รับแอปรับแอป

8 ไอเดียอัปไซเคิล ‘ของไม่สวย’ ให้โคตรเท่ แถมช่วยโลกแบบได้อิมแพ็คจริง

รัชพล ใจดี01-31

มองขยะใหม่ให้เป็น “ทรัพยากร”

เมื่อนึกถึงคำว่า ขยะ ภาพที่โผล่มาในหัวมักเต็มไปด้วยความสกปรก กลิ่นเหม็น เชื้อโรค และสารพัดปัญหาที่ตามมา ทั้งสุขภาพ คุณภาพชีวิต ไปจนถึงเรื่องใหญ่ระดับโลกอย่างโลกร้อนและวิกฤตสภาพภูมิอากาศ

แต่ถ้าลองขยับมุมมองอีกนิด สิ่งที่เรารีบตีตราว่าเป็น “ขยะ” อาจเป็นแค่ “กองวัสดุที่ยังไม่ได้ถูกต่อยอด” ยังไม่ถูกออกแบบใหม่ ยังไม่ถูกคิดใหม่ ยังไม่ถูกหยิบมาแปลงร่างให้กลายเป็นของมีคุณค่า

หลายครั้ง เราตัดสินของชิ้นหนึ่งจากหน้าตา จากมาตรฐานความสวยงามเดิมๆ แล้วโยนลงกล่อง “ตกเกรด ขายไม่ได้ ต้องทิ้ง” สุดท้ายก็ไปจบที่หลุมฝังกลบหรือเตาเผา เพิ่มภาระให้โลกแบบไม่รู้ตัว

ในโลกของการพัฒนาอย่างยั่งยืน มีแนวคิดหนึ่งที่ชัดมากว่า “ไม่ควรมีอะไรบนโลกที่ต้องจบชีวิตลงด้วยการเป็นขยะ”

เพียงแค่เราเริ่มให้ความสำคัญกับการจัดการที่ปลายทางและต้นทางจริงจัง นำแนวคิด Waste to Value มาปรับใช้ เปลี่ยนจากสิ่งที่คนรังเกียจ ไม่สวยงาม ไม่มีค่า ให้กลายเป็นของที่มีคุณค่าใหม่ ใช้งานได้จริง และสร้างผลดีต่อผู้คน สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจไปพร้อมกัน

ด้านล่างนี้คือ 8 ไอเดียอัปไซเคิลโปรดักต์ ที่พิสูจน์ว่า ของที่เคยถูกมองว่าเป็น “ขยะ” สามารถกลับมาเป็นของมีคุณค่าได้แบบครบมิติ ตั้งแต่ดีต่อโลก ดีต่อชุมชน ไปจนถึงช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเป็นรูปธรรม

1. ทะเลจร: รองเท้าแตะคู่ใหม่ ที่เดินออกมาจากกองขยะทะเล

เมื่อประเทศไทยถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในประเทศที่มีขยะทะเลมากที่สุดในโลก ทั้งขวดพลาสติก ถุงพลาสติก แห อวน ไฟแช็ก รวมถึงรองเท้าที่ลอยเกลื่อนทะเล คำถามคือ เราจะปล่อยให้ของพวกนี้จมดิน จมทะเลต่อไป หรือเปลี่ยนมันให้กลับมามีค่า?

องค์กรไม่แสวงหากำไรในปัตตานีอย่าง กลุ่มทะเลจร ร่วมกับ Trash Hero Thailand เลยตัดสินใจเปลี่ยนวิธีมองจาก “ขยะ” เป็น “วัตถุดิบ” แล้วเอารองเท้าขยะจากทะเลมาอัปไซเคิลใหม่ให้กลายเป็นรองเท้าแตะในชื่อ “ทะเลจร”

  • ใช้ขยะรองเท้าทะเล 10 ข้าง เพื่อผลิตเป็นรองเท้าทะเลจร 1 คู่

  • ดีไซน์แบบ Mosaic Color ทำให้รองเท้าแต่ละคู่มีลายที่ไม่เหมือนใคร เป็นตัวแทนของ Circular Product แบบเต็มตัว

  • ได้รับตรารับรอง Circular Mark ตอกย้ำการสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน

