ZestBuy

คู่มือจอง New Honda City 2026

โปรไฟล์ ZestBuy AIZestBuy AI06-26
ความสนใจข่าวรถยนต์

ภาพรวมตลาดและการเปิดตัว New Honda City 2026 ในประเทศไทย

ตลาดรถยนต์นั่งกลุ่มซิตี้คาร์ และ B-Segment ในไทยยังแข่งขันดุเดือด ทำให้ Honda ประเทศไทยเดินเกมรุกต่อเนื่องด้วยการเปิดตัว New Honda City 2026 / Honda City Minorchange 2026 ซึ่งเป็นการปรับโฉมรอบที่ 2 ของโมเดลเจเนอเรชันที่ 5

Honda เลือกเปิดตัวเวอร์ชันไทยแบบ World Premiere พร้อมอินเดีย สะท้อนกลยุทธ์ “เกมไว” ทั้งด้านดีไซน์ เทคโนโลยีใหม่ และการปรับไลน์อัปให้เข้าถึงง่ายขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่มรุ่นไฮบริดเริ่มต้นใหม่ พร้อมราคาพิเศษช่วงเปิดตัว

ด้านการเปิดตัวและการจอง มีกรอบเวลาชัดเจนที่ผู้ซื้อควรรู้:

  • ลงทะเบียนจองสิทธิ์ล่วงหน้า: 22 พ.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569

  • จองอย่างเป็นทางการ: 1 ก.ค. 2569 – 31 ก.ค. 2569

  • รับรถ: ภายใน 31 ส.ค. 2569

นอกจากนี้ ยังมีช่วงราคาพิเศษเปิดตัวระหว่างวันที่ 26 มิ.ย. 2569 – 30 ก.ย. 2569 (รับรถภายใน 31 ต.ค. 2569) ก่อนจะปรับกลับเป็นราคาปกติหลังจากนั้น ทำให้ช่วงกลางปี 2569 เป็นจังหวะสำคัญสำหรับคนที่เล็ง City 2026 เอาไว้

สเปก รุ่นย่อย และจุดเด่นของ New Honda City 2026 ที่ควรรู้ก่อนจอง

ตัวถังและทางเลือกเครื่องยนต์

New Honda City 2026 เวอร์ชันไทยมีให้เลือกทั้ง:

  • Sedan 4 ประตู

  • Hatchback 5 ประตู

พร้อม 2 ขุมพลังหลัก:

  • เบนซิน 1.0 ลิตร VTEC TURBO (TURBO S)

  • ระบบฟูลไฮบริด e:HEV 1.5 ลิตร (e:HEV V, e:HEV SV, e:HEV RS)

โครงสร้างรุ่นย่อยทั้ง Sedan และ Hatchback เหมือนกัน คือ:

  • TURBO S CVT

  • e:HEV V (รุ่นใหม่)

  • e:HEV SV

  • e:HEV RS

ดีไซน์และการปรับโฉม Minorchange

City 2026 ปรับลุคให้สปอร์ตเข้มขึ้น ทั้ง Sedan และ Hatchback ด้วยการเปลี่ยนชิ้นส่วนหลักหลายจุด:

  • กระจังหน้าใหม่

  • กันชนหน้า–หลังดีไซน์ใหม่

  • ไฟหน้า LED ทุกรุ่น พร้อม Light Bar Connecting Light แบบ LED เต็มความกว้างด้านหน้า

  • ไฟท้าย LED โคมใสรมดำ (Clear Lens)

  • ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ ขนาด 15–16 นิ้ว (ทูโทนในรุ่นสูง)

  • โลโก้ H Mark ดีไซน์ใหม่แบบ Monochrome (ในชุด Minorchange)

ในรุ่น RS จะเพิ่มชุดแต่งสไตล์สปอร์ต (กันชน สเกิร์ต สปอยเลอร์) กระจังหน้าและเสาอากาศสีดำเงา ให้ภาพรวมหล่อเข้มมากขึ้น

