืบเต็มตัว
คราวนี้เอโนล่ากลับมาในฐานะ “นักสืบมืออาชีพ” เปิดสำนักงานของตัวเอง แต่โลกจริงไม่ได้โรยกลีบกุหลาบ จนกระทั่งมีเด็กสาวมาจ้างให้ตามหาน้องสาวที่หายไป พาไปสู่ปริศนาใหญ่ในโลกอาชญากรรมลอนดอน
ภาคนี้ทั้งสเกลและอารมณ์โตขึ้น ตัวเอโนล่ามีมิติมากขึ้น ความสัมพันธ์กับเชอร์ล็อกเข้มข้นขึ้น ดูแล้วเหมือนได้เห็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดของตัวละคร
รายละเอียดหนัง
นักแสดงนำ: Millie Bobby Brown, Henry Cavill, Louis Partridge
ความยาว: 2 ชั่วโมง 9 นาที
ปีที่ฉาย: 2022
ผู้กำกับ: Harry Bradbeer
เหมาะกับ: คนที่ชอบภาคแรก สายสืบสวน ผจญภัย และเรื่องการค้นหาตัวตน
จุดเด่น
ปริศนาซับซ้อนขึ้น เข้มข้นขึ้น ไม่ได้แค่โทนใสๆ
สายสัมพันธ์ Enola – Sherlock ชัดและมีเสน่ห์มาก
แอคชั่นและการสืบสวนยังสนุกและฉลาด
โทนการเล่าเรื่องยังคงความเป็นกันเอง ขี้เล่น
แอบแตะเรื่องชนชั้นและสังคมยุคนั้นให้ชวนคิด
เป็นภาคต่อที่แฟนๆ ไม่รู้สึกโดนหักหลัง
สรุป: ภาคต่อที่อัปเลเวลแบบมีคุณภาพ ใครอินภาคแรก ภาคสองคือห้ามพลาดเด็ดขาด
4. The Old Guard – นักรบอมตะกับภาระชีวิตที่ไม่ตาย
กลุ่มนักรบอมตะที่อยู่บนโลกมาหลายศตวรรษ แอบทำภารกิจช่วยโลกแบบลับๆ แต่เมื่อความลับถูกเปิดโปง พวกเขาต้องสู้ศึกทั้งภายนอกและภายในเพื่อปกป้องเสรีภาพของตัวเอง รวมถึงสมาชิกหน้าใหม่ที่เพิ่งรู้ตัวว่าฆ่าไม่ตาย
หนังเล่นกับคอนเซ็ปต์ “อมตะ” แบบไม่ซ้ำแนวแวมไพร์หรือซอมบี้ แต่เป็นนักรบที่ต้องอยู่ดูโลกเปลี่ยนไปไม่รู้จบ ฉากบู๊ดุดันและความสัมพันธ์ในทีมคือหัวใจสำคัญของเรื่อง
รายละเอียดหนัง
นักแสดงนำ: Charlize Theron, KiKi Layne, Matthias Schoenaerts
ความยาว: 2 ชั่วโมง 5 นาที
ปีที่ฉาย: 2020
ผู้กำกับ: Gina Prince-Bythewood
เหมาะกับ: คนรักแอคชั่น แฟนตาซี ซูเปอร์ฮีโร่แนวหม่นๆ และเรื่องต่อสู้เพื่อความยุติธรรม
จุดเด่น
ไอเดียอมตะแบบสดใหม่ น่าสนใจ
ฉากต่อสู้จัดจ้าน รุนแรงสมจริง
Charlize Theron คาแรคเตอร์โคตรเท่ โคตรทรงพลัง
เคมีและความผูกพันในทีมทำให้คนดูอิน
แอบถามคำถามเชิงปรัชญาเรื่องการมีชีวิตอยู่ตลอดกาล
เหมาะกับคนอยากได้แอคชั่นดิบๆ แต่มีเนื้อหาให้คิดต่อ
สรุป: แอคชั่นแฟนตาซีที่มีทั้งหัวใจและหมัดหนัก ดูแล้วอยากเห็นภาคต่อทันที
5. The Old Guard 2 – ภาคต่อของนักรบอมตะที่โลกยังไม่พร้อมลืม
ภาคสองพานักรบอมตะกลับมาเจออดีตที่ตามหลอกหลอน เมื่อพลังอมตะของพวกเขากลายเป็นของล้ำค่าที่องค์กรชั่วร้ายอยากได้สุดชีวิต ภารกิจครั้งนี้เลยไม่ใช่แค่สู้เพื่อเอาตัวรอด แต่ต้องสู้เพื่ออนาคตของทั้งกลุ่ม
ใครชอบภาคแรก เตรียมรอฉากบู๊ที่ใหญ่กว่า เข้มกว่า และการขุดปูมหลังตัวละครแบบจุใจได้เลย
รายละเอียดหนัง
นักแสดงนำ: Charlize Theron, KiKi Layne, Matthias Schoenaerts
ความยาว: คาดว่าราว 2 ชั่วโมง
ปีที่ฉาย: 2024 (คาดการณ์)
ผู้กำกับ: Victoria Mahoney
เหมาะกับ: แฟนภาคแรก สายแอคชั่นแฟนตาซี และคนชอบเรื่องราวนักรบอมตะ
