รับแอปรับแอป

เจเนอเรชันไหนเที่ยวสไตล์ไหน? เปิดทุกอินไซท์ทริป 2025 จาก AirAsia MOVE

อนุชา วัฒนกุล01-31

3 เจเนอเรชัน 3 สไตล์เที่ยว กับอินไซท์ปี 2025

AirAsia MOVE แพลตฟอร์มจองการเดินทางชั้นนำของเอเชีย เจ้าของรางวัล Asia’s Best Travel Booking App จากเวที World Travel Tech Awards ต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน ดึงฐานข้อมูลการจองหลายล้านรายการ ทั้งตั๋วเครื่องบิน โรงแรม และบริการเสริม มาวิเคราะห์พฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยวไทย 3 เจเนอเรชันหลักในปี 2025 ได้แก่ Baby Boomers, Gen X และ Millennials

รายงานเชิงข้อมูลนี้เจาะลึกตั้งแต่การวางแผนล่วงหน้า พฤติกรรมการจอง ไปจนถึงการใช้จ่ายและการเลือกบริการเสริมของแต่ละช่วงวัย เพื่อให้ธุรกิจท่องเที่ยวเข้าใจว่าใครเที่ยวแบบไหน ชอบอะไร และตัดสินใจจากปัจจัยใดบ้าง

ผู้บริหารของ AirAsia MOVE สรุปภาพรวมได้ชัดเจนว่า แม้ทุกเจเนอเรชันจะมีเป้าหมายร่วมกันคือการเดินทางที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ตัวเอง แต่ ลำดับความสำคัญ วิธีคิด และรูปแบบการตัดสินใจต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการออกแบบโปรดักต์และประสบการณ์ท่องเที่ยวในยุคใหม่

การเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมท่องเที่ยววันนี้ ต้องขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและความร่วมมือ ระหว่างแพลตฟอร์มอย่าง AirAsia MOVE สายการบิน โรงแรม และผู้ประกอบการ เพื่อแปลงอินไซท์ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ใช่สำหรับแต่ละเจเนอเรชัน

Baby Boomers: สายคอมฟอร์ต ชอบแพลนล่วงหน้า อินเลิฟวัฒนธรรม

กลุ่ม Baby Boomers (เกิดปี 1946–1964) คือเจเนอเรชันที่ให้ค่ากับการวางแผนและความสบายเหนือสิ่งอื่นใด พวกเขามักจองการเดินทางล่วงหน้า เลือกเที่ยวในช่วงฤดูกาลหลักอย่างไตรมาส 1 และไตรมาส 4 และให้ความสำคัญกับประสบการณ์ท่องเที่ยวระดับพรีเมียมที่ถูกออกแบบมาอย่างประณีต

ส่วนใหญ่เดินทางคนเดียวหรือเป็นคู่ เลือกจุดหมายปลายทางที่คุ้นเคย ระยะไม่นานจนเกินไป และมักซื้อแพ็กเกจอัปเกรดแบบครบชุด ทั้งหมดนี้สะท้อนความต้องการด้านความมั่นใจ ความเสี่ยงต่ำ และคุณค่าทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้ง

พฤติกรรมเด่นของ Baby Boomers

  • พฤติกรรมการจอง (Booking Behavior)
    นักเดินทางกลุ่มนี้คือแชมป์ด้านการวางแผนล่วงหน้า การจองส่วนใหญ่กระจุกตัวในช่วง 15–30 วัน และ 31–60 วันก่อนเดินทาง

    ขณะที่การจองแบบเฉียดเดดไลน์ในช่วง 0–3 วันก่อนออกเดินทางมีสัดส่วนต่ำมาก โดยเฉพาะกลุ่มที่เดินทางเดี่ยวหรือคู่จะยิ่งเห็นภาพการจองล่วงหน้าชัดเป็นพิเศษ

  • ช่วงเวลาเดินทาง (Travelling Period)
    ความต้องการเดินทางของ Baby Boomers มีฤดูกาลชัดเจน พีคอยู่ที่ ไตรมาส 1 (27.9%) และไตรมาส 4 (27.0%) โดยเดือนมกราคมและธันวาคมคือช่วงที่กิจกรรมแน่นที่สุด