นอกจากช่วยลดขยะในทะเลแล้ว ทะเลจร ยังเป็นโปรเจ็กต์ที่

  • สร้างงานและพัฒนาทักษะอาชีพให้ชุมชน

  • แบ่งรายได้คืนให้ชาวบ้านในพื้นที่

  • สนับสนุนกิจกรรมเก็บขยะทะเลของ Trash Hero และกิจกรรมเพื่อสังคมอื่นๆ

นี่ไม่ใช่แค่รองเท้าคู่หนึ่ง แต่คือการเดินออกจากปัญหา ไปสู่ระบบนิเวศที่ดีขึ้นร่วมกัน

2. Pretty Ugly Bag: กระเป๋าใบไม่เพอร์เฟกต์ แต่ช่วยโลกแบบยาวๆ

ทุกวันนี้ ป้ายไวนิลหน้าร้านที่ใช้ทำแคมเปญการตลาดจบงานปุ๊บ ก็จบหน้าที่ปั๊บ และถูกเตรียมตัวเดินเข้าสู่โลกของ “ขยะพลาสติก” แบบแทบไม่ได้คิดต่อว่ามันจะไปจบที่ไหน

สำหรับเครือเซ็นทรัล รีเทล โดย ท็อปส์ (Tops) และร้าน ท็อปส์ เดลี่ ป้ายไวนิลที่เคยต้องถูกปลดและรอทิ้ง ปีหนึ่งๆ มีไม่ต่ำกว่า 10,000 ชิ้น เลยถูกตั้งคำถามใหม่ว่า

“จะทำยังไงให้สิ่งที่กำลังจะกลายเป็นขยะ กลับมาเป็นของดีต่อโลกได้อีกครั้ง?”

คำตอบก็คือ กระเป๋าช้อปปิ้งรักษ์โลก “Pretty Ugly Bag”

  • ใช้ไวนิลเก่าที่หลายคนมองว่าไม่สวย สกปรก หรือหมดประโยชน์ มาอัปไซเคิลใหม่

  • ดีไซน์แบบ “ไม่สวย แต่ช่วยโลกได้” และ ลายไม่ซ้ำใบ เป็น one and only

  • แข็งแรง ทนทาน ใช้งานได้จริง เป็นไอเท็มสายช้อปที่พกแล้วรู้เลยว่าเราอยู่ทีมรักษ์โลก

ทีเด็ดคือ ถ้ากระเป๋าใช้งานจนพัง สามารถนำไปเปลี่ยนใหม่ได้ฟรีตลอดชีวิต

นั่นหมายความว่า

  • ลูกค้ามีแรงจูงใจใช้ซ้ำแทนการใช้ถุงพลาสติก

  • ขยะพลาสติกถูกลดลงแบบทวีคูณ ทั้งจากการรีไซเคิลไวนิลเดิม และการลดการใช้ถุงใหม่ในอนาคต

Pretty Ugly ในสายตาใครบางคน แต่ Pretty Powerful ต่อโลกทั้งใบ

3. Ugly Veggies Thailand: ผักออร์แกนิกหน้าตาไม่เป๊ะ แต่ดีต่อคน ดีต่อโลก

ในโลกของเกษตรกร ผักออร์แกนิกที่ตั้งใจปลูกด้วยความใส่ใจ แต่ออกมาไม่ตรงไซซ์ ไม่ตรงสเปกตลาด มักจบลงด้วยการถูกคัดทิ้ง ทั้งที่คุณค่าทางโภชนาการยังอยู่ครบ

โครงการ Ugly Veggies Thailand จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น เข้าไปทำงานกับชุมชนเกษตรกรที่อำเภอกระนวน จ.ขอนแก่น ยกระดับสู่แนวทาง Smart Farming และเจอ Pain point ใหญ่คือ

  • ผักออร์แกนิกที่ปลูกเพื่อขาย ส่งตลาดได้แค่ ประมาณ 50–70%

  • ส่วนอีก 30% กว่าๆ ถูกคัดทิ้ง เพราะรูปร่างไม่สวย ขนาดไม่ตรงมาตรฐาน

นี่คือจุดเริ่มต้นของ Food Waste ทั้งที่จริงๆ แล้ว ผักพวกนี้ยังดีต่อสุขภาพเหมือนเดิมทุกอย่าง

Ugly Veggies Thailand เลยพัฒนาแพลตฟอร์มเป็น Online Marketplace สำหรับ

  • รวบรวมผักออร์แกนิก “ตกเกรดด้านหน้าตา” แต่มีคุณภาพดี

  • เปิดให้เฉพาะเกษตรกรที่มี ใบรับรอง Organic เพื่อยืนยันความปลอดภัย

  • เชื่อมเกษตรกรกับลูกค้าที่มองหา “ผักไม่สวย แต่มีคุณภาพ” ในราคาจับต้องได้

นอกจากขายผักแบบสด ยังต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรม เช่น