จุดเด่นที่คาดหวัง
ขยายจักรวาลและอดีตของตัวละครให้ลึกขึ้น
แอคชั่นใหญ่ขึ้น ดุเดือดขึ้น
ศัตรูใหม่และภัยคุกคามโหดกว่าเดิม
ธีมความผูกพันและการเสียสละยังแน่น
มีตัวละครใหม่ๆ เพิ่มเลเยอร์ให้เรื่อง
เป็นภาคต่อที่แฟนๆ รอแบบใจร้อนมาก
สรุป: ถ้าคุณผูกพันกับแก๊งอมตะจากภาคแรก ภาคสองคือการกลับมาเคลียร์ทั้งแผลใจและแผลกายแบบจัดเต็ม
6. Extraction – ภารกิจกู้ตัวประกันกลางนรกเมือง
ทหารรับจ้างฝีมือพระกาฬรับภารกิจพาตัวลูกชายเจ้าพ่อค้ายาออกจากเงื้อมมือแก๊งคู่แข่งในบังกลาเทศ ท่ามกลางเมืองที่กลายเป็นสนามรบแบบไม่มีที่ให้พักหายใจ
เรื่องนี้คือสวรรค์ของคนรักแอคชั่น ลองเทคยาวๆ สาดหมัด สาดกระสุนแบบแทบไม่ให้กะพริบตา Chris Hemsworth เล่นทุ่มสุดตัวทุกฉาก
รายละเอียดหนัง
นักแสดงนำ: Chris Hemsworth, Rudhraksh Jaiswal, Randeep Hooda
ความยาว: 1 ชั่วโมง 56 นาที
ปีที่ฉาย: 2020
ผู้กำกับ: Sam Hargrave
เหมาะกับ: สายบู๊ สายสงคราม สายไล่ล่า และคนชอบฉากต่อสู้โคตรเข้มข้น
จุดเด่น
แอคชั่นสมจริง ดุดันแบบฮอลลีวูดเต็มสูตร
ฉาก Long Take โคตรดัง ทำเอาคนดูอึ้งกันมาแล้ว
Chris Hemsworth ในโหมดโหดจริง ไม่ได้มาเล่นๆ
พล็อตกดดัน เน้นเอาชีวิตรอดแทบทุกนาที
ถ่ายโลเคชั่นจริง เพิ่มความดิบของบรรยากาศ
เป็นหนึ่งในแอคชั่น Original ของ Netflix ที่ถูกชมกระหึ่ม
สรุป: ถ้าคำว่า “พักสมองแล้วบู๊ให้สุด” คือสิ่งที่คุณหา Extraction ตอบโจทย์เต็ม 100
7. Extraction 2 – ยกระดับความโหด ความเดือด ทุกตารางเฟรม
ไทเลอร์ เรค ที่คิดว่าตายไปแล้ว กลับมาจากขอบเหวแห่งความตายเพื่อภารกิจใหม่: บุกเรือนจำสุดโหดเพื่อช่วยครอบครัวหัวหน้าแก๊งจากนรกบนดิน ภาคนี้ไม่ได้แค่สานต่อ แต่ยกระดับทุกอย่างให้บ้าระห่ำกว่าเดิมหลายเท่า
ฉากลองเทคภาคแรกว่าโหดแล้ว ภาคสองคือระดับโคตรโหด ความต่อเนื่อง ความอลหม่าน และไดนามิกการต่อสู้คือของจริงสายแอคชั่นห้ามมองข้าม
รายละเอียดหนัง
นักแสดงนำ: Chris Hemsworth, Golshifteh Farahani, Adam Bessa
ความยาว: 2 ชั่วโมง 3 นาที
ปีที่ฉาย: 2023
ผู้กำกับ: Sam Hargrave
เหมาะกับ: แฟนภาคแรก และคนที่อยากได้แอคชั่นดุเดือดแบบ Non-stop
จุดเด่น
แอคชั่นใหญ่กว่า โหดกว่า และอลังการกว่าเดิมมาก
Long Take ภาคนี้จัดเต็มยาวสะใจ ระดับโครงการวิจัย
ตัวละคร Tyler มีมิติด้านอารมณ์มากขึ้น
ความระทึกแทบไม่เบรกให้พักหายใจ
การถ่ายทำสมจริงจนเหมือนคนดูเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์
เป็นภาคต่อที่แฟนๆ ยกนิ้วให้ว่าไม่เสียชื่อ
สรุป: ถ้าจะเลือกเรื่องเดียวสำหรับสายแอคชั่นในลิสต์นี้ Extraction 2 คือคู่แข่งที่โคตรน่ากลัว
8. The Adam Project – ไซไฟย้อนเวลาอบอุ่นหัวใจ
นักบินจากอนาคตย้อนเวลากลับมาเจอตัวเองตอนเด็ก พร้อมร่วมกันทำภารกิจกู้โลกจากหายนะที่จะเกิดขึ้น หนังจับเอาไซไฟ แอคชั่น และดราม่าครอบครัวมายำรวมกันอย่างนุ่มนวลและอบอุ่น
