รับแอปรับแอป

22 ปีในสเตจผู้ปกครอง: เมื่อเกมชีวิตเล่นจบ แต่ความทรงจำยังไม่เคยกด End

ณัฐพงศ์ ศรีวงศ์01-31

จากวงกินเลี้ยง สู่บทสนทนาที่แทงใจ

วันหนึ่งผมนั่งกินเลี้ยงกับทีมงานคอนเสิร์ต

คุยกันไปคุยกันมา จากแพลนงานปีหน้า ลามไปเรื่อง ดราก้อนบอลเวอร์ชันอาจารย์โทริชิมะ ที่มองว่าจบตั้งแต่ดาวนาเม็ก ไปจนถึงดราม่าซึบาสะ ว่าตกลงเรื่องนี้มันจะจบยังไงกันแน่

เราถกกันเล่น ๆ ว่า ถ้าเราเป็นซึบาสะ ชนะสเปนได้ แต่ต้องแข่งกับบราซิลในอีก 3 วัน

  • จะบินกลับญี่ปุ่นไปหาเมียที่กำลังจะคลอด

  • หรือจะอยู่ตามล่าความฝันต่อที่มาดริด?

จากวงคุยเรื่องการ์ตูน เราไหลไปเรื่องเกมที่เล่นกันในคืนนั้น

  • Super Street Fighter II

  • Super Bomberman R2

  • Super Smash Bros. Ultimate

  • Mario Kart World

ผมเคยสิงอยู่ใน Bomberman Online ปั่นแรงก์จนถึงระดับ Master แล้วก็รู้สึกว่า มันคือเพดานของตัวเอง เลยวางจอยไปแบบดื้อ ๆ

แต่เรื่องที่อยากจะเล่าในโพสต์นี้ ไม่ใช่เกมไหนเลย

ประเด็นจริง ๆ ของเรื่องมันเพิ่งจะเริ่มตรงนี้เอง

Gen Y ลูกเริ่มประถม แต่ผมเหมือนเล่นจบสเตจนี้ไปก่อนแล้ว

พอถึงวัยที่คนรุ่น Gen Y เริ่มมีลูกกัน ลูกกำลังอยู่ช่วงประถม แต่ละคนก็ผลัดกันเล่าเรื่องพัฒนาการของลูก

  • ลูกอยู่ชั้นอะไรแล้ว?

  • ดื้อแค่ไหน?

  • เริ่มใช้เหตุผลโต้กลับยังไง?

  • เล่นเกมแบบไหน?

  • เราให้เวลากับลูกมากน้อยแค่ไหน?

ระหว่างที่ทุกคนแชร์ประสบการณ์ ผมกลับเงียบ

คนที่ไม่รู้จักผมดีอาจเข้าใจว่า เพราะผมไม่มีลูกไม่มีเมีย เลยไม่ได้ออกความเห็น

แต่คนที่ตามผมมานานจะรู้ดีว่า ผมเคยโดนชะตากรรมลักพาตัวไปเล่นสเตจ “ผู้ปกครองเด็กคนนึง” ล่วงหน้าไปแล้ว และผมเล่นมันยาวนานถึง 22 ปี

คนที่ผมกำลังพูดถึง คือหลานสาวของผม

เด็ก 6 เดือนที่ถูกทิ้งไว้ และผู้ปกครองจำเป็นวัย 16

ตอนผมอายุ 16 มีหลานสาววัย 6 เดือนที่พ่อแม่ทิ้งเอาไว้ เธอย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านกับเรา

ช่วงที่ผมเรียนมหาวิทยาลัย (18-22 ปี)

  • ผมเริ่มไปรับ-ส่งหลานที่โรงเรียนอนุบาล

  • นั่งประกบดูแล สอนการบ้านบ้างประปราย

พอเรียนจบ ป.ตรี เป็นจังหวะที่ชีวิตผมเจอเรื่องเศร้าหนัก ๆ

ในขณะเดียวกัน หลานสาวกำลังขึ้น ป.1 เป็นวัยที่

  • พูดรู้เรื่อง ใช้ตรรกะได้

  • สอนอะไรไปก็จำได้หมด

  • แต่ยังไม่มีประสบการณ์ชีวิต

  • คลังศัพท์ยังไม่เยอะ

  • เรื่องเทคโนโลยีกับอุปกรณ์ต่าง ๆ แทบเป็นศูนย์

ช่วงนั้น หลานกลายเป็นเสาหลักทางใจของผม

ผมรักในความบริสุทธิ์ของเด็ก ความที่เขายังอ่อนต่อโลก และความจริงที่ว่า เราต้องค่อย ๆ สอนให้เขาเข้าใจโลกใบนี้