    ช่วงกลางปีตั้งแต่ไตรมาส 2 ถึง 3 การเดินทางจะชะลอตัวลง สะท้อนว่า Baby Boomers ชอบเที่ยวช่วงอากาศดี เดินทางสบาย ไม่ลำบากเกินไป

  • รูปแบบการเดินทาง (Solo / Couple / Group)
    กลุ่มนี้นิยมเดินทางแบบ เดี่ยวหรือคู่ มากกว่าทริปครอบครัวหรือแก๊งใหญ่ แสดงให้เห็นว่าพวกเขาอยากได้ประสบการณ์ที่เป็นส่วนตัว จังหวะการเที่ยวที่ไม่เร่งรีบ และสามารถควบคุมแผนได้เอง

  • เส้นทางในประเทศ (Domestic Route Preference)
    จุดหมายปลายทางหลักในประเทศที่ถูกเลือกบ่อย ได้แก่ เชียงใหม่ หาดใหญ่ ภูเก็ต และเชียงราย

    สิ่งที่พวกเขามองหาไม่ใช่ความลุย แต่คือ ความสะดวกในการเดินทาง การเชื่อมต่อสนามบินที่ดี และโครงสร้างพื้นฐานที่มั่นใจได้ มากกว่าสถานที่ผจญภัยหรือโลเคชันไกลและเข้าถึงยาก

  • เส้นทางต่างประเทศ (International Route Preference)
    เมื่อต้องบินออกนอกประเทศ Baby Boomers จะโฟกัสที่เส้นทางระยะใกล้ในเอเชีย เช่น มาเลเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย และประเทศเพื่อนบ้าน

    ปัจจัยหลักในการตัดสินใจคือ การเดินทางที่ไม่ยุ่งยาก เงื่อนไขวีซ่าไม่ซับซ้อน ระบบสาธารณสุขได้มาตรฐาน และความคุ้นเคยทางวัฒนธรรม

  • การใช้บริการเสริมและการอัปเกรด (Ancillaries & Upgrades)
    ในบรรดาทุกเจเนอเรชัน Baby Boomers คือกลุ่มที่มีแนวโน้มอัปเกรดที่นั่งและซื้อบริการเสริมสูงที่สุด ทั้งสัมภาระเพิ่มและประกันการเดินทาง

    พวกเขาชัดเจนมากกับแนวคิด “จ่ายเพื่อความสบายและลดความเสี่ยง” นิยมประสบการณ์ที่สงบ ลึกซึ้งด้านวัฒนธรรม และจัดสรรมาอย่างประณีต มากกว่าทริปเร่งรีบหรือท้าทายสุดขีด

โอกาสสำหรับธุรกิจท่องเที่ยว: จับใจ Baby Boomers ยังไงให้ตรงจุด

เพื่อเข้าถึงกลุ่มนี้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ประกอบการควรพัฒนาแพ็กเกจระดับพรีเมียมที่ โฟกัสเรื่องความสะดวกสบายเป็นหลัก และต้องสอดคล้องกับรูปแบบการจองล่วงหน้าในช่วง 15–60 วันก่อนเดินทาง

  • รวมการ อัปเกรดที่นั่ง สัมภาระ และประกันการเดินทาง เข้าไว้ในแพ็กเกจ

  • เสนอแพ็กเกจ พักระยะยาวเชิงสุขภาพ หรือทริปที่เน้นการพักผ่อนอย่างมีคุณภาพ

  • เพิ่มบริการ รับส่งระดับพรีเมียม และคอนเซียร์จ ในปลายทางที่เดินทางง่ายและมีการเชื่อมต่อดี

  • เน้นจุดหมายที่ สงบ มีคุณค่าทางวัฒนธรรม และโปรโมตช่วงไฮซีซันอย่างไตรมาส 1 และ 4 ให้ชัดเจน

ทั้งหมดนี้จะช่วยตอบโจทย์แนวคิดการท่องเที่ยวแบบวางแผนล่วงหน้าและเน้นความคอมฟอร์ตของ Baby Boomers ได้อย่างตรงใจ