Ryan Reynolds ยังมากับความกวนมีเสน่ห์ตามสไตล์ แต่สิ่งที่พิเศษคือความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเวอร์ชันเด็กที่ทั้งน่ารัก ทั้งเจ็บเบาๆ ในใจแบบแอบไม่รู้ตัว
รายละเอียดหนัง
นักแสดงนำ: Ryan Reynolds, Mark Ruffalo, Jennifer Garner, Walker Scobell
ความยาว: 1 ชั่วโมง 46 นาที
ปีที่ฉาย: 2022
ผู้กำกับ: Shawn Levy
เหมาะกับ: คนชอบไซไฟเบาๆ ผจญภัย ดราม่าครอบครัว และหนังที่ให้ข้อคิดดีๆ
จุดเด่น
ไอเดียเดินทางข้ามเวลาที่ดูง่าย ไม่ซับให้ปวดหัว
เคมีของทีมนักแสดงคือจุดขาย
แอคชั่น+ไซไฟ+ดราม่าถูกผสมแบบลงตัวมาก
เหมาะเปิดดูพร้อมกันทั้งบ้าน
ทิ้งข้อคิดเรื่องครอบครัวและการให้อภัยแบบชัดเจน
เป็น Original Netflix ที่ได้ทั้งคำชมและความรักจากคนดู
สรุป: หนังไซไฟที่ดูแล้วทั้งยิ้ม ทั้งจุกเบาๆ เหมาะสุดๆ สำหรับคืนวันหยุดที่อยากได้ฟีลดีต่อใจ
9. Leave the World Behind – เมื่อวันพักผ่อนกลายเป็นวันสิ้นโลก
สองครอบครัวกำลังพักผ่อนแบบชิลๆ แต่จู่ๆ ทุกการสื่อสารกลับถูกตัดขาด โลกภายนอกเริ่มมีสิ่งผิดปกติที่ไม่มีใครอธิบายได้ จากวันหยุดสบายๆ กลายเป็นเกมเอาชีวิตรอดกลางความไม่แน่นอนที่กดดันยิ่งกว่าภัยพิบัติที่มองเห็นชัดๆ
หนังเรื่องนี้ไม่ได้ขายระเบิดตูมตาม แต่ขายบรรยากาศ ความอึดอัด และความกลัวที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามา พร้อมแอบส่องสังคมและมนุษย์แบบแสบๆ
รายละเอียดหนัง
นักแสดงนำ: Julia Roberts, Mahershala Ali, Ethan Hawke, Myha’la Herrold
ความยาว: 2 ชั่วโมง 16 นาที
ปีที่ฉาย: 2023
ผู้กำกับ: Sam Esmail
เหมาะกับ: คนชอบหนังระทึกขวัญเชิงจิตวิทยา แนวสิ้นโลก และปริศนาชวนสงสัย
จุดเด่น
บรรยากาศอึดอัด กดดันแบบไม่ต้องมีผี
การแสดงสุดเข้มจากทีมนักแสดงระดับรางวัล
พล็อตเต็มไปด้วยความคลุมเครือและปริศนา
งานภาพและฉากบางช็อตติดตา
ส่องประเด็นสังคมและการพึ่งเทคโนโลยีได้เจ็บดี
ดูจบมีอะไรให้คุยต่อยาวๆ
สรุป: ถ้าชอบความระทึกแบบเนิบหน่อยแต่บาดลึก เรื่องนี้คือคำตอบ
10. Rebel Moon – Part One: A Child of Fire – ภาคเปิดจักรวาลไซไฟสงครามอวกาศ
อาณานิคมสงบๆ บนดวงจันทร์ถูกกองทัพเผด็จการเหยียบย่ำ หญิงสาวลึกลับจึงต้องออกเดินทางรวบนักรบจากทั่วจักรวาลเพื่อปกป้องบ้านที่เธอรัก สเกลเรื่องนี้คือระดับมหากาพย์ไซไฟที่เต็มไปด้วยศึกเพื่ออิสรภาพ
ผลงานจาก Zack Snyder ย่อมมาพร้อมงานภาพอลัง ฉากรบเดือด และวิสัยทัศน์โลกอนาคตที่ชัดมาก แม้เสียงวิจารณ์จะแตก แต่ความทะเยอทะยานของโปรเจกต์นี้คือจุดที่ทำให้ต้องลองเอง
รายละเอียดหนัง
นักแสดงนำ: Sofia Boutella, Djimon Hounsou, Ed Skrein
ความยาว: 2 ชั่วโมง 14 นาที
ปีที่ฉาย: 2023
ผู้กำกับ: Zack Snyder
เหมาะกับ: สายไซไฟ อวกาศ แฟนตาซี แอคชั่น และสงครามสเกลใหญ่
จุดเด่น
วิสัยทัศน์ยิ่งใหญ่ งานสร้างจัดเต็มทุกเฟรม
แอคชั่นสไตล์ Snyder ดิบ ดุ และสโลว์โมชั่นตามสูตร
ดีไซน์โลกและเผ่าพันธุ์ต่างๆ น่าสนใจ
ธีมการต่อสู้เพื่อเสรีภาพ ทำให้เรื่องดูมีน้ำหนัก
