รับแอปรับแอป

รวมลิสต์แป้งคุมมัน 2568 ผิวมันแค่ไหนก็เอาอยู่ หน้าเป๊ะไม่เยิ้มทั้งวัน

ธีรพล นาคดี01-31

แป้งคุมมัน 2568 เลือกยังไงให้หน้าเป๊ะทั้งวัน

สาวผิวมัน ผิวผสม เจออากาศร้อนชื้นในปี 2568 (2025) แค่รองพื้นดีอย่างเดียวเอาไม่อยู่แล้วนะ การมี “แป้งคุมมัน” ตัวเก่ง คือกุญแจสำคัญที่ช่วยล็อกเมคอัพให้สวยเป๊ะ ไม่ดรอป ไม่เยิ้ม และไม่เป็นคราบระหว่างวัน

เทรนด์แป้งปีนี้ไม่ได้เน้นแค่การซับมัน แต่โฟกัสไปที่ เทคโนโลยีเบลอรูขุมขน (Pore-Blurring) และการช่วยเซ็ตเมคอัพแบบที่ ไม่ทำให้รองพื้นเปลี่ยนสีหรือหมอง ระหว่างวัน ใครอินงานผิวสวยเนียนเหมือนฟิลเตอร์ ต้องอ่านให้จบ

ไม่ว่าคุณจะเป็นสาย แป้งพัฟผสมรองพื้น ที่ชอบงานปกปิดแน่น ๆ หรือสาย แป้งฝุ่นโปร่งแสง ที่รักความบางเบาเหมือนไม่แต่ง บทความนี้รวบรวมตัวเด็ดที่ถูกยกให้เป็น “ใช้ดี ราคาคุ้ม” และเป็นรุ่นใหม่ ๆ ที่กำลังมาแรงในวงการบิวตี้ตอนนี้

เช็กลิสต์ก่อนซื้อ แป้งคุมมันที่ “ใช่” สำหรับปี 2568

ก่อนจะตัดสินใจเลือกระหว่างแป้งพัฟหรือแป้งฝุ่น ลองเช็กเกณฑ์เหล่านี้ก่อน เพื่อให้ได้แป้งที่ตอบโจทย์ผิวของคุณจริง ๆ

  • คุณสมบัติการคุมมัน
    มองหาแป้งที่มีส่วนผสมช่วยดูดซับความมัน (Oil Control) คุมความมันได้นาน ประมาณ 8–12 ชั่วโมง แต่ไม่ทำให้ผิวแห้งตึงจนแต่งหน้าต่อไม่ติด ผิวมันควบคุมได้ แต่ผิวยังดูสุขภาพดี

  • ฟินิช (Finish) และระดับการปกปิด
    เลือกจากสไตล์งานผิวที่ชอบเป็นหลัก

    • แป้งพัฟ (Powder Foundation)
      เหมาะกับคนที่ต้องการการปกปิดชัดเจน เช่น รอยสิว จุดด่างดำ รอยแดงต่าง ๆ แนะนำให้เลือกสูตรที่ใช้เทคโนโลยีรีทัชผิว (Retouch) เพื่อให้ผิวดูเนียนกริบ เรียบสนิท แต่ไม่หนักหน้า

    • แป้งฝุ่น (Loose Powder)
      ตอบโจทย์สายงานผิวบางเบา เน้น การเซ็ตเมคอัพ ให้ติดทนนานมากกว่า ให้เน้นสูตร Translucent เพื่อเลี่ยงปัญหารองพื้นดรอปหรือเปลี่ยนสี และควรมาพร้อมฟังก์ชันเบลอรูขุมขนให้ผิวดูเนียนฟุ้ง

  • ส่วนผสมที่อ่อนโยนต่อผิว
    ถ้าคุณเป็นสายผิวแพ้ง่ายหรือผิวเป็นสิวง่าย (Acne-Prone Skin) อย่าลืมโฟกัสที่ฉลากว่าเป็นสูตร Non-Comedogenic (ไม่อุดตันรูขุมขน) และควรหลีกเลี่ยงพาราเบน แอลกอฮอล์ และน้ำหอม เพื่อลดโอกาสการระคายเคืองในระยะยาว

แป้งคุมมันตัวท็อปแห่งปี 2568 ที่ไม่ควรพลาด

ตอนนี้ตลาดแป้งพัฟและแป้งฝุ่นแข่งกันเดือดมาก มีทั้งแบรนด์อินเตอร์ระดับตำนาน และแบรนด์ไทยคุณภาพเกินราคา มาดูทีละกลุ่มว่ามีตัวไหนน่าติดโผลิสต์ “แป้งโปรดประจำโต๊ะเครื่องแป้ง” บ้าง

