ใครที่รอการมาของ Samsung Galaxy S26 Series อาจต้องเตรียมใจไว้สักนิด เพราะรอบนี้ Samsung ดูเหมือนจะ “ทดสอบความอดทน” ของแฟน ๆ มากกว่าทุกปีที่ผ่านมา เมื่อข้อมูลล่าสุดระบุว่า Galaxy S26 จะเปิดตัวช่วงปลายกุมภาพันธ์ 2026 แต่กว่าจะวางขายจริง ต้องรอถึง เดือนมีนาคม
แม้จะมาช้ากว่าเดิม แต่สิ่งที่ Samsung ใส่มาใน Galaxy S26 ทั้งเรื่อง ดีไซน์ จอภาพ เทคโนโลยี AI แบตเตอรี่ และกล้องระดับโปร ก็ทำให้ซีรีส์นี้ยังคงเป็นหนึ่งในสมาร์ตโฟนเรือธงที่ถูกจับตามองมากที่สุดของปี

วันเปิดตัวและวันวางขาย Galaxy S26
ข้อมูลจาก Ice Universe นักปล่อยข่าวหลุดชื่อดัง ระบุว่า
Samsung จะจัดงาน Galaxy Unpacked วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2026
Galaxy S26 Series จะเริ่มวางขายจริงในวันที่ 11 มีนาคม 2026
ข้อมูลนี้สอดคล้องกับรายงานของ Dealabs ที่ระบุว่า Galaxy S26 จะเริ่มขายในฝรั่งเศสวันที่ 11 มีนาคมเช่นกัน ถือเป็นสัญญาณว่ากำหนดการนี้มีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูง
เมื่อเทียบกับปีก่อน ๆ ที่มักวางขายเร็วกว่าเดิมเล็กน้อย รอบนี้ถือว่าช้าพอสมควร และทำให้แฟน Samsung ต้องรอนานขึ้นกว่าที่คุ้นเคย
แบตเตอรี่ Galaxy S26: ไม่ได้ใหญ่ขึ้น แต่ชาร์จเร็วขึ้น
หนึ่งในประเด็นที่มีทั้งคนผิดหวังและคนพอใจ คือเรื่อง แบตเตอรี่และการชาร์จ
Galaxy S26 Ultra
จากเอกสารรับรอง 3C ในจีน ระบุว่า
แบตเตอรี่ 5,000mAh
ลดลงจากข่าวลือก่อนหน้าที่เคยพูดถึง 5,200mAh
รองรับชาร์จสาย 60W
ชาร์จจาก 0% ถึง 75% ได้ภายใน 30 นาที
รองรับชาร์จไร้สาย 25W ระดับเดียวกับ iPhone รุ่นใหม่
แม้ความจุจะไม่เพิ่ม แต่ความเร็วในการชาร์จถือว่าดีขึ้นอย่างชัดเจน
Galaxy S26+
แบตเตอรี่คาดว่า 4,900mAh
ชาร์จสาย 45W
มีรายงานอีกแหล่งที่บอกว่าอาจเหลือเพียง 4,755mAh
Galaxy S26 รุ่นปกติ
แบตเตอรี่ประมาณ 4,300mAh
ชาร์จสายสูงสุด 25W

