แนะนำแบรนด์ ASICS และจุดเด่นรองเท้าวิ่ง
ASICS เป็นแบรนด์รองเท้าวิ่งเก่าแก่ที่เติบโตจากรากฐานแบบญี่ปุ่น ภายใต้ชื่อ Onitsuka Tiger ก่อนจะรวมกับ Asics Corporation ในปี 1977 และใช้โลโก้ “เสือ” เป็นเอกลักษณ์ จุดยืนของแบรนด์ถูกสรุปผ่านชื่อ ASICS ซึ่งมาจากคำละติน anima sana in corpore sano แปลได้ประมาณว่า “จิตที่ดีในร่างกายที่ดี”
ในโลกของรองเท้าวิ่ง จุดเด่นของ ASICS คือ ความนุ่ม สบาย และเสถียร โดยมีทั้งรองเท้าซ้อมทุกวัน (daily trainer), รองเท้าซัพแรงขั้นสุดสำหรับวิ่งยาว, รองเท้าวิ่งที่เน้นความมั่นคงสำหรับคนเท้าเอียง ไปจนถึงรองเท้าเรซเบาแรงสำหรับทำความเร็ว ตัวอย่างตระกูลหลักที่ได้รับการยอมรับและพัฒนามาต่อเนื่อง เช่น
Gel-Cumulus และ Gel-Nimbus สำหรับสายซ้อมนุ่มสบาย
Gel-Kayano และ GT 2000 สำหรับสายเสถียรภาพ (stability)
ตระกูล BLAST อย่าง Novablast, Superblast, Megablast, Sonicblast สำหรับคนชอบรองเท้าเด้ง ฟีลสนุกเวลาใส่วิ่ง
ตระกูล Metaspeed / Magic Speed และ Metaspeed Ray สำหรับเรซและวิ่งเร็ว
ASICS ยังลงทุนวิจัยผ่าน Institute of Sports Science ในเมืองโกเบ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีวัสดุ โฟม และระบบรองรับแรงกระแทกอย่างต่อเนื่อง ทำให้รองเท้าหลายรุ่นถูกเลือกเข้าไปอยู่ในไกด์ “รองเท้าวิ่งยอดเยี่ยม” จากสื่อสายวิ่งต่างประเทศหลายเจ้า

ทำความรู้จักเทคโนโลยีสำคัญในรองเท้าวิ่ง ASICS
รองเท้า ASICS ในยุคใหม่ไม่ได้มีแค่ Gel ในพื้นกลาง แต่พัฒนาระบบโฟมและโครงสร้างให้หลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ทั้งสายวิ่งช้า วิ่งยาว ไปจนถึงสายทำความเร็ว
1. ระบบ Gel และ PureGel
Gel คือวัสดุคล้ายเจลฝังในพื้นกลาง ช่วยซับแรงกระแทกขณะลงเท้า
PureGel คือเวอร์ชันใหม่ ที่ ASICS พัฒนาต่อให้ เบากว่า นุ่มกว่า และยืดหยุ่นกว่า Gel แบบเดิม
มักฝังไว้บริเวณส้นเท้า เช่นใน Gel-Nimbus 28, Gel-Kayano 32, Gel-Cumulus 28 เพื่อให้การลงส้นนุ่มและต่อเนื่องขึ้น
2. ตระกูล FlyteFoam (FF)
ตระกูลโฟมหลักของ ASICS มีหลายระดับ ไล่จากพื้นฐานไปถึงซูเปอร์โฟม
FlyteFoam (FF)
โฟมพื้นฐาน น้ำหนักเบา ใช้ในรองเท้าราคาจับต้องง่าย เน้นความทนและความมั่นคงมากกว่าความเด้งจัด
FF Blast / FF Blast Plus
FF Blast: นุ่ม เด้ง พอเหมาะ ใช้ในรองเท้าวิ่งระยะไกลที่ต้องการสมดุล
FF Blast Plus: เบาและเด้งกว่า ใช้ในรองเท้าพรีเมียมอย่าง Gel-Nimbus 28 ให้ฟีลนุ่ม ไหล ลื่น เหมาะกับสายซ้อมเรื่อยๆ
FF Blast Max
เวอร์ชัน “หนาและนุ่มกว่า” ของ Blast Plus มีความหนาแน่นต่ำ ทำให้รู้สึกนุ่มและดีดตัวง่าย
ใช้ในรุ่นอย่าง Novablast 5, Gel-Cumulus 28, Glideride Max ทำให้รองเท้ารับแรงกระแทกได้ดีโดยยังรู้สึกเด้งสนุก