เปิดจักรวาลใหม่ที่มีพื้นที่ให้เล่าอีกเยอะ
เป็นหนึ่งในโปรเจกต์ไซไฟใหญ่สุดของ Netflix
สรุป: ถ้าคุณชอบหนังอวกาศอลังแบบ “ดูเอาบรรยากาศ” Rebel Moon ภาคแรกคือการเปิดประตูสู่จักรวาลนั้น
11. Rebel Moon – Part Two: The Scargiver – บทสรุปศึกใหญ่กลางกาแล็กซี
ภาคต่อพาเหล่านักรบที่โครารวบรวมมา กลับมาเผชิญหน้ากับกองทัพ Motherworld ในศึกใหญ่เพื่อปกป้องหมู่บ้านที่กลายเป็นสมรภูมิกลางจักรวาล การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของบ้านเล็กๆ อีกต่อไป แต่คืออนาคตของทั้งระบบ
คนดูต่างรอให้ภาคนี้เคลียร์ทุกปม เติมทุกปูมหลัง และจัดแอคชั่นให้สมกับที่ปูมาหนาแน่นในภาคแรก
รายละเอียดหนัง
นักแสดงนำ: Sofia Boutella, Djimon Hounsou, Ed Skrein
ความยาว: 2 ชั่วโมง 2 นาที
ปีที่ฉาย: 2024
ผู้กำกับ: Zack Snyder
เหมาะกับ: แฟนภาคแรก และคนรักไซไฟสงครามอวกาศแบบจัดเต็ม
จุดเด่น
ศึกใหญ่ตัดสินชะตาจักรวาล
แอคชั่นสงครามสุดอลัง การต่อสู้เต็มสเกล
ความสัมพันธ์และอุดมการณ์ตัวละครถูกดันขึ้นสุด
วิสัยทัศน์ผู้กำกับยังชัดจัดจ้าน
ปิดจบปมที่ภาคแรกทิ้งไว้
ถูกจัดเป็นหนึ่งใน Must-watch ของสายไซไฟบน Netflix
สรุป: ถ้าเริ่มแล้วต้องไปให้สุด Rebel Moon ภาคสองคือบทสรุปที่สายไซไฟควรไปให้จบ
12. Damsel – เจ้าหญิงสายสู้ ไม่ใช่สายรอเจ้าชาย
หญิงสาวที่คิดว่าชะตากำลังกลายเป็นเทพนิยายหวานแหวว กลับถูกหักหลังอย่างโหดเมื่อถูกส่งเป็นเครื่องสังเวยมังกรเพื่อชดใช้หนี้โบราณ เธอจึงต้องพึ่งสมองและสัญชาตญาณตัวเองเพื่อรอดจากถ้ำมืดที่เต็มไปด้วยเพลิงและเขี้ยวมังกร
นี่คือการพลิกภาพ “เจ้าหญิงรอคนมาช่วย” กลายเป็น “เจ้าหญิงช่วยตัวเอง” แบบเต็มตัว ท่ามกลางบรรยากาศแฟนตาซีที่เข้มข้นและดิบกว่าที่คิด
รายละเอียดหนัง
นักแสดงนำ: Millie Bobby Brown, Ray Winstone, Angela Bassett
ความยาว: 1 ชั่วโมง 48 นาที
ปีที่ฉาย: 2024
ผู้กำกับ: Juan Carlos Fresnadillo
เหมาะกับ: สายแฟนตาซี ผจญภัย เอาชีวิตรอด และคนชอบตัวละครหญิงแกร่ง
จุดเด่น
พลิกสูตรเทพนิยายเจ้าหญิงแบบคาดไม่ถึง
Millie Bobby Brown แสดงได้ทั้งบอบบางและแข็งแกร่งในเวลาเดียวกัน
ฉากผจญภัยในถ้ำมังกรกดดัน ลุ้นหนัก
ภาพและ CG มังกรทำออกมาได้สวยและแรง
พูดเรื่องการพึ่งพาตัวเองของผู้หญิงแบบไม่เทศนา
ได้ทั้งความบันเทิงและพลังใจ
สรุป: เหมาะมากสำหรับคนที่เบื่อเจ้าหญิงเวอร์ชัน “รอให้ใครมาช่วย” Damsel จะเปลี่ยนภาพนั้นให้หมด
13. Heart of Stone – สายลับสาวแกร่ง VS AI ลับระดับโลก
เจ้าหน้าที่ข่าวกรองหญิงที่ใช้ชีวิตสองหน้า ทำงานให้กับองค์กรลับระดับโลกชื่อ “ฮาร์ท” ต้องรับหน้าที่ปกป้องเทคโนโลยี AI สุดล้ำจากแฮกเกอร์อัจฉริยะที่อยากใช้มันเปลี่ยนโลก
Gal Gadot มารับบทสายลับสาวสุดเท่ในสไตล์ที่หลายคนเปรียบว่าเป็น James Bond เวอร์ชันผู้หญิงที่วิ่งไล่ล่าข้ามโลกแบบไม่มีแผ่ว
รายละเอียดหนัง
นักแสดงนำ: Gal Gadot, Jamie Dornan, Alia Bhatt
