80 ปี ELLE กับโปรเจ็กต์อาร์ตระดับโลก
เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 80 ปีของนิตยสาร ELLE เสียงของผู้หญิงจากทั่วโลกถูกจับมาร้อยเรียงผ่านงานศิลปะยูนีกพีซจำนวน 31 ชิ้น จาก 31 ศิลปินหญิง ต่างประเทศ ต่างยุค ต่างเส้นทางชีวิต แต่เชื่อมกันด้วยธีมเดียวคือ พลัง ผู้หญิง ความหลากหลาย และการเปลี่ยนแปลง
งานเหล่านี้ไม่ได้มีดีแค่ความสวยให้ยืนมอง แต่ยังถูกนำไปประมูลที่ปารีสผ่าน Artcurial เพื่อระดมทุนให้ มูลนิธิ CARE France นำเงินไปต่อยอดโครงการเพื่อผู้หญิงทั่วโลก ทั้งเรื่องความเท่าเทียม การศึกษา สุขภาพ และโอกาสทางเศรษฐกิจ
กว่า 80 ปีที่ ELLE ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงของผู้หญิงทั่วโลก วันนี้โปรเจ็กต์นี้จึงไม่ใช่แค่เอ็กซิบิชั่น แต่มันคือ statement ขนาดใหญ่ ที่ประกาศว่า
ศิลปะคือพื้นที่ปลดปล่อย
ผู้หญิงมีสิทธิ์นิยามความงามด้วยตัวเอง
ความหลากหลายคือพลัง ไม่ใช่ข้อยกเว้น
ผลงานทั้งหมดถูกโชว์แบบโรดโชว์จากโอซาก้า สู่กรุงเทพฯ ต่อไปนิวยอร์ก ก่อนจะไปจบที่ปารีสพร้อมการประมูลการกุศล นี่คือเส้นทางของอาร์ตที่ไม่ได้แค่สวย แต่ เปลี่ยนชีวิตคนได้จริง
ศิลปะ x ผู้หญิง x การเปลี่ยนแปลงโลก
หัวใจของโปรเจ็กต์นี้คือการให้ผู้หญิงแต่ละคนเล่าเรื่องของตัวเองผ่านงานศิลปะในแบบที่เธออยากเล่า อยากระบาย อยากตั้งคำถาม
31 ศิลปินหญิง ถูกชวนให้สร้างงานแบบ ยูนีกพีซ ที่สะท้อนมุมมองของตัวเองต่อโลก ต่อผู้หญิง ต่อร่างกาย ความฝัน ความเจ็บปวด และเสรีภาพ ผ่านทุกเทคนิคและวัสดุที่เธอเชี่ยวชาญ
บางคนใช้ภาพถ่ายคอลลาจเลเยอร์ซ้อนความหมาย
บางคนใช้เซรามิก แก้ว หินอ่อน หรือโลหะ
บางคนเริ่มจากเส้นด้าย เชือก ลูกปัด หรือแม้แต่ฝาขวดพลาสติก
ทุกงานคือการตั้งคำถามกับขนบเดิมๆ เกี่ยวกับความงาม ความเป็นผู้หญิง และอำนาจในการเล่าเรื่องของตัวเอง นี่คือ ELLE ในเวอร์ชันที่เป็นงานอาร์ตเต็มตัว
ทัวร์งานศิลปะ: จากปารีสถึงกรุงเทพฯ ผ่านสายตาศิลปินหญิง
ด้านล่างนี้คือการไล่ดูไฮไลต์จากศิลปินแต่ละคน และวิธีที่พวกเธอใช้ศิลปะเป็นภาษาแทนหัวใจของตัวเอง
SHOUROUK RHAIEM – ปก ELLE ที่ส่องแสงจริง


ประเทศ: ฝรั่งเศส
ผลงาน: ELLE…Brille!
ชูรูคเติบโตมากับโลกสีพาสเทลและแฟนตาซีแบบ Jacques Rémy ศิลปะสำหรับเธอคือไม้กายสิทธิ์ที่เสกชีวิตให้มีประกาย เธอหยิบเอาของธรรมดาสามัญ เช่น ซองผงซักฟอกหรือกระป๋องสีน้ำมัน มาเปลี่ยนให้กลายเป็นวัตถุศิลปะที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของความ “ไม่สมบูรณ์แบบ” และความธรรมดาที่น่าหลงรัก
ในโอกาส 80 ปีของ ELLE เธอหยิบปกวินเทจยุค ‘70s มาทำใหม่ด้วยการประดับ คริสตัล Swarovski นับพันเม็ด เพื่อให้ปกที่หลายคนคุ้นตา กลับมาส่องแสงในฐานะ ไอคอนที่เปล่งประกายแบบไม่มีวันเก่า
คีย์เวิร์ดของงานนี้: ความฝัน, ความเปล่งประกาย, การเปลี่ยนความธรรมดาให้กลายเป็นสิ่งน่าจดจำ
LEE HYUN JOUNG – แสงเยียวยาใจบนกระดาษ Hanji


