เปลี่ยนโน๊ตบุ๊คธรรมดา ให้เล่นเกมได้ลื่นเหมือนพีซีเกมมิ่ง
อยากให้โน๊ตบุ๊คบางเบา หรือเครื่องเกมพกพาเล่นเกม AAA ลื่น ๆ แบบไม่ต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่ทั้งชุดไหม? ปี 2025 คือยุคของ eGPU (External GPU) แบบพร้อมใช้ ต่อปุ๊บ เร่งเฟรมเรตปั๊บ ทั้งบนโน๊ตบุ๊คและ Gaming Handheld โดยเฉพาะสายพกพาที่อยากได้พลังระดับเดสก์ท็อปกลับบ้านไปด้วย
ตอนนี้มี eGPU แบบกล่องสำเร็จรูปให้เลือกหลายรุ่น ตั้งแต่ราคาหมื่นต้น ๆ ไปจนถึงตัวท็อประดับโหด เหมาะทั้งกับชาวโน๊ตบุ๊คทั่วไป ไปจนถึงคนเล่น ROG Ally, MSI Claw, Steam Deck และสายเครื่องเล่นเกมแบบพกพาทุกรูปแบบ
ก่อนซื้อ eGPU ต้องเช็คอะไรบ้าง?
การจะเลือก eGPU ให้คุ้ม ไม่ใช่ดูแค่ชื่อการ์ดจอ ต้องมองทั้งมาตรฐานการเชื่อมต่อ ชิปกราฟิก และฟีเจอร์ของตัวกล่องด้วย
1. มาตรฐานพอร์ต: Thunderbolt คือหัวใจ
Thunderbolt 4
เป็นมาตรฐานที่ eGPU ส่วนใหญ่ในตอนนี้รองรับ ให้แบนด์วิดท์ระดับ 40 Gbps เพียงพอสำหรับการ์ดจอระดับกลาง–สูง ใช้เล่นเกม 1080p และ 1440p สบายThunderbolt 5
เริ่มจะเป็นพระเอกหลักในปี 2025 ด้วยแบนด์วิดท์สูงสุด 80 Gbps (และดันได้ถึง 120 Gbps ในบางโหมด) ทำให้ใช้การ์ดจอระดับ High-end ได้เต็มประสิทธิภาพขึ้น ลดอาการคอขวด และดันความละเอียด+เฟรมเรตสูง ๆ ได้ดีขึ้นอย่างชัดเจน
2. เลือกค่ายการ์ดจอให้เหมาะสายเกม
NVIDIA GeForce RTX Series
จุดเด่นคือ ไดรเวอร์เสถียร, รองรับ Ray Tracing, และมีฟีเจอร์อย่าง DLSS ที่ช่วยดันเฟรมเรตโดยแทบไม่เสียภาพสวยAMD Radeon RX Series
ประสิทธิภาพดีมากในหลายเกม แถมมี FSR เป็นคู่แข่ง DLSS ไม่ล็อกเฉพาะการ์ดค่ายตัวเอง ทำให้ยืดหยุ่นกับหลายแพลตฟอร์มได้ดีเจเนอเรชันของ GPU
ปี 2025 ถ้าอยากได้ความคุ้มแบบยาว ๆ แนะนำให้มองอย่างน้อยเป็นรุ่นเจนใหม่ หรืออย่างต่ำก็ใกล้ล่าสุด เพื่อรองรับเทคโนโลยีที่จะมาในอนาคต
3. ฟีเจอร์ของกล่อง eGPU (Enclosure)
Power Supply (PSU)
กล่องต้องจ่ายไฟพอสำหรับการ์ดจอ ไม่งั้นไม่ได้แรงสุด หรืออาจถึงขั้นไม่เสถียรระบบระบายความร้อน
ยิ่งการ์ดจอยิ่งแรง ความร้อนยิ่งสูง ถ้าฮีตซิงก์–พัดลมไม่ดี เฟรมตก กระตุก หรือ Throttle แน่นอนพอร์ตเชื่อมต่อเพิ่มเติม
ถ้ามีทั้ง USB, Ethernet, DisplayPort, HDMI ครบ ๆ กล่องนี้จะกลายเป็น Dock ทั้งเล่นเกม + ทำงาน ได้ในตัวขนาดและน้ำหนัก
ถ้าตั้งใจใช้กับโน๊ตบุ๊ค–Handheld พกไปทำงาน/เล่นนอกบ้านบ่อย ๆ ต้องดูเรื่องไซส์และน้ำหนักให้ดี ไม่งั้นกลายเป็นแบกเคสย่อม ๆ แทน
