ZestBuy

ความงามแบบเติมได้ เทรนด์ใหม่ที่ลอรีอัลผลักดันสู่ความยั่งยืน

โปรไฟล์ cloudycloudy06-29
ความสนใจอัปไซเคิล

ความงามแบบเติมได้ กำลังเปลี่ยนอุตสาหกรรมบิวตี้ ลอรีอัลเดินหน้า #JoinTheRefillMovement ปีที่ 3 พร้อมผลักดันผลิตภัณฑ์รีฟิลให้เข้าถึงผู้บริโภคทุกกลุ่ม

ความงามแบบเติมได้ เทรนด์ใหม่ที่กำลังเปลี่ยนอุตสาหกรรมความงามทั่วโลก

ความงามแบบเติมได้ กำลังกลายเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญของอุตสาหกรรมความงามระดับโลก หลังปัญหาขยะจากบรรจุภัณฑ์เครื่องสำอางเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยแต่ละปีอุตสาหกรรมความงามผลิตบรรจุภัณฑ์ออกสู่ตลาดมากกว่า 120,000 ล้านชิ้น และกว่า 95% ถูกทิ้งหลังใช้งานเพียงครั้งเดียว ขณะที่มีเพียง 14% เท่านั้นที่เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล

ตัวเลขดังกล่าวทำให้ผู้ผลิตเครื่องสำอางรายใหญ่ทั่วโลกเร่งพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำ รีไซเคิล หรือย่อยสลายได้มากขึ้น พร้อมผลักดันการใช้ผลิตภัณฑ์รีฟิลให้กลายเป็นพฤติกรรมใหม่ของผู้บริโภค

ลอรีอัลเดินหน้า #JoinTheRefillMovement ปีที่ 3

ลอรีอัล กรุ๊ป (L'Oréal Groupe) บริษัทความงามชั้นนำระดับโลก ยกระดับแคมเปญ #JoinTheRefillMovement เข้าสู่ปีที่ 3 เพื่อต้อนรับวัน World Refill Day วันที่ 16 มิถุนายน พร้อมประกาศจุดยืนสำคัญว่า "ความงามแบบเติมได้" ควรเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ระดับลักชัวรี เวชสำอาง ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม หรือเครื่องสำอางในกลุ่มแมส

ปี 2026 ถือเป็นการรวมพลังครั้งใหญ่ที่สุดของบริษัท โดยมีผลิตภัณฑ์รีฟิลกว่า 28 รายการ จาก 18 แบรนด์ ครอบคลุม 4 กลุ่มธุรกิจหลัก เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ง่ายขึ้น

ครอบคลุมทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์

ผลิตภัณฑ์รีฟิลในแคมเปญประกอบด้วย

  • ผลิตภัณฑ์ความงามชั้นสูง (L'Oréal Luxe)

  • เวชสำอาง (L'Oréal Dermatological Beauty)

  • ผลิตภัณฑ์ช่างผมมืออาชีพ (Professional Products Division)

  • ผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค (Consumer Products Division)

แนวคิดนี้สะท้อนให้เห็นว่าการดูแลสิ่งแวดล้อมไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่เฉพาะสินค้าระดับพรีเมียม แต่สามารถเกิดขึ้นได้กับสินค้าทุกระดับราคา

ผู้บริโภคอยากรักษ์โลก แต่ยังขาดข้อมูล

แม้กระแสรักษ์โลกจะได้รับความนิยมมากขึ้น แต่ผลสำรวจยังพบว่าผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยยังไม่เข้าใจทางเลือกด้านความยั่งยืน

ข้อมูลจาก KANTAR ระบุว่า

  • 84% ของผู้บริโภคทั่วโลกต้องการเลือกสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

  • 44% ระบุว่าตนเองไม่มีข้อมูลเพียงพอในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อม

ขณะที่ผลสำรวจของลอรีอัลพบว่า

  • 78% สนใจซื้อผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนมากกว่าเดิม

  • แต่มีเพียง 42% เท่านั้นที่ทราบว่าผลิตภัณฑ์ความงามหลายชนิดมีตัวเลือกแบบรีฟิล

ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนว่าการสร้างความรู้ให้ผู้บริโภคมีความสำคัญไม่แพ้การพัฒนาผลิตภัณฑ์

