รับแอปรับแอป

Love yourself ความรักที่ไม่ต้องไขว่คว้า และหัวใจที่รู้คุณค่าของตัวเอง

พัชรี ศรีสุข01-22

ในช่วงหนึ่งของชีวิต เราหลายคนเติบโตมากับความเชื่อที่ถูกปลูกฝังอย่างแนบเนียนว่า ความรักคือสิ่งที่ควรมีให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เหมือนเป็นหลักฐานบางอย่างของความสำเร็จในชีวิต หากมีใครสักคนเลือกเรา รักเรา อยากอยู่กับเรา นั่นหมายความว่าเรามีคุณค่าเพียงพอสำหรับโลกใบนี้ เราจึงรีบมองหา รีบผูกพัน รีบพยายามรักษาใครบางคนไว้ แม้ในใจลึกๆ จะเริ่มรู้สึกไม่สบายใจนักก็ตาม เพราะเรากลัวว่าหากไม่มีใครอยู่ข้างๆ เราอาจต้องเผชิญหน้ากับคำถามที่เจ็บปวดที่สุดคำถามหนึ่ง นั่นคือ “หรือจริงๆ แล้วเราไม่ดีพอ”

แต่เมื่อเวลาผ่านไปอย่างเงียบๆ เมื่อชีวิตพาเราเดินผ่านทั้งความรักที่สมหวัง ความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจน และการจากลาที่ไม่ได้ตั้งใจ หลายคนเริ่มค้นพบความจริงอีกด้านหนึ่งของหัวใจ ความจริงที่ไม่ได้ดัง ไม่ได้รุนแรง แต่กลับอ่อนโยนและมั่นคงกว่าที่เคยเชื่อ นั่นคือ การไม่มีใครอยู่ข้างๆ ไม่ได้แปลว่าเราขาดอะไร และการอยู่คนเดียวก็ไม่ได้เท่ากับความล้มเหลวในชีวิต ความรักไม่ใช่การแข่งขัน และเราไม่จำเป็นต้องไปถึงมันให้เร็วที่สุดเพื่อพิสูจน์คุณค่าของตัวเองเลย


จากวันที่รีบมีใครสักคน สู่วันที่อยู่กับตัวเองได้อย่างไม่อึดอัด

ในวัยหนึ่ง เราอาจเคยเชื่อว่าการมีความรักคือสิ่งที่ต้องรีบทำให้เกิดขึ้น เหมือนกับกลัวว่าจะตกขบวนชีวิตของคนอื่น เราเปรียบเทียบตัวเองกับเพื่อน กับคนรอบข้าง กับภาพในโซเชียลมีเดีย และค่อยๆ สร้างแรงกดดันให้หัวใจตัวเองโดยไม่รู้ตัว ความโสดกลายเป็นสถานะที่ต้องรีบหนีออกมา การอยู่คนเดียวถูกตีความว่าเป็นความเหงา ความว่างเปล่า หรือแม้กระทั่งความล้มเหลวในความสัมพันธ์ เราจึงยอมอยู่กับความไม่ชัดเจน ยอมรอข้อความที่ไม่แน่นอน ยอมเป็นตัวเลือกสำรอง เพียงเพราะกลัวว่าถ้าเดินออกมา เราจะเหลือเพียงตัวเองอยู่ตรงนั้น

แต่เมื่อโตขึ้น หลายคนเริ่มเหนื่อยกับการต้องพิสูจน์คุณค่าของตัวเองผ่านสายตาใครบางคน เริ่มตั้งคำถามว่าเหตุใดความรักจึงต้องทำให้เรารู้สึกไม่มั่นคง และทำไมการอยู่คนเดียวอย่างสงบ ถึงถูกมองว่าน่ากลัวกว่าการอยู่ในความสัมพันธ์ที่ทำให้ใจสั่นคลอน คำตอบที่ค่อยๆ ชัดขึ้นในใจของหลายคนคือ การอยู่กับตัวเองโดยไม่รู้สึกอึดอัด ไม่ต้องคอยระแวง ไม่ต้องเดาว่าอีกฝ่ายรู้สึกอย่างไร คือความสัมพันธ์ที่ปลอดภัยที่สุดรูปแบบหนึ่ง และนี่เองคือจุดเริ่มต้นของภาวะที่เรียกว่า Self-Enough

Self-Enough ไม่ใช่การปิดใจ แต่คือการไม่เร่งหัวใจ

Self-Enough ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ต้องการความรัก หรือเลือกจะใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวไปตลอดกาล ตรงกันข้าม คนที่อยู่ในภาวะนี้มักเป็นคนที่เข้าใจคุณค่าของความรักอย่างลึกซึ้ง พวกเขารู้ว่าความรักเป็นสิ่งสวยงาม เป็นประสบการณ์ที่เติมเต็มชีวิตได้จริง แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ยอมแลกความสงบของหัวใจกับความสัมพันธ์ที่ไม่มั่นคง

Self-Enough คือการรู้สึกว่า ต่อให้ไม่มีใครอยู่ข้างๆ ชีวิตก็ยังคงสมบูรณ์ในแบบของมันเอง ไม่ใช่เพราะเราแข็งกระด้างหรือไม่เปิดรับใคร แต่เพราะเราไม่รู้สึกว่าตัวเองขาดตั้งแต่แรก เราจึงไม่ต้องเร่ง ไม่ต้องไขว่คว้า และไม่ต้องลดมาตรฐานของหัวใจเพียงเพื่อให้มีใครสักคนมาเติมช่องว่างที่จริงๆ แล้วไม่เคยว่างเปล่าเลย