Gen X: สายบาลานซ์ ระหว่างความคุ้ม ความสบาย และเวลาครอบครัว

กลุ่ม Gen X (เกิดปี 1965–1980) คือเจเนอเรชันที่มองโลกแบบปฏิบัติจริง ชัดเจนเรื่อง ความคุ้มค่า แต่ก็ไม่ยอมทิ้งความสบายและเวลาแห่งครอบครัว

พวกเขาไม่วางแผนทริปล่วงหน้ายาวเหยียด แต่ก็ไม่จองแบบปุ๊บปั๊บ การเดินทางมักกระจุกในช่วงปลายปี จุดหมายปลายทางจะเน้นที่เหมาะกับครอบครัว บริการเสริมที่จำเป็น และเส้นทางระยะใกล้ในเอเชีย

พฤติกรรมหลักของ Gen X

  • พฤติกรรมการจอง (Booking Behaviour)
    Gen X ส่วนใหญ่จองล่วงหน้าในระยะกลาง โดยช่วงยอดนิยมคือ 15–30 วันก่อนเดินทาง รองลงมาคือช่วง 8–14 วัน และ 31–60 วัน

    การจองแบบฉุกละหุกในช่วง 0–3 วัน มีสัดส่วนค่อนข้างต่ำ สะท้อนสไตล์ วางแผนพอเหมาะ มีกรอบ แต่เว้นที่ไว้ให้ความยืดหยุ่น

  • ช่วงเวลาเดินทาง (Traveling Period)
    ความต้องการเดินทางของ Gen X พุ่งแรงสุดในช่วงปลายปี โดย ไตรมาส 4 มีสัดส่วนถึง 31.1% และเดือนธันวาคมคือเดือนที่ยอดจองสูงสุด

    ช่วงไตรมาส 2 และ 3 ความต้องการจะลดลง โดยเฉพาะช่วงกลางปี ก่อนจะกลับมาเด่นชัดอีกครั้งตั้งแต่เดือนตุลาคม สอดคล้องกับรูปแบบการพักวันหยุดปลายปีและการวางแผนทริปครอบครัวล่วงหน้า

  • เส้นทางภายในประเทศ (Domestic Routes Preference)
    ปลายทางยอดนิยมในไทย ได้แก่ เชียงใหม่ หาดใหญ่ ภูเก็ต เชียงราย และอุดรธานี

    พวกเขาให้ความสำคัญกับ การเดินทางที่สะดวก สนามบินเชื่อมต่อดี และเหมาะกับครอบครัว มากกว่าทริปแนวเอ็กซ์ตรีมหรือผจญภัยหนัก ๆ

  • เส้นทางระหว่างประเทศ (International Routes Preference)
    สำหรับต่างประเทศ Gen X ก็ยังโฟกัสเส้นทางระยะใกล้ในเอเชีย ปลายทางยอดนิยมคือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม

    สิ่งที่พวกเขาให้ค่า ได้แก่ ความง่ายในการเดินทาง ความคุ้นเคยทางวัฒนธรรม และประสบการณ์เชิงไลฟ์สไตล์ มากกว่าทริประยะไกลหรือแพลนที่ซับซ้อน

  • บริการเสริมและการอัปเกรด (Ancillaries, Upgrades & Experience Preference)
    Gen X นิยมซื้อบริการเสริมที่จำเป็น เช่น สัมภาระและประกันการเดินทาง และมีแนวโน้มอัปเกรดที่นั่งเพิ่มขึ้นเมื่อเดินทางพร้อมครอบครัว

    พฤติกรรมทั้งหมดนี้สะท้อนทัศนคติแบบ “คุ้ม ต้องใช้ได้จริง เชื่อถือได้” มากกว่าการอัปเกรดแบบตามอารมณ์เฉพาะหน้า

โอกาสสำหรับพันธมิตรท่องเที่ยว: ชนะใจ Gen X ด้วยความชัดเจนและคุ้มค่า

เพื่อให้เข้าเป้า Gen X พันธมิตรด้านการท่องเที่ยวควรโฟกัสกลยุทธ์จองล่วงหน้าในระยะกลาง โดยเฉพาะช่วง 15–30 วันก่อนเดินทาง และเน้น คุณค่าที่ชัดเจนมากกว่าดีลเร่งด่วน