ฟีเจอร์และเทคโนโลยีใหม่ที่เพิ่มเข้ามา

Honda City ใหม่อัปเกรดอุปกรณ์มาตรฐานให้ตอบโจทย์การใช้งานยุคปัจจุบันมากขึ้น โดยมีฟีเจอร์เด่น เช่น:

  • หน้าจอกลางแบบ Advanced Touch

    • เดิม 8 นิ้ว ในบางรุ่น

    • เพิ่มหน้าจอแบบ Floating Screen ขนาด 10 นิ้ว ตั้งแต่รุ่น e:HEV SV

    • รองรับ Apple CarPlay / Android Auto แบบไร้สาย (Wireless)

  • ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง 360° (Multi-View Camera System / MVCS)

    • ติดตั้งตั้งแต่รุ่น e:HEV SV

  • ไฟสร้างบรรยากาศภายใน (Ambient Light)

    • สีฟ้าในรุ่น e:HEV SV

    • สีแดงในรุ่น e:HEV RS

  • ที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย (Wireless Charger)

    • ติดตั้งในรุ่น e:HEV RS

  • กระจกมองหลังปรับลดแสงอัตโนมัติ

    • เพิ่มเป็นอุปกรณ์ใน Minorchange และระบุชัดในรุ่น e:HEV RS

  • อุปกรณ์อื่น ๆ เช่น ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติในรุ่น RS, เสาอากาศแบบครีบฉลามสีดำ หรือสีเดียวกับตัวรถตามรุ่นย่อย

Honda SENSING และระบบความปลอดภัย

City 2026 ยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัย โดยติดตั้ง เทคโนโลยี Honda SENSING เป็นมาตรฐานในทุกรุ่นย่อย ครอบคลุมฟังก์ชันหลัก:

  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam)

  • ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทาง (RDM with LDM)

  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (LKAS)

  • ระบบเตือนการชนพร้อมช่วยเบรก (CMBS)

  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) บางรุ่นมาพร้อม Low-Speed Follow (LSF)

  • ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification)

ในรุ่น RS ยังเพิ่ม Honda LaneWatch และถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง ขณะที่รุ่นเริ่มต้น TURBO S มีถุงลม 4 ตำแหน่ง พร้อมระบบช่วยทรงตัว VSA, HSA, ESS, กล้องถอยหลังปรับมุม 3 ระดับ และ ISOFIX

สเปกเครื่องยนต์และสมรรถนะ

1.0 TURBO (TURBO S)

  • เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว 988 ซีซี พร้อมเทอร์โบ และระบบแปรผันวาล์ว VTEC + Dual VTC

  • กำลังสูงสุด 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที

  • แรงบิดสูงสุด 173 นิวตันเมตร ที่ 2,000–4,500 รอบ/นาที

  • เกียร์อัตโนมัติ CVT ขับเคลื่อนล้อหน้า

  • รองรับน้ำมัน E20

  • ปล่อย CO₂ 99 g/km

  • อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 22.7 กม./ลิตร (ตัวเลขจากโรงงาน)

e:HEV 1.5 Full Hybrid

  • เครื่องยนต์รหัส LEB-MMD เบนซิน 4 สูบ Atkinson Cycle 1.5 ลิตร

  • กำลังสูงสุดเครื่องยนต์ 98 แรงม้า ที่ 5,600–6,400 รอบ/นาที

  • แรงบิดสูงสุดเครื่องยนต์ 127 นิวตันเมตร ที่ 4,500–5,000 รอบ/นาที

  • มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กำลังสูงสุด 109 แรงม้า ที่ 3,500–8,000 รอบ/นาที

  • แรงบิดสูงสุดมอเตอร์ 253 นิวตันเมตร ที่ 0–3,000 รอบ/นาที

  • เกียร์อัตโนมัติ e-CVT

  • แบตเตอรี่ Lithium-ion 1.0 kWh (4 โมดูล 48 เซลล์)

  • ปล่อย CO₂ 85 g/km

  • อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ภายใน 9.4 วินาที (ตัวเลขจากโรงงาน)

  • อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 27.8 กม./ลิตร

มิติตัวถัง

City Sedan

  • ยาว 4,553 มม.