กลุ่มแป้งฝุ่นโปร่งแสง (Loose Translucent Powder)

  • LAURA MERCIER Translucent Loose Setting Powder
    แป้งฝุ่นระดับไอคอนที่ยังครองใจสายเมคอัพมายาวนาน จุดเด่นคือช่วยเซ็ตเมคอัพให้แน่น เนียน แต่ ไม่ทำให้รองพื้นเปลี่ยนสี และไม่สะท้อนแสงแฟลชเวลาเจอถ่ายรูป คุมมันได้ดี เหมาะกับทั้งใช้เซ็ตทั้งหน้า หรือเน้นบริเวณทีโซน

  • Srichand Translucent Powder / innisfree No-Sebum Mineral Powder
    สาย “ถูกและดี” ต้องเคยผ่านมืออย่างน้อยหนึ่งตัว ทั้งสองรุ่นนี้เด่นเรื่อง คุมมันได้ยาวนานตลอดวัน เนื้อแป้งละเอียด บางเบา ไม่ทำให้หน้าหนัก เหมาะสำหรับใช้เซ็ตเมคอัพตอนเช้า และพกไว้เติมระหว่างวันได้สบาย

  • LANEIGE Neo Essential Blurring Finish Powder
    รุ่นใหม่ที่เน้นเทคโนโลยี Soft Focus ให้ผิวดูนุ่มฟุ้งเหมือนผ่านฟิลเตอร์ ช่วยเบลอรูขุมขนและริ้วรอยเล็ก ๆ ให้ฟินิชแบบกำมะหยี่นิด ๆ เหมาะกับคนที่อยากให้ผิวดูเนียน แต่ยังคงลุคผิวสวยเป็นธรรมชาติ

กลุ่มแป้งพัฟผสมรองพื้น (Powder Foundation)

  • MAC Studio Fix Powder Plus Foundation
    แป้งพัฟสายปกปิดแน่น ๆ ที่หลายคนยกให้เป็นลูกรัก ให้ฟินิชแมตต์สวย คุมมันดี และ ติดทนนาน ทนเหงื่อ ทนความชื้น เหมาะมากสำหรับคนผิวมันที่อยากได้ผิวเนียนกริบแบบมืออาชีพในตลับเดียว

  • Maybelline Fit Me Matte + Poreless Powder / L’Oréal Paris Infaillible Powder
    สองตัวฮอตจากฝั่ง Drugstore ที่ขึ้นชื่อเรื่อง คุมมัน + ปกปิด มาในฟินิชแบบแมตต์ที่ไม่เยิ้มระหว่างวัน แถมยังมีเฉดสีให้เลือกหลากหลาย เข้าได้กับโทนผิวหลายแบบ เหมาะกับคนที่อยากได้คุณภาพดีในราคาจับต้องได้

  • Cute Press Evory Retouch Oil Control Foundation Powder
    แป้งพัฟสายเลือดไทยที่ยืนหนึ่งในใจสาว ๆ มายาวนาน ด้วยเทคโนโลยี รีทัชผิว ที่ช่วยพรางจุดบกพร่อง ทำให้หน้าเนียนกริบ แต่ยังคงความบางเบา ไม่หนักผิว และคุมมันได้ดีตลอดวัน เหมาะกับทั้งสายเรียน สายออฟฟิศ และสายเที่ยว

สรุป: แป้งที่ใช่ คือฟิลเตอร์ผิวที่พกติดตัวได้

การเลือกแป้งคุมมันสักตลับ ไม่ใช่แค่เรื่องซับความมันให้หน้าไม่เงา แต่คือการสร้าง ผิวที่ดูสมบูรณ์แบบและสุขภาพดีตลอดวัน แป้งที่ดีควรคุมมันได้พอดี ไม่ทำให้รองพื้นดรอป ไม่ตกร่อง และไม่ทำให้ผิวพังในระยะยาว

ถ้าคุณอยากให้เมคอัพติดทน ผิวเนียน รูขุมขนดูจางหาย และยังได้ความคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายออกไป ลองไล่ดูจากลิสต์แป้งฝุ่นและแป้งพัฟด้านบน แล้วเลือกสูตรที่ตอบโจทย์สภาพผิวและสไตล์การแต่งหน้าของตัวเองให้มากที่สุด

สุดท้าย แป้งที่ดีที่สุด ไม่ใช่ตัวที่แพงที่สุด แต่คือตัวที่ใช้แล้วคุณมั่นใจที่สุดต่างหาก