eGPU มีแบบไหนบ้าง? เลือกสไตล์ให้ตรงไลฟ์สไตล์
1. Enclosure เปล่า (สาย DIY ตัวจริง)
กล่องเปล่าสำหรับคนที่อยากจัดสเปกเองทุกส่วน ตั้งแต่ PSU, การ์ดจอ ไปจนถึงโมดิฟายเคส
ข้อดี:
เลือกการ์ดจอได้ตามใจ
ปรับแต่งระบบระบายความร้อนเองได้
จะเน้นแรง เน้นเงียบ หรือเน้นสวย RGB ก็จัดได้เต็มที่
ข้อเสีย:
ต้องมีความรู้ด้านฮาร์ดแวร์พอสมควร
ปัญหาอะไรโผล่มา ต้องแก้เองเกือบทั้งหมด
ตัวอย่างแบรนด์
ADT-Link: กล่องขนาดเล็ก ราคาประหยัด เหมาะเริ่มต้นสาย DIY
EXP GDC: มีตัวเลือกหลายแบบ รวมถึงรุ่นที่รองรับ M.2 NVMe
Custom Builds: สายฮาร์ดคอร์ ซื้อเคสเล็ก ๆ มาโมเอง จัดเป็นงานอดิเรกอีกอย่างได้เลย
เทรนด์ปี 2025:
Enclosure เปล่าที่รองรับ Thunderbolt 5 จะเริ่มเยอะขึ้น เปิดทางให้ใช้การ์ดจอเจนใหม่แบบเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น
2. eGPU เน้นพกพา (Portable eGPU)
รุ่นนี้เกิดมาเพื่อสายโน๊ตบุ๊คบางเบา และ Gaming Handheld โดยตรง
ข้อดี:
ขนาดเล็ก น้ำหนักเบา
หิ้วง่าย ใส่กระเป๋าแล้วไม่เป็นภาระ
เหมาะกับคนที่ใช้หลายที่ – บ้าน, ออฟฟิศ, คาเฟ่
ข้อเสีย:
ขนาดเล็กทำให้จำกัดขนาด PSU และฮีตซิงก์
รองรับการ์ดจอแรงสุดระดับ Top-end ได้น้อยกว่าเคสใหญ่
แนวคิด/ตัวอย่าง
GPD G1: กล่องเล็ก มี PSU ในตัว มาพร้อม Radeon RX 7600M XT เน้นเสียบแล้วเล่นได้เลย
ภาพรวมปี 2025:
Portable eGPU จะเริ่มแรงขึ้น ใช้ระบบระบายความร้อนแบบใหม่ ๆ เช่น Vapor Chamber หรือแม้กระทั่ง Liquid Cooling บางรุ่น และรองรับ Thunderbolt 5 เพิ่มมากขึ้น
3. eGPU + Docking Station ในเครื่องเดียว
สำหรับคนทำงานจริงจัง กลับบ้านอยากเล่นเกมหนัก ๆ ด้วย
ข้อดี:
เพิ่มพลังกราฟิก + เพิ่มพอร์ตต่ออุปกรณ์ครบชุด
ต่อ USB, Ethernet, HDMI, DisplayPort ได้ในกล่องเดียว
โน๊ตบุ๊คเครื่องเดียว กลายเป็น Workstation ได้ทันที
ข้อเสีย:
ราคาสูงกว่า eGPU ปกติพอสมควร
เทรนด์ปี 2025:
ผู้ผลิตรายใหญ่มีแนวโน้มออก eGPU + Docking ของตัวเอง รองรับ Thunderbolt 5, มี PD ชาร์จเร็ว, ต่อจอ 4K/8K ได้หลายจอ และเน้นการเชื่อมต่อเน็ตที่เสถียรมากขึ้น
4. eGPU สำหรับงานเฉพาะทาง
ไม่ใช่แค่เล่นเกม แต่เน้นงานหนัก ๆ อย่างตัดต่อ, 3D, CAD, หรือ AI โดยตรง
ข้อดี:
ปรับจูนมาเพื่อซอฟต์แวร์เฉพาะ เช่นงาน Render หรือ AI
ประสิทธิภาพเวลาใช้งานจริงสูงกว่าการ์ดเกมปกติในงานลักษณะนี้
ข้อเสีย:
ราคาแรง
