ZestBuy

พยากรณ์อากาศวันนี้ ฝนตกหนัก 52 จังหวัด กทม. ฝน 60%

โปรไฟล์ WikWik05-19

ช่วงนี้หลายพื้นที่ในประเทศไทยเริ่มกลับมาเผชิญฝนตกต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคกลาง กรุงเทพฯ และภาคใต้ที่มีแนวโน้มเกิดฝนตกหนักบางแห่ง ล่าสุด “พยากรณ์อากาศวันนี้” จากกรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า มีถึง 52 จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักถึงหนักมาก ขณะที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่

สถานการณ์ดังกล่าวเกิดจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยมีกำลังค่อนข้างแรง รวมถึงมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณเวียดนามตอนบน ส่งผลให้หลายพื้นที่มีฝนสะสมเพิ่มขึ้น และอาจเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันได้ในบางจุด

พื้นที่ไหนต้องระวังฝนตกหนักเป็นพิเศษ

ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า หลายภูมิภาคยังคงมีฝนตกในระดับ 60–70% ของพื้นที่ โดยเฉพาะภาคใต้ฝั่งตะวันตกที่ต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักถึงหนักมาก

พื้นที่ที่มีแนวโน้มได้รับผลกระทบ ได้แก่

  • ภาคเหนือ: เชียงใหม่ ตาก สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์

  • ภาคอีสาน: เลย อุดรธานี หนองคาย สกลนคร นครราชสีมา

  • ภาคกลาง: นครสวรรค์ ลพบุรี อยุธยา นครปฐม กาญจนบุรี

  • ภาคตะวันออก: ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด

  • ภาคใต้ฝั่งตะวันตก: ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล

  • กรุงเทพฯ และปริมณฑล: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่

ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ติดภูเขา และบริเวณใกล้ทางน้ำไหลผ่าน เพราะอาจเกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันได้

สาเหตุที่ฝนตกหนักในช่วงนี้

สภาพอากาศที่เกิดขึ้นในช่วงนี้เป็นผลจากหลายปัจจัยร่วมกัน โดยปัจจัยหลักคือ “มรสุมตะวันตกเฉียงใต้” ที่มีกำลังแรงกว่าปกติ พัดความชื้นจากทะเลอันดามันเข้าสู่ประเทศไทยต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังมีหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ซึ่งช่วยเสริมให้เกิดเมฆฝนจำนวนมาก ส่งผลให้หลายพื้นที่มีฝนตกต่อเนื่องตลอดวัน

สำหรับภาคใต้ โดยเฉพาะฝั่งอันดามัน ถือเป็นพื้นที่ที่ได้รับอิทธิพลโดยตรงจากลมมรสุม ทำให้มีโอกาสเกิดฝนตกหนักมากกว่าภูมิภาคอื่น รวมถึงคลื่นลมในทะเลก็มีกำลังแรงขึ้นด้วย

กรุงเทพฯ ฝนตกช่วงไหน และต้องเตรียมตัวยังไง

กรุงเทพมหานครและปริมณฑลยังคงมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองประมาณ 60% ของพื้นที่ อุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 35–36 องศาเซลเซียส

แม้จะไม่ใช่ฝนตกตลอดทั้งวัน แต่หลายพื้นที่อาจเจอฝนหนักในช่วงบ่ายถึงค่ำ ซึ่งเป็นช่วงที่การจราจรหนาแน่นอยู่แล้ว จึงอาจส่งผลให้การเดินทางล่าช้ามากขึ้น

สิ่งที่ควรเตรียมตัวในวันที่มีฝนตกหนัก ได้แก่

  • พกร่มหรือเสื้อกันฝนติดตัว

  • ตรวจสอบเส้นทางก่อนเดินทาง

  • หลีกเลี่ยงการจอดรถในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก

  • ระวังไฟฟ้ารั่วและป้ายโฆษณาริมทาง

  • สำรองเวลาเดินทางมากกว่าปกติ

สำหรับคนที่ต้องเดินทางด้วยเรือโดยสารหรือทำงานเกี่ยวกับทะเล ควรติดตามประกาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพราะคลื่นลมในทะเลอันดามันค่อนข้างแรงในช่วงนี้

ชาวเรือและพื้นที่ชายฝั่งต้องเฝ้าระวังอะไรบ้าง

นอกจากฝนตกหนักแล้ว กรมอุตุนิยมวิทยายังเตือนเรื่องคลื่นลมแรงในทะเลอันดามัน โดยเฉพาะตอนบนที่มีคลื่นสูงประมาณ 2–3 เมตร และอาจสูงมากกว่า 3 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบน มีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

คำแนะนำสำหรับชาวเรือคือ

  • เดินเรือด้วยความระมัดระวัง

  • หลีกเลี่ยงการออกเรือช่วงฝนฟ้าคะนอง

  • เรือเล็กบริเวณอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งชั่วคราว

นักท่องเที่ยวที่มีแผนเดินทางทะเลหรือดำน้ำ ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง

ทำไมช่วงเปลี่ยนฤดูจึงเสี่ยงป่วยง่าย

นอกจากผลกระทบด้านการเดินทางและน้ำท่วมแล้ว ช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยยังทำให้หลายคนเจ็บป่วยง่ายขึ้น โดยเฉพาะโรคระบบทางเดินหายใจ ไข้หวัด และอาการภูมิแพ้

อากาศที่ร้อนสลับฝน รวมถึงความชื้นสูง เป็นปัจจัยที่ทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายได้ง่ายกว่าเดิม

วิธีดูแลสุขภาพในช่วงนี้ เช่น

  • พักผ่อนให้เพียงพอ

  • ดื่มน้ำสะอาดมากขึ้น

  • หลีกเลี่ยงการตากฝน

  • เปลี่ยนเสื้อผ้าทันทีเมื่อเปียกฝน

  • ดูแลเด็กและผู้สูงอายุเป็นพิเศษ

ติดตามพยากรณ์อากาศอย่างไรให้ทันสถานการณ์

ปัจจุบันสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว การติดตามข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้จึงสำคัญมาก โดยเฉพาะในช่วงที่มีประกาศเตือนฝนตกหนักหรือพายุเข้า

ช่องทางที่ควรติดตาม ได้แก่

  • เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา

  • แอปพลิเคชันพยากรณ์อากาศ

  • ประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่น

  • ข่าวอัปเดตด้านสภาพอากาศรายวัน

การตรวจสอบข้อมูลก่อนออกจากบ้านเพียงไม่กี่นาที อาจช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุและปัญหาการเดินทางได้มาก

สรุป

สถานการณ์ฝนในช่วงนี้ยังต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลายจังหวัดที่มีแนวโน้มเกิดฝนตกหนักถึงหนักมากจากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ขณะที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองถึง 60% ของพื้นที่

การติดตาม “พยากรณ์อากาศวันนี้” อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้วางแผนการเดินทาง การทำงาน และการใช้ชีวิตประจำวันได้ปลอดภัยมากขึ้น รวมถึงลดความเสี่ยงจากน้ำท่วมฉับพลันและอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นในช่วงฝนตกหนัก

อ้างอิง https://www.sanook.com/news/9889714/

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น