รับแอปรับแอป

เบื้องหลังไอเดีย Pokémon Pokopia จาก “คนปูหญ้า” สู่ผู้สร้างโลกใหม่สุดชิลบน Nintendo Switch 2

Wik02-19

ถ้าย้อนกลับไปปี 2001 ไม่มีใครคาดคิดว่าคนที่มีหน้าที่ “แปะกอหญ้าในแผนที่” จะกลายมาเป็นคนปลุกปั้นเกมโปเกมอนแนวใหม่ที่ฉีกสูตรสำเร็จแบบสุดขั้ว และถ้าย้อนมาวันนี้ ข่าวการเปิดตัว Pokémon Pokopia กำลังทำให้วงการเกมพูดถึงกันสนั่น เพราะนี่คือเกม Life Simulator แนว Cozy ในจักรวาลโปเกมอน ที่เตรียมวางจำหน่ายบน Nintendo Switch 2 วันที่ 5 มีนาคม 2026

เบื้องหลังทั้งหมดเริ่มจากความทรงจำเล็ก ๆ ของ Shigeru Ohmori ไดเรกเตอร์อาวุโสจาก Game Freak ที่ครั้งหนึ่งเคยมีหน้าที่ออกแบบฉากใน Pokémon Ruby และ Sapphire หน้าที่ของเขาคือการวาง “กอหญ้า” ลงในแผนที่ เพื่อให้โปเกมอนป่าโผล่มาหาผู้เล่น

ฟังดูธรรมดา แต่ความรู้สึกตอนนั้น การเห็นสิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นในโลกที่ตัวเองสร้างมันติดอยู่ในใจเขามากว่า 20 ปี และกลายเป็นจุดตั้งต้นของ Pokémon Pokopia

นี่ไม่ใช่แค่เกม Spin-off ธรรมดา แต่มันคือการตีความ “แก่นแท้ของโปเกมอน” ใหม่หมดจด

Pokémon Pokopia คืออะไร?

Pokémon Pokopia คือเกมโปเกมอนแนว Life Simulation + Crafting + Sandbox ที่เน้นการใช้ชีวิตร่วมกับโปเกมอนในโลกแบบ Cozy แทนที่จะออกล่าและต่อสู้เหมือนภาคหลัก

จุดเปลี่ยนสำคัญคือ:

  • ไม่มีระบบแบตเทิลเป็นแกนหลัก

  • ไม่มีการไล่จับแบบดั้งเดิม

  • ไม่มีเส้นเรื่องฮีโร่กอบกู้โลก

แต่สิ่งที่มีคือ “การสร้างโลกของตัวเอง” เพื่อให้โปเกมอนเข้ามาอยู่อาศัยและเติบโต

และตัวเอกในเกม? เป็น เมตามอนที่ปลอมตัวเป็นมนุษย์ ฟังดูเหมือนมุกตลก แต่จริง ๆ แล้วมันคือสัญลักษณ์ของการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์กับโปเกมอนแบบไร้เส้นแบ่ง

จาก Ruby & Sapphire สู่ Pokopia – ไอเดียที่หมักบ่มกว่า 20 ปี

ตอนที่ Ohmori ทำงานใน Pokémon Ruby และ Sapphire เขารับหน้าที่วางกอหญ้าในแผนที่เพื่อกำหนดจุดเกิดโปเกมอนป่า

ในเชิงเทคนิค ระบบนั้นคือ:

  • ผู้เล่นเดินเข้า “พื้นที่หญ้า”

  • Trigger ทำงาน

  • โปเกมอนสุ่มเกิด

แต่ในเชิงความรู้สึก มันคือ “การสร้างสภาพแวดล้อมให้สิ่งมีชีวิตเกิดขึ้น”

เขาเคยเล่าว่า ความรู้สึกตอนวางหญ้าแล้วเห็นโปเกมอนโผล่ออกมาทันที มันเหมือนกำลังปลูกชีวิตลงในโลกดิจิทัล

และ Pokopia คือการขยายความรู้สึกนั้นให้ผู้เล่นทุกคนได้สัมผัส

แทนที่จะเป็นแค่การเจอโปเกมอนในป่า ผู้เล่นจะได้:

  • สร้างบ้าน

  • ปลูกพืช

  • จัดสภาพแวดล้อม

  • ดึงดูดโปเกมอนเข้ามาอยู่อาศัย

นี่คือ “จากการล่า” สู่ “การอยู่ร่วมกัน”

ระบบการเล่น Pokémon Pokopia – Cozy แต่ไม่ตื้น

แม้จะเป็นเกมแนว Cozy แต่ Pokémon Pokopia ไม่ได้เป็นแค่เกมปลูกผักนั่งดูพระอาทิตย์ตก

1. ระบบ Life Simulation

ผู้เล่นจะใช้ชีวิตประจำวันในเมืองหรือพื้นที่ที่ตัวเองออกแบบเอง:

  • สร้างบ้าน

  • ตกแต่งพื้นที่

  • วางโครงสร้าง

  • วางสภาพแวดล้อม

แต่ละพื้นที่จะมีผลต่อการดึงดูดโปเกมอนที่ต่างกัน

เช่น:

  • พื้นที่น้ำ → โปเกมอนประเภทน้ำ

  • ทุ่งหญ้า → โปเกมอนสายธรรมชาติ

  • ถ้ำ → โปเกมอนสายหิน/ผี

นี่คือการต่อยอดจาก “กอหญ้าใน Ruby” มาเป็น “ระบบนิเวศทั้งแผนที่”

2. ระบบ Crafting และ Sandbox

Pokémon Pokopia ดึงทีม Omega Force มาช่วยพัฒนาระบบ Sandbox

ซึ่งหมายความว่า:

  • ผู้เล่นสามารถสร้างสิ่งปลูกสร้างได้อิสระ

  • ปรับสภาพภูมิประเทศได้

  • ออกแบบเมืองในสไตล์ตัวเอง

Omega Force ที่เคยทำซีรีส์ Dynasty Warriors นำความชำนาญด้านระบบขนาดใหญ่เข้ามาช่วย ทำให้ Sandbox มีความลึกมากกว่าที่คิด

3. AI และบุคลิกของโปเกมอน

จุดเด่นที่ถูกเน้นย้ำคือ โปเกมอนแต่ละตัวจะมี “นิสัยเฉพาะตัว”

ไม่ใช่แค่โมเดลเดินไปมา แต่มี:

  • พฤติกรรมประจำวัน

  • ความชอบ

  • ปฏิสัมพันธ์เฉพาะตัว

บางตัวอาจชอบอยู่ใกล้น้ำ
บางตัวอาจชอบพื้นที่สูง
บางตัวอาจเข้ากับโปเกมอนบางประเภทไม่ได้

นี่คือการผลักดันจักรวาลโปเกมอนให้ใกล้แนว “Animal Crossing + The Sims” แต่ยังคง DNA ของ Pokémon

ทำไม Pokémon Pokopia ถึงน่าจับตา?

1. เปลี่ยนภาพจำของเกมโปเกมอน

ปกติแล้วคำว่า “เกมโปเกมอน” จะนึกถึง:

  • เทรนเนอร์

  • ยิม

  • แบดจ์

  • แชมเปี้ยน

แต่ Pokopia เลือกเล่าอีกมุมหนึ่งของโลกเดียวกัน

มันคือคำถามว่า:
“ถ้าไม่มีการต่อสู้ โลกโปเกมอนจะหน้าตาแบบไหน?”

2. ตอบโจทย์กระแส Cozy Game ที่มาแรง

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา เกมแนว Cozy เติบโตอย่างมาก:

  • Animal Crossing

  • Stardew Valley

  • Story of Seasons

Pokémon Pokopia เข้ามาเติมช่องว่างในตลาดนี้ด้วย IP ที่แข็งแกร่งระดับโลก

3. พิสูจน์วิสัยทัศน์ของ Shigeru Ohmori

คำพูดของ Ohmori ที่ว่า “แก่นแท้ของโปเกมอนคือการอยู่ร่วมกัน” ถูกถ่ายทอดผ่านเกมนี้ชัดเจนที่สุด

ไม่ใช่แค่การต่อสู้
แต่คือการแบ่งพื้นที่
แบ่งเวลา
แบ่งความสุข

เหมาะกับใคร?

  • แฟนโปเกมอนที่อยากเห็นจักรวาลในมุมใหม่

  • สาย Cozy / Sandbox

  • คนที่ชอบเกมสร้างเมือง

  • คนที่อยากเล่นโปเกมอนแบบไม่ต้องแบตเทิลหนัก

และแน่นอนว่าเหมาะกับเจ้าของ Nintendo Switch 2 ที่กำลังมองหาเกมเปิดตัวใหญ่ประจำปี 2026

สิ่งที่ควรจับตา

  • ระบบออนไลน์จะมี Co-op หรือไม่

  • จะมีโปเกมอนครบทุกเจนหรือจำกัดบางส่วน

  • การขยาย DLC ในอนาคต

เพราะถ้าระบบ Sandbox เปิดกว้างจริง Pokémon Pokopia อาจกลายเป็นแพลตฟอร์มระยะยาว ไม่ใช่แค่เกมภาคแยกธรรมดา

สรุป: จากกอหญ้าหนึ่งกอ สู่โลกทั้งใบ

Pokémon Pokopia คือผลลัพธ์ของไอเดียที่หมักบ่มมากว่า 20 ปี จากเด็กออกแบบฉากที่นั่งแปะหญ้าใน Ruby & Sapphire สู่ผู้กำกับเกม Life Simulator เต็มรูปแบบ

มันคือการเปลี่ยนจาก:

  • การล่า → การเลี้ยงดู

  • การต่อสู้ → การอยู่ร่วมกัน

  • พลังทำลาย → พลังสร้างสรรค์

วันที่ 5 มีนาคม 2026 บน Nintendo Switch 2 อาจเป็นวันที่แฟนโปเกมอนได้เห็นโลกใบใหม่ที่ไม่มีเสียงคำสั่ง “ใช้ท่า Thunderbolt!”

แต่มีเสียงโปเกมอนเดินเล่นในสวนหลังบ้านแทน

และบางที…นี่อาจเป็นทิศทางใหม่ของซีรีส์ Pokémon ในยุคต่อไป