ความยาว: 2 ชั่วโมง 3 นาที
ปีที่ฉาย: 2023
ผู้กำกับ: Tom Harper
เหมาะกับ: คนชอบหนังสายลับ แอคชั่น เทคโนโลยี และการผจญภัยข้ามประเทศ
จุดเด่น
Gal Gadot ในโหมดสายลับเต็มตัว ดูเพลินทุกช็อต
แอคชั่นและการไล่ล่าทั่วโลก ลุยกันหลายโลเคชั่น
AI ในเรื่องถูกเล่าแบบล้ำแต่น่าคิดตาม
พล็อตมีหักมุมและการทรยศให้ลุ้น
งานสร้างสเกลใหญ่ ดูสมทุน
เป็นหนังสายลับที่เปิดดูเอามันส์ได้สบายๆ
สรุป: ถ้าอยากได้สายลับฟีลลุยๆ หรูนิดๆ ล้ำหน่อยๆ Heart of Stone คือสูตรสำเร็จที่ดูง่ายและสนุก
14. The Gray Man – สายลับสีเทากลางเกมล่าข้ามโลก
สายลับเงาของ CIA นาม Sierra Six กลายเป็นเป้าล่าทันที เมื่อเขาเผลอสะกิดความลับดำมืดขององค์กรตัวเอง อดีตเพื่อนร่วมงานสุดไร้ศีลธรรมจึงถูกส่งมาตามล่าจนโลกแทบกลายเป็นสนามทดลองอาวุธ
Ryan Gosling มาสายเท่เงียบๆ ส่วน Chris Evans รับบทตัวร้ายสุดกวนที่ดูแล้วอยากจะขว้างจอใส่ เป็นการปะทะกันที่ทำให้หนังมันส์แบบไม่ต้องคิดเยอะ
รายละเอียดหนัง
นักแสดงนำ: Ryan Gosling, Chris Evans, Ana de Armas
ความยาว: 2 ชั่วโมง 9 นาที
ปีที่ฉาย: 2022
ผู้กำกับ: Anthony Russo, Joe Russo
เหมาะกับ: สายสายลับ แอคชั่น ไล่ล่า และคนชอบฉากบู๊โคตรใหญ่
จุดเด่น
แอคชั่นระดับบล็อกบัสเตอร์ ยิง ระเบิด ไล่ล่าเต็มสูบ
ดูสองพระเอกท็อปของฮอลลีวูดมาปะทะกันคือความฟิน
พล็อตสายลับมีการทรยศหักหลังให้สนุก
ฝีมือพี่น้อง Russo รับประกันความมันส์ในระดับ Avengers
โลเคชั่นทั่วโลก งานสร้างเปย์สุดตัว
จัดว่าเป็นหนังดูเพลิน เปิดดูแล้วแทบไม่กดพัก
สรุป: คนชอบสายลับสายบู๊ โหมด “ยิงก่อนคิดทีหลัง” ต้องมี The Gray Man ไว้ในลิสต์
15. Glass Onion: A Knives Out Mystery – ฆาตกรรมหรูหราบนเกาะมหาเศรษฐี
นักสืบ Benoit Blanc ได้รับเชิญไปยังเกาะส่วนตัวสุดหรูของมหาเศรษฐี เพื่อร่วมงานรวมตัวเพื่อนๆ ที่สุดท้ายกลายเป็นฉากหลังของคดีฆาตกรรมสุดซับซ้อนที่ทุกคนล้วนมีความลับที่ไม่อยากให้ใครรู้
นี่คือหนังสืบสวนสไตล์ Whodunit ที่เปี่ยมด้วยกลิ่นไฮโซ เสียดสี และการหักมุมระดับทำคนดูอ้าปากค้างเป็นระยะๆ
รายละเอียดหนัง
นักแสดงนำ: Daniel Craig, Edward Norton, Janelle Monáe
ความยาว: 2 ชั่วโมง 19 นาที
ปีที่ฉาย: 2022
ผู้กำกับ: Rian Johnson
เหมาะกับ: คนชอบปริศนาฆาตกรรม หนังสืบสวน และแนว Whodunit
จุดเด่น
พล็อตซับซ้อน ฉลาด และสนุกในการแกะ
หักมุมหลายรอบ จนไม่กล้าฟันธงอะไรเร็วๆ
Daniel Craig ในโหมดนักสืบสุดประหลาดแต่โคตรมีเสน่ห์
ดาราเยอะ ฝีมือแน่นกันทุกคน
โลเคชั่นเกาะหรูในกรีซสวยจนอยากตามไปพัก
ทำให้คนดูอยากรีวิว ทบทวน คุยต่อหลังจบเรื่อง
สรุป: ถ้าชอบหนังสืบสวนที่ให้คนดูแข่งไขคดีกับตัวละคร Glass Onion คือเมนูชั้นดี
16. Outer Banks (ซีรีส์) – วัยรุ่นล่าขุมทรัพย์กลางหน้าร้อนริมทะเล
กลุ่มเพื่อนวัยรุ่นในเมืองชายฝั่ง Outer Banks ดันไปเจอแผนที่ลับที่เชื่อมโยงกับสมบัติทองคำที่สาบสูญไปนาน การผจญภัยตามล่าสมบัติเลยเริ่มขึ้นพร้อมดราม่า มิตรภาพ และโรแมนติกฟีลหน้าร้อน