ถ้าเน้นเล่นเกมอย่างเดียวอาจไม่คุ้ม
ตัวอย่างแนวทาง:
Blackmagic eGPU: สายตัดต่อ DaVinci Resolve โดยเฉพาะ
การใช้ NVIDIA RTX A Series สำหรับงาน CAD/CAM, Render ระดับมืออาชีพ
เทรนด์ปี 2025:
จะมี eGPU ที่ใช้การ์ดระดับ Workstation มากขึ้น ปรับแต่งทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ให้เข้ากับสายงานเฉพาะทางโดยตรง
6 eGPU น่าโดนในปี 2025 สำหรับสายเกมโน๊ตบุ๊ค–Handheld
ต่อไปคือไฮไลต์หลัก – 6 รุ่นที่เกิดมาเพื่ออัปเกรดโน๊ตบุ๊คและเครื่องเล่นเกมพกพาให้เล่นเกมได้ลื่นสุด
1. AOOSTAR XG76XT – เล็ก พกง่าย แรงเกินตัว
Specification
GPU: Radeon RX 7600XT
OCuLink: Yes
Port: USB4, 1x HDMI, 2x DP, 1x USB-C
Power: 330W
Dimension: 20.5cm x 12cm x 4cm
Price: 619 USD
บอดี้อลูมิเนียมอัลลอย น้ำหนักราว 1.12 กิโลกรัม ขนาดกำลังดี ใส่กระเป๋าได้แบบไม่เทอะทะ ภายในติดตั้ง AMD Radeon RX 7600 XT พร้อมแรม GDDR6 8GB, 2048 Stream Processor และ 32 CU รองรับเทคโนโลยีอย่าง AMD FSR 3.0 และ SmartShift Max เหมาะกับคนที่อยากอัปเกรดโน๊ตบุ๊คพื้นฐาน หรือ Gaming Handheld อย่าง ASUS Ally, MSI Claw ให้เล่นเกมได้ลื่นขึ้นแบบรู้สึกได้
จุดเด่นที่น่าสนใจ
รองรับ OCuLink เพื่อเพิ่มแบนด์วิดท์ให้สูงกว่าการต่อผ่าน USB4 ปกติ
รองรับการจ่ายไฟเข้า 100W สำหรับอุปกรณ์ปลายทาง
ระบบระบายความร้อน Ultra VC Cooling ฮีตซิงก์หน้าใหญ่แนบชิปโดยตรง ใช้พัดลมแบบ Turbofan มีใบพัดถึง 59 ใบ รองรับโหลดการ์ดจอระดับ 150W ได้แบบสบาย ๆ
ต่อใช้งานก็ไม่ยุ่งยาก แค่เสียบ PSU 350W ที่ให้มา เข้ากับตัวกล่อง แล้วต่อ USB4 หรือ OCuLink เข้ากับโน๊ตบุ๊ค/Handheld ก็พร้อมลุยเกมได้ทันที เหมาะมากสำหรับคนที่อยากได้ eGPU สำเร็จรูปเน้นพกพา แต่ยังคงแรงระดับเล่นเกม AAA ได้ดี
2. ROG XG Mobile (2025) – สุดทางสายพกพาแบบจริงจัง
Specification
GPU: GeForce RTX 5090
OCuLink: N/A
Port: 2x TB5, 2x USB3.2 Gen2, 1x HDMI, 1x DP, 1x RJ-45
Power: 330W
Dimension: 20.8 x 15.5 x 2.96cm
Price: N/A
ROG XG Mobile รุ่นปี 2025 คือเจน 3 ของตระกูลนี้ ออกแบบมาโชว์พลังตั้งแต่งาน CES 2025 จุดขายหลักคือยัด GeForce RTX 5090 Laptop GPU ลงในกล่องเล็กกว่าฝ่ามือ น้ำหนักไม่ถึง 1 กิโลกรัม เน้นใช้งานคู่กับโน๊ตบุ๊คและเครื่องเกมพกพาใน ecosystem ของ ASUS
