Meta เตรียมดันโซเชียลเข้าสู่ยุค “เสียเงินแต่ได้ AI แบบจัดเต็ม”
Meta กำลังเตรียมทดสอบ ระบบสมัครสมาชิกแบบพรีเมียม บน Instagram, Facebook และ WhatsApp
สายใช้โซเชียลทำงาน ผลิตคอนเทนต์ หรืออยากรีดพลังจาก AI ให้มากกว่าคนทั่วไป น่าจะต้องจับตา เพราะแพ็กนี้ถูกออกแบบมาให้เข้าถึงฟีเจอร์พิเศษ และการใช้งาน AI ที่ยืดหยุ่นขึ้น ขณะที่บริการหลักยังใช้ได้ฟรีเหมือนเดิม
สมัครสมาชิกเพื่อปลดล็อกฟีเจอร์ AI และความยืดหยุ่นเพิ่ม
Meta เปิดเผยว่ากำลังเตรียมทดสอบระบบสมัครสมาชิกใหม่บนแอปในเครือ โดยโฟกัสไปที่การ:
เพิ่มฟีเจอร์พรีเมียมที่ช่วย เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และความคิดสร้างสรรค์
ขยายการใช้งาน AI ให้มีความหลากหลาย และปรับตามสไตล์ผู้ใช้มากขึ้น
ให้ผู้ใช้ควบคุมการแชร์และการเชื่อมต่อกับคนอื่นได้อย่างอิสระขึ้น
ทั้งหมดนี้จะมาในรูปแบบบริการพรีเมียม แต่ ฟังก์ชันหลักของแอปยังใช้งานฟรี ตามเดิม
ที่น่าสนใจคือ Meta ไม่ได้ยึดติดกับแพ็กเดียวจบ แต่จะทดลองหลายรูปแบบ หลายฟีเจอร์ เพื่อให้แต่ละแอปมีสไตล์การสมัครสมาชิกที่แตกต่างกันไป
Manus: ตัวช่วย AI ราคา 2 พันล้านดอลลาร์ ที่กำลังถูกดันเข้าโซเชียล
Meta เผยแผนขยายการใช้งาน Manus ซึ่งเป็นตัวช่วย AI ที่บริษัทซื้อมาในมูลค่าราว 2 พันล้านดอลลาร์ ให้กลายเป็นหนึ่งในจุดขายของระบบสมัครสมาชิกใหม่
แนวทางของ Meta ในการใช้ Manus มี 2 ทางหลัก ๆ คือ:
ผสาน Manus เข้าไปในผลิตภัณฑ์ตระกูล Meta โดยตรง
เปิดให้สมัครสมาชิก Manus แยก สำหรับภาคธุรกิจที่ต้องการใช้แบบจริงจัง
มีข้อมูลว่าขณะนี้ Meta กำลังพัฒนาวิธีให้เรียกใช้งาน Manus AI ได้ตรงจาก Instagram โดยอิงจากภาพหน้าจอที่ Alessandro Paluzzi พบ ซึ่งเขามักเจอฟีเจอร์ที่ยังอยู่ในช่วงทดลองอยู่เสมอ
ไม่ใช่แค่ Manus: Meta AI และ Vibes ก็เตรียมเข้าคิวขึ้นแพ็กพรีเมียม
นอกเหนือจาก Manus แล้ว Meta ยังเตรียมทดสอบระบบสมัครสมาชิกสำหรับฟีเจอร์ AI อื่น ๆ ด้วย เช่น Vibes วิดีโอสั้นที่ขับเคลื่อนด้วย AI บนแอป Meta AI ที่ช่วยให้ผู้ใช้สร้างและดัดแปลงวิดีโอจาก AI ได้
ตอนนี้ Vibes ยังให้ใช้งานฟรี แต่ Meta มีแผนจะเปลี่ยนไปใช้โมเดล Freemium คือ:
ใช้พื้นฐานได้ฟรี
ถ้าอยากเพิ่มโควตาสร้างวิดีโอในแต่ละเดือน ต้องสมัครสมาชิก
สำหรับ WhatsApp และ Facebook ยังไม่มีดีเทลชัดเจนว่าฟีเจอร์จ่ายเงินจะมีอะไรบ้าง แต่ฝั่ง Instagram มีข้อมูลบางส่วนถูกปล่อยออกมาแล้ว
จากข้อมูลของ Paluzzi ระบบสมัครสมาชิกใหม่บน Instagram อาจมาพร้อมความสามารถอย่างเช่น:
สร้างรายชื่อผู้ชม (Audience lists) ได้แบบไม่จำกัด
ดูรายชื่อผู้ติดตามที่ ไม่ได้ฟอลเรากลับ
ดู Stories ของคนอื่นแบบ เจ้าของไม่รู้ว่าเราดู
ฟีเจอร์ระดับนี้ ถ้าจัดมาเต็ม ๆ ก็ถือว่าโดนใจสาย Creator, นักการตลาด และคนทำธุรกิจบน IG ไม่น้อย
