Levi’s ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2026 เติบโต 8% แตะ 1.6 พันล้านดอลลาร์ อีคอมเมิร์ซโต 19% และยอดขายในเอเชียพุ่ง 10% สะท้อนความสำเร็จของกลยุทธ์ Direct-to-Consumer
Levi’s ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2026 โต 8% อีคอมเมิร์ซและเอเชียหนุนรายได้
Levi’s ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2026 สร้างสัญญาณบวกให้กับอุตสาหกรรมแฟชั่นระดับโลก หลัง Levi Strauss & Co. บริษัทเจ้าของแบรนด์ Levi’s รายงานรายได้ประจำไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 เติบโตขึ้น 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นมูลค่าราว 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือมากกว่า 5 หมื่นล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากยอดขายที่เติบโตในหลายภูมิภาค รวมถึงช่องทางจำหน่ายออนไลน์และการขายตรงถึงผู้บริโภค
ผลประกอบการครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านของ Levi’s จากแบรนด์เดนิมระดับโลกไปสู่การเป็นบริษัทไลฟ์สไตล์ที่ให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ Direct-to-Consumer (DTC) มากขึ้น ซึ่งกำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว
รายได้เติบโตในหลายภูมิภาคทั่วโลก
รายงานของ Levi Strauss & Co. ระบุว่า ยอดขายของ Levi’s เพิ่มขึ้นในหลายตลาดสำคัญ แม้สภาพเศรษฐกิจโลกยังเผชิญความท้าทายในหลายด้าน
ในภูมิภาคอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดหลักของบริษัท รายได้เพิ่มขึ้น 9% ขณะที่ยอดขายจากการดำเนินงานตามปกติ (Organic Sales) เติบโต 7% และส่วนแบ่งตลาดยังเพิ่มขึ้นอีก 5% แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคยังคงให้ความนิยมกับแบรนด์อย่างต่อเนื่อง
ด้านตลาดยุโรป แม้ยอดขายรวมเพิ่มขึ้น 4% แต่ยอดขายจากการดำเนินงานตามปกติลดลง 1% เนื่องจากผลกระทบจากการเปลี่ยนศูนย์กระจายสินค้าเมื่อปีก่อน อย่างไรก็ตาม บริษัทมองว่าเป็นปัจจัยชั่วคราวที่ไม่ได้ส่งผลต่อศักยภาพการเติบโตในระยะยาว

ตลาดเอเชียเติบโตโดดเด่นที่สุด
ภูมิภาคเอเชียยังคงเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของบริษัท โดยมีตัวเลขที่น่าสนใจ ได้แก่
ยอดขายรวมเพิ่มขึ้น 10%
ยอดขายจากการดำเนินงานตามปกติเพิ่มขึ้น 12%
ความต้องการสินค้าเดนิมและแฟชั่นไลฟ์สไตล์ยังเติบโตต่อเนื่อง
การขยายช่องทางออนไลน์ช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ตลาดเอเชียยังคงมีศักยภาพสูง และเป็นภูมิภาคที่ Levi’s ให้ความสำคัญในการลงทุนและขยายธุรกิจ
กลยุทธ์ Direct-to-Consumer ยังคงสร้างผลลัพธ์ที่แข็งแกร่ง
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดัน Levi’s ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2026 คือการให้ความสำคัญกับการขายตรงถึงผู้บริโภค หรือ Direct-to-Consumer
โมเดลธุรกิจนี้ช่วยให้บริษัทสามารถควบคุมประสบการณ์ของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น ทั้งด้านการบริการ การสื่อสารแบรนด์ และการวิเคราะห์ข้อมูลผู้บริโภค เพื่อนำมาพัฒนาสินค้าและการตลาดให้ตรงกับความต้องการมากขึ้น
ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดคือ รายได้จากช่องทาง Direct-to-Consumer เพิ่มขึ้นถึง 11% ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่สูงกว่าหลายช่องทางการจำหน่ายแบบดั้งเดิม
อีคอมเมิร์ซยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง
อีกหนึ่งตัวเลขที่น่าจับตาคือยอดขายผ่านช่องทาง E-Commerce ซึ่งเติบโตถึง 19%
การเติบโตนี้สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่หันมาซื้อสินค้าแฟชั่นผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น ขณะเดียวกัน Levi’s ก็ลงทุนพัฒนาเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน และประสบการณ์ดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าในทุกตลาด
Beyond Yoga ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้บริษัท
นอกจากแบรนด์ Levi’s แล้ว บริษัท Levi Strauss & Co. ยังมีแบรนด์อื่นในเครือที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่นเช่นกัน
หนึ่งในนั้นคือ Beyond Yoga แบรนด์เสื้อผ้าแนว Activewear และไลฟ์สไตล์ ที่มียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 16% ในไตรมาสเดียวกัน
การเติบโตของ Beyond Yoga แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์การกระจายพอร์ตธุรกิจของบริษัท ที่ไม่ได้พึ่งพารายได้จากสินค้าเดนิมเพียงอย่างเดียว แต่ยังขยายไปยังตลาดแฟชั่นเพื่อสุขภาพและการออกกำลังกาย ซึ่งกำลังได้รับความนิยมทั่วโลก

ผู้บริหารเชื่อมั่นในแผนการเติบโตระยะยาว
Michelle Gass ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Levi Strauss & Co. กล่าวถึงผลประกอบการว่า ความสำเร็จในไตรมาสนี้เป็นผลจากการเดินหน้ากลยุทธ์การเป็นบริษัทไลฟ์สไตล์เดนิมที่ให้ความสำคัญกับ Direct-to-Consumer เป็นอันดับแรก
เธอยังระบุว่า แม้ผลลัพธ์ในปัจจุบันจะน่าพึงพอใจ แต่บริษัทมองว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของแผนการเติบโตระยะยาว ซึ่งยังมีโอกาสอีกมากในการขยายตลาด พัฒนาผลิตภัณฑ์ และสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภคทั่วโลก
วิเคราะห์แนวโน้มอุตสาหกรรมแฟชั่น
ผลประกอบการของ Levi’s สะท้อนแนวโน้มสำคัญของอุตสาหกรรมแฟชั่นในปัจจุบัน คือการเปลี่ยนผ่านจากโมเดลค้าส่งไปสู่การขายตรงถึงผู้บริโภคมากขึ้น
การใช้ข้อมูลลูกค้า การพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์ และการสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบไร้รอยต่อ กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้แบรนด์แฟชั่นสามารถแข่งขันได้ในระยะยาว
ขณะเดียวกัน ตลาดเอเชียยังคงเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง ทั้งจากจำนวนประชากร กำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น และการเติบโตของการค้าออนไลน์ ซึ่งคาดว่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของ Levi’s ในอนาคต
สำหรับ Levi Strauss & Co. ผลประกอบการไตรมาสนี้จึงไม่ได้สะท้อนเพียงการเติบโตของยอดขายเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องยืนยันว่ากลยุทธ์ด้านดิจิทัล การลงทุนในช่องทาง Direct-to-Consumer และการขยายธุรกิจสู่กลุ่มไลฟ์สไตล์ กำลังเดินมาถูกทิศทาง และมีโอกาสสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในอนาคต


ความคิดเห็น