FF Turbo / FF Turbo Plus / FF Turbo²
โฟมระดับเรซและรองเท้าประสิทธิภาพสูง ใช้วัสดุ PEBA หรือน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ
Turbo Plus ใช้ในรุ่นเรซ เช่น Metaspeed Sky/Edge
FF Turbo² / FF TURBO™ SQUARED เป็นเวอร์ชันที่ยิ่งเด้งและนุ่มขึ้น ใช้ใน Megablast และเป็นชั้นบนของ Sonicblast
FF Leap
ซูเปอร์โฟมที่เบาและเด้งที่สุดของ ASICS ใช้วัสดุ A-TPU
ใช้ในรองเท้าเรซระดับสูงเช่น Metaspeed Ray, Metaspeed Edge Tokyo, Superblast 3 (ชั้นบนของพื้นกลาง)
3. ระบบเสถียรภาพ 3D / 4D Guidance
ASICS เลิกใช้แผ่นแข็งแบบ traditional medial post แล้วหันมาพัฒนาระบบเสถียรภาพแบบ “นำทางการลงเท้า” แทน
3D Guidance System
ใช้พื้นฐานคือฐานรองเท้ากว้าง ด้านข้างพื้นกลางสูงขึ้นเพื่อโอบเท้า ช่วยให้การลงเท้านิ่ง โดยไม่รู้สึกว่ามีบล็อกแข็งดันใต้ฝ่าเท้า
ใช้ในรองเท้าสายเสถียรภาพระดับกลาง เช่น GT-2000 14, GT-1000 14
4D Guidance System
เป็นเวอร์ชันใหม่ที่เพิ่มชั้นโฟมรองรับใต้ฝ่าเท้า (บริเวณอุ้งเท้า) และฐานกว้างขึ้น โดยยังไม่ใช้แผ่นแข็งดันเท้าโดยตรง
ใช้ใน Gel-Kayano 32 ช่วยแก้ปัญหา overpronation และรักษาแนวเท้าให้มั่นคงตลอดช่วงลงน้ำหนัก
4. แผ่นเสริมแรงและพื้นยาง
ASTROPLATE™ / PEBAX Plate / Carbon Plate
ใช้ในรองเท้าสายเร็ว เช่น Sonicblast (Pebax ASTROPLATE), Magic Speed 5 (Carbon plate), Metaspeed ซีรีส์
ช่วยเพิ่มแรงส่งตอนดีดปลายเท้า ให้การวิ่งเร็วรู้สึกประหยัดแรงมากขึ้น
ASICSGrip และ Hybrid ASICSGrip
พื้นยางสูตรเฉพาะ เน้นการยึดเกาะบนพื้นเปียกและแห้ง
เวอร์ชัน Hybrid ผสมกับ AHAR Plus เพื่อเพิ่มความทน ใช้ในรุ่นอย่าง Gel-Nimbus 28, Gel-Kayano 32, Glideride Max

วิธีเลือกรองเท้าวิ่ง ASICS ให้เหมาะกับรูปเท้า น้ำหนัก และสไตล์การวิ่ง
จากไลน์สินค้าที่หลากหลายของ ASICS การเลือกคู่ที่ใช่ควรพิจารณาจาก
รูปแบบการลงเท้า (heel strike, midfoot, forefoot)
ระดับการ pronation (กลาง, เอียงเข้า, เอียงออก)
น้ำหนักตัว และระยะทางที่มักวิ่ง
ความเร็วที่เน้น (ซ้อมช้า, เทมโป้, เรซ)
1. รูปเท้าและการ pronation
หากต้องการรองเท้า เสถียรภาพสูง สำหรับคนมีอาการ overpronation หรือเท้าเอียงเข้า
เลือกไลน์ Gel-Kayano หรือ GT-2000 ซึ่งใช้ 4D/3D Guidance System ฐานกว้าง และโฟมเฟิร์มกว่า เช่น
Gel-Kayano 32 – เสถียรสูง เหมาะกับคนเท้าเอียง น้ำหนักเยอะ หรือชอบรองเท้ารู้สึก “นิ่งเป็นรถถัง”
GT-2000 14 – เสถียรแต่เบาและคล่องกว่า Kayano
ถ้าเป็น เท้าปกติ หรือ underpronation เล็กน้อย ต้องการรองเท้านุ่มเด้ง
ดูกลุ่ม Novablast, Superblast, Megablast, Sonicblast, Gel-Nimbus, Gel-Cumulus