แนวทางที่ควรทำ ได้แก่

  • ออกแพ็กเกจสำหรับครอบครัว ที่รวม เที่ยวบิน + สัมภาระ + ประกันการเดินทาง ไว้ในดีลเดียว

  • เสนอทางเลือก อัปเกรดที่นั่งแบบเลือกได้ สำหรับทริปที่เดินทางพร้อมครอบครัว

  • โฟกัสจุดหมายปลายทางในประเทศที่เดินทางสะดวก และเส้นทางระยะใกล้ในเอเชีย

  • ชูจุดขายเรื่อง ความสบาย ความน่าเชื่อถือ และไลฟ์สไตล์ที่ลงตัว โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดปลายปี

Millennials & Gen Y: สายสปอนเทเนียส เที่ยวถี่ อินกับประสบการณ์และโปรโมชัน

กลุ่ม Millennials / Gen Y (เกิดปี 1981–1996) คือเจเนอเรชันที่มีความถี่ในการเดินทางสูง ชัดเจนมากว่าให้ความสำคัญกับ “ประสบการณ์” เป็นแกนหลัก

สไตล์การเที่ยวของพวกเขาคือผสมผสานระหว่างความเป็นสายสปอนเทเนียส กับการมองหาความคุ้มค่า อินกับไลฟ์สไตล์ดิจิทัลและโซเชียลมีเดีย และต้องการความยืดหยุ่นมากกว่าการผูกมัดระยะยาวหรือแพ็กเกจพรีเมียมหนัก ๆ

พฤติกรรมหลักของ Millennials

  • พฤติกรรมการจอง (Booking Behaviour)
    กลุ่มนี้ชอบจองใกล้วันเดินทาง โดยช่วงที่การจองหนาแน่นที่สุดคือ 15–30 วันก่อนออกเดินทาง

    ขณะเดียวกัน การจองระยะสั้นใกล้วันเดินทางก็ยังมีสัดส่วนสูงพอสมควร สะท้อนสไตล์ “คิดเร็ว ตัดสินใจไว แพลนไม่ต้องยาว แต่มีทิศทาง”

  • ช่วงเวลาการจองและเดินทาง (Booking Period)
    Millennials เที่ยว เกือบตลอดทั้งปี โดยไตรมาส 1 (24.9%), ไตรมาส 2 (24.6%) และไตรมาส 3 (22.7%) มีดีมานด์คึกคัก

    ดีมานด์จะชะลอลงเล็กน้อยในไตรมาส 3 ก่อนกลับมาพุ่งตั้งแต่เดือนตุลาคม และขึ้นจุดสูงสุดใน ไตรมาส 4 (27.9%) จากแรงหนุนของวันหยุดปลายปี โดยเดือนธันวาคมคือเดือนที่ยอดการจองที่นั่งสูงที่สุด

  • เส้นทางในประเทศ (Domestic Routes)
    สำหรับทริปในไทย กลุ่มนี้นิยมทั้งเมืองท่องเที่ยวยอดฮิตและจุดหมายเชิงไลฟ์สไตล์ เส้นทางหลัก ได้แก่ เชียงใหม่ หาดใหญ่ ภูเก็ต กระบี่ และอุดรธานี

    สิ่งที่สะท้อนชัดคือ ต้องการปลายทางที่เลือกได้หลากหลาย เหมาะกับทริปสั้น มีโครงสร้างพื้นฐานท่องเที่ยวแข็งแรง และรองรับไลฟ์สไตล์เปลี่ยนไวได้ดี

  • เส้นทางต่างประเทศ (International Routes)
    เมื่อต้องออกนอกประเทศ Millennials ก็ยังโฟกัสเอเชียเหมือนกัน ปลายทางยอดนิยมคือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม

    การเลือกจุดหมายได้รับอิทธิพลจาก ไลฟ์สไตล์ ความสะดวกในการเดินทาง ความคุ้นเคยทางวัฒนธรรม และแรงบันดาลใจจากคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย อย่างชัดเจน

  • บริการเสริมและประสบการณ์ (Ancillaries, Upgrades & Experience Preference)
    แม้จะเดินทางบ่อย แต่ ค่าใช้จ่ายต่อการจองอยู่ในระดับปานกลาง กลุ่มนี้ไม่ค่อยเน้นอัปเกรดที่นั่ง