  • กว้าง 1,748 มม.

  • สูง 1,467 มม.

  • ฐานล้อ 2,589 มม.

  • ระยะต่ำสุดถึงพื้น 135 มม.

  • ถังน้ำมัน 40 ลิตร

City Hatchback

  • ยาว 4,369 มม.

  • กว้าง 1,748 มม.

  • สูง 1,501 มม.

  • ฐานล้อ 2,589 มม.

  • ระยะต่ำสุดถึงพื้น 147 มม.

  • ถังน้ำมัน 40 ลิตร

สีตัวถังและสีภายใน

มีให้เลือกทั้งหมด 7 สี แตกต่างกันตามรุ่นตัวถังและรุ่นย่อย:

  • สีแดง Blazing Red Pearl – เฉพาะ e:HEV RS (NEW)

  • สีเทา Urban Grey Pearl – เฉพาะ e:HEV RS (NEW)

  • สีเทา Urban Grey Pearl หลังคาดำ – เฉพาะ Hatchback e:HEV RS

  • สีขาว Platinum White Pearl – เฉพาะ e:HEV RS และ e:HEV SV

  • สีน้ำเงิน Brilliant Sporty Metallic – เฉพาะ e:HEV SV และ e:HEV V

  • สีเทา Meteoroid Grey Metallic

  • สีดำ Crystal Black Pearl

  • สีขาว Taffeta White – เฉพาะ e:HEV V และ TURBO S

สีภายในมีทางเลือกพิเศษ สีเทาแพลทินัม สำหรับ City Sedan รุ่น e:HEV SV ซึ่งจับคู่ได้เฉพาะกับภายนอกสีเทา Meteoroid Grey Metallic หรือสีดำ Crystal Black Pearl

วิเคราะห์ราคาและเงื่อนไขการผ่อน-ดาวน์ของ New Honda City 2026

ข้อมูลที่มีระบุ ราคาอย่างเป็นทางการและราคาโปรโมชั่นช่วงเปิดตัว แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดตัวเลขผ่อน–ดาวน์ ดังนั้นจะแมตช์เฉพาะโครงสร้างราคาและช่วงเวลาที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจจอง

ราคาอย่างเป็นทางการ (วันที่ 26 มิ.ย. 2569)

ตัวถัง Sedan 4 ประตู

  • TURBO S – 569,000 บาท

  • e:HEV V – 619,000 บาท (NEW)

  • e:HEV SV – 689,000 บาท

  • e:HEV RS – 739,000 บาท

ตัวถัง Hatchback 5 ประตู

  • TURBO S – 579,000 บาท

  • e:HEV V – 629,000 บาท (NEW)

  • e:HEV SV – 699,000 บาท

  • e:HEV RS – 749,000 บาท

มีการระบุด้วยว่า Minorchange 2026 มีการ ปรับราคาสุดคุ้ม เข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น ผ่านราคาเริ่มต้นที่ต่ำลง (เช่น 569,000 บาท) และการเพิ่มรุ่นไฮบริด e:HEV V ในระดับราคา 619,000 บาท

ราคาโปรโมชั่นช่วงเปิดตัว

ราคาที่สื่อบางแหล่งระบุ เป็น ราคาพิเศษช่วงเปิดตัว เมื่อจองระหว่าง 26 มิ.ย. 2569 – 30 ก.ย. 2569 และรับรถภายใน 31 ต.ค. 2569 โดยมีการเทียบกับ “ราคาปกติ” ดังนี้

Sedan

  • S 569,000 บาท (จากปกติ 599,000 บาท)

  • e:HEV V 619,000 บาท (จากปกติ 649,000 บาท)

  • e:HEV SV 689,000 บาท (จากปกติ 719,000 บาท)

  • e:HEV RS 739,000 บาท (จากปกติ 769,000 บาท)

Hatchback

  • S 579,000 บาท (จากปกติ 599,000 บาท)

  • e:HEV V 629,000 บาท (จากปกติ 649,000 บาท)

  • e:HEV SV 699,000 บาท (จากปกติ 729,000 บาท)

