Intel เดินหน้ารุกตลาด Edge AI และระบบประมวลผลอุตสาหกรรม ด้วยการเปิดตัวโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่สองตระกูล ได้แก่ Core Series 2 “Bartlett Lake” และ Core Ultra Series 3 “Panther Lake” ซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับงาน AI และระบบประมวลผลใกล้แหล่งข้อมูล (Edge Computing) โดยเฉพาะ
จุดเด่นของการเปิดตัวครั้งนี้คือ Bartlett Lake-S ที่มาพร้อม P-Cores สูงสุด 12 คอร์ และความเร็วสูงสุดถึง 5.9GHz ซึ่งถือเป็นจำนวน Performance Core ที่สูงที่สุดที่ Intel เคยนำมาใช้ในซีพียูเดสก์ท็อปสายนี้
Intel Bartlett Lake-S: ซีพียูเดสก์ท็อปสำหรับ Edge พร้อม 12 P-Cores
ตระกูล Intel Bartlett Lake-S จะอยู่ภายใต้แบรนด์ Core Series 2 และถูกออกแบบมาสำหรับระบบ Edge และคอมพิวเตอร์ระดับอุตสาหกรรม
ซีพียูรุ่นนี้ใช้กระบวนการผลิต Intel 7 และมีพื้นฐานสถาปัตยกรรมใกล้เคียงกับ Raptor Lake แต่มีความแตกต่างสำคัญคือ
เพิ่มจำนวน Performance Core (P-Core) สูงสุดเป็น 12 คอร์
ไม่มี Efficiency Core (E-Core)
รองรับ Hyper-Threading
ในซีพียูเดสก์ท็อปรุ่นก่อน ๆ ของ Intel จำนวน P-Core มักสูงสุดเพียง 8 คอร์ เท่านั้น ทำให้ Bartlett Lake กลายเป็นซีพียูที่มี P-Core มากที่สุดในกลุ่มนี้

รุ่นท็อป Core 9 273PQE เร็วสูงสุด 5.9GHz
รุ่นที่แรงที่สุดในตระกูล Bartlett Lake คือ
Intel Core 9 273PQE
สเปกสำคัญ ได้แก่
12 P-Cores
Boost Clock สูงสุด 5.9GHz
ความเร็วทุกคอร์ 5.3GHz
TDP 125W
นอกจากนี้ยังมีรุ่นพลังงานต่ำกว่า เช่น
Core 9 273PE
12 P-Cores
Boost สูงสุด 5.7GHz
TDP 65W
Core 9 273PTE
12 P-Cores
Boost สูงสุด 5.5GHz
TDP 45W
โดยรวม Intel เปิดตัวซีพียู Bartlett Lake ทั้งหมด 11 รุ่น ตั้งแต่
8 คอร์
10 คอร์
12 คอร์
รองรับ RAM สูงสุด 192GB พร้อม ECC
Bartlett Lake รองรับหน่วยความจำสูงสุด
192GB
และรองรับ
ECC Memory
ความเร็ว DDR5 5600 MT/s
นอกจากนี้ยังมีการรองรับ
16 เลน PCIe Gen5
4 เลน PCIe Gen4
ซีพียูยังสามารถขับจอภาพได้ถึง 4K และมี Integrated Graphics ในตัว

รองรับ AI Framework เต็มรูปแบบ
ซีพียู Bartlett Lake ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับงาน AI โดยตรง
แพลตฟอร์มรองรับซอฟต์แวร์ AI เช่น
Intel OpenVINO
PyTorch
ONNX Runtime
WinML
รวมถึงรองรับ Windows Server
Intel ยังให้การสนับสนุนผลิตภัณฑ์ระยะยาวถึง 10 ปี พร้อมระบบปฏิบัติการแบบ LTSC
ประสิทธิภาพดีขึ้น 50% จากรุ่นก่อน
Intel ระบุว่า Bartlett Lake ให้ประสิทธิภาพ
Multi-thread สูงขึ้น 50%
เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า
ในการทดสอบ Intel ยังระบุว่า
ซีพียู Core 9 273PE (65W) สามารถให้
ประสิทธิภาพ deterministic สูงขึ้น 3.8 เท่า
เวลาตอบสนองดีขึ้น 2.5 เท่า
ค่า PCIe latency ต่ำลง 4.4 เท่า
เมื่อเทียบกับ AMD Ryzen 7 9700X
Panther Lake สำหรับ Edge AI บนโน้ตบุ๊กและอุปกรณ์พกพา
นอกจาก Bartlett Lake แล้ว Intel ยังเปิดตัว
Core Ultra Series 3 “Panther Lake”
ซึ่งเน้นการใช้งานใน
Edge AI
อุปกรณ์พกพา
ระบบ embedded
Intel ระบุว่าชิป Panther Lake สามารถให้ประสิทธิภาพด้าน AI
สูงกว่า NVIDIA Jetson AGX Orin 64GB ถึง 4.5 เท่า

ลดต้นทุนระบบได้สูงสุด 5.8 เท่า
Intel ยังระบุว่าการใช้ Panther Lake สามารถช่วยลดต้นทุนระบบ (TCO)
ได้ถึงประมาณ
5.8 เท่า
หรือประหยัดเงินได้ประมาณ
5,549 ดอลลาร์
เมื่อเปลี่ยนจากระบบสองเครื่องมาใช้ Panther Lake เพียงเครื่องเดียว
เน้นตลาดอุตสาหกรรมและ Edge Computing
Intel ระบุว่า
Core Series 2 (Bartlett Lake) ถูกออกแบบมาสำหรับตลาด
อุตสาหกรรม
โรงงาน
ระบบการแพทย์
Edge AI
ซีพียูเหล่านี้จะไม่วางขายในตลาด DIY ทั่วไป แต่จะจำหน่ายผ่าน
OEM
System Integrators
สำหรับโซลูชันเชิงพาณิชย์
สรุป
Intel เปิดตัวซีพียูใหม่สองตระกูลสำหรับ Edge AI ได้แก่
Core Series 2 “Bartlett Lake” สำหรับเดสก์ท็อป
Core Ultra Series 3 “Panther Lake” สำหรับระบบพกพา
Bartlett Lake มาพร้อม P-Cores สูงสุด 12 คอร์ และความเร็วสูงสุด 5.9GHz พร้อมรองรับงาน AI และหน่วยความจำสูงสุด 192GB ขณะที่ Panther Lake เน้นประสิทธิภาพ AI สำหรับอุปกรณ์ Edge
การเปิดตัวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า Intel กำลังเร่งขยายตลาด Edge AI และระบบอุตสาหกรรมอัจฉริยะ ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในยุคของ AI