ประเทศ: เกาหลีใต้
ผลงาน: Contemplation
ศิลปินคนนี้ย้อนกลับไปหาเทคนิคทำกระดาษที่เธอหลงรักตั้งแต่เด็กอย่าง กระดาษ Hanji จากเปลือกต้นมัลเบอร์รี่ เพื่อใช้เป็นผืนให้ความทรงจำและการต่อสู้ในชีวิตได้ฝากร่องรอยลงไป
เธอผสมผสานวัฒนธรรมเกาหลีเข้ากับโลกปัจจุบัน ผ่านพื้นผิวที่เต็มไปด้วยรอยสะท้อนของชีวิต และลองเล่นกับ “แสง” เป็นครั้งแรกในงานชุดนี้ เพราะสำหรับเธอ แสงคือสิ่งจำเป็นต่อโลก และต่อผู้หญิงทุกคน
ทุกเส้นสายในงานชิ้นนี้ คือ ร่องรอยของการเอาตัวรอดและการเยียวยาตัวเอง
IRENE CATTANEO – กุหลาบแก้วที่สวยเพราะรู้ว่าไม่จีรัง


ประเทศ: อิตาลี
ผลงาน: Mon Amie La Rose
ไอรีนหลงรัก “กระบวนการสร้างงาน” มากกว่าคำว่าผลงานสำเร็จ เธอเลือกใช้ แก้วมูราโน หินอ่อน และสัมฤทธิ์ มาสร้างกุหลาบที่ทั้งสวย อ่อนโยน และเปราะบางในเวลาเดียวกัน
แรงบันดาลใจมาจากเพลงของ Françoise Hardy ที่พูดถึงความเป็นผู้หญิงและกาลเวลาที่เปลี่ยนทุกอย่างให้เคลื่อนไปข้างหน้า เธอใช้แสงทั้งในเชิงกายภาพและเชิงสัญลักษณ์ เพื่อบอกว่า ความงามนั้นสั่นคลอนเสมอ แต่เพราะอย่างนั้นมันจึงน่าจดจำ
MIA CHAPLIN – อิสระกลางสายน้ำ และความกล้าที่จะถูกมองเห็น

ประเทศ: แอฟริกาใต้
ผลงาน: Alarm
ไมอาเติบโตมากับงานอิมเพรสชั่นนิสต์ที่แม่โปรดปราน โดยเฉพาะวิธีที่ Monet มองและตีความ “ผู้หญิง” งานของเธอโดดเด่นด้วยเท็กซ์เจอร์จากการสะบัดพู่กันอย่างลื่นไหล เหมือนภาพกำลังเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา
สำหรับ ELLE เธอเลือกใช้ภาพเพื่อนๆ ขณะเล่นน้ำในสระที่นามิเบีย แปลงให้กลายเป็นภาพวาดที่พูดถึง อิสระ การเชื่อมโยงกับธรรมชาติ และการกล้าปล่อยให้คนอื่นได้เห็นตัวตนที่แท้จริงของเรา
เธอมองว่าศิลปะคือการยอมรับความเปราะบางของตัวเอง และในขณะเดียวกันก็เป็นการแสดงออกถึงความกล้าหาญอย่างที่สุด
CACHETEJACK – ดูโอสายสีสันกับความปิติของผู้หญิง


ประเทศ: สเปน
ผลงาน: Wavy Mood
ศิลปินดูโอจากสเปนที่รวมตัวกันตั้งแต่สมัยเรียน สร้างโลกของ Cachetejack จากข้อความทรงพลัง ก่อนจะเปลี่ยนข้อความเหล่านั้นให้กลายเป็นภาพประกอบ ตั้งแต่สเกตช์เล็กๆ ไปจนถึงมิวรอลไซส์ใหญ่เต็มผนัง
สำหรับโปรเจ็กต์นี้ พวกเธอเฉลิมฉลองให้กับ ผู้หญิงที่กล้าสุข กล้าปิติยินดี และกล้าที่จะเติมเต็มความปรารถนาของตัวเองผ่านสีสันและฟอร์มที่สนุก ทะเล้น แต่เต็มไปด้วยความหมาย
FRANÇOISE PÉTROVITCH – ชั่วขณะเปราะบางที่ทรงพลัง

ประเทศ: ฝรั่งเศส
ผลงาน: Dans mes mains
ฟรองซวสรู้ตั้งแต่เด็กว่าอยากเป็นนักวาดภาพประกอบ และไม่เคยหยุดวาดมาตั้งแต่นั้น เธอค่อยๆ ขยับจากภาพเขียนไปสู่งานเซรามิก แต่ไม่ว่าสื่อไหน เธอก็ยังยึดธีมเดิมคือ อารมณ์เปราะบางของผู้หญิงและสัตว์ ที่ดูนุ่มนวลแต่ซ่อนพลังไว้ข้างใน
เธอเชื่อในพลังของการสังเกตชีวิตคนรอบตัว และใช้ทุกลมหายใจเทให้กับงานที่พูดแทนผู้หญิงด้วยกันเอง เส้นทางของเธอจึงเหมือนการยืนยันว่า ความสนใจในมนุษย์ไม่มีวันหมดอายุ
ARAVANI ART PROJECT – กำแพงคือแคนวาสของการมีอยู่จริง


