CHANEL ซื้อกิจการ Charvet แบรนด์เสื้อเชิ้ตเก่าแก่ที่สุดของโลกจากฝรั่งเศส สานต่อมรดกงานฝีมือ พร้อมต่อยอดวิสัยทัศน์แฟชั่นยุคใหม่ของ Matthieu Blazy
CHANEL ซื้อกิจการ Charvet เดินหน้าสืบสานงานฝีมือแบรนด์เสื้อเชิ้ตระดับตำนาน
CHANEL ซื้อกิจการ Charvet อย่างเป็นทางการ นับเป็นอีกหนึ่งดีลสำคัญของวงการแฟชั่นลักชัวรี หลังแบรนด์แฟชั่นระดับโลกจากฝรั่งเศสประกาศเข้าซื้อกิจการ Charvet แบรนด์เสื้อเชิ้ตเก่าแก่ที่สุดของโลก ซึ่งมีประวัติยาวนานกว่า 180 ปี การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นไม่นานหลังทั้งสองแบรนด์ร่วมงานกันในคอลเล็กชัน Spring/Summer 2026 ซึ่งเป็นผลงานเปิดตัวของครีเอทีฟไดเรกเตอร์คนใหม่อย่าง Matthieu Blazy
แม้ CHANEL จะไม่ได้เปิดเผยมูลค่าของการซื้อขาย แต่การเข้าซื้อครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์การลงทุนในธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญด้านงานฝีมือ พร้อมรักษามรดกแฟชั่นที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์เอาไว้ในระยะยาว
CHANEL เดินหน้าลงทุนในแบรนด์งานฝีมือระดับตำนาน
ข้อมูลจาก The New York Times ระบุว่า Charvet จะยังคงดำเนินธุรกิจในฐานะแบรนด์อิสระ แม้จะกลายเป็นหนึ่งในบริษัทภายใต้เครือ CHANEL แล้วก็ตาม
แนวทางนี้เป็นรูปแบบเดียวกับที่ CHANEL ใช้กับแบรนด์อื่นในเครือ ไม่ว่าจะเป็น
ERES แบรนด์ชุดว่ายน้ำและชุดชั้นใน
Orlebar Brown แบรนด์เสื้อผ้าผู้ชาย
Barrie ผู้เชี่ยวชาญด้านเสื้อถักแคชเมียร์จากสกอตแลนด์
ทั้งสามแบรนด์ยังคงมีเอกลักษณ์และทีมบริหารของตนเอง โดยไม่ได้ถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ Métiers d’art ซึ่งเป็นเครือข่ายเวิร์กช็อปช่างฝีมือของ CHANEL

