แม้ Mass Effect ภาคใหม่ หรือที่หลายคนเรียกกันติดปากว่า Mass Effect 5 จะถูกเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2020 แต่จนถึงตอนนี้ ข้อมูลที่เป็นรูปธรรมยังมีน้อยมาก ล่าสุดประเด็นที่ถูกหยิบมาถกเถียงกันอีกครั้งคือ โครงสร้างของตัวเกม ว่าควรจะเป็นแบบเส้นตรงเหมือนภาคคลาสสิก หรือขยับไปเป็นเกมโลกเปิดเต็มรูปแบบ
ประเด็นนี้กลับมาร้อนอีกครั้ง หลัง Bruce Nesmith อดีตนักพัฒนาของ Bethesda และหัวหน้าดีไซเนอร์เกม The Elder Scrolls V: Skyrim ออกมาแสดงความเห็นว่า Mass Effect ภาคใหม่ ควรเดินไปในทิศทาง เกมโลกเปิดสไตล์ Bethesda
Mass Effect 5 ที่ทุกคนรู้จัก ยังลึกลับเหมือนเดิม
BioWare เผยตัวอย่างแรกของ Mass Effect ภาคใหม่ในงาน The Game Awards 2020
เผยให้เห็น Liara T’Soni ในวัยที่ดูมีอายุมากขึ้น
เป็นสัญญาณว่าภาคนี้จะเชื่อมโยงกับไตรภาคดั้งเดิม
และข้ามภาค Andromeda (2017) ไปโดยตรง
หลังจากนั้นข้อมูลก็แทบเงียบหาย
มีเพียงทีเซอร์สั้น ๆ ใน N7 Day 2023
BioWare โฟกัสไปที่ Dragon Age: The Veilguard ก่อน
หลังเกมนั้นวางจำหน่าย ทีมงานยืนยันว่าจะทุ่มพัฒนา Mass Effect เต็มตัว และไม่มี DLC ของ Veilguard

สัญญาณเล็ก ๆ จากทีมพัฒนา
ใน N7 Day ปีล่าสุด
Mike Gamble โปรดิวเซอร์ใหญ่ของซีรีส์ ระบุว่า
เกมยังมี “จักรวาลให้เล่าอีกมาก”
มีระบบและฟีเจอร์จำนวนมากที่ต้องสร้าง
รวมถึง “ความสัมพันธ์และโรแมนซ์” ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Mass Effect
นอกจากนี้ แฟน ๆ ยังถอดรหัสข้อความลับจากบล็อกได้ว่า
เนื้อเรื่องอาจเกี่ยวข้องกับ สงครามกลางเมืองของเผ่า Krogan
แต่ถึงอย่างนั้น คำถามใหญ่ก็ยังค้างอยู่
เกมนี้จะเป็นแนวไหนกันแน่
อดีตหัวหน้าทีม Skyrim: Mass Effect ควรเป็นเกมโลกเปิด
ในการให้สัมภาษณ์กับ Press Box PR
Bruce Nesmith แสดงความเห็นตรงไปตรงมาว่า เขาอยากเห็น Mass Effect ภาคใหม่
เป็นเกมโลกเปิดขนาดใหญ่แบบ Bethesda
เขามองว่า
Mass Effect มีโลกและ lore ที่แข็งแรงมาก
แต่ในอดีต ระบบการเล่นมัก “ล้าหลังกว่ายุค”
แม้ตัวละครและเนื้อเรื่องจะยอดเยี่ยม
Nesmith เชื่อว่า หาก BioWare
นำจุดแข็งด้านเนื้อเรื่อง
มาผสานกับโครงสร้างเกมสมัยใหม่
เกมจะออกมาน่าสนใจมาก
เขายังเสริมว่า
Mass Effect น่าจะได้ประโยชน์จากบทเรียนของ Baldur’s Gate 3
และสุดท้ายก็ยอมรับตรง ๆ ว่า
“ผมเป็นอดีตคน Bethesda ผมก็เลยจะเชียร์แนวนี้กับหลายเกม”
ฟังดูดี แต่ประวัติศาสตร์ของ BioWare ไม่สวยงามนัก
แม้แนวคิดเกมโลกเปิดจะฟังดูน่าสนใจ
แต่ความจริงคือ BioWare ไม่ได้มีผลงานที่แข็งแรงนักกับ open world
ตัวอย่างชัดเจนคือ
Mass Effect: Andromeda
มีโครงสร้างกึ่งโลกเปิด
และถูกมองว่าเป็นภาคที่อ่อนที่สุดของซีรีส์
Dragon Age: Inquisition
แม้ได้รางวัล GOTY
แต่โซนโลกเปิดก็ถูกวิจารณ์ว่ากว้างแต่เนื้อหากระจัดกระจาย
จนกระทั่ง
Dragon Age: The Veilguard
เลือกกลับไปใช้การสำรวจแบบเส้นตรงมากขึ้น

ไม่ใช่แค่ BioWare ที่เคยพลาด
แม้แต่ Bethesda เอง
ก็ยังมีปัญหากับการทำเกมไซไฟโลกเปิดหลายดาว
อย่างที่เห็นจาก Starfield
ขณะเดียวกัน เกมไซไฟที่ได้แรงบันดาลใจจาก Mass Effect อย่าง
The Expanse (Owlcat Games)
EXODUS (Archetype Entertainment)
ก็ยังเลือกใช้โครงสร้างแบบเนื้อเรื่องนำ ไม่ใช่ open world เต็มรูปแบบ
สรุป: โลกเปิดอาจไม่ใช่คำตอบของ Mass Effect
ความเห็นของอดีตหัวหน้าทีม Skyrim
ช่วยเปิดมุมมองที่น่าสนใจว่า Mass Effect “อาจไปได้ไกล” กับเกมโลกเปิด
แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา
Open world ไม่ใช่จุดแข็งของ BioWare
และอาจเสี่ยงทำให้เกมเสียเอกลักษณ์ที่แฟนรัก
ณ ตอนนี้ จึงยังไม่ควรคาดหวังว่า
Mass Effect 5 จะกลายเป็นเกมโลกเปิดเต็มรูปแบบ
บางที การกลับไปสู่โครงสร้างที่เน้น
เนื้อเรื่องเข้ม
ตัวละครแข็งแรง
และการสำรวจแบบมีทิศทาง
อาจเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและเหมาะกับ Mass Effect มากกว่า