ประเทศ: อินเดีย
ผลงาน: In Full Bloom
ในอินเดีย กลุ่มศิลปินที่อยู่ทั้งในและนอกเพศกำเนิดตามบัตรประชาชน มารวมตัวกันภายใต้ชื่อ Aravani Art Project เพื่อใช้กำแพงสาธารณะเป็นพื้นที่ประกาศตัวตนผ่านสตรีตอาร์ต
ผลงานเพื่อ ELLE 80 ปี ใช้ แพตเทิร์นละเอียดและดอกไม้ เพื่อเล่าเรื่องมิตรภาพ การดูแลกัน และการปรับตัวเข้าหากันของผู้หญิงและผู้ถูกกดทับในสังคม
สำหรับพวกเธอ ศิลปะไม่ใช่แค่การแสดงออก แต่มันคือการเอาตัวรอด และการยืนยันว่าพวกเธอยังคงอยู่
ANASTASIA SAMOYLOVA – เลเยอร์ของภาพถ่ายและสายตาที่มองทะลุผิวหน้า


ประเทศ: สหรัฐอเมริกา (เชื้อสายรัสเซีย)
ผลงาน: Tourist in South Beach
อนาสตาเชียทำงานกับภาพถ่ายราวกับมันเป็นวัสดุสามมิติ เธอถ่ายภาพ พิมพ์ ตัด ทำคอลลาจ แล้วถ่ายใหม่ วนซ้ำเป็นเลเยอร์เพื่อทดสอบว่าเรามองโลกผ่านกรอบแบบไหน
ผลงานนี้เริ่มจากภาพแลนด์สเคปของเมืองใหญ่ ถูกย่อยและประกอบใหม่ เพื่อถามเราว่า ความงามที่เรายอมรับกันอยู่นั้นถูกใครกำหนด และเรามองโลกแบบที่มันเป็น หรือแบบที่ใครสักคนสร้างให้เราเชื่อ
ข้อความที่เธอฝากถึงสาว ELLE คือคำเตือนที่แหลมคมมาก:
“อย่าหยุดตั้งคำถาม และอย่ามองแค่ผิวหน้า”
LAURENCE JENKELL – ลูกอมที่แข็งแรงพอจะบอกเล่าเรื่องผู้หญิง


ประเทศ: ฝรั่งเศส
ผลงาน: Jenk’ELLE
โลรองซ์ค้นพบว่าการใช้ เพล็กซิกลาสผ่านความร้อน สามารถบิดให้เป็นรูปอะไรก็ได้ เธอเริ่มทดลอง “บิด” จนกลายเป็นลูกอมขนาดใหญ่ที่กลายเป็นลายเซ็นประจำตัวในเวลาต่อมา
สำหรับ ELLE เธอสร้าง Jenk’ELLE ที่เล่นคำกับชื่อเธอและชื่อนิตยสาร เพื่อเล่าถึง ความแข็งแรง ความอ่อนโยน และความสามารถในการเปลี่ยนแปลงของผู้หญิง ผ่านฟอร์มของลูกอมที่ดูหวานแต่ทรงพลัง
ILEANA MAGODA – ดอกไม้ที่เติบโตท่ามกลางการย้ายบ้าน


ประเทศ: เม็กซิโก
ผลงาน: Ofrendas Ancestrales & Eterna dádiva
อิเลียน่าหลงใหลการมองดอกไม้ไหวเล่นกับแสงแดด เธอสามารถยืนดูสวนของตัวเองได้นานหลายชั่วโมง เพื่อเก็บแรงบันดาลใจว่าการแตกยอดของเมล็ดเล็กๆ นั้นคือปาฏิหาริย์รูปแบบหนึ่ง
ผลงานชิ้นนี้คือการเฉลิมฉลองให้กับ ความเป็นผู้หญิงผ่านแพตเทิร์นและชั้นสีของดอกไม้ ซึ่งเธอวาดขึ้นระหว่างช่วงย้ายบ้าน เป็นเหมือนเครื่องเตือนใจส่วนตัวว่า ต่อให้ชีวิตเคลื่อนที่ เราก็ยังสร้างสรรค์ต่อไปได้เสมอ
FUH-MI – พู่กันหนึ่งปาดเล่าเรื่องทั้งชีวิต


