รับแอปรับแอป

LA GLACE ไม่ได้ขายแค่เมคอัพ แต่ขายตัวตนและคอมมูนิตี้ของคนสวยแต่ฉลาด

กฤษฎา บุญช่วย02-01

LA GLACE: จากแบรนด์เมคอัพไทย สู่วัฒนธรรมของคนรุ่นใหม่

LA GLACE (ลากลาส) ไม่ได้เป็นแค่แบรนด์เครื่องสำอางสัญชาติไทยที่ยอดขายทะยานแบบก้าวกระโดดเท่านั้น แต่กำลังกลายเป็น วัฒนธรรมและคอมมูนิตี้ ที่มีอิทธิพลลึกๆ ต่อ Gen Z และ Millennials

เบื้องหลังความสำเร็จไม่ใช่แค่สูตรเมคอัพหรือสีสวยๆ แต่คือ คุณค่า รายละเอียด และประสบการณ์ ที่แบรนด์ตั้งใจส่งมอบในทุกมิติของการแต่งหน้าและการใช้ชีวิต

LA GLACE ในฐานะตัวแทนของ Gen Z: สวยแต่ฉลาด มีของและมีสมอง

แบรนด์นี้ถูกขับเคลื่อนโดยทีมผู้บริหารรุ่นใหม่ที่เข้าใจทั้งไลฟ์สไตล์และ “จริต” ของคน Gen Z แบบลึกมาก ไม่ได้มองลูกค้าแค่เป็นผู้ใช้เครื่องสำอาง แต่เป็นคนรุ่นใหม่ที่อยากแต่งหน้าแบบ อิสระ ไร้กรอบ และไม่ต้องขออนุญาตค่านิยมเก่าๆ

LA GLACE จึงไม่ได้ขายแค่ “ลุคสวย” แต่ขาย แนวคิดการแต่งหน้าแบบเป็นตัวเองสุดทาง

1. กล้าเล่น กล้าแตกต่าง: ผู้นำเทรนด์ที่ไม่เล่นสูตรเดิม

หนึ่งในสิ่งที่ทำให้ LA GLACE เด่นชัดคือความกล้าที่จะสร้างของใหม่ในตลาด

ตัวอย่างที่สุดมากคือ “บลัชดำ” ที่หยิบไอเดียเก่าๆ มาตีความใหม่ให้ทันยุค ด้วยการออกแบบให้บลัชเปลี่ยนสีตามค่า pH ของผิวแต่ละคน

  • เนื้อผลิตภัณฑ์จะเปลี่ยนเป็นโทนชมพูที่เข้ากับโทนผิวของแต่ละคนอย่างเป็นธรรมชาติ

  • สร้างทั้งกระแสพูดถึง และภาพจำว่า LA GLACE คือผู้นำเทรนด์ในโลก T-Beauty ไม่ใช่แค่ผู้ตาม

นี่คือการประกาศชัดๆ ว่า แบรนด์ไม่ได้มาเล่น safe แต่มาเพื่อ นำเทรนด์และนิยามความสวยในแบบใหม่

2. นวัตกรรมที่หมกมุ่นกับรายละเอียดเล็กๆ แบบจริงจัง

เบื้องหลังความปังของผลิตภัณฑ์ LA GLACE คือความใส่ใจในดีเทลที่หลายคนมองข้าม แต่คนใช้รู้สึกได้ชัด

ดีไซน์แพ็กเกจที่คิดเผื่อตั้งแต่ตอนหยิบใช้

  • Packaging Design

    • ฝาแม่เหล็ก ช่วยให้เปิด–ปิดง่าย หยิบใช้แล้วรู้สึกฟีลลิ่งดี และไม่ต้องมานั่งลุ้นว่าฝาจะเด้งหลุดในกระเป๋าหรือไม่

    • ระบบ ปั๊มสุญญากาศ (Airless Pump) ที่ช่วยถนอมเนื้อผลิตภัณฑ์ให้คงคุณภาพได้นาน ใช้ได้จนหยดสุดท้ายไม่ต้องเขี่ย ไม่ต้องแงะ

ใช้ง่าย ไม่เยอะ แต่ตอบโจทย์ทุกวัน

  • Ease of Use

    • สินค้าหลายตัวถูกออกแบบให้ “ใช้ง่าย” และ “ไม่เป็นภาระ” เช่น คอนซีลเลอร์เนื้อเซรั่มที่บางเบาแต่ปกปิดดี

    • รองรับสไตล์การแต่งหน้าของคนยุคนี้ที่ไม่อยากหน้าโบ๊ะ แต่ยังอยากให้ผิวดูดีและสบายผิว

สรุปคือ LA GLACE ไม่ได้ชนะที่ฟังก์ชันใหญ่โต แต่ชนะที่ดีเทลเล็กๆ ที่ทำให้การใช้จริงลื่นไหลและรู้สึกใส่ใจ