ผมเริ่มกลายเป็นคนที่มี mindset แบบ responsibility-first – เด็กมาก่อนเสมอ

ประถมต้น: เริ่มเข้าโหมดผู้ปกครองเต็มตัว

ป.2 – การบ้าน รายงาน และ Line ผู้ปกครอง

  • เริ่มต้องช่วยหลานทำรายงานแบบเป็นเล่ม

  • มีการเข้ากลุ่ม Line ผู้ปกครองครั้งแรก

ปีนั้นหลานเริ่มเล่นโปเกมอนด้วย

เกิดดราม่าใหญ่ในบ้านจากเควสต์เล็ก ๆ อย่าง “จับลูเกียไม่ได้”

ผมสาธิตให้ดูจนจับได้ แต่จงใจปิดเกมทิ้ง เพื่อให้เขากลับไปฝึกเอง

สำหรับผู้ใหญ่ มันดูเป็นเรื่องเล็ก แต่สำหรับเด็ก มันคือภาพที่เจ็บปวดมาก

ป.3 – งานประจำ vs เวลาที่บ้าน

ผมเริ่มทำงานประจำ เลยให้หลานไปกลับด้วยรถโรงเรียน

  • หลานต้องทำการบ้านเป็นวิดีโอฝัง subtitle

  • มีการบ้านที่ต้องทำร่วมกับผู้ปกครองเยอะขึ้น

ขณะที่เพื่อนร่วมงานโสด ๆ เลิกงานแล้วไป

  • กินข้าว

  • เที่ยวเล่น

  • ตีแบด

  • ออกกำลังกาย

  • เดินห้าง

  • ตีกอล์ฟ ตีดอท ฯลฯ

ผมกลับใช้ชีวิตแบบ คนมีครอบครัว โดยสมบูรณ์

  • กลับบ้านไปรอรับหลานจากรถโรงเรียน

  • หาอะไรให้กิน

  • ฟังเขาเล่าเรื่องในแต่ละวัน

  • สอนการบ้าน

  • เล่นเกมด้วยกัน ใช้เวลาอยู่ด้วยกันแทบทุกคืน

ผมพยายามอย่างเต็มที่ ไม่อยากให้เขารู้สึกว่า ชีวิตตัวเองขาดพ่อแม่

แต่ความจริงคือ ต่อให้เราพยายามแค่ไหน มันก็ถมช่องว่างนั้นไม่มิดอยู่ดี

โดยเฉพาะวันที่มี

  • วันพ่อ

  • วันแม่

ที่โรงเรียนจะให้เด็กเขียนเรียงความอวยพ่อแม่

วันแบบนั้นมันเหมือนมีคนเอาเท้ามากระทืบใจเด็กที่ไม่มีพ่อแม่ซ้ำ ๆ

ป.4 – เริ่มลงทุนทั้งเงิน ทั้งเวลา

  • หลานเริ่มมีการบ้าน Photoshop เบื้องต้น

  • ผมเริ่มเก็บเงิน จ่ายค่าเทอมให้หลานเป็นเทอม ๆ

ป.5 – เกมที่ “เกินวัย” และความลังเลในใจผู้ใหญ่

  • การบ้าน Animation เริ่มเข้ามาในชีวิตหลาน

  • เล่น Biohazard 6 ด้วยกัน

  • หลานเล่น The Last of Us

  • และเล่น Final Fantasy X จนจบ

ตอนนั้นผมให้เขาเล่นเกมที่เกินวัยไปมาก แม้จะคอยอธิบายและคุมใกล้ชิด แต่พอมองย้อนกลับไปก็ยังรู้สึกว่า จริง ๆ มันไม่เหมาะเท่าไหร่

ป.6 – เค้นศักยภาพ เพื่ออนาคต

  • หลานเริ่มทำ Photoshop แบบจัดเต็มสำหรับยุคนั้น

  • ผมสอนหนังสือให้ถึง 4-5 ทุ่มทุกวัน เพื่อให้หลานสอบเข้า ม.1 ห้อง Gifted ที่หวังไว้