ประเทศ: ญี่ปุ่น
ผลงาน: Journey
สำหรับ FUH-MI เส้นพู่กันคือเส้นลายมือแบบใหม่ที่บอกอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของเธอ งานชิ้นนี้เป็นการใช้ หมึกพู่กันญี่ปุ่นเพียงครั้งเดียว ปาดลงไปเพื่อบันทึกการเดินทางภายในตัวตน
เธอเติบโตมากับเรื่องราวของซามูไรและศิลปะการเขียนพู่กัน ก่อนจะย้ายไปไต้หวันเพื่อขยายขอบเขตการเป็นศิลปิน มอตโต้ที่เธอเชื่อมาจาก Coco Chanel:
“ถ้าคุณอยากเป็นคนที่ไม่มีใครแทนที่ได้ คุณต้องกล้าแตกต่าง”
MAKIKO FURUICHI – หน้ากากสองวัฒนธรรมและเวลาที่หายไป


ประเทศ: ญี่ปุ่น
ผลงาน: Rattraper le pain perdu
มากิโกะใช้ศิลปะเป็นสะพานเชื่อมระหว่าง ญี่ปุ่นกับฝรั่งเศส รวมถึงระหว่างอดีตกับอนาคต ผืนภาพของเธอมีทั้งใบหน้า มือ และหน้ากาก ที่สะท้อนการดิ้นรนระหว่างความซื่อสัตย์ต่อตัวเองและบทบาทที่ต้องสวมในแต่ละวัน
แรงบันดาลใจมาจากสำนวนฝรั่งเศสที่ว่าด้วยการกลับไปคว้าเวลาที่สูญหายไป งานนี้จึงกลายเป็นภาพแทนของการตามหาตัวตนในโลกที่บังคับให้เราต้องใส่หน้ากากอยู่เสมอ
SACHA FLOCH-POLIAKOFF – ปก ELLE สามยุคในสายตาใหม่



ประเทศ: ฝรั่งเศส
ผลงาน: 1946 – 1976 – 1996
ซาช่าเติบโตในอาร์ตแกลเลอรี่ของแม่ตั้งแต่ยังไม่ถึงสองขวบ โลกของเธอจึงเต็มไปด้วยงานภาพประกอบและศิลปินอย่าง Beatrix Potter และ Helen Frankenthaler เธอใช้เทคนิคคอลลาจและการตัดประกอบชิ้นส่วน สร้างงานขนาดใหญ่ที่ชวนฝันและเกือบเหนือจริง
ชิ้นงานสำหรับ ELLE คือการตีความใหม่ของ ปกนิตยสาร 3 ยุค 3 ทศวรรษ ผ่านสายตาของผู้หญิงยุคนี้ที่มองความงามด้วยมุมที่ลึกขึ้น และไม่เชื่อในมาตรฐานแบบเดียวอีกต่อไป
MARCELLA BARCELO – ถ้าเด็กถูกเลี้ยงด้วยฝูงนก ชีวิตจะหน้าตาแบบไหน


ประเทศ: สเปน
ผลงาน: Roast
สำหรับมาร์เชลลา การทำงานศิลปะก็เหมือนการได้เล่นกับตุ๊กตา เธอมักหยิบเอาจินตนาการ ความทรงจำวัยเด็ก และเรื่องราวเหนือจริงมาผสมกัน
ในโปรเจ็กต์นี้ เธอลองจินตนาการว่า ถ้าเด็กคนหนึ่งโตมากับการถูกเลี้ยงโดยหมู่นก โลกภายในของเขาหรือเธอจะเป็นอย่างไร แรงบันดาลใจมาจากตำนานนางเงือกและปรัชญาของ Gaston Bachelard พร้อมคำใบ้ถึงคนดูว่า
“ลองตามกระต่ายขาวไปดู” – เหมือนชวนให้หลุดเข้าไปในโลกอีกชั้นของจิตใต้สำนึก
MARION CHARLET – สีสดจัดและชีวิตที่ยังอยากวาดต่อไปอีก 40 ปี


ประเทศ: ฝรั่งเศส
ผลงาน: Bisous, Marguerites, Supercheris
มาริยงคิดเป็นภาพด้วยโทนสีชมพู ฟ้า เขียว และเหลืองที่สดจัด สว่าง และเต็มไปด้วยเอเนอร์จี้แบบคนฝรั่งเศสที่จริงจังกับอาหาร ความสวยงาม และรสชาติของชีวิต
เธอมาจากครอบครัวสถาปนิก เลือกเส้นทางศิลปินภูมิสถาปัตย์ มีลูกทันทีหลังเรียนจบและตอนนี้มีถึงสามคน แต่ในวัย 40 กว่า เธอยังเห็นตัวเองอีก 40 ปีข้างหน้า ยืนอยู่หน้าแคนวาสเหมือนเดิม งานนี้สะท้อนความเชื่อว่า ศิลปะไม่ใช่ช่วงหนึ่งของชีวิต แต่คือ “ทางเดินยาว” ที่เธอจะไม่เลิกเดิน
ANGELA DE LA CRUZ – ผืนผ้าสีเขียวที่กล้าท้าทายทั้งรูปทรงและความเป็นไปไม่ได้