ซีรีส์เรื่องนี้คือสูตรผสมระหว่างความอบอุ่น วัยรุ่น ดราม่าชนชั้น และความลุ้นเรื่องสมบัติแบบหยุดดูยาก
รายละเอียดซีรีส์
นักแสดงนำ: Chase Stokes, Madelyn Cline, Madison Bailey, Jonathan Daviss, Rudy Pankow
ความยาว: 3 ซีซัน (ตอนละประมาณ 45–60 นาที)
ปีที่ฉาย: 2020 – ปัจจุบัน
ผู้กำกับหลัก: Jonas Pate
เหมาะกับ: วัยรุ่นและคนที่ชอบซีรีส์ผจญภัย มิตรภาพ ความรัก และขุมทรัพย์ลับ
จุดเด่น
การล่าขุมทรัพย์ที่ทั้งตื่นเต้นและมีปริศนาให้ตามแกะ
เคมีของแก๊งวัยรุ่นคือหัวใจของเรื่อง
บรรยากาศหน้าร้อนริมทะเล ฟีลหนีไปเที่ยวพักร้อนมากๆ
ปริศนาและดราม่าค่อยๆ บานจนดูต่อเนื่องยาวๆ
แอบแตะประเด็นชนชั้นและช่องว่างทางสังคม
เป็นซีรีส์ที่ดูแล้วติดง่าย เหมาะกับการดูรวดเดียววันหยุด
สรุป: ใครฝันอยากไปผจญภัยหาสมบัติแบบแก๊งเพื่อน Outer Banks จะทำให้คุณอินแบบอยากย้ายไปอยู่ริมทะเล
17. Wednesday (ซีรีส์) – เด็กสาวสายดาร์กในโรงเรียนเหนือธรรมชาติ
เวนส์เดย์ แอดดัมส์ เด็กสาวมาดนิ่ง สายดาร์กที่ไม่เหมือนใคร ถูกส่งไปเรียนที่ Nevermore Academy โรงเรียนของผู้มีพลังพิเศษ ที่นั่นเธอต้องรับมือทั้งชีวิตใหม่ ปริศนาฆาตกรรม และพลังจิตของตัวเองที่ยังคุมไม่อยู่
ตัวละคร Wednesday กลายเป็นไอคอนระดับโลกในเวลาไม่นาน ชุดดำ ผมเปีย และความแสบแบบหน้าไม่ขำคือเสน่ห์ที่ทำให้คนดูหลง
รายละเอียดซีรีส์
นักแสดงนำ: Jenna Ortega, Gwendoline Christie, Riki Lindhome
ความยาว: 1 ซีซัน (ตอนละประมาณ 45–55 นาที)
ปีที่ฉาย: 2022 – ปัจจุบัน
ผู้กำกับ (ตอนแรกๆ): Tim Burton
เหมาะกับ: คนชอบแฟนตาซี ลึกลับ สืบสวน ดาร์กคอมเมดี้ และตัวละครสุดแหวก
จุดเด่น
คาแรกเตอร์ Wednesday โดดเด่นและจำง่ายมาก
Jenna Ortega ใส่ชีวิตให้ตัวละครแบบเต็มแม็กซ์
พล็อตสืบสวนในโรงเรียนมีปริศนาให้ลุ้นตลอด
บรรยากาศโกธิกสวย มีสไตล์แบบ Tim Burton ชัดๆ
มุกตลกดำ แสบแต่ฉลาด
กลายเป็นซีรีส์ปรากฏการณ์ ที่ทั้งคอสเพลย์และมีมไปทั่วโซเชียล
สรุป: ซีรีส์สำหรับคนที่อยากได้อะไรดาร์กๆ แต่ดูสนุกและมีสไตล์แบบจัดเต็ม
18. Lupin (ซีรีส์) – จอมโจรสุภาพบุรุษในโลกยุคใหม่
Assane Diop ชายผู้ได้รับแรงบันดาลใจจากตำนาน Arsène Lupin ใช้ไหวพริบ การปลอมตัว และการวางแผนอันแยบยลเพื่อแก้แค้นให้พ่อที่ถูกใส่ร้ายโดยคนมีอำนาจ การล้างแค้นของเขากลายเป็นเกมแมวจับหนูสุดลุ้นกลางกรุงปารีส
ซีรีส์นี้คือการเอาเสน่ห์ของจอมโจรสุภาพบุรุษมาเล่าใหม่ในยุคดิจิทัล ที่ทั้งเท่ ฉลาด และเต็มไปด้วยลูกเล่น
รายละเอียดซีรีส์
นักแสดงนำ: Omar Sy, Ludivine Sagnier, Clotilde Hesme
ความยาว: 3 พาร์ท (ตอนละประมาณ 45–50 นาที)
ปีที่ฉาย: 2021 – ปัจจุบัน
ผู้กำกับ: Louis Leterrier, Marcela Said, Ludovic Bernard
เหมาะกับ: คนชอบซีรีส์อาชญากรรม วางแผน ปลอมตัว และการแก้แค้นอย่างมีชั้นเชิง
จุดเด่น