ทำไม CHANEL จึงเลือก Charvet
Bruno Pavlovsky ประธานฝ่ายแฟชั่นของ CHANEL เปิดเผยว่า Charvet ถือเป็นหนึ่งในไม่กี่แบรนด์ของโลกที่ยังคงเชี่ยวชาญด้านการตัดเย็บเสื้อเชิ้ตผู้ชายระดับสูง พร้อมรักษามาตรฐานงานฝีมือแบบดั้งเดิมไว้ได้อย่างสมบูรณ์
นอกจากนี้ ทั้งสองแบรนด์ยังมีความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ที่ยาวนานมาตั้งแต่ยุคของ Gabrielle Chanel ทำให้การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้มีความหมายมากกว่าการขยายธุรกิจ แต่ยังเป็นการสืบทอดมรดกแฟชั่นร่วมกัน
Charvet แบรนด์เสื้อเชิ้ตที่เก่าแก่ที่สุดของโลก
Charvet ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1838 โดย Joseph-Christophe Charvet ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
แบรนด์ได้รับการยกย่องว่าเป็นร้านเสื้อเชิ้ตแห่งแรกของโลก และมีร้านแฟลกชิปตั้งอยู่บริเวณ Place Vendôme ซึ่งเป็นย่านแฟชั่นและเครื่องประดับระดับลักชัวรีของกรุงปารีส
ตลอดระยะเวลากว่า 180 ปี Charvet กลายเป็นสัญลักษณ์ของเสื้อเชิ้ตคุณภาพสูงที่ได้รับความนิยมจากราชวงศ์ นักธุรกิจ บุคคลสำคัญ และผู้หลงใหลในงานตัดเย็บแบบคลาสสิก
การส่งต่อธุรกิจสู่เจ้าของรายใหม่
กิจการของ Charvet อยู่ภายใต้การบริหารของตระกูลผู้ก่อตั้งจนถึงปี 1965 ก่อนจะถูกส่งต่อให้ Denis Colban ซึ่งเป็นผู้จัดหาผ้าให้กับแบรนด์
ปัจจุบันธุรกิจบริหารโดย Jean-Claude และ Anne-Marie Colban แต่เมื่อไม่มีผู้สืบทอดรุ่นใหม่เข้ามารับช่วงต่อ CHANEL จึงเข้ามาดูแลกิจการ พร้อมประกาศว่าจะยังคงรักษาเอกลักษณ์ของแบรนด์เอาไว้
ความสัมพันธ์ที่ยาวนานกว่าหนึ่งศตวรรษ
จุดเชื่อมโยงระหว่าง CHANEL และ Charvet ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในยุคปัจจุบัน
ย้อนกลับไปเกือบหนึ่งศตวรรษ Gabrielle Chanel ผู้ก่อตั้งแบรนด์ CHANEL มักหยิบยืมเสื้อเชิ้ตของ Boy Capel นักธุรกิจและนักกีฬาโปโลชาวอังกฤษ ซึ่งเป็นลูกค้าของ Charvet มาสวมใส่
สไตล์การแต่งตัวดังกล่าวกลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการสร้างแฟชั่นผู้หญิงที่ผสมผสานเสื้อผ้าสไตล์ผู้ชายเข้ากับความสง่างาม จนกลายเป็นเอกลักษณ์ของ CHANEL ในเวลาต่อมา

Matthieu Blazy กับการต่อยอดมรดกของแบรนด์
หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ Charvet กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง คือการร่วมออกแบบเสื้อเชิ้ตสำหรับคอลเล็กชัน Spring/Summer 2026 ซึ่งเป็นผลงานเปิดตัวของ Matthieu Blazy
เสื้อเชิ้ตที่ร่วมพัฒนากันมีทั้งหมด 3 ดีไซน์ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากการแต่งกายของ Gabrielle Chanel
ไฮไลต์ที่ได้รับความสนใจ ได้แก่
เสื้อเชิ้ตทักซิโดสีขาวที่ Nicole Kidman สวมในแฟชั่นโชว์
เสื้อเชิ้ตพร้อมรายละเอียดโซ่บริเวณชายเสื้อ ซึ่ง Jacob Elordi สวมใส่ในรายการ Jimmy Kimmel Live
งานตัดเย็บที่สะท้อนความประณีตของ Charvet ผสานแนวคิดร่วมสมัยของ CHANEL
การร่วมงานครั้งนี้ช่วยให้ชื่อของ Charvet กลับมาอยู่ในความสนใจของคนรุ่นใหม่ และกลายเป็นก้าวสำคัญก่อนการเข้าซื้อกิจการอย่างเป็นทางการ

ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมแฟชั่นลักชัวรี
การที่ CHANEL ซื้อกิจการ Charvet สะท้อนให้เห็นแนวโน้มใหม่ของอุตสาหกรรมแฟชั่น ที่แบรนด์ลักชัวรีให้ความสำคัญกับการลงทุนในผู้เชี่ยวชาญด้านงานฝีมือมากกว่าการขยายกำลังการผลิตเพียงอย่างเดียว
กลยุทธ์ลักษณะนี้ช่วยรักษาองค์ความรู้ด้านการผลิตแบบดั้งเดิม พร้อมสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์ในยุคที่ผู้บริโภคให้คุณค่ากับคุณภาพ ความยั่งยืน และเรื่องราวเบื้องหลังสินค้า
สำหรับ CHANEL การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มแบรนด์ในพอร์ตโฟลิโอ แต่ยังเป็นการลงทุนเพื่อรักษามรดกของวงการแฟชั่นฝรั่งเศส พร้อมต่อยอดสู่การสร้างสรรค์ผลงานใหม่ในอนาคต


ความคิดเห็น