ประเทศ: สเปน
ผลงาน: Untitled (fold) Green
แอนเจล่าทั้งเป็นจิตรกรที่ชอบ “ตัด” ผืนผ้าใบ และเป็นประติมากรที่มองแผ่นอะลูมิเนียมเป็นเหมือนผ้าผืนใหญ่ เธอเติบโตในหมู่บ้านเล็กๆ ในสเปน แต่ไม่เคยหยุดกระหายศิลปะและแฟชั่น
ผลงานสำหรับ ELLE คือผืนผ้าใบสีเขียวสดที่ถูก พับจนเกิดร่องเงาใหญ่ ดูเรียบแต่ทรงพลังแบบมินิมัล เป็นการทดลองว่าเราจะพาศิลปะไปไกลแค่ไหนถ้าไม่สนกรอบเดิมๆ
เธอบอกว่าเธอกำลังสร้าง “เรื่องที่เหมือนจะเป็นไปไม่ได้” แล้วดูว่ามันจะไปไกลได้ถึงตรงไหน – นี่คือทัศนคติแบบผู้หญิงวัย 60 ที่ยังไม่คิดจะชะลอความฝัน
NTOMBEPHI NTOBELA – ลูกปัดสีน้ำเงินที่ขอให้ผู้หญิงแข็งแรงและอ่อนโยนพร้อมกัน


ประเทศ: แอฟริกาใต้
ผลงาน: The Reflections of the dancers in Paris
ศิลปินคนนี้เดินเก็บแสงแดด ท้องฟ้า และรูปทรงของกิ่งไม้กลับมาถ่ายทอดผ่าน ลูกปัด ทุกเม็ด ต้องใช้เวลานานหลายชั่วโมงกว่าจะร้อยเรียงออกมาเป็นผืนผลงานที่เล่นกับแสง สี และมิติ
งานเพื่อ ELLE เลือกใช้ สีน้ำเงิน ซึ่งตามธรรมเนียมถูกมองว่าเป็นสีของผู้ชาย ก่อนจะค่อยๆ เติมม่วงอ่อน ชมพู และริ้วจังหวะการเคลื่อนไหวลงไป กลายเป็นรูปฟอร์มเฟมินินที่ทั้งเย้ายวน อ่อนนุ่ม แต่แข็งแรงอย่างน่าประหลาด
มันคือภาพแทนผู้หญิงที่เธออยากเห็นบนโลกใบนี้
HADIEH SHAFIE – วงกระดาษที่หมุนด้วยภาษาและความทรงจำ


ภูมิหลัง: อิหร่าน – อเมริกัน
ผลงาน: Draw / Cut / Rotate 15
เธอบอกว่า “ไม่ใช่ฉันเลือกศิลปะ แต่ศิลปะต่างหากที่เลือกฉัน” ผลงานของเธอใช้ กระดาษและตัวอักษรภาษาเปอร์เซีย มาม้วน ซ้อน ตัด และจัดวางเป็นประติมากรรมที่สะท้อนงานฝีมือดั้งเดิมของผู้หญิง ตลอดจนการเซ็นเซอร์และความทรงจำที่ถูกกดทับ
เธอสนใจเรื่องสิทธิสตรีอย่างจริงจัง จึงตั้งใจใช้เวลาพัฒนางานที่ต้องการทั้ง “เวลาและพื้นที่” เพื่อพิสูจน์ตัวเอง และพิสูจน์ว่าพลังสร้างสรรค์ของผู้หญิงนั้น ยืดหยุ่นแต่ไม่เคยหักง่าย
CLAIRE LINDNER – ใบไม้เซรามิกในสวนต้องห้าม


ประเทศ: ฝรั่งเศส
ผลงาน: Feuille n˚3
แคลร์ปั้นเซรามิกให้กลายเป็นฟอร์มออร์แกนิกที่ดูเหมือนมีชีวิต ผสมเส้นแบ่งระหว่างมนุษย์ สัตว์ และพืชเข้าด้วยกัน เธอได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิดของ Georgia O’Keeffe ที่เชื่อว่ามีบางมิติของผู้หญิงที่ มีแต่ผู้หญิงเท่านั้นที่เข้าไปสำรวจได้
ผลงานใบไม้เซรามิกชิ้นนี้คือการสื่อถึง สวนต้องห้าม ในความเชื่อเก่า แต่เธอเปลี่ยนมันให้กลายเป็นพื้นที่ที่ผู้หญิงกลับเข้าไปนิยามใหม่ด้วยจินตนาการของตัวเอง
RAMONA NORDAL – เครื่องจักรความฝันและสถานะผู้ลี้ภัย