  • e:HEV RS 749,000 บาท (จากปกติ 779,000 บาท)

จากข้อมูลนี้จะเห็นว่า ส่วนลดช่วงเปิดตัว อยู่ประมาณ 30,000 บาทต่อรุ่น เมื่อเทียบกับราคาปกติที่ระบุไว้

เงื่อนไขการจองและช่วงเวลาที่เกี่ยวกับต้นทุน

  • ลงทะเบียนจองสิทธิ์ล่วงหน้า: 22 พ.ค. – 30 มิ.ย. 2569 (ได้บัตรน้ำมัน 5,000 บาท)

  • จองอย่างเป็นทางการ: 1 ก.ค. – 31 ก.ค. 2569 (สำหรับช่วงแรก)

  • อีกชุดหนึ่งของราคาพิเศษ: จอง 26 มิ.ย. – 30 ก.ย. 2569 และรับรถภายใน 31 ต.ค. 2569

ข้อมูลค่าใช้จ่ายผ่อน–ดาวน์รายเดือนไม่ได้ถูกระบุในเอกสารอ้างอิง จึงไม่สามารถสรุปตัวเลขผ่อนหรือเปอร์เซ็นต์ดาวน์ได้อย่างมีหลักฐาน

รวมโปรจองจากโชว์รูมต่าง ๆ ปี 2026: ส่วนลด ของแถม และสิทธิพิเศษ

โปรโมชั่นที่ปรากฏในข้อมูล เป็น โปรกลางจาก Honda ประเทศไทย ที่ให้กับลูกค้าทั่วประเทศผ่านโชว์รูม Honda โดยตรง ได้แก่:

  • ฟรีบัตรน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท

    • สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนจองสิทธิ์ล่วงหน้า 22 พ.ค. – 30 มิ.ย. 2569

  • ราคาพิเศษช่วงเปิดตัว

    • ส่วนลดจากราคาปกติประมาณ 30,000 บาทต่อรุ่น เมื่อจองตั้งแต่ 26 มิ.ย. 2569 – 30 ก.ย. 2569 และรับรถภายใน 31 ต.ค. 2569

โปรที่ถูกกล่าวถึงอื่น ๆ เช่น กิจกรรมเปิดตัวพร้อมมินิคอนเสิร์ต และสิทธิ์ร่วมงานเปิดตัวแบบเอ็กซ์คลูซีฟ (จำนวนจำกัด 100 สิทธิ์) เป็นลักษณะสิทธิพิเศษเชิงกิจกรรม ไม่ได้ระบุเป็นส่วนลดเพิ่มเติมสำหรับตัวรถโดยตรง

ในข้อมูลที่มี ไม่พบรายละเอียดโปรเฉพาะแต่ละโชว์รูม เช่น ส่วนลดเพิ่มเติม หรือของแถมอื่น ๆ จึงไม่สามารถนำมาสรุปได้

ข้อดีข้อเสียของการรีบจอง New Honda City 2026 ตอนนี้ เทียบกับการรอช่วงหลัง

จากข้อมูลที่มี สามารถแยกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการ “จองตอนนี้” กับ “รอทีหลัง” ได้จาก ราคา โปรโมชั่น และช่วงเวลา โดยไม่ลงความคิดเห็นเกินจากข้อเท็จจริง

ประเด็นที่เอื้อต่อการรีบจอง

  • มี ราคาพิเศษช่วงเปิดตัว ต่ำกว่าราคาปกติ (ระบุชัดเปรียบเทียบแต่ละรุ่น)

  • ลูกค้าที่ลงทะเบียนจองสิทธิ์ล่วงหน้าระหว่าง 22 พ.ค. – 30 มิ.ย. 2569 ได้รับ บัตรน้ำมัน 5,000 บาท

  • เงื่อนไขว่าต้องรับรถภายในวันที่กำหนด (31 ส.ค. หรือ 31 ต.ค. 2569) เพื่อคงสิทธิ์โปรโมชั่น ทำให้ผู้จองในช่วงแรกได้ความชัดเจนด้านคิวรถและสิทธิ์ราคา

