แป้งคุมมัน 2568 เลือกยังไงให้หน้าเป๊ะทั้งวัน
สาวผิวมัน ผิวผสม เจออากาศร้อนชื้นในปี 2568 (2025) แค่รองพื้นดีอย่างเดียวเอาไม่อยู่แล้วนะ การมี “แป้งคุมมัน” ตัวเก่ง คือกุญแจสำคัญที่ช่วยล็อกเมคอัพให้สวยเป๊ะ ไม่ดรอป ไม่เยิ้ม และไม่เป็นคราบระหว่างวัน
เทรนด์แป้งปีนี้ไม่ได้เน้นแค่การซับมัน แต่โฟกัสไปที่ เทคโนโลยีเบลอรูขุมขน (Pore-Blurring) และการช่วยเซ็ตเมคอัพแบบที่ ไม่ทำให้รองพื้นเปลี่ยนสีหรือหมอง ระหว่างวัน ใครอินงานผิวสวยเนียนเหมือนฟิลเตอร์ ต้องอ่านให้จบ
ไม่ว่าคุณจะเป็นสาย แป้งพัฟผสมรองพื้น ที่ชอบงานปกปิดแน่น ๆ หรือสาย แป้งฝุ่นโปร่งแสง ที่รักความบางเบาเหมือนไม่แต่ง บทความนี้รวบรวมตัวเด็ดที่ถูกยกให้เป็น “ใช้ดี ราคาคุ้ม” และเป็นรุ่นใหม่ ๆ ที่กำลังมาแรงในวงการบิวตี้ตอนนี้
เช็กลิสต์ก่อนซื้อ แป้งคุมมันที่ “ใช่” สำหรับปี 2568
ก่อนจะตัดสินใจเลือกระหว่างแป้งพัฟหรือแป้งฝุ่น ลองเช็กเกณฑ์เหล่านี้ก่อน เพื่อให้ได้แป้งที่ตอบโจทย์ผิวของคุณจริง ๆ
คุณสมบัติการคุมมัน
มองหาแป้งที่มีส่วนผสมช่วยดูดซับความมัน (Oil Control) คุมความมันได้นาน ประมาณ 8–12 ชั่วโมง แต่ไม่ทำให้ผิวแห้งตึงจนแต่งหน้าต่อไม่ติด ผิวมันควบคุมได้ แต่ผิวยังดูสุขภาพดีฟินิช (Finish) และระดับการปกปิด
เลือกจากสไตล์งานผิวที่ชอบเป็นหลักแป้งพัฟ (Powder Foundation)
เหมาะกับคนที่ต้องการการปกปิดชัดเจน เช่น รอยสิว จุดด่างดำ รอยแดงต่าง ๆ แนะนำให้เลือกสูตรที่ใช้เทคโนโลยีรีทัชผิว (Retouch) เพื่อให้ผิวดูเนียนกริบ เรียบสนิท แต่ไม่หนักหน้าแป้งฝุ่น (Loose Powder)
ตอบโจทย์สายงานผิวบางเบา เน้น การเซ็ตเมคอัพ ให้ติดทนนานมากกว่า ให้เน้นสูตร Translucent เพื่อเลี่ยงปัญหารองพื้นดรอปหรือเปลี่ยนสี และควรมาพร้อมฟังก์ชันเบลอรูขุมขนให้ผิวดูเนียนฟุ้ง
ส่วนผสมที่อ่อนโยนต่อผิว
ถ้าคุณเป็นสายผิวแพ้ง่ายหรือผิวเป็นสิวง่าย (Acne-Prone Skin) อย่าลืมโฟกัสที่ฉลากว่าเป็นสูตร Non-Comedogenic (ไม่อุดตันรูขุมขน) และควรหลีกเลี่ยงพาราเบน แอลกอฮอล์ และน้ำหอม เพื่อลดโอกาสการระคายเคืองในระยะยาว
แป้งคุมมันตัวท็อปแห่งปี 2568 ที่ไม่ควรพลาด
ตอนนี้ตลาดแป้งพัฟและแป้งฝุ่นแข่งกันเดือดมาก มีทั้งแบรนด์อินเตอร์ระดับตำนาน และแบรนด์ไทยคุณภาพเกินราคา มาดูทีละกลุ่มว่ามีตัวไหนน่าติดโผลิสต์ “แป้งโปรดประจำโต๊ะเครื่องแป้ง” บ้าง
กลุ่มแป้งฝุ่นโปร่งแสง (Loose Translucent Powder)
LAURA MERCIER Translucent Loose Setting Powder
