ถ้าย้อนกลับไปปี 2001 ไม่มีใครคาดคิดว่าคนที่มีหน้าที่ “แปะกอหญ้าในแผนที่” จะกลายมาเป็นคนปลุกปั้นเกมโปเกมอนแนวใหม่ที่ฉีกสูตรสำเร็จแบบสุดขั้ว และถ้าย้อนมาวันนี้ ข่าวการเปิดตัว Pokémon Pokopia กำลังทำให้วงการเกมพูดถึงกันสนั่น เพราะนี่คือเกม Life Simulator แนว Cozy ในจักรวาลโปเกมอน ที่เตรียมวางจำหน่ายบน Nintendo Switch 2 วันที่ 5 มีนาคม 2026
เบื้องหลังทั้งหมดเริ่มจากความทรงจำเล็ก ๆ ของ Shigeru Ohmori ไดเรกเตอร์อาวุโสจาก Game Freak ที่ครั้งหนึ่งเคยมีหน้าที่ออกแบบฉากใน Pokémon Ruby และ Sapphire หน้าที่ของเขาคือการวาง “กอหญ้า” ลงในแผนที่ เพื่อให้โปเกมอนป่าโผล่มาหาผู้เล่น
ฟังดูธรรมดา แต่ความรู้สึกตอนนั้น การเห็นสิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นในโลกที่ตัวเองสร้างมันติดอยู่ในใจเขามากว่า 20 ปี และกลายเป็นจุดตั้งต้นของ Pokémon Pokopia
นี่ไม่ใช่แค่เกม Spin-off ธรรมดา แต่มันคือการตีความ “แก่นแท้ของโปเกมอน” ใหม่หมดจด
Pokémon Pokopia คืออะไร?
Pokémon Pokopia คือเกมโปเกมอนแนว Life Simulation + Crafting + Sandbox ที่เน้นการใช้ชีวิตร่วมกับโปเกมอนในโลกแบบ Cozy แทนที่จะออกล่าและต่อสู้เหมือนภาคหลัก
จุดเปลี่ยนสำคัญคือ:
ไม่มีระบบแบตเทิลเป็นแกนหลัก
ไม่มีการไล่จับแบบดั้งเดิม
ไม่มีเส้นเรื่องฮีโร่กอบกู้โลก
แต่สิ่งที่มีคือ “การสร้างโลกของตัวเอง” เพื่อให้โปเกมอนเข้ามาอยู่อาศัยและเติบโต
และตัวเอกในเกม? เป็น เมตามอนที่ปลอมตัวเป็นมนุษย์ ฟังดูเหมือนมุกตลก แต่จริง ๆ แล้วมันคือสัญลักษณ์ของการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์กับโปเกมอนแบบไร้เส้นแบ่ง

จาก Ruby & Sapphire สู่ Pokopia – ไอเดียที่หมักบ่มกว่า 20 ปี
ตอนที่ Ohmori ทำงานใน Pokémon Ruby และ Sapphire เขารับหน้าที่วางกอหญ้าในแผนที่เพื่อกำหนดจุดเกิดโปเกมอนป่า
ในเชิงเทคนิค ระบบนั้นคือ:
ผู้เล่นเดินเข้า “พื้นที่หญ้า”
Trigger ทำงาน
โปเกมอนสุ่มเกิด
แต่ในเชิงความรู้สึก มันคือ “การสร้างสภาพแวดล้อมให้สิ่งมีชีวิตเกิดขึ้น”
เขาเคยเล่าว่า ความรู้สึกตอนวางหญ้าแล้วเห็นโปเกมอนโผล่ออกมาทันที มันเหมือนกำลังปลูกชีวิตลงในโลกดิจิทัล
และ Pokopia คือการขยายความรู้สึกนั้นให้ผู้เล่นทุกคนได้สัมผัส
แทนที่จะเป็นแค่การเจอโปเกมอนในป่า ผู้เล่นจะได้:
สร้างบ้าน
ปลูกพืช
จัดสภาพแวดล้อม
ดึงดูดโปเกมอนเข้ามาอยู่อาศัย
นี่คือ “จากการล่า” สู่ “การอยู่ร่วมกัน”
ระบบการเล่น Pokémon Pokopia – Cozy แต่ไม่ตื้น
แม้จะเป็นเกมแนว Cozy แต่ Pokémon Pokopia ไม่ได้เป็นแค่เกมปลูกผักนั่งดูพระอาทิตย์ตก
1. ระบบ Life Simulation
ผู้เล่นจะใช้ชีวิตประจำวันในเมืองหรือพื้นที่ที่ตัวเองออกแบบเอง:
สร้างบ้าน
ตกแต่งพื้นที่
วางโครงสร้าง
วางสภาพแวดล้อม
แต่ละพื้นที่จะมีผลต่อการดึงดูดโปเกมอนที่ต่างกัน
เช่น:
พื้นที่น้ำ → โปเกมอนประเภทน้ำ
ทุ่งหญ้า → โปเกมอนสายธรรมชาติ
ถ้ำ → โปเกมอนสายหิน/ผี
นี่คือการต่อยอดจาก “กอหญ้าใน Ruby” มาเป็น “ระบบนิเวศทั้งแผนที่”
2. ระบบ Crafting และ Sandbox
Pokémon Pokopia ดึงทีม Omega Force มาช่วยพัฒนาระบบ Sandbox
ซึ่งหมายความว่า:
ผู้เล่นสามารถสร้างสิ่งปลูกสร้างได้อิสระ
ปรับสภาพภูมิประเทศได้
ออกแบบเมืองในสไตล์ตัวเอง
Omega Force ที่เคยทำซีรีส์ Dynasty Warriors นำความชำนาญด้านระบบขนาดใหญ่เข้ามาช่วย ทำให้ Sandbox มีความลึกมากกว่าที่คิด
3. AI และบุคลิกของโปเกมอน
จุดเด่นที่ถูกเน้นย้ำคือ โปเกมอนแต่ละตัวจะมี “นิสัยเฉพาะตัว”
ไม่ใช่แค่โมเดลเดินไปมา แต่มี:
พฤติกรรมประจำวัน
ความชอบ
ปฏิสัมพันธ์เฉพาะตัว
บางตัวอาจชอบอยู่ใกล้น้ำ
บางตัวอาจชอบพื้นที่สูง
บางตัวอาจเข้ากับโปเกมอนบางประเภทไม่ได้
นี่คือการผลักดันจักรวาลโปเกมอนให้ใกล้แนว “Animal Crossing + The Sims” แต่ยังคง DNA ของ Pokémon

ทำไม Pokémon Pokopia ถึงน่าจับตา?
1. เปลี่ยนภาพจำของเกมโปเกมอน
ปกติแล้วคำว่า “เกมโปเกมอน” จะนึกถึง:
เทรนเนอร์
ยิม
แบดจ์
แชมเปี้ยน
แต่ Pokopia เลือกเล่าอีกมุมหนึ่งของโลกเดียวกัน
มันคือคำถามว่า:
“ถ้าไม่มีการต่อสู้ โลกโปเกมอนจะหน้าตาแบบไหน?”
2. ตอบโจทย์กระแส Cozy Game ที่มาแรง
ช่วงหลายปีที่ผ่านมา เกมแนว Cozy เติบโตอย่างมาก:
Animal Crossing
Stardew Valley
Story of Seasons
Pokémon Pokopia เข้ามาเติมช่องว่างในตลาดนี้ด้วย IP ที่แข็งแกร่งระดับโลก
3. พิสูจน์วิสัยทัศน์ของ Shigeru Ohmori
คำพูดของ Ohmori ที่ว่า “แก่นแท้ของโปเกมอนคือการอยู่ร่วมกัน” ถูกถ่ายทอดผ่านเกมนี้ชัดเจนที่สุด
ไม่ใช่แค่การต่อสู้
แต่คือการแบ่งพื้นที่
แบ่งเวลา
แบ่งความสุข
เหมาะกับใคร?
แฟนโปเกมอนที่อยากเห็นจักรวาลในมุมใหม่
สาย Cozy / Sandbox
คนที่ชอบเกมสร้างเมือง
คนที่อยากเล่นโปเกมอนแบบไม่ต้องแบตเทิลหนัก
และแน่นอนว่าเหมาะกับเจ้าของ Nintendo Switch 2 ที่กำลังมองหาเกมเปิดตัวใหญ่ประจำปี 2026
สิ่งที่ควรจับตา
ระบบออนไลน์จะมี Co-op หรือไม่
จะมีโปเกมอนครบทุกเจนหรือจำกัดบางส่วน
การขยาย DLC ในอนาคต
เพราะถ้าระบบ Sandbox เปิดกว้างจริง Pokémon Pokopia อาจกลายเป็นแพลตฟอร์มระยะยาว ไม่ใช่แค่เกมภาคแยกธรรมดา
สรุป: จากกอหญ้าหนึ่งกอ สู่โลกทั้งใบ
Pokémon Pokopia คือผลลัพธ์ของไอเดียที่หมักบ่มมากว่า 20 ปี จากเด็กออกแบบฉากที่นั่งแปะหญ้าใน Ruby & Sapphire สู่ผู้กำกับเกม Life Simulator เต็มรูปแบบ
มันคือการเปลี่ยนจาก:
การล่า → การเลี้ยงดู
การต่อสู้ → การอยู่ร่วมกัน
พลังทำลาย → พลังสร้างสรรค์
วันที่ 5 มีนาคม 2026 บน Nintendo Switch 2 อาจเป็นวันที่แฟนโปเกมอนได้เห็นโลกใบใหม่ที่ไม่มีเสียงคำสั่ง “ใช้ท่า Thunderbolt!”
แต่มีเสียงโปเกมอนเดินเล่นในสวนหลังบ้านแทน
และบางที…นี่อาจเป็นทิศทางใหม่ของซีรีส์ Pokémon ในยุคต่อไป