  • ผลิตภัณฑ์ที่เน้น ไฟเบอร์ โพรไบโอติก พรีไบโอติก

  • สร้างมูลค่าเพิ่มให้ผักที่เหลือจากการขาย

เป้าหมายคือการผลักดันไปสู่ Zero Food Waste และหากทำได้ครบ 100% ตามแผน จะช่วยลด ขยะการเกษตรจากครัวเรือนได้ถึง 5.6 ตันต่อปี

สรุปง่ายๆ: ผักอาจจะไม่สวย แต่ระบบคิดเบื้องหลังสวยมาก

4. Mi Terro: เสื้อยืดจากนมหมดอายุ ที่ใส่แล้วสบาย ใส่แล้วช่วยโลก

ขยะอาหารคือหนึ่งในตัวการใหญ่ของปัญหาโลกร้อน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมนมที่สร้างขยะและก๊าซเรือนกระจกจำนวนมหาศาลในแต่ละปี

สตาร์ทอัปด้านไบโอเทคโนโลยีจากสหรัฐอเมริกาอย่าง Mi Terro (มีเทอร์โร) เลยตั้งคำถามว่า

“นมหมดอายุที่ต้องถูกเททิ้ง จะเปลี่ยนให้เป็นอะไรที่มีค่ากว่านั้นได้ไหม?”

คำตอบคือเสื้อยืดแฟชั่นรักษ์โลก Limitless Milk Shirt

  • รวมนมหมดอายุจากฟาร์มปศุสัตว์และร้านขายของชำ

  • ใช้นวัตกรรม ‘Pro-Act’ (Protein Activation) เพื่อสกัดโปรตีนเคซีนออกจากนม

  • นำไปผ่านกระบวนการ Dynamic Flow Shear Spinning ปั่นเป็นเส้นใยชีวภาพสำหรับอุตสาหกรรมสิ่งทอ

ผลลัพธ์คือเส้นใยจากนมหมดอายุที่

  • นุ่มกว่าผ้าฝ้ายถึง 3 เท่า

  • ช่วยป้องกันแบคทีเรีย ระบายอากาศดี ใส่สบาย

  • ใช้น้ำน้อยกว่าการผลิตผ้าฝ้ายทั่วไปถึง 60%

  • สามารถย่อยสลายได้ในธรรมชาติ ไม่ทิ้งไมโครพลาสติกสะสมในสิ่งแวดล้อม

เมื่อขยะอาหารระดับโลกกว่า 1,300 ล้านตันต่อปี ได้ถูกดึงบางส่วนมาทำเสื้อ และอุตสาหกรรมนมที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกกว่า 3,300 ล้านตันต่อปี ถูกลดแรงกดดันลง นี่ไม่ใช่แค่เสื้อหนึ่งตัว แต่คือการรีดีไซน์ระบบใหม่ทั้งเส้นทางของวัตถุดิบ

5. Nike Grind Dumbbells: ดัมเบลจากรองเท้าเก่า ที่ยกแล้วโลกเบาลง

สายฟิตเนสที่รักโลกน่าจะถูกใจสิ่งนี้ เมื่อไนกี้เลือกที่จะไม่ปล่อยให้เศษวัสดุจากการผลิตรองเท้าจบลงในถังขยะ แต่ดึงกลับมาเข้าระบบใหม่อีกครั้ง

ดัมเบลรุ่นพิเศษ Nike Grind Dumbbells ถูกสร้างขึ้นจาก

  • วัสดุเหลือใช้ในโรงงานผลิตรองเท้า

  • แผ่นยาง Nike Grind Rubber ที่เกิดจากการอัปไซเคิลยาง หนัง โฟม ผ้า และเทอร์โมพลาสติก

  • รองเท้าเก่าที่ลูกค้านำมาคืน เข้าสู่กระบวนการแยกชิ้นส่วนและผลิตเป็นแผ่น Nike Grind

ดัมเบลแต่ละชิ้นมีส่วนผสมของ Footwear Waste อย่างน้อย 20% แล้วต่อยอดออกไปเป็นผลิตภัณฑ์รักษ์โลกอีกหลายแบบ ทั้งอุปกรณ์กีฬา แฟชั่น ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ ร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ต่างๆ