แป้งฝุ่นระดับไอคอนที่ยังครองใจสายเมคอัพมายาวนาน จุดเด่นคือช่วยเซ็ตเมคอัพให้แน่น เนียน แต่ ไม่ทำให้รองพื้นเปลี่ยนสี และไม่สะท้อนแสงแฟลชเวลาเจอถ่ายรูป คุมมันได้ดี เหมาะกับทั้งใช้เซ็ตทั้งหน้า หรือเน้นบริเวณทีโซนSrichand Translucent Powder / innisfree No-Sebum Mineral Powder
สาย “ถูกและดี” ต้องเคยผ่านมืออย่างน้อยหนึ่งตัว ทั้งสองรุ่นนี้เด่นเรื่อง คุมมันได้ยาวนานตลอดวัน เนื้อแป้งละเอียด บางเบา ไม่ทำให้หน้าหนัก เหมาะสำหรับใช้เซ็ตเมคอัพตอนเช้า และพกไว้เติมระหว่างวันได้สบายLANEIGE Neo Essential Blurring Finish Powder
รุ่นใหม่ที่เน้นเทคโนโลยี Soft Focus ให้ผิวดูนุ่มฟุ้งเหมือนผ่านฟิลเตอร์ ช่วยเบลอรูขุมขนและริ้วรอยเล็ก ๆ ให้ฟินิชแบบกำมะหยี่นิด ๆ เหมาะกับคนที่อยากให้ผิวดูเนียน แต่ยังคงลุคผิวสวยเป็นธรรมชาติ
กลุ่มแป้งพัฟผสมรองพื้น (Powder Foundation)
MAC Studio Fix Powder Plus Foundation
แป้งพัฟสายปกปิดแน่น ๆ ที่หลายคนยกให้เป็นลูกรัก ให้ฟินิชแมตต์สวย คุมมันดี และ ติดทนนาน ทนเหงื่อ ทนความชื้น เหมาะมากสำหรับคนผิวมันที่อยากได้ผิวเนียนกริบแบบมืออาชีพในตลับเดียวMaybelline Fit Me Matte + Poreless Powder / L’Oréal Paris Infaillible Powder
สองตัวฮอตจากฝั่ง Drugstore ที่ขึ้นชื่อเรื่อง คุมมัน + ปกปิด มาในฟินิชแบบแมตต์ที่ไม่เยิ้มระหว่างวัน แถมยังมีเฉดสีให้เลือกหลากหลาย เข้าได้กับโทนผิวหลายแบบ เหมาะกับคนที่อยากได้คุณภาพดีในราคาจับต้องได้Cute Press Evory Retouch Oil Control Foundation Powder
แป้งพัฟสายเลือดไทยที่ยืนหนึ่งในใจสาว ๆ มายาวนาน ด้วยเทคโนโลยี รีทัชผิว ที่ช่วยพรางจุดบกพร่อง ทำให้หน้าเนียนกริบ แต่ยังคงความบางเบา ไม่หนักผิว และคุมมันได้ดีตลอดวัน เหมาะกับทั้งสายเรียน สายออฟฟิศ และสายเที่ยว
สรุป: แป้งที่ใช่ คือฟิลเตอร์ผิวที่พกติดตัวได้
การเลือกแป้งคุมมันสักตลับ ไม่ใช่แค่เรื่องซับความมันให้หน้าไม่เงา แต่คือการสร้าง ผิวที่ดูสมบูรณ์แบบและสุขภาพดีตลอดวัน แป้งที่ดีควรคุมมันได้พอดี ไม่ทำให้รองพื้นดรอป ไม่ตกร่อง และไม่ทำให้ผิวพังในระยะยาว
ถ้าคุณอยากให้เมคอัพติดทน ผิวเนียน รูขุมขนดูจางหาย และยังได้ความคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายออกไป ลองไล่ดูจากลิสต์แป้งฝุ่นและแป้งพัฟด้านบน แล้วเลือกสูตรที่ตอบโจทย์สภาพผิวและสไตล์การแต่งหน้าของตัวเองให้มากที่สุด
สุดท้าย แป้งที่ดีที่สุด ไม่ใช่ตัวที่แพงที่สุด แต่คือตัวที่ใช้แล้วคุณมั่นใจที่สุดต่างหาก