เขาตั้งใจเรียนอยู่แล้ว เราเลยเดินไปด้วยกันแบบไม่มีปัญหา

จนทุกวันนี้ ผมยังเก็บใบคะแนนสอบเข้า ม.1 ที่เป็นผลจากคืนยาว ๆ เหล่านั้นเอาไว้

โรงเรียนในยุคนั้นเริ่มให้เด็ก

  • ใช้มือถือถ่าย slide ของครูในห้องเรียน

ม.ต้น: ช่วงเวลาที่ผมมีความสุขที่สุดในชีวิต

ม.1 – ห้อง Gifted และบทเรียนที่ย้อนมาสอนผู้ใหญ่

หลานสอบเข้าได้ห้อง Gifted

เนื้อหาที่ต้องเรียน มันคือการเอาวิชารวม ๆ ของ ม.ปลายในยุคผม และข้อสอบเอนทรานซ์เก่ามาอัดใส่เด็ก ม.1

ผมถึงขั้นต้องไปขุดหนังสือรวมข้อสอบฟิสิกส์เอนทรานซ์เก่า ๆ มานั่งเปิดดู

แล้วก็ต้องมานั่งสอนทั้ง

  • แตกเวกเตอร์

  • แมตริกซ์

  • ฟิสิกส์

  • เคมี

  • และสารพัดโจทย์ยาก ๆ ที่เล่นเอาคนทำงานแล้วอย่างผมหืดขึ้นคอ

ผมเหนื่อยมาก แค่เลิกงานแล้วรีบกลับบ้านก็แทบล้มแล้ว แต่ยังต้องสู้กับโจทย์พวกนั้นต่อ

แต่ถ้าย้อนมองไป ช่วงที่หลานอยู่ ประถมปลายถึงม.ต้น

นั่นคือช่วงที่ผมรู้สึกว่า มีความสุขที่สุดในชีวิต

เพราะเด็กในวัยนั้นยังเป็นมนุษย์ตรรกะ

  • คุยกันรู้เรื่อง

  • พร้อมเรียนรู้

  • พร้อมเติมเต็ม

  • ยังไม่เข้าสู่วัยต่อต้าน

ม.1 หลานเล่น Tomb Raider (Remake) และเริ่มสัมผัสโลก multiplayer competitive เป็นครั้งแรก

จากนั้นก็เล่น Biohazard Dark Chronicle จนเก่งกว่าผมไปอีกขั้น

ผมซื้อโน้ตบุ๊กให้เขาเครื่องแรก สเปกดีกว่าที่ตัวเองใช้ด้วยซ้ำ

ม.2 – ยอมรับว่าตัวเองสอนไม่ไหวแล้ว

โจทย์แต่ละข้อ ผมใช้เวลา 45 นาที เพื่อจะรู้แค่ว่า ตัวเองทำได้หรือไม่ได้

มันไม่คุ้มเวลาอีกต่อไป เลยยอมแพ้ และจ่ายเงินส่งหลานไปเรียนพิเศษแทน

จากตรงนั้น ผมเริ่มให้เงินค่าขนมทั้งแบบรายวันและรายสัปดาห์

ช่วง ม.2 หลานเล่นเกมอย่าง

  • NieR: Automata

  • Overwatch

ม.3 – จากเกม สู่ซีรีส์ที่ทิ่มใจคนเล่น FFXIV

เรานั่งดู FFXIV : Daddy of Light ด้วยกันทุกตอน

หลังจากนั้น ช่วง ม.ปลาย คือจุดที่หลานเข้าสู่วัยรุ่นเต็มตัว

บรรยากาศในบ้านเริ่มดาร์กกว่าจักรวาล DC อีก

เป็นช่วงที่ผมแทบไม่ได้เอาเรื่องพวกนี้มาเล่าลงเพจแล้ว

เพราะมันคือแพ็กเกจเต็ม ๆ ของ

  • ความร้อนแรงของวัยรุ่น

  • ความรู้สึกนำเหตุผล

  • การเรียกร้องสิทธิในการคุมชีวิตตัวเองแบบเต็มสูบ

ม.ปลาย: จุดเปลี่ยนของความสัมพันธ์ และภารกิจสุดท้าย

ม.5 ปิดเทอม เราไปดูหนัง Brave Father Online: Our Story of Final Fantasy XIV ด้วยกันในโรง