จุดเด่นของ Nike Grind Dumbbells คือ

  • วัสดุแข็งแรง ทนทาน และปลอดภัยต่อการใช้งาน

  • ลายและสีสันที่มีเอกลักษณ์ในแต่ละชิ้น มีความสนุกในแบบไนกี้

  • สะท้อนสโลแกน Just Do It ในอีกมุมหนึ่ง คือ กล้าข้ามขีดจำกัดจากกีฬา ไปสู่เรื่องความยั่งยืน

ยิ่งยกมากเท่าไหร่ ไม่ได้แค่กล้ามขึ้น แต่โลกก็เหมือนได้ปลดน้ำหนักเรื่องขยะลงด้วย

6. KUBOTA x GREYHOUND ORIGINAL: ฟางข้าวสู่แฟชั่นสตรีทที่ใส่ได้จริง

ประเทศไทยมีพื้นที่เพาะปลูกข้าวคิดเป็นราว 20% ของพื้นที่เพาะปลูกทั้งหมด หรือกว่า 65 ล้านไร่ ส่งผลให้มี “ฟางข้าว” เหลือจำนวนมหาศาลหลังฤดูเก็บเกี่ยว

วิธีจัดการที่คุ้นเคยคือ “เผา” ซึ่งตามมาด้วย

  • มลพิษทางอากาศและฝุ่น PM2.5

  • การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เร่งปัญหาโลกร้อน

จากโจทย์นี้จึงเกิดความร่วมมือระหว่าง สยามคูโบต้า และ Greyhound ในโปรเจ็กต์

KUBOTA x GREYHOUND ORIGINAL – ‘Turn waste to Agri-Wear’

นี่คือครั้งแรกในวงการแฟชั่นไทยที่นำ Agri-Waste หรือวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาทำเป็นผ้า โดยส่วนผสมคือ

  • ฟางข้าว 20%

  • รังไหม 20%

  • ผ้าฝ้าย 60%

แล้วนำไปทอเป็นเนื้อผ้าเพื่อนำมาดีไซน์ในคอลเลกชันสตรีทแฟชั่นสไตล์ Unisex ที่เป็น Eco Fashion อย่างเต็มตัว

เป้าหมายคือการออกแบบแฟชั่นที่

  • ใส่ได้จริง ใช้ได้ทุกวัน

  • ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตสินค้า

  • สอดคล้องกับแนวคิด Sustainable Fashion ที่ไม่ใช่แค่สวยตอนซื้อ แต่ต้องดีต่อโลกตลอดอายุการใช้งาน

ฟางข้าวที่เคยถูกเผาทิ้ง กลายเป็นเสื้อผ้าที่ใส่แล้ว “เท่ทั้งลุค เท่ทั้งแนวคิด”

7. พระสติ & นกหวีดพารอด: เมื่อความศรัทธาเจอความยั่งยืน

แบรนด์ Qualy (ควอลี่) เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ใช้ดีไซน์และความคิดสร้างสรรค์ผลักดันแนวคิด Circular Economy โดยเฉพาะการจัดการกับขยะพลาสติกให้ “กลับมาเกิดใหม่” ในรูปที่ทั้งเท่ และเล่าเรื่องได้

หนึ่งในผลงานที่โดดเด่นมากคือ “พระสติ” – พระเครื่องที่ทำจากมวลสารรีไซเคิล ภายใต้คอนเซ็ปต์

“มวลสารแห่งความยั่งยืน”

สิ่งนี้ไม่ได้เกิดมาแค่เป็นของสะสม แต่ถูกออกแบบให้เป็นกุศโลบายในการสื่อสารเรื่อง “การแยกขยะ” ผสมกับการใช้ Storytelling เพื่อดึง “ความศรัทธา” เข้ามาช่วยขับเคลื่อนประเด็นสิ่งแวดล้อม

ผลงานนี้ถูกนำไปจัดแสดงในงาน Bangkok Design Week 2022 โดย TCDC และได้รับกระแสตอบรับดีมาก ทั้งเรื่องไอเดียและการมีส่วนร่วมของคนทั่วไปที่เริ่ม นำขยะพลาสติกมาบริจาค เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของมวลสาร

ต่อยอดจากความสำเร็จนั้น Qualy พัฒนาโปรเจ็กต์ใหม่คือ “นกหวีดพารอด”

  • ได้แรงบันดาลใจจาก พระรอด ที่เชื่อกันว่าให้คุณด้านความปลอดภัย แคล้วคลาด

  • ผสมกับฟังก์ชันของนกหวีด ซึ่งเป็นอุปกรณ์ช่วยชีวิตในสถานการณ์ฉุกเฉิน

  • กลายเป็น “นกหวีดพารอด” – เครื่องรางแห่งความรอดปลอดภัย ที่มาพร้อมทั้งเสียงเตือนภัย และใจที่ใส่ใจโลก