ประเทศ: แคนาดา
ผลงาน: Dream Machine
ราโมนาเติบโตในศูนย์รับเลี้ยงเด็กบนฟาร์มต่างจังหวัด ประสบการณ์นี้ทำให้เธอสนใจสถานะของผู้ลี้ภัยและผู้คนที่ถูกผลักให้อยู่นอกระบบตั้งแต่ยังเล็ก เธอใช้สีอะครีลิก ปากกา Bic และกระดาษจากเปลือกมัลเบอร์รี่สร้างภาพที่ผสมทั้งยุคสมัยและเท็กซ์เจอร์
ผลงานสำหรับ ELLE คือภาพพอร์เทรตซ้อนเหลื่อมของผู้หญิง บวกกับภาพนกที่สื่อถึงอิสรภาพไม่รู้จบ เพราะสำหรับเธอ ศิลปะคือ power ทั้งสำหรับคนสร้างและคนที่ยืนมอง
CHOU YI – Pop Surreal ที่ซ่อนเรื่องราวครอบครัวผู้หญิง


ประเทศ: ไต้หวัน
ผลงาน: Every Day is a Good Day
ศิลปินหญิงจากไต้หวันคนนี้เล่นสนุกกับ ป๊อปคัลเจอร์ เซอร์เรียลลิสม์ และเรื่องราวส่วนตัว งานของเธอดูขี้เล่น แต่ซ่อนคำถามหนักๆ เกี่ยวกับตัวตนและการเยียวยาเอาไว้แน่น
เธอได้แรงบันดาลใจจากอนิเมะญี่ปุ่นและวัยเด็กที่ไม่ง่ายนัก ผลงานนี้คือการเฉลิมฉลองให้กับ พลังเงียบของผู้หญิงในครอบครัวฝั่งพ่อ ผ่านสีสันจัดจ้านและรายละเอียดที่พิถีพิถัน
คำอวยพรที่เธอมอบให้สาว ELLE คือ:
“ขอให้คุณกล้าทำสิ่งที่รัก และใช้ชีวิตตามใจปรารถนา”
OLGA YAMÉOGO – แสงสีสดจากบูร์กินาฟาโซและข้อความถึงลูกสาว


ประเทศ: บูร์กินาฟาโซ
ผลงาน: Filiation I
โอลก้าใช้ความสดของเม็ดสีสร้างท่วงท่าที่เต็มไปด้วยเอเนอร์จี้ งานของเธอคือการสำรวจอัตลักษณ์และความทรงจำผ่านสายตาของคนที่มีรากเหง้าแอฟริกัน และต้องการอิสรภาพให้ตัวเองและผู้หญิงคนอื่นๆ
เธอได้รับแรงบันดาลใจจากนักคิดและศิลปินที่ยืนหยัดตามเจตนารมณ์ตัวเอง หนึ่งในนั้นคือคำพูดของ Albert Camus เรื่อง “ฤดูร้อนที่ซ่อนอยู่ในตัวเรา” ผลงานชิ้นนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากลูกสาว และปิดท้ายด้วยข้อความจากแม่ถึงลูกที่เธอฝากถึงสาว ELLE ด้วยว่า:
“เชื่อในตัวเอง และเดินตามแนวคิดของตัวเองให้สุดทาง”
JOANA VASCONCELOS – กบเซรามิกหุ้มโครเชต์และบทสนทนาระหว่างอดีตกับปัจจุบัน


ประเทศ: โปรตุเกส
ผลงาน: Vega
โจอานาเติบโตในครอบครัวสายครีเอทีฟ พ่อเป็นช่างภาพ ป้าเป็นกวี ชีวิตเธอจึงรายล้อมด้วยงานฝีมือและวัสดุท้องถิ่นอย่างกระเบื้อง เซรามิก และเท็กซ์ไทล์
เธอเรียกตัวเองว่า “ศิลปินจากยุคบาโร้ก” ที่ใช้แสงและสีอย่างจัดเต็ม งานส่วนใหญ่พูดถึงเฟมินิสม์และขนบทางสังคม โดยมักหยิบของใช้ประจำวันมาปรับบริบทใหม่
ผลงานสำหรับ ELLE คือ กบเซรามิกห่อด้วยงานถักโครเชต์ ที่ทำหน้าที่เป็นสะพานระหว่างการกักขัง/การปกป้อง และระหว่างธรรมเนียมดั้งเดิม/ความโมเดิร์นล้ำสมัย
VALERIE FAVRE – โลกบนกระดาษชำระ และชาที่แห้งกลายเป็นหมึก