ม.6 หลานมีแฟนคนแรก และเล่น Kingdom Hearts III

ยังไม่นับเรื่องที่ผมต้องคอยขับรถรับส่งไปเรียนพิเศษอีก

พอหลานเข้ามหาวิทยาลัย ช่วงเปิดประเทศหลังโควิดปี 2022 ตอนเขาอยู่ปี 2

พายุอุกกาบาตแห่งชีวิต ก็ตกลงมาที่ครอบครัวเรา

ชีวิตช่วงนั้นคือ

  • แทบไม่ได้นอน

  • เครียดต่อเนื่อง

  • เงียบทุกอย่างไว้ในวงจำกัด เพื่อนที่รู้จริง ๆ มีไม่ถึงสิบคน

มันก็เป็นแบบนั้นเรื่อยมา จนหลานเรียนจบ

เกมสุดท้ายที่เราเล่นด้วยกันแบบจริงจัง คือ Biohazard 6 บน PS4 ในปี 2023

เราเล่นจนจบทุกเนื้อเรื่อง รวมถึงโหมด Mercenary

ตอนนี้หลานสาวเรียนจบแล้ว และแยกออกไปใช้ชีวิตของตัวเอง

ส่วนผม ก็กลายเป็นเหมือนพ่อแม่ที่

ลูกโตแล้ว… และอยู่ในจุดที่ได้ชีวิตตัวเองกลับคืนมา

เมื่อเคลียร์สเตจผู้ปกครอง แล้วมองย้อนกลับไป

เมื่อเราได้ชีวิตตัวเองกลับคืนมา

ทั้ง

  • เงิน

  • พลัง

  • เวลา

ที่เคยเทให้เด็กคนหนึ่งไปตลอด 22 ปี มันไหลกลับเข้ามาหาเราอีกครั้ง

Epilogue

ถ้าเปรียบเป็นเกม ผมรู้สึกเหมือนตัวเองถูกลักพาตัวมาลงดันเจี้ยนชื่อว่า “สเตจผู้ปกครองบุตร” นานถึง 22 ปี

และผมก็เล่นมันจนเคลียร์แล้ว

ตอนนี้เลยไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่า ตัวเองยืนอยู่ในสเตจไหนของชีวิต

แต่รู้แค่ว่า ในช่วง 22 ปีนั้น เราใช้ “เงิน พลัง เวลา และโอกาสที่ไม่หวนกลับ” เพื่อสร้างคนคนหนึ่งขึ้นมา

การเป็นผู้ใหญ่สำหรับผมเลยแปลว่า

การเลิกเอาความสุขและความเจริญของตัวเองเป็นศูนย์กลาง

เราอาจไม่จำเป็นต้องมีความสุขสุด หรือสำเร็จสุด

แต่ คนที่เรารัก และคนที่เราต้องรับผิดชอบ ต้องได้รับสิ่งเหล่านั้นแทนเราให้ได้มากที่สุด

แน่นอน ผมก็อดเสียดายไม่ได้

  • เงินที่หายไป

  • พลังที่หมดไป

  • เวลาและโอกาสดี ๆ ตลอด 22 ปีที่ทิ้งลงไปกับภารกิจนี้

แต่ต่อให้ย้อนเวลาได้ ผมก็จะเลือกทำเหมือนเดิม

เพราะในมุมของผม มันคือสิ่งที่ “ควรทำ”

ต่อให้ในท้ายที่สุด เด็กคนนั้นจะไม่มีวันเข้าใจจริง ๆ ว่า

การ “สร้างคน” ให้เติบโตขึ้นมา มันต้องแลกกับอะไรบ้างก็ตาม

สำหรับคนที่กำลังอยู่ในสเตจนี้ตอนนี้

ในวันนี้ พอผมได้ฟังเพื่อนและทีมงานคุยเรื่องลูกวัยประถมของตัวเอง

ผมทำได้แค่

  • ยิ้มบาง ๆ

  • แล้วไม่รู้จะหยิบส่วนไหนของประสบการณ์ตัวเองมาเล่าดี

เพราะความรู้สึกมันคล้ายคนที่ เล่นเกมจบแล้ว

และไม่รู้จะสปอยล์ทั้งเรื่องให้คนที่ยังเล่นไม่ถึงยังไงดี

ถ้าจะฝากอะไรไว้สั้น ๆ ได้สักอย่าง ผมคงอยากบอกว่า

  • ช่วงเวลาที่คิดว่าเหนื่อยที่สุดในชีวิต วันหนึ่งมันอาจกลายเป็นช่วงเวลาที่ล้ำค่าที่สุด

  • ลูกจะเป็น “ลูกเรา” แค่ช่วงหนึ่งเท่านั้น ถึงเวลาหนึ่ง เขาก็จะออกไปใช้ชีวิตของเขาเอง

  • วันนี้เราแชร์ชีวิตร่วมกันกับเขา วันหนึ่ง ทั้งเราและเขาจะได้ชีวิตของตัวเองคืนกลับไปคนละทาง

ขอให้ทุกคนโชคดี

ขอให้คุณรักลูกให้มากเท่าที่จะทำได้

และขอให้ลูกของคุณ รักคุณกลับ อย่างที่คุณหวังด้วยเช่นกัน