นอกจากความหมายเชิงสัญลักษณ์แล้ว วัสดุที่ใช้ยังมาจากการรีไซเคิลขยะพลาสติกที่ปลายทางอีกด้วย

เป็นของขลังที่ไม่ใช่แค่คุ้มครองคนพก แต่ยังช่วยคุ้มครองโลกทั้งใบ

8. เฟอร์นิเจอร์จากซากสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า: อัปไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ในเมืองท่า

ในกลุ่มประเทศนอร์ดิก สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเป็นพาหนะยอดฮิต เพราะคล่องตัวและถูกมองว่าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แต่เมื่อถึงวันที่เลิกใช้งาน ซากสกู๊ตเตอร์เหล่านี้กลับกลายเป็น ขยะอิเล็กทรอนิกส์ เต็มรูปแบบ

  • แบตเตอรี่หมดอายุ

  • ซ่อมไม่คุ้ม เปลี่ยนไม่ได้

  • ถูกทิ้งกองไว้และสร้างปัญหาขยะในเมือง

นักออกแบบกลุ่มหนึ่งในสวีเดนเลยลุกขึ้นมาทำโปรเจ็กต์ E-metabolism โดย

  • เก็บซากสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจากคลองในเมืองท่าสำคัญอย่าง Malmö

  • แยกชิ้นส่วนและนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่

จากนั้นก็นำชิ้นส่วนเหล่านี้มาผสมกับเทคโนโลยี การพิมพ์สามมิติ (3D Printing) เพื่อสร้างเป็นเฟอร์นิเจอร์และของใช้สุดเท่ เช่น

  • โคมไฟ

  • แจกัน

  • เตาย่างบาร์บีคิว

  • เก้าอี้

  • กระถางต้นไม้

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ

  • คลองและแม่น้ำสำคัญสะอาดขึ้นจากการเก็บซากสกู๊ตเตอร์ออกมา

  • วัสดุถูกดึงกลับเข้าสู่วงจรการใช้งานใหม่

  • คนเมืองได้เห็นภาพจริงๆ ว่า ขยะอิเล็กทรอนิกส์ไม่ได้หายไปไหน ถ้าเราไม่จัดการมันอย่างสร้างสรรค์

โปรเจ็กต์นี้ยังถูกนำไปจัดแสดงในงาน Southern Sweden Design Days เพื่อจุดประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมและการจัดการขยะในเมืองให้คนได้ตั้งคำถามและมองเห็นโอกาสใหม่ๆ

จาก “ไม่สวย” สู่ “มีค่า”: อัปไซเคิลคือการเล่าเรื่องโลกแบบใหม่

ทั้ง 8 ไอเดียนี้มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ

  • เริ่มจากการ ไม่ยอมรับว่า ‘ขยะ’ ต้องจบลงที่ถังขยะ

  • กล้าตั้งคำถามใหม่กับของที่ถูกมองว่าไม่สวย ไม่ได้มาตรฐาน หรือหมดอายุไปแล้ว

  • ใช้ดีไซน์ นวัตกรรม และโมเดลธุรกิจสร้างสรรค์มาเปลี่ยน “ของไร้ค่า” ให้กลับมามีบทบาทในสังคมอีกครั้ง

ผลที่ได้จึงไม่ได้หยุดแค่การ ลดปริมาณขยะ แต่ลามไปถึง

  • การสร้างรายได้ใหม่ให้ชุมชนและเกษตรกร

  • การยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คน

  • การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในหลายมิติ

  • การผลักดันเศรษฐกิจหมุนเวียนให้ขยับจากไอเดียสู่ของจริงที่จับต้องได้

ในวันที่โลกกำลังร้อนแรงขึ้นทุกปี เราอาจไม่ได้ต้องการแค่ของ “สวย” แต่ต้องการของที่ “ดีต่อโลก ดีต่อคน และดีต่ออนาคต”

และบางที ของชิ้นต่อไปที่คุณกำลังจะทิ้ง อาจเป็นวัตถุดิบชั้นดีของโปรเจ็กต์อัปไซเคิลชิ้นใหม่ก็ได้ เพียงแค่คุณลองมองมันอีกครั้ง…ให้มากกว่าคำว่า “ขยะ”