ประเด็นที่เกี่ยวกับการรอช่วงหลัง

  • ข้อมูลชี้ว่าตั้งแต่ 1 ต.ค. 2569 เป็นต้นไป ราคาจะปรับเป็นราคาปกติ ซึ่งสูงกว่าโปรโมชั่นช่วงเปิดตัว

  • ไม่พบการระบุโปรส่วนลดเพิ่มเติมในอนาคตหลังช่วงเปิดตัวในข้อมูลที่ให้มา

จากข้อมูลที่มี จึงเห็นความแตกต่างชัดในเรื่อง ราคาและบัตรน้ำมัน ระหว่างการจองในช่วงเปิดตัวกับการรอหลังโปรโมชั่น แต่ไม่มีข้อมูลชัดเจนเกี่ยวกับโปรในอนาคตหรือการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขอื่น ๆ

เทคนิคเลือกโชว์รูมและต่อรองโปรจองให้คุ้มค่าที่สุดสำหรับผู้ซื้อใหม่

ในข้อมูลอ้างอิง มีการระบุช่องทางและวิธีการติดต่อ แต่ไม่มีรายละเอียดเชิงเทคนิคการต่อรองราคา ดังนั้นส่วนนี้จะโฟกัสไปที่ข้อมูลที่มีอยู่จริง

  • Honda ระบุให้ลูกค้า จองผ่านที่ปรึกษาการขาย ณ โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ ซึ่งเป็นช่องทางหลักในการรับโปรบัตรน้ำมันและราคาพิเศษช่วงเปิดตัว

  • ลูกค้าที่สนใจสามารถดูรายละเอียดรถเพิ่มเติมได้ที่:
  • สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือ ศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0-2341-7777

ข้อมูลไม่กล่าวถึงการต่อรองส่วนลดหรือการเลือกโชว์รูมใดโชว์รูมหนึ่งเป็นพิเศษ จึงไม่สามารถสรุปแนวทางต่อรองหรือเปรียบเทียบโชว์รูมได้

คำแนะนำด้านการใช้งานจริงและค่าใช้จ่ายระยะยาวของ New Honda City 2026

ข้อมูลที่มีให้รายละเอียดด้าน สมรรถนะ อัตราสิ้นเปลือง และการปล่อย CO₂ ซึ่งเกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายระยะยาวในมุมการใช้เชื้อเพลิง แต่ไม่ได้ลงลึกเรื่องค่าบำรุงรักษาในระยะยาวหรือค่าอะไหล่

จุดที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานจริงในระยะยาว มีดังนี้:

  • เครื่องยนต์ 1.0 TURBO มีอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 22.7 กม./ลิตร และปล่อย CO₂ 99 g/km รองรับน้ำมัน E20

  • e:HEV 1.5 Hybrid มีอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 27.8 กม./ลิตร และปล่อย CO₂ 85 g/km

  • ทั้งสองระบบรองรับน้ำมัน Gasohol E20 ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงที่หาได้ทั่วไปในไทย

หมายเหตุ: ไม่มีข้อมูลตัวเลขค่าใช้จ่ายด้านบริการหลังการขายหรือการดูแลแบตเตอรี่ไฮบริดในเอกสารที่ให้มา จึงไม่สามารถสรุปเชิงปริมาณค่าใช้จ่ายระยะยาวได้

ในเชิงการใช้งานจริง ยังมีการระบุอุปกรณ์ที่ช่วยให้ขับทุกวันสะดวกขึ้น เช่น:

  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมช่องแอร์ผู้โดยสารหลัง (e:HEV SV ขึ้นไป)

  • ระบบเบรกมือไฟฟ้า + Auto Brake Hold

  • Remote Engine Start และ Walk Away Auto Lock (ตั้งแต่รุ่น e:HEV V)

  • กล้องรอบคัน 360° (e:HEV SV) และ LaneWatch (e:HEV RS)

ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่ส่งผลให้การใช้รถในชีวิตประจำวันมีความสะดวกและปลอดภัยมากขึ้น แม้ไม่มีการระบุค่าใช้จ่ายโดยตรงก็ตาม