ความเงียบที่ไม่ใช่ความเหงา

สำหรับหลายคน การอยู่คนเดียวเคยถูกตีความว่าเป็นความเหงา เป็นพื้นที่ว่างที่น่ากลัว เป็นสัญญาณของการถูกทิ้ง แต่เมื่อเราเริ่มรู้จักตัวเองมากขึ้น เราจะค้นพบว่าความเงียบไม่จำเป็นต้องเท่ากับความว่างเปล่า บางครั้งความเงียบคือพื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุด พื้นที่ที่เราไม่ต้องแสดง ไม่ต้องอธิบาย และไม่ต้องพยายามเป็นใครเพื่อให้ถูกรัก

Self-Enough คือการที่เรานั่งอยู่กับตัวเองได้โดยไม่รู้สึกกระวนกระวาย คือการกลับบ้านแล้วรู้สึกว่าบ้านหลังนี้อบอุ่น แม้จะมีแค่เรา คือการใช้เวลาคนเดียวโดยไม่ต้องกลบมันด้วยเสียงใครหรือความสัมพันธ์ใดๆ เพราะเราไม่กลัวการอยู่กับความคิดและความรู้สึกของตัวเองอีกต่อไป 🌿

Secure Self-Worth รากฐานของหัวใจที่ไม่สั่นคลอน

แนวคิดของ Self-Enough เชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับสิ่งที่เรียกว่า secure self-worth หรือความรู้สึกมีคุณค่าในตัวเองอย่างมั่นคง คนที่มีความรู้สึกแบบนี้จะไม่ผูกคุณค่าของตัวเองไว้กับการถูกรัก การถูกเลือก หรือการมีสถานะในชีวิตของใคร พวกเขารู้ว่าตัวเองมีคุณค่า แม้ในวันที่ไม่มีใครมองเห็น แม้ในวันที่ไม่มีใครอยู่ข้างๆ

เมื่อเรามี secure self-worth เราจะไม่รู้สึกว่าความรักคือสิ่งที่ต้องวิ่งตาม เพราะเราไม่ได้รู้สึกขาดตั้งแต่แรก ความรักจึงกลายเป็นสิ่งที่ถ้ามา ก็ยินดีต้อนรับ แต่ถ้ายังไม่มา ชีวิตก็ยังคงเดินต่อไปได้อย่างดีงาม ไม่ใช่ด้วยความฝืน แต่ด้วยความเข้าใจ 💛


เมื่อความรักไม่ใช่สนามแข่งขันของชีวิต

เมื่อเราเริ่ม Self-Enough เราจะหยุดเปรียบเทียบเส้นทางชีวิตของตัวเองกับใครคนอื่น เราจะไม่รู้สึกว่าต้องรีบไปถึงความรักให้เร็วกว่าใคร ไม่รู้สึกว่าการแต่งงานหรือการมีคู่คือเส้นชัยของชีวิต เพราะเราเข้าใจแล้วว่าชีวิตไม่ใช่สนามแข่ง และความรักไม่ใช่รางวัลสำหรับคนที่ไปถึงก่อน

ความรักที่ดีควรเกิดขึ้นในจังหวะที่เหมาะสม กับคนที่ไม่ทำให้เราต้องสูญเสียตัวเองระหว่างทาง ไม่ใช่ความรักที่แลกมาด้วยความกังวล ความไม่มั่นคง หรือการลดทอนคุณค่าของตัวเองทีละนิด

ความรักจะมาถึง เมื่อเราไม่ต้องวิ่งตาม

Self-Enough คือภาวะที่เราเริ่มรู้สึกว่า แค่ได้อยู่กับตัวเองอย่างสบายใจ ก็เป็นความสัมพันธ์ที่มั่นคงที่สุดรูปแบบหนึ่งแล้ว ไม่ใช่เพราะเราไม่ต้องการความรัก แต่เพราะเราไม่ยอมลดมาตรฐานของหัวใจ เพียงเพื่อจะได้มีใครสักคนมาอยู่ข้างๆ อย่างเร่งรีบ เมื่อเรามี secure self-worth เราจะไม่รู้สึกว่าต้องมีใครมาเติมเต็ม เพราะเราไม่ได้รู้สึกขาดตั้งแต่แรก

ความรักจึงไม่ใช่สิ่งที่ต้องไล่ตาม แต่เป็นสิ่งที่ถ้ามา ก็ยินดี และถ้ายังไม่มา ก็ยังใช้ชีวิตได้ดี และถ้าความรักจะมาหาเราในวันหนึ่ง มันคงมาในวันที่เราไม่ต้องไขว่คว้า ไม่ต้องพิสูจน์ และไม่ต้องลดคุณค่าของตัวเองเพื่อให้ใครเลือก เพราะคนที่ใช่จริงๆ จะไม่ทำให้เรารู้สึกว่าต้องพยายามขนาดนั้นเลย Self-Enough ไม่ได้ทำให้เราปิดใจ แต่ทำให้หัวใจเราแข็งแรงพอที่จะรออย่างสงบ และใช้ชีวิตอย่างเต็มหัวใจ แม้ในวันที่ยังไม่มีใครเดินเคียงข้าง 🤍