ดีไซน์ตัวเครื่องมาแบบล้ำสมัย มีขาตั้งด้านหลัง วางตั้งก็เท่ วางนอนก็ได้ ฝาหน้าเป็นแบบใสให้เห็นภายในเล็กน้อย ระบบระบายความร้อนใช้ Vapor Chamber + ฮีตซิงก์ + พัดลมดูดลมเย็นจากด้านหลัง ช่วยจัดการความร้อนได้ดีในพื้นที่ที่จำกัด
จุดเด่นของ ROG XG Mobile (2025)
ใช้ Thunderbolt 5 แบนด์วิดท์สูงสุดถึง 120 Gbps
รองรับการแสดงผลระดับ 8K หรือจอ 4K 144Hz จำนวน 3 จอ พร้อมกัน
รองรับชาร์จ PD 3.1 สูงสุด 140W กลายเป็นแท่นชาร์จโน๊ตบุ๊คในตัว
ให้พอร์ตมาครบ: TB5, USB 3.2, HDMI, DisplayPort, RJ-45, SD Card Reader
มีไฟ RGB ซิงก์กับ ASUS AURA Sync สำหรับสายแต่งเครื่อง
ตัวกล่องใช้พลังงานประมาณ 140W และใช้อแดปเตอร์ 330W จ่ายไฟเข้า มีให้เลือกระหว่าง RTX 5090 Laptop และ RTX 5070 Ti Laptop เหมาะกับคนที่อยู่ในระบบนิเวศ ROG อยู่แล้ว และต้องการ eGPU ที่เน้นทั้งความแรงและความพกพาสูงสุด
3. GPD G1 – คู่หูสาย Handheld ที่ไม่อยากแบกของเยอะ
Specification
GPU: Radeon RX 7600M XT
OCuLink: Yes
Port: 1x TB4, 3x USB3.2 Gen2, 1x HDMI, 2x DP
Power: 330W
Dimension: 22.5cm × 11.1cm × 3.0cm
Price: 25,000 บาท
GPD G1 เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2024 แต่ยังถือว่า สดและตอบโจทย์เกมเมอร์ปี 2025 อยู่ ด้วยดีไซน์ที่ล้ำสมัย ขนาดบาง พกง่าย น้ำหนักเพียงประมาณ 920 กรัม รองรับทั้ง Thunderbolt 4 และ OCuLink ทำให้เป็นตัวเลือกที่ดีมากสำหรับคนที่เล่นทั้งโน๊ตบุ๊คและ Handheld
ฟีเจอร์เด่นของ GPD G1
ปุ่ม TGP Toggle Key ให้สลับโหมดได้ 2 แบบ:
โหมด Silent ใช้ไฟแค่ประมาณ 60W เน้นเงียบ ประหยัดพลังงาน
โหมด Performance ดันไฟขึ้นไปแถว 100W สำหรับเกมหนัก
ถ้าใช้กับพีซีเดสก์ท็อป สามารถต่อผ่าน OCuLink ได้ โดยใช้การ์ดแปลง M.2 NVMe ไปเป็น PCIe 3.0 x4 เพื่อดึงแบนด์วิดท์เพิ่ม
ภายในใช้ Radeon RX 7600M XT ระดับกลางที่เล่นเกม AAA ได้สบาย เหมาะกับการจับคู่กับ ASUS Ally, MSI Claw และ Gaming Handheld รุ่นอื่น ๆ ถ้าเน้น รูปทรงบาง พกง่าย ใช้ได้กับหลายแพลตฟอร์ม GPD G1 เป็นตัวเลือกที่น่าเล่นมากในงบประมาณราว ๆ 2 หมื่นกลาง ๆ
4. AORUS Gaming Box – กล่องเล็ก แต่อัด RTX 4090 + น้ำปิด
Specification
GPU: GeForce RTX 4090
OCuLink: Yes
Port: 1x TB3, 2x USB3.2 Gen1 Type-A, 1x USB3.2 Gen1 Type-C, 2x HDMI, 2x DP
Power: 850W
Dimension: 18.9cm x 30.2cm x 17.2cm
Price: 3,500 USD