แผนโจรกรรมและการแก้เกมที่คิดมาดีทุกขั้น
Omar Sy มีเสน่ห์จนดูแล้วอยากเชียร์โจร
ปารีสถูกถ่ายทอดทั้งสวยและมีมิติ
เอา Arsène Lupin มาดัดแปลงได้ทันสมัยแต่ยังรักษาจิตวิญญาณเดิม
แต่ละตอนจบแบบชวนกดต่อทันที
ซีรีส์ฝรั่งเศสที่ฮิตไปทั่วโลกแบบไม่ต้องพึ่งภาษาอังกฤษ
สรุป: ถ้าชอบความเหนือชั้นของตัวเอกสายวางแผน Lupin จะกลายเป็นหนึ่งในซีรีส์โปรดของคุณง่ายมาก
19. Stranger Things (ซีรีส์) – แก๊งเด็กยุค 80s ปะทะปีศาจจากอีกมิติ
ในเมืองเล็กๆ ยุค 80s เด็กชายคนหนึ่งหายตัวไปอย่างลึกลับ เพื่อนๆ และครอบครัวจึงต้องออกตามหา และระหว่างทางก็ต้องเจอกับการทดลองลับของรัฐบาล พลังเหนือธรรมชาติ และสัตว์ประหลาดจากโลกอีกด้าน
ซีรีส์นี้คือจดหมายรักถึงวัฒนธรรมยุค 80s ตั้งแต่เพลง แฟชั่น ไปจนถึงหนังและเกมในยุคนั้น ผสมกับไซไฟ สยองขวัญ และดราม่าวัยรุ่นแบบลงตัวสุดๆ
รายละเอียดซีรีส์
นักแสดงนำ: Millie Bobby Brown, Finn Wolfhard, Gaten Matarazzo, Caleb McLaughlin, Noah Schnapp, Winona Ryder, David Harbour
ความยาว: 4 ซีซัน (ตอนละประมาณ 50–70 นาที, ซีซัน 4 มีตอนยาวพิเศษ)
ปีที่ฉาย: 2016 – ปัจจุบัน
ผู้สร้าง/ผู้กำกับหลัก: The Duffer Brothers
เหมาะกับ: คนชอบไซไฟ แฟนตาซี สยองขวัญ และสายคิดถึงยุค 80s
จุดเด่น
ผสมไซไฟ+สยองขวัญ+ดราม่าวัยรุ่นได้กลมกล่อม
บรรยากาศยุค 80s ชัดจนคนดูอยากย้อนเวลา
ตัวละครเติบโตไปพร้อมคนดู ทำให้ผูกพันสุดๆ
ปริศนาและโลกคู่ขนานที่ขยายเรื่อยๆ
งานวิชวลและสัตว์ประหลาดทำดีจนติดตา
เป็นหนึ่งในซีรีส์เรือธงที่นิยามคำว่า “ซีรีส์ Netflix ระดับตำนาน”
สรุป: ถ้าคุณยังไม่เคยแตะ Stranger Things นี่คือช่องโหว่ครั้งใหญ่ในประวัติการดูซีรีส์ของคุณ
20. Money Heist: Korea – Joint Economic Area (ซีรีส์) – ปล้นโรงกษาปณ์เวอร์ชันรวมชาติเกาหลี
กลุ่มโจรจากทั้งเกาหลีเหนือและใต้รวมตัวกันภายใต้การวางแผนของ “ศาสตราจารย์” เพื่อปล้นโรงกษาปณ์ของคาบสมุทรเกาหลี ขณะทั้งสองชาติกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมือง
เวอร์ชันเกาหลีหยิบจิตวิญญาณของ Money Heist ต้นฉบับมาปรับเข้ากับประเด็นการเมือง สังคม และวัฒนธรรมเอเชียได้อย่างน่าสนใจ
รายละเอียดซีรีส์
นักแสดงนำ: Yoo Ji-tae, Kim Yunjin, Park Hae-soo, Jeon Jong-seo
ความยาว: 2 ซีซัน (ตอนละประมาณ 60–75 นาที)
ปีที่ฉาย: 2022 – ปัจจุบัน
ผู้กำกับ: Kim Hong-sun
เหมาะกับ: คนชอบซีรีส์โจรกรรม ดราม่า การวางแผน และแฟนซีรีส์เกาหลี
จุดเด่น
ตีความ Money Heist ในมุมเกาหลีได้ไม่ซ้ำต้นฉบับ
นักแสดงเกาหลีแบกอารมณ์เรื่องได้ดีมาก
แผนปล้นเต็มไปด้วยชั้นเชิงและการ駆ดัน
แทรกประเด็นการเมืองและการรวมชาติแบบเฉียบคม
ความลุ้นและการ駆ดันอารมณ์ทำให้หยุดดูยาก
เป็นอีกหนึ่งซีรีส์เกาหลีที่ถูกพูดถึงในระดับนานาชาติ
สรุป: ถ้ารักเวอร์ชันสเปน หรือชอบดราม่าเข้มข้นสไตล์เกาหลี เวอร์ชันนี้คือของที่ต้องลอง
หนังผจญภัย Netflix 2025 เรื่องไหนมาแรงที่สุด?