ความงามแบบเติมได้ ช่วยลดการใช้ทรัพยากรได้จริง

หนึ่งในจุดเด่นของ ความงามแบบเติมได้ คือสามารถลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยลอรีอัลแสดงข้อมูลผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของแต่ละผลิตภัณฑ์อย่างชัดเจน

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์รีฟิล

Lancôme Absolue Longevity Soft Cream

เมื่อซื้อรีฟิลแทนกระปุกใหม่ ช่วยลดการใช้

  • แก้ว 100%

  • โลหะ 95%

  • พลาสติก 42%

  • กระดาษแข็ง 36%

YSL Libre Eau de Parfum

ซื้อรีฟิล 100 มิลลิลิตรแทนขวดใหม่ 50 มิลลิลิตรจำนวน 2 ขวด ช่วยลด

  • โลหะ 100%

  • พลาสติก 59%

  • แก้ว 58%

  • กระดาษแข็ง 42%

Kérastase Elixir Ultime และ Chronologiste

การเปลี่ยนเฉพาะไส้รีฟิล ช่วยลด

  • แก้ว 100%

  • พลาสติก 58%

CeraVe Moisturising Lotion

ซื้อถุงเติมแทนขวดใหม่ ช่วยลดการใช้พลาสติกได้ถึง 77%

ความสำเร็จของแคมเปญรีฟิล

ลอรีอัลเริ่มพัฒนาระบบบรรจุภัณฑ์หมุนเวียนมาตั้งแต่ปี 2007 ผ่านการออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ การใช้วัสดุรีไซเคิล และการพัฒนาระบบรีฟิลอย่างต่อเนื่อง

หนึ่งในตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จคือ PRADA Paradoxe Refill ซึ่งช่วยลด

  • การใช้แก้ว 44%

  • พลาสติก 67%

  • โลหะ 100%

  • กระดาษแข็ง 61%

หลังเปิดตัวแคมเปญ #JoinTheRefillMovement ครั้งแรก ยอดขายผลิตภัณฑ์รีฟิลของบริษัทเติบโตถึง 34% ระหว่างปี 2024-2025 สะท้อนว่าผู้บริโภคเริ่มตอบรับแนวคิดนี้มากขึ้น

ทำไมอุตสาหกรรมความงามต้องเปลี่ยน

ปัจจุบันผู้บริโภคไม่ได้พิจารณาเพียงคุณภาพของสินค้าเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

หลายแบรนด์จึงเริ่มแข่งขันกันในด้าน

  • การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ซ้ำได้

  • การลดปริมาณพลาสติก

  • การใช้วัสดุรีไซเคิล

  • การพัฒนาระบบรีฟิล

  • การเปิดเผยข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมอย่างโปร่งใส

แนวโน้มนี้มีโอกาสกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมความงามในอนาคต

ผลกระทบต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม

เมื่อผู้บริโภคเลือกซื้อผลิตภัณฑ์รีฟิลมากขึ้น จะเกิดผลดีหลายด้านพร้อมกัน

  • ลดปริมาณขยะพลาสติก

  • ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ

  • ลดการปล่อยคาร์บอนจากการผลิตบรรจุภัณฑ์ใหม่

  • ประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว

  • สนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

แม้จะเป็นเพียงการเปลี่ยนพฤติกรรมเล็ก ๆ แต่เมื่อเกิดขึ้นในวงกว้าง ก็สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีนัยสำคัญ

ความงามแบบเติมได้ ไม่ใช่เพียงเทรนด์ชั่วคราว แต่กำลังก้าวสู่การเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมความงามระดับโลก การเดินหน้าของลอรีอัลผ่านแคมเปญ #JoinTheRefillMovement แสดงให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์รีฟิลสามารถเข้าถึงผู้บริโภคทุกกลุ่ม ทุกระดับราคา และทุกหมวดสินค้า

เมื่อทั้งแบรนด์และผู้บริโภคร่วมกันเปลี่ยนพฤติกรรม การลดขยะจากบรรจุภัณฑ์และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าจะไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลโลกผ่านกิจวัตรความงามในทุกวัน

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น