ราคา Galaxy S26: ขึ้นบางประเทศ แต่ตลาดหลักยังนิ่ง
Samsung กำลังพิจารณา ปรับราคาขึ้นประมาณ 30–60 ดอลลาร์ ในบางประเทศ เช่น เกาหลีใต้
แต่ในตลาดสำคัญอย่าง สหรัฐอเมริกา มีรายงานว่า
Galaxy S26 ราคาเริ่มต้น $799.99
Galaxy S26+ ราคา $999.99
Galaxy S26 Ultra ราคา $1,299.99
หมายความว่า Samsung ยังพยายามตรึงราคาในตลาดหลัก เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน
ดีไซน์ใหม่ของ Galaxy S26 Ultra
Galaxy S26 Ultra จะมีการปรับดีไซน์หลายจุด ได้แก่
ขอบเครื่องโค้งมนมากขึ้น
มี camera island แยกชัดเจน
สีดำล้วนแบบ all-black ทั้งตัวเครื่องและเฟรม
พอร์ต USB-C
รองรับ S Pen
มีช่องใส่ซิมการ์ด
นอกจากนี้
Galaxy S26 รุ่นปกติจะได้หน้าจอใหญ่ขึ้นเล็กน้อย
S26 Ultra จะบางลง
รูเซลฟี่จะใหญ่ขึ้นประมาณ 4 มม. ทำให้มุมมองกว้างขึ้น
Privacy Display: ดาวเด่นของ Galaxy S26
หนึ่งในฟีเจอร์ใหม่ที่น่าสนใจที่สุดคือ Flex Magic Pixel OLED หรือที่ Samsung เรียกว่า Privacy Display
เทคโนโลยีนี้ใช้ AI ช่วยควบคุมการมองเห็นหน้าจอ
หน้าจอจะสว่างปกติเมื่อมองตรง
มุมมองด้านข้างจะมืดลงอัตโนมัติ
ป้องกันคนแอบมองข้อมูลส่วนตัว
เหมาะมากกับการใช้งานในที่สาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า ร้านกาแฟ หรือที่ทำงาน
ชิปประมวลผล: Snapdragon vs Exynos
Samsung แบ่งชิปอย่างชัดเจนในซีรีส์นี้
Galaxy S26 Ultra ใช้ Snapdragon 8 Elite Gen 5 ทุกตลาด
Galaxy S26 และ S26+ ใช้ Exynos 2600 ในบางภูมิภาค
เป็นแนวทางที่ Samsung ใช้มาหลายปี แต่ยังคงเป็นประเด็นถกเถียงในหมู่ผู้ใช้

กล้อง Galaxy S26 Ultra: สเปกใกล้เดิม แต่ประสบการณ์ดีขึ้น
ฮาร์ดแวร์กล้องของ S26 Ultra ไม่ได้เปลี่ยนมากจาก S25 Ultra
กล้องหลัก 200MP ISOCELL HP2
กล้อง Ultrawide 50MP
กล้อง Periscope 5x 50MP
กล้อง Telephoto 3x 12MP
กล้องหน้า 12MP
แต่ Samsung เน้นอัปเกรด “ประสบการณ์กล้อง” แทน
สิ่งใหม่ที่เพิ่มเข้ามา
AVP Codec ถ่ายวิดีโอ RAW บิตเรตสูง
รองรับ TILTA wireless lens controller ระดับกล้องโปร
ปรับเลนส์และโค้ตติ้ง ลดปัญหาผิวเหลือง
Camera Assistant ช่วยลดรายละเอียดแข็ง ทำให้ภาพดูเป็นธรรมชาติขึ้น
ทำไม Galaxy S26 ถึงน่าสนใจ แม้จะมาช้า
แม้การวางขายจะช้ากว่าที่หลายคนหวัง แต่ Galaxy S26 ก็สะท้อนทิศทางใหม่ของ Samsung ชัดเจน
เน้น AI จริงจัง
ปรับจอเพื่อความเป็นส่วนตัว
กล้องมุ่งไปทางสายโปร
ชาร์จเร็วขึ้น แม้แบตไม่ใหญ่ขึ้น
บทสรุป: รอนานขึ้น แต่ได้ประสบการณ์ใหม่
Galaxy S26 Series อาจไม่ได้มาเร็ว แต่สิ่งที่ Samsung เตรียมไว้ ทั้ง Privacy Display, กล้องระดับมืออาชีพ, ดีไซน์ใหม่ และการชาร์จที่เร็วขึ้น ทำให้ซีรีส์นี้ยังคงเป็นเรือธงที่น่าจับตา
สำหรับแฟน Samsung อาจต้องอดใจรออีกนิด แต่ถ้าข่าวทั้งหมดเป็นจริง Galaxy S26 อาจเป็นหนึ่งในรุ่นที่ “เปลี่ยนประสบการณ์ใช้งานจริง” ได้มากกว่าที่ตัวเลขสเปกบอกไว้
ที่มา wccftech