    แต่จะซื้อ อาหาร บริการเสริม และบริการรับส่งสนามบิน อย่างสม่ำเสมอ เพราะต้องการลงทุนกับสิ่งที่ เพิ่มประสบการณ์และการใช้งานจริง มากกว่าการเพิ่มระดับความพรีเมียมอย่างเดียว

โอกาสสำหรับพันธมิตรท่องเที่ยว: มัดใจ Millennials ด้วยดีลไวและประสบการณ์แชร์ได้

เพื่อจับกลุ่ม Millennials ให้ได้ผล พันธมิตรด้านการท่องเที่ยวควรโฟกัสที่ ช่วงเวลาตัดสินใจ 15–30 วันก่อนเดินทาง และใช้เครื่องมือที่ตอบสไตล์สายไดนามิก เช่น

  • จัด Flash Sales, โปรโมชันสะสมพอยต์ และแคมเปญจองระยะสั้น อย่างต่อเนื่อง

  • โปรโมตที่พักและประสบการณ์แบบ “ถ่ายรูปสวย แชร์แล้วปัง” เช่น โรงแรมดีไซน์จัดจ้าน คาแร็กเตอร์ชัด

  • สร้างแพ็กเกจ Workation ที่ยืดหยุ่น เช็กเอาต์เลตกว่าปกติ รองรับการทำงานระหว่างเดินทาง

  • ดันบริการเสริมอย่าง อาหารบนเครื่อง และรถรับส่งสนามบิน รวมถึงกิจกรรมท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์และมีโอกาสกลายเป็นกระแสบนโซเชียล

AirAsia MOVE: ข้อเสนอเดียวจบ ครอบคลุมทุกเจเนอเรชัน

เพื่อตอบโจทย์นักเดินทางทุกช่วงวัย AirAsia MOVE เดินหน้ามอบข้อเสนอพิเศษด้านการท่องเที่ยว ครอบคลุมทั้ง เที่ยวบิน โรงแรม และแพ็กเกจ SNAP (เที่ยวบิน + โรงแรม) เพื่อให้ทุกคนวางแผนทริปได้คุ้มค่าและสะดวกยิ่งขึ้น

ข้อเสนอทั้งหมดสามารถจองได้ เฉพาะผ่านแอป AirAsia MOVE โดยผู้ใช้สามารถ:

  • จอง เที่ยวบินแอร์เอเชียในราคาพิเศษ พร้อมดีลที่ระบุว่า ถูกกว่าช่องทางอื่น 5%

  • รับ ส่วนลดโรงแรมประจำเดือน เพียงใส่โค้ด “FLASHSALE”

  • ใช้โค้ด “WEDNESDEALS” เพื่อรับส่วนลดพิเศษสำหรับแพ็กเกจเที่ยวบิน+โรงแรมทุกวันพุธ

นอกจากนี้ AirAsia MOVE ยังรวบรวมข้อเสนอและส่วนลดจากสายการบินพันธมิตรอีกหลากหลาย เพื่อสร้างทางเลือกการเดินทางที่ คุ้มค่า ครอบคลุม และตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างของผู้เดินทางในแต่ละวัน

แพลตฟอร์มนี้ออกแบบมาให้เป็นประสบการณ์จองการเดินทางแบบครบวงจรในแอปเดียว รองรับ:

  • การจองเที่ยวบินจากมากกว่า 700 สายการบิน

  • ตัวเลือกโรงแรมมากกว่า 1 ล้านแห่งทั่วโลก

ไม่ว่าคุณจะเป็น Baby Boomers ที่รักความสบาย Gen X ที่บาลานซ์ชีวิตครอบครัวกับความคุ้มค่า หรือ Millennials ที่ขอประสบการณ์สำคัญที่สุด AirAsia MOVE เปิดทุกทางเลือกให้คุณออกแบบทริปในแบบของตัวเอง

จะให้ความสำคัญกับความสะดวกสบาย ความคุ้มค่า ความยืดหยุ่น หรือการล่าประสบการณ์ใหม่ ๆ ก็เลือกได้ครบ จบในแอปเดียว.