แยกทางกับ Meta Verified คนละสาย คนละเป้าหมาย
Meta ย้ำชัดว่า ระบบสมัครสมาชิกใหม่ ไม่ใช่ Meta Verified เวอร์ชันรีแบรนด์ แต่เป็นอีกไลน์บริการคนละกลุ่มเป้าหมาย
Meta Verified เน้นไปที่:
สาย Content Creator และธุรกิจ
ได้ติ๊กฟ้า การดูแลลูกค้า 24 ชั่วโมง
ระบบป้องกันการแอบอ้าง และการช่วยดันผลค้นหา
สติกเกอร์เฉพาะ และสิทธิประโยชน์แบบมืออาชีพ
พูดง่าย ๆ คือ Meta Verified เหมาะกับคนที่ต้องสร้างตัวตนบนแพลตฟอร์ม
ส่วน ระบบสมัครสมาชิกใหม่ ถูกออกแบบมาให้ ผู้ใช้ทั่วไปเข้าถึงได้มากขึ้น เน้นกลุ่มที่อยากใช้ฟีเจอร์เพิ่มเพื่อจัดการ การใช้งาน และการใช้ AI ให้คุ้มกว่าเดิม โดยไม่จำเป็นต้องเป็น Creator มืออาชีพ
ช่องทางหาเงินใหม่ของ Meta แต่ผู้ใช้ต้อง “รู้สึกคุ้ม” จริงถึงจะยอมจ่าย
การเพิ่มตัวเลือกให้สมัครสมาชิกเพิ่มเติม ถือเป็นการเปิดทางสร้างรายได้ใหม่ให้ Meta อย่างชัดเจน
แต่ในฝั่งผู้ใช้ ปัจจุบันหลายคนก็เสียเงินกับบริการรายเดือนกันเยอะอยู่แล้ว ทำให้ Meta ต้องเจอโจทย์ใหญ่คือ:
ฟีเจอร์ที่ให้มาจะ คุ้มพอ ไหมสำหรับการสมัครเพิ่มอีกหนึ่งอย่าง
คนจะรู้สึกว่า “ช่วยประหยัดเวลา เพิ่มประสิทธิภาพ หรือเปิดโอกาสใหม่ ๆ” ได้จริงหรือเปล่า
ตัวอย่างจากตลาดตอนนี้อย่าง Snapchat ก็พิสูจน์มาแล้วว่า โซเชียลแบบสมัครสมาชิกมีอนาคต
Snapchat+ เริ่มต้นที่ 3.99 ดอลลาร์/เดือน
มียอดผู้สมัครทะลุ 16 ล้านราย
จำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่านับตั้งแต่ต้นปี 2024
Meta จึงเลือกเดินเกมคล้ายกัน แต่จะเน้นว่าเปิดรับฟังเสียงจากผู้ใช้ในชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อเอาฟีดแบ็กมาปรับบริการสมัครสมาชิก ให้ใกล้เคียงกับสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการจริง ๆ มากที่สุด
สรุป: คนใช้โซเชียลสายทำงาน–สาย AI ต้องเริ่มคิดว่าจะจ่ายหรือไม่จ่าย
จากทิศทางที่เห็นชัดคือ:
โซเชียลกำลังขยับจากแพลตฟอร์มฟรี สู่โมเดล ฟรี + พรีเมียม ที่เน้นเพิ่มพลัง AI และฟีเจอร์จัดการผู้ชม
Meta พยายามแตกไลน์บริการให้ชัด ทั้ง Meta Verified สำหรับ Creator/ธุรกิจ และแพ็กสมัครสมาชิกใหม่สำหรับผู้ใช้ทั่วไปที่อยากใช้ฟีเจอร์มากกว่าคนอื่น
ถ้า Meta ทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่า “สมัครแล้วทำงานเร็วขึ้น สร้างคอนเทนต์ง่ายขึ้น ใช้ AI ได้คุ้มขึ้น” ก็มีโอกาสที่แพ็กนี้จะกลายเป็นอีกหนึ่งบริการที่คนยอมจ่ายรายเดือนเพิ่ม
ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เมื่อการทดสอบเริ่มเปิดจริง คนที่ใช้ Instagram, Facebook และ WhatsApp เป็นเครื่องมือทำงานหรือสร้างรายได้ อาจต้องมาคิดกันแล้วว่า จะใช้แบบฟรีต่อ หรือยอมเสียเงินเพื่อรีดพลังจากแพลตฟอร์มให้สุดทาง