AORUS เป็นค่ายแรก ๆ ที่ดัน eGPU แบบจริงจังด้วยชื่อ Gaming Box ก่อนหน้านี้มีรุ่นที่ใช้ RTX 20/30 Series และในรุ่นล่าสุด ก็เล่นใหญ่ด้วยการยัด GeForce RTX 4090 ลงไป พร้อมชุดน้ำแบบ All-in-One (AIO) ให้มาครบตั้งแต่โรงงาน
ดีไซน์ตัวกล่องหน้าตาเหมือนเคส Mini-ITX เล็ก ๆ โทนดำ มีโลโก้ AORUS ด้านหน้า ช่องระบายอากาศด้านบนและข้าง ภายในใช้เทคโนโลยี WaterForce กับพัดลม 120mm สองตัว เป่า Radiator ที่รับความร้อนจาก Vapor Chamber ที่แนบตรงกับ GPU
ข้อดีของการใช้เคสใหญ่หน่อย คือ จัดการความร้อนได้ดี, พื้นที่ไหลเวียนอากาศเยอะ และยัดพอร์ตมาได้แบบเต็ม ๆ ทั้ง HDMI, DP, USB 3.2, Thunderbolt 3 เรียกว่าไม่ได้มีดีแค่เล่นเกม แต่เหมาะกับการ สตรีม, ตัดต่อ, เรนเดอร์, ต่อหลายจอ แบบจัดเต็ม
ถึงแม้ RTX 4090 รุ่นนี้จะเป็นโมเดลของปี 2024 แต่ระดับพลังยังเหลือ ๆ สำหรับเกมโหด ๆ ทุกแนว และงานกราฟิกสายจริงจัง ใครอยากได้ eGPU ที่ตั้งโต๊ะแทนพีซีได้เลย AORUS Gaming Box คือระดับ สุดสาย ที่ต้องแลกมาด้วยงบประมาณราว 3,500 USD
5. ONEXGPU2 – สายเกมพกพาแต่ขอเฟรมเรตโหด ๆ
Specification
GPU: Radeon RX 7800M XT
OCuLink: Yes
Port: 1x USB4, 2x USB3.2 Gen1 Type-A, 1x HDMI, 2x DP
Power: 330W
Dimension: 22.9cm x 17.5cm x 4.3cm
Price: 38,900 บาท
ONEXGPU2 เป็น eGPU ที่หาได้ในไทย และมีคนใช้งานแชร์ประสบการณ์ในคอมมูนิตี้อยู่พอสมควร ภายในติดตั้ง Radeon RX 7800M XT กลุ่ม Mobile GPU ระดับเกมเมอร์จริงจัง เล่นเกม AAA ได้แบบมั่นใจ
บอดี้มาในโครงสร้างอลูมิเนียม โทนเทาเข้ม ขนาดประมาณกระเป๋าถือใบย่อม ตั้งได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน มีเส้นไฟ RGB ข้างตัว และพัดลมตรงกลางช่วยเป่าลมออก น้ำหนักประมาณ 1.6 กิโลกรัม ยังถือว่าพกไปเล่นข้างนอกได้ไม่ลำบาก
นอกจากใช้เล่นเกมแล้ว ONEXGPU2 ยังให้พอร์ตมาแบบเหลือ ๆ รองรับ Gigabit LAN, USB, DisplayPort และ HDMI ทำให้ใช้งานเป็น Dock สำหรับทำงานไปในตัวได้ด้วย
ไฮไลต์ของ ONEXGPU2
ปุ่ม Turbo Key สำหรับดันโหมด Performance
ดัน TGP สูงสุดได้ถึง 180W ให้การ์ดจอเร่งแรงสุดแบบไม่ห่วงไฟ
แถมอแดปเตอร์ 330W ขนาดไม่ใหญ่จนเกินไป
มีพอร์ตชาร์จไว 65W ใช้กับโน๊ตบุ๊คทั่วไปได้ทันที
เหมาะสำหรับคนที่ต้องการ eGPU ที่ เล่นเกมได้ดุ + ใช้งานจริงจัง + มีคอมมูนิตี้รองรับ ราคาโดยรวมอยู่ราว ๆ 38,900 บาท ในตลาดไทย
6. GMKTech AD-GP1 – กล่องจิ๋ว แต่ต่อจอ 8K ได้
Specification
GPU: Radeon 7600M XT
OCuLink: Yes
Port: 1x USB4, 4x USB3.2 Gen2 Type-A, 1x HDMI, 2x DP, 1x RJ-45