ในบรรดาลิสต์ทั้งหมด Red Notice ยังยืนหนึ่งเรื่องความแมส ทั้งด้วยทีมนักแสดงระดับซูเปอร์สตาร์ เคมีตลกมันส์ๆ และฉากแอคชั่นแบบจัดหนัก ทำให้กลายเป็นหนังที่หลายคนดูซ้ำแล้วซ้ำอีก
ด้านฝั่งซีรีส์ Stranger Things และ Wednesday ก็ยังคงครองพื้นที่ในใจผู้ชมอย่างเหนียวแน่น จากเนื้อเรื่องที่น่าติดตาม ตัวละครจำง่าย และกระแสวัฒนธรรมป๊อปที่แตกออกไปสู่โลกออฟไลน์ออนไลน์เต็มไปหมด
หนังผจญภัย Netflix ที่โดนชมหนักที่สุดเรื่องบทและการแสดง
สองชื่อที่ถูกพูดถึงหนักมากคือ:
Glass Onion: A Knives Out Mystery – ได้คะแนนสูงในเรื่องบทสืบสวนที่ซับซ้อน ฉลาด และหักมุมเก่ง รวมถึงการแสดงสุดจัดของ Daniel Craig และทีมนักแสดงที่ทำให้ทุกตัวละครมีน้ำหนัก
Extraction 2 – กลายเป็นหนึ่งในหนังแอคชั่นแห่งปีในสายตาหลายคน ด้วยการออกแบบฉากบู๊สุดโหด โดยเฉพาะลองเทคยาวที่ทั้งเทคนิคยากและอารมณ์แรง ทำให้ถูกยกเป็นมาตรฐานใหม่ของหนังแอคชั่นสายโหด
3 หนังผจญภัย Netflix ที่ทุ่มทุนสร้างโคตรหนัก
ถ้าพูดถึงระดับการเปย์ของ Netflix เพื่อสร้างโลกผจญภัยแบบจัดเต็ม มีสามเรื่องที่โดดเด่น:
Red Notice
ทุนสร้างระดับมหาศาลที่แบ่งไปทั้งค่าตัวนักแสดง A-list และโลเคชั่นถ่ายทำหลายประเทศ ทำให้หนังดูแพงแบบเห็นได้ชัดทุกเฟรมThe Gray Man
โปรเจกต์สายลับฟอร์มยักษ์ที่ทุ่มทั้งค่าตัวดารา และฉากแอคชั่นขนาดใหญ่ในหลายโลเคชั่นทั่วโลก ตัวหนังเลยให้ฟีลบล็อกบัสเตอร์โรงหนังแบบเต็มๆRebel Moon – Part One: A Child of Fire
การสร้างจักรวาลไซไฟใหม่แทบทั้งใบไม่ใช่เรื่องถูก Netflix เลยต้องทุ่มกับงานวิชวล เอฟเฟกต์ และการออกแบบโลกต่างดาวแบบสุดตัวเพื่อให้วิสัยทัศน์ของ Zack Snyder ไปได้สุด
FAQ – คำถามฮิตสายหนังผจญภัยบน Netflix
ถาม: หนังผจญภัย Netflix ปี 2025 เรื่องไหนดูได้ทั้งครอบครัว?
ตอบ: แนะนำ The Adam Project สำหรับครอบครัวที่อยากได้ทั้งไซไฟ แอคชั่น และดราม่าหัวใจอบอุ่น และ Enola Holmes ทั้งสองภาค สำหรับบ้านที่มีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ชอบการสืบสวนแบบเบาๆ แต่แฝงข้อคิดดีๆ
ถาม: อยากดูแนวปริศนาลึกลับ ต้องคิดตาม มีเรื่องไหนบ้าง?
ตอบ: ถ้าชอบแนวสืบสวนปริศนาแบบซับซ้อน ต้องลอง Glass Onion: A Knives Out Mystery ส่วนคนที่ชอบความลึกลับเคลือบเครียดสไตล์โลกใกล้พัง แนะนำ Leave the World Behind ที่ทิ้งคำถามให้ขบคิดยาวๆ หลังดูจบ
ถาม: ซีรีส์ผจญภัยสำหรับวัยรุ่นบน Netflix มีเรื่องไหนเด่น?
ตอบ: Outer Banks คือคำตอบสำหรับวัยรุ่นที่อยากได้ฟีลล่าขุมทรัพย์ มิตรภาพ และความรักริมทะเล ส่วน Wednesday ก็ฮิตมากในกลุ่มวัยรุ่น ด้วยคาแรกเตอร์เวนส์เดย์ที่โคตรมีสไตล์และบรรยากาศแฟนตาซีลึกลับ
ถาม: อยากได้หนังผจญภัยแนวแอคชั่นจัดเต็ม มีเรื่องไหนห้ามพลาด?
ตอบ: สายโหดจัดไปที่ Extraction 2 ถ้าอยากดูแอคชั่นหนักๆ ลองเทคเดือดๆ และ The Gray Man สำหรับคนชอบสายลับไล่ล่าข้ามโลกแบบมันส์ลืมหายใจ
ถาม: ถ้าเน้นงานสร้างอลังการ ภาพสวยๆ ควรดูเรื่องอะไร?
ตอบ: สายภาพสวยต้องลอง Rebel Moon – Part One และ Part Two ที่มาเต็มกับสเกลไซไฟอวกาศ ส่วน Red Notice ก็มีงานโปรดักชันและฉากหลังทั่วโลกที่ดูแพงสมทุน
ปิดท้าย: เลือกเรื่องโปรด แล้วออกเดินทางไปกับ Netflix
20 เรื่องนี้คือคลังผจญภัยที่จะช่วยให้วันหยุดยาวปี 2025 ของคุณไม่เงียบเหงาอีกต่อไป ไม่ว่าคุณจะชอบ:
การตามล่าสมบัติแบบ Outer Banks
การไขปริศนาแบบ Enola Holmes หรือ Glass Onion
แอคชั่นเดือดเลือดสูบฉีดแบบ Extraction, The Gray Man
หรือไซไฟอวกาศสุดยิ่งใหญ่สไตล์ Rebel Moon
สิ่งดีๆ ของการดูหนังและซีรีส์คือ เราได้ออกเดินทางไปในโลกที่ไม่มีขอบเขต แม้ตัวจะนั่งอยู่ที่เดิม บางเรื่องอาจกลายเป็นเรื่องโปรดใหม่ บางฉากอาจกลายเป็นแรงบันดาลใจให้คุณลุกไปทำอะไรบางอย่างในชีวิตจริงก็ได้
สุดท้าย เลือกเรื่องที่ใช่ กดเล่น แล้วปล่อยให้ Netflix พาคุณออกไปผจญภัยให้สุดทางในวันหยุดที่กำลังมาถึงนี้กันเถอะ