สรุปว่าควรจอง New Honda City 2026 ตอนนี้หรือไม่ พร้อมคำแนะนำสำหรับกลุ่มผู้ซื้อแต่ละแบบ

จากข้อมูลทั้งหมด สามารถสรุปแนวทางการตัดสินใจได้โดยอ้างอิงเฉพาะ ราคา–โปร–รุ่นย่อย–สมรรถนะ ที่ปรากฏในเอกสาร

ภาพรวมการตัดสินใจ

  • ช่วงเวลา 26 มิ.ย. – 30 ก.ย. 2569 เป็นช่วงที่ Honda ให้ ราคาพิเศษเปิดตัว ต่ำกว่าราคาปกติ

  • ผู้ที่ลงทะเบียนจองสิทธิ์ล่วงหน้าระหว่าง 22 พ.ค. – 30 มิ.ย. 2569 จะได้รับ บัตรน้ำมัน 5,000 บาท เพิ่มเติม

  • หลัง 1 ต.ค. 2569 ราคา จะปรับเป็นราคาปกติ ตามที่ระบุในตารางเปรียบเทียบ

จากข้อมูลนี้ ถ้ามองในมุมตัวเลขที่มีอยู่ การจองในช่วงเปิดตัวให้ ผลต่างด้านราคาและของแถมเป็นบัตรน้ำมัน เมื่อเทียบกับการซื้อหลังช่วงโปร

แนะนำตามลักษณะผู้ซื้อ (อิงจากข้อมูลรุ่นย่อยและสมรรถนะ)

  • ผู้ที่ต้องการ ราคาต่ำสุด และยังต้องการเทคโนโลยี Honda SENSING: สามารถมองที่รุ่น TURBO S (Sedan 569,000 บาท / Hatchback 579,000 บาท ในช่วงเปิดตัว) ซึ่งได้เครื่องยนต์ 1.0 TURBO และชุดความปลอดภัยครบในระดับมาตรฐาน

  • ผู้ที่อยากเริ่มต้นใช้ ฟูลไฮบริดในกลุ่มซิตี้คาร์ ด้วยงบเข้าถึงง่าย: รุ่น e:HEV V ถูกออกแบบเป็นรุ่นเริ่มต้นไฮบริดใหม่โดยตรง (Sedan 619,000 บาท / Hatchback 629,000 บาท ราคาพิเศษช่วงเปิดตัว) ซึ่งช่วยให้เข้าถึงเครื่องยนต์ e:HEV ได้ง่ายขึ้น

  • ผู้ใช้ที่เน้น ฟีเจอร์ครบสำหรับใช้งานทุกวัน เช่นจอ 10 นิ้ว, กล้องรอบคัน, Ambient Light, แอร์หลัง: รุ่น e:HEV SV ตอบโจทย์ด้วยชุดฟังก์ชันที่ละเอียดกว่า e:HEV V

  • ผู้ที่ต้องการทั้ง สมรรถนะและสไตล์สปอร์ต พร้อมฟีเจอร์เต็ม (Ambient Light สีแดง, Wireless Charger, LaneWatch, เบาะและชุดแต่ง RS): รุ่น e:HEV RS เป็นตัวเลือกที่จัดเต็มที่สุดในไลน์

สำหรับคำถามว่า “ควรจองตอนนี้หรือไม่” จากข้อมูลที่มี จุดที่แตกต่างชัดคือ:

  • จองตอนช่วงโปรเปิดตัว: ได้ราคาพิเศษต่ำกว่าปกติ และในบางช่วงได้บัตรน้ำมัน 5,000 บาท

  • รอช่วงหลังโปร: ราคาเปลี่ยนกลับเป็นราคาปกติที่สูงกว่าตามตารางที่ระบุ

จึงเป็นการชี้ให้เห็นว่าจังหวะการจองมีผลโดยตรงกับ ราคาซื้อ ตามข้อมูลที่เผยแพร่โดย Honda และสื่อที่อ้างอิง ไม่มีการระบุโปรอื่นในอนาคตให้ใช้เปรียบเทียบเพิ่มเติม

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น