ภูมิหลัง: ฝรั่งเศส – สวิส
ผลงาน: Pour elle, for her, für sie
วาเลรีสร้างงานที่ดูเบา บอบบาง แต่เนื้อหาแน่นและหนักแน่นเสมอ สำหรับโปรเจ็กต์นี้เธอเลือกวาดรูปโลกลงบน กระดาษชำระ ด้วยน้ำชาดำ เป็นเหมือนการระลึกถึงทั้งโลกใบนี้และนิตยสารที่อยู่คู่ผู้หญิงมานาน
โครงสร้างงานของเธอมักเหมือนเรื่องเล่าที่มีช่องว่างให้คนดูเติมความรู้สึกเอาเอง เธอเชื่อว่าการมองด้วย “หัวใจ” คือหนทางเดียวที่จะมองเห็นอะไรได้อย่างแท้จริง
PIA-MARIA RAEDER – สีชมพูจากอนาคตที่ถามเรากลับว่า จะรักษาโลกใบนี้ไหม


ประเทศ: เยอรมนี
ผลงาน: Sea Anemone 1 (Pink)
เธอเคยทำงานด้านสื่อสารมวลชน ก่อนจะหันหลังให้ทั้งหมดเพื่อกลับมาใช้มือแกะสลักไม้ หล่อโลหะ และเป่าแก้ว โดยเน้นวัสดุที่ยั่งยืน
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอใช้ สีชมพูสด ในผลงานของตัวเอง เพื่อเป็นการส่งพลังและคารวะให้กับลุคในตำนานของ Marilyn Monroe จากเรื่อง Gentlemen Prefer Blondes ที่เธอเชื่อว่าถ้าโมนโรยังอยู่ วันนี้เธอน่าจะส่งสารว่า: “Save our planet.”
MARI ITO – ระเบิดดอกไม้แทนระเบิดจริง


ประเทศ: ญี่ปุ่น
ผลงาน: Origin of Desire – A Flower Bomb for Ourselves 80 Years into the Future
คำโปรดของมาริคือ “arigatou” เพราะเธอเชื่อว่าความรู้สึกขอบคุณเป็นสิ่งที่หาได้ยากและล้ำค่ามาก เธอใช้เทคนิคดั้งเดิมอย่าง นิฮงงะ (Nihonga) ที่ใช้สีจากธรรมชาติมาระบายลงบนกระดาษวาชิจากเส้นใยต้นมัลเบอร์รี่
เติบโตในโตเกียวที่แข่งขันสูง เธอค้นพบว่าศิลปะคือพื้นที่ที่ช่วยปลอบประโลมใจและปล่อยให้ตัวเองเป็นอิสระอย่างแท้จริง งานล่าสุดสำหรับ ELLE คือ ระเบิดดอกไม้ ที่อยากแทนที่ระเบิดจริงในโลกใบนี้ ด้วยคำประกาศชัดเจนว่า:
“พอแล้วกับการทิ้งระเบิด เราต้องหันมาโหยหาสันติภาพ”
GHIZLANE SAHLI – ฝาขวดพลาสติกที่กลายเป็นร่างกายผู้หญิง


ประเทศ: โมร็อกโก
ผลงาน: HTO32
กิซลานมองย้อนจากอดีตที่ผู้หญิงเย็บปักถักร้อยด้วยไหมและเข็ม มาสู่อีกอนาคตที่โลกถูกถมด้วย “ขยะพลาสติก” เธอสร้างสะพานระหว่างสองโลกนี้ด้วยการ ปักไหมลงบนฝาขวดพลาสติก จนกลายเป็นประติมากรรมที่นุ่มนวลแต่คมกริบ
งานชิ้นนี้เป็นรูป จุดซ่อนเร้นของผู้หญิง ไม่ใช่เพื่อสร้างความล่อแหลม แต่เพื่อ ฉลองร่างกายของเราอย่างมีชั้นเชิงและเคารพ
INÈS MÉLIA – กลิตเตอร์ ม่าน และข้อความหลังม่าน


ประเทศ: ฝรั่งเศส
ผลงาน: Freed From Desire
อิแนสผ่านช่วงชีวิตหนักๆ อย่างการหย่าร้าง ก่อนจะกลับมาตั้งหลักและเทพลังทั้งหมดลงในงานคราฟต์ เธอเคยเอาม่านกลิตเตอร์ไปแขวนในสถานีรถไฟใต้ดินในปารีส และเมื่อคนเปิดม่านออกก็จะเจอข้อความให้กำลังใจ
เธอได้รับแรงบันดาลใจจากความขบถของ Louise Bourgeois และ Annette Messager ใช้ของธรรมดาในชีวิตประจำวันมาบรรจุข้อความที่มีความหมาย ผลงานในซีรีส์ “Peintures à lire” ทำให้เส้นแบ่งระหว่างภาพเขียนและประติมากรรมพร่าเลือน
ข้อความที่เธอฝากไว้คือ:
“อย่ากลัวที่จะมองเข้าไปหลังม่าน” – ทั้งม่านในผลงาน และม่านในใจตัวเอง
JANAINA MELLO LANDINI – เส้นด้ายที่ถักอนาคตต่อไปเรื่อยๆ