Power: 330W
Dimension: 22.9cm x 17.5cm x 4.3cm
Price: 599 USD
GMKTech AD-GP1 เป็น eGPU สำเร็จรูปขนาดกระทัดรัด ใช้งานคู่กับโน๊ตบุ๊คหรือ Handheld ได้สบาย โดยใช้ Radeon RX 7600M XT เป็นหัวใจหลัก เชื่อมต่อผ่าน USB4 และ OCuLink (PCIe 4.0 x4) เพื่อให้แบนด์วิดท์การส่งข้อมูลสูงขึ้น
แม้ตัวเครื่องจะเล็กกว่าฝ่ามือเพียงเล็กน้อย (กว้าง x ยาว ราว 16.3 x 11.0 ซม. หนาไม่ถึง 4 ซม.) แต่จัดพอร์ตมาแน่นมาก ทั้ง USB4 แบบ Type-C ใช้ได้ทั้งโอนข้อมูลและชาร์จ USB PD 100W แถมยังมี PSU 240W ในตัว
สิ่งที่ทำให้ AD-GP1 ดูคุ้มเป็นพิเศษ
PSU Integrate อยู่ในตัวเครื่อง ไม่ต้องพกกล่อง PSU แยก
- มีพอร์ตต่อจอภาพโดยตรง:
DisplayPort 2.0 จำนวน 2 ช่อง รองรับสูงสุด 8K 60Hz
HDMI 2.1 รองรับ 4K 120Hz
แม้ราคาทางการอาจยังไม่นิ่ง แต่จากภาพรวมตลาด eGPU ที่ใช้ Radeon RX 7600M XT จะอยู่ในช่วง 450–600 USD ซึ่ง AD-GP1 ก็ขยับอยู่ในโซนนี้ ถือว่าเป็นตัวจบสำหรับคนที่อยากได้ กล่องเล็ก แต่ต่อหลายจอทำงาน + เล่นเกมได้ครบ
สรุป: เลือก eGPU ยังไงให้เหมาะกับตัวเอง?
ถ้าดูภาพรวมทั้ง 6 รุ่น จะเห็นว่า ไม่มีตัวไหนเป็นคำตอบเดียวให้ทุกคน เพราะการเลือก eGPU จริง ๆ แล้วขึ้นกับไลฟ์สไตล์และรูปแบบการใช้งานของแต่ละคนมากกว่า
แนวคิดในการเลือกแบบง่าย ๆ
ถ้าอยากได้แบบ สำเร็จรูป พร้อมเล่น ไม่อยากวุ่นวาย
เลือกพวก AOOSTAR XG76XT, GPD G1, ONEXGPU2, GMKTech AD-GP1 ต่อสายไม่กี่เส้นก็เล่นได้เลย แลกกับราคาที่สูงกว่าประกอบเองถ้า งบจำกัด แต่อยากลองโลก eGPU
มองไปที่ Enclosure เปล่า + การ์ดจอที่มีอยู่แล้ว จะประหยัดขึ้น แต่ต้องยอมแลกกับความยุ่งยากเรื่องการเซ็ตอัปและความพกพาที่น้อยลงถ้าคุณ เน้นเล่นเกมจริงจัง สตรีม ทำงานกราฟิก ตัดต่อ และอยากให้โน๊ตบุ๊คกลายเป็นเครื่องหลักทั้งบ้าน
ตัวใหญ่แรงจัดอย่าง AORUS Gaming Box หรือสาย Dock ฟีเจอร์แน่นจะตอบโจทย์กว่าส่วนคนที่ อยู่ใน ecosystem ของ ASUS / ROG และเน้นพกไป–กลับบ่อย ๆ
ROG XG Mobile (2025) คือของที่ออกแบบมาสำหรับคุณโดยเฉพาะ
ท้ายที่สุดแล้ว eGPU ไม่ได้มีคำตอบเดียวว่าตัวไหนดีที่สุด แต่มีแค่ตัวที่ เหมาะกับวิธีใช้ของคุณที่สุด เท่านั้น ถ้ารู้ว่าตัวเองเน้นอะไร – พกพา, ประสิทธิภาพ, ราคาคุ้ม, หรือสายทำงาน – การเลือก eGPU ที่ใช่จะง่ายขึ้นแบบเห็นได้ชัด และเปลี่ยนโน๊ตบุ๊คธรรมดาให้กลายเป็นเครื่องเล่นเกมระดับท็อปได้ในพริบตาเดียว