ความหมายที่มากกว่าเมคอัพ: เมื่อแบรนด์แตะใจลูกค้าได้จริง

คุณค่าที่ LA GLACE ส่งให้ลูกค้าไม่ได้หยุดแค่ “เมคอัพดี ใช้แล้วสวย” แต่ลามไปถึง ความรู้สึก การมองตัวเอง และความสัมพันธ์ระหว่างคนกับแบรนด์

3. Self-Love: แต่งหน้าเพื่อรักตัวเอง ไม่ใช่เพื่อหนีตัวเอง

หนึ่งในเมสเสจหลักของแบรนด์คือแนวคิด “Self-Love is the Best Love” ที่ไม่ได้พูดเล่นๆ แต่ส่งผ่านผ่านสินค้า คอนเทนต์ และโทนบุคลิกของแบรนด์

บุคลิกแบบ “Outlaw Nerd” – สวย ฉลาด มีความคิดเป็นของตัวเอง คือภาพที่ LA GLACE ปั้นขึ้นมาให้ลูกค้ารู้สึกว่า “นี่แหละ คนของฉัน”

  • ลูกค้ารู้สึกว่าแบรนด์หนุนหลังให้เขาแต่งหน้าตามสไตล์ของตัวเองอย่างมั่นใจ

  • ไม่ต้องยึดติดกับมาตรฐานความงามแบบเดิม หรือกรอบที่สังคมเคยบอกว่าต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้

ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ของ LA GLACE เลยไม่ได้เป็นแค่ของแต่งหน้า แต่กลายเป็น เครื่องมือเพิ่มความมั่นใจและความกล้าที่จะเป็นตัวเองในชีวิตจริง

4. Brand Community: จากลูกค้าเดี่ยวๆ สู่กลุ่มคนที่มีรสนิยมคล้ายกัน

LA GLACE ไม่ได้หยุดที่การขายของต่อชิ้น แต่ลงทุนสร้าง คอมมูนิตี้ของคนที่อินในสิ่งเดียวกัน

บนแพลตฟอร์มโซเชียลหลากหลาย แบรนด์ไม่ได้โพสต์แค่รูปสวยๆ แต่เปิดพื้นที่ให้คนมาพูดคุย แชร์ประสบการณ์ แลกเทคนิคแต่งหน้า และแสดงตัวตนผ่านเมคอัพของตัวเอง

ผลลัพธ์คือ:

  • ลูกค้ารู้สึกผูกพันกับแบรนด์แบบเกินกว่าความสัมพันธ์ระหว่าง “ผู้ขาย–ผู้ซื้อ”

  • เกิด High Brand Loyalty หรือความภักดีต่อแบรนด์ในระดับสูง

  • ลูกค้าหลายคนกลายเป็น Brand Advocate ที่ยินดีแนะนำแบบปากต่อปาก

นี่คือหนึ่งในเบื้องหลังที่ทำให้ยอดขายเติบโตแรง และอัตราการซื้อซ้ำสูงมากจนกลายเป็นเคสศึกษาของวงการ

5. ให้ลูกค้าชนะก่อนเสมอ: จริยธรรมแบบ Customer-Centric

อีกด้านที่สำคัญไม่แพ้กัน คือทัศนคติเรื่องการดูแลลูกค้าและจริยธรรมของแบรนด์

LA GLACE เลือกเดินเกมแบบ Customer-Centric Ethics หรือแนวคิดที่ให้ลูกค้าอยู่ตรงกลางของการตัดสินใจ

  • แบรนด์ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาของลูกค้าอย่างรวดเร็วและจริงใจ

  • เมื่อเกิดสถานการณ์ดราม่าหรือประเด็นบนโซเชียล แบรนด์เลือกที่จะรับผิดชอบและสื่อสารอย่างโปร่งใส

สิ่งเหล่านี้ช่วยสะสม ความเชื่อมั่นระยะยาว ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า “เชื่อใจได้ ซื้อแล้วไม่โดนทิ้งกลางทาง”

สรุป: ทำไม LA GLACE ถึงไปไกลกว่าคำว่า “แบรนด์เครื่องสำอาง”

LA GLACE คือตัวอย่างชัดมากของธุรกิจยุคใหม่ที่เข้าใจกลุ่มเป้าหมายแบบอินไซด์จริงๆ

แบรนด์ใช้ “รายละเอียด” และ “ความเข้าใจคน” เป็นอาวุธสำคัญ จนสร้างคุณค่าที่มากกว่าแค่เมคอัพดี ราคาเข้าถึงได้

สิ่งที่ลูกค้าได้รับจาก LA GLACE คือ:

  • พื้นที่ ในการเป็นตัวเองและลองเล่นกับการแต่งหน้าแบบที่อยากเป็น

  • ความมั่นใจ ว่าความสวยในแบบของตัวเองก็มีที่ยืน

  • ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ ที่มีรสนิยมและความคิดคล้ายๆ กัน

ทั้งหมดนี้คือคุณค่าที่ เกินกว่าตัวสินค้า และกลายเป็นกุญแจสำคัญที่ผลักดันให้แบรนด์เดินหน้าไปถึงเป้าหมายระดับพันล้านได้อย่างมีตัวตนและทิศทางที่ชัดเจน