ประเทศ: บราซิล
ผลงาน: Ciclotrama 261 (Superstrato)
จาไนนาเย็บผ้าเป็นตั้งแต่อายุหกขวบ เพราะรายล้อมด้วยผู้หญิงที่เย็บปักถักร้อยทุกวันอาทิตย์ เธอหยิบเส้นด้ายและเชือกมาเปลี่ยนเป็นโครงสร้างที่ซับซ้อน เหมือนรากไม้หรือเส้นใยชีวิตที่พันเกี่ยวกัน
ผลงานจากซีรีส์ Superstratum ที่เธอทำเพื่อ ELLE คือการขดม้วนเส้นด้ายเป็นชั้นๆ ให้มันเชื่อมต่อกันจนกลายเป็นรูปฟอร์มที่ดูคล้ายทั้งธรรมชาติและสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น
เธอบอกว่า:
“เรายังไม่หยุดที่จะถักอนาคตของตัวเองต่อไป”
KATRIN FRIDRIKS – เมื่อฟิสิกส์ จักรวาล และศิลปะไหลรวมกัน

ประเทศ: ไอซ์แลนด์
ผลงาน: Water’s Divine Memory
คาทรินผสมทั้ง ฟิสิกส์ควอนตัม พลังของดวงดาว และโลกวิญญาณ เข้าไว้ในภาพวาดเดียว เธอใช้สีให้ไหลและพุ่งราวกับแรงโน้มถ่วงกำลังทำงานต่อหน้าเรา แต่ละชิ้นงานคือการบันทึกความเร็ว การเคลื่อนตัว และสภาวะตื่นรู้
ผลงานนี้พูดถึงสายสัมพันธ์ระหว่างชีวิตกับจักรวาลในแบบที่ไร้คำอธิบาย เธอมองว่าศิลปะคือหนทางสร้างพลังงานที่หล่อเลี้ยงร่างกายและเชื่อมเราเข้ากับจักรวาลกว้างใหญ่
ELISABETH GAROUSTE – หน้ากากที่ถือกำเนิดจากความกลัวในวัยเด็ก



ประเทศ: ฝรั่งเศส
ผลงาน: Yolanda & Jules
ตอนเด็กๆ เฟอร์นิเจอร์ในบ้านเคยทำให้เธอถึงขั้นฝันร้าย แต่ทุกวันนี้เอลิซาเบธกลับออกแบบมันเอง เธอมาจากครอบครัวชาวยิวที่ผ่านสงครามโลกครั้งที่สอง ทำให้เธอใช้ความบอบช้ำทางใจมาแปลงเป็นงานดีไซน์และศิลปะสไตล์บาโร้กผสมเซอร์เรียล
สำหรับ ELLE เธอเลือกทำ หน้ากากสองชิ้น Yolanda & Jules ขึ้นด้วยมือ บ่งบอกถึงความไม่สมบูรณ์แบบที่มีเรื่องเล่าซ่อนอยู่ด้านหลัง สำหรับเธอ ศิลปะคือ พื้นที่ของเสรีภาพและจินตนาการ ที่ไม่มีใครบังคับทิศทางได้
สรุป: นิทรรศการที่ไม่ได้มีแค่ภาพสวย แต่คือบทสนทนาของผู้หญิงทั้งโลก
โปรเจ็กต์ฉลอง ELLE 80 ปี นี้ไม่ใช่แค่การรวมงานอาร์ตให้ครบ 31 ชิ้นแล้วจบ แต่มันคือการเปิดเวทีให้ผู้หญิงจากทุกมุมโลก
เล่าประวัติศาสตร์ส่วนตัวผ่านวัสดุที่ตัวเองรัก
ตั้งคำถามกับมาตรฐานความงามและบทบาททางสังคม
ใช้ศิลปะเป็นอาวุธที่นุ่มนวลแต่ทรงอิทธิพล
ทุกภาพ ทุกชิ้นงานคือประโยคหนึ่งในบทสนทนายักษ์ที่พูดถึง เสรีภาพ ร่างกาย ความฝัน ความเจ็บ และความหวังของผู้หญิง
ถ้าคุณมีโอกาสได้ไปยืนกลางนิทรรศการนี้ที่กรุงเทพฯ ลองไม่ใช่แค่ดูสวยๆ ถ่ายรูป แต่ลองยืนเงียบๆ สักครู่ แล้วถามตัวเองว่า:
งานชิ้นไหนพูดกับเราดังที่สุด?
เสียงของผู้หญิงคนไหนสะท้อนกับชีวิตเรามากที่สุด?
และเราจะใช้ “ศิลปะในแบบของเรา” เพื่อดูแลตัวเองและโลกใบนี้ได้อย่างไรบ้าง?
เพราะในท้ายที่สุด นิทรรศการนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของ ELLE หรือศิลปิน 31 คน แต่มันคือเรื่องของผู้หญิงทุกคนที่ยังอยากฝัน อยากเปลี่ยนโลก และอยากเปล่งประกายในแบบของตัวเอง.