2. น้ำหนักตัวและระดับความนุ่ม
น้ำหนักตัวมาก / ต้องการรองเท้ารับแรงดี
Gel-Kayano 32, Gel-Nimbus 28, Superblast 3, Megablast เหมาะกับการซับแรงและความหนาของโฟมที่มากเป็นพิเศษ
น้ำหนักกลาง–เบา แต่ชอบฟีลนุ่มเด้ง
Novablast 5 (FF Blast Max), Gel-Cumulus 28, Sonicblast ให้ฟีลนุ่มแต่ไม่ยวบ มีเด้งให้เล่น
3. ระยะทางและสไตล์การใช้งาน
ซ้อมประจำวัน / วิ่งช้า–ปานกลาง
Gel-Cumulus 28, Gel-Nimbus 28, Novablast 5, Superblast 3
วิ่งยาว / มาราธอน / ซ้อมยาวทุกสัปดาห์
Superblast 3, Megablast, Gel-Nimbus 28, Gel-Kayano 32
วิ่งเร็ว / เทมโป้ / Interval
Sonicblast, Magic Speed 5, Metaspeed Ray, Metaspeed Sky/Edge Tokyo
สายแข่งจริงจัง
Metaspeed Ray, Metaspeed Sky Tokyo, Metaspeed Edge Tokyo (ใช้ FF Leap + FF Turbo Plus + plate)
แนะนำรองเท้าวิ่ง ASICS ยอดนิยมตามประเภทการใช้งาน
1. วิ่งถนน / ใช้ซ้อมทุกวัน (Daily Trainer)
Gel-Cumulus 28
ใช้ FF Blast Max + PureGel ที่ส้น ให้ความนุ่มและรองรับดีตลอดเท้า
รีวิวระบุว่าเป็นรองเท้าซ้อมประจำวัน “นิ่ง, เสถียร, ใส่แล้วไม่อยากหยิบคู่อื่น” เหมาะทั้งวิ่งเทรดมิล ลู่ และถนน
Gel-Nimbus 28
โฟมหลัก FF Blast Plus + PureGel เวอร์ชันใหม่
มีจุดเด่น 5 ด้านจากรีวิวไทย:
น้ำหนักลดลงจาก Nimbus 27 มากกว่า 20 กรัม
โฟมเดิมแต่ปรับให้ “ไหลและลื่นจังหวะ” มากขึ้น
ซัพแรงด้วย PureGel ส้นที่นุ่มขึ้น และทรงรองเท้าดูเพรียวลง
พื้นนอก Hybrid ASICSGrip ยึดเกาะดี แต่น้ำหนักไม่เกินจำเป็น ให้ความนิ่ง
Upper ใหม่แบบ engineered knit ใส่สบาย ระบายอากาศดี มีดีเทลอย่าง tongue loop
เหมาะสำหรับคนที่อยากได้รองเท้าวิ่งซ้อมยาว นุ่มแต่ไม่เด้งจนเกินไป เน้นความสบายทุกวัน
Novablast 5
ได้คะแนนรีวิวสูง (ระดับ “Superb”) และถูกยกให้เป็น “Best Overall” จากบางสื่อ
ใช้ FF Blast Max ให้ฟีลนุ่มเด้งคล้ายเด้งบนหมอน แต่ยังคงความมั่นคงด้วยฐานกว้าง
เหมาะสำหรับคนที่อยากได้รองเท้าซ้อมได้ทุกอย่าง ตั้งแต่วิ่งช้าไปจนถึงปั่นเพซเร็วปานกลาง
2. วิ่งมาราธอน / ระยะไกล เน้นคูชชันสูง
Superblast 3
พื้นกลางสองชั้น: ชั้นบน FF Leap, ชั้นล่าง FF Blast Plus บนโครง midsole รูปทรง “trampoline pod”
Stack สูง (46.5/38.5 mm, drop 8 mm) ให้ความนุ่ม เด้ง ดูดซับแรงกระแทกดีมาก โดยเฉพาะสำหรับวิ่งยาว
นักทดสอบหลายคนชมเรื่องความสบายและลดความล้าในช่วงท้ายระยะยาว
Megablast
ใช้โฟม FF TURBO² (FF TURBO™ SQUARED) ทั้งชิ้น เป็นโฟมซูเปอร์เด้งของ ASICS
Stack ประมาณ 45/37 mm, drop 8 mm น้ำหนักเบาแต่โฟมหนา
รีวิวภาษาไทยระบุว่า “นุ่ม เด้ง และเต็มแรงส่ง” โดยไม่ใช้แผ่น plate และให้ฟีลเด้งมากกว่ารุ่น Superblast บางคน แต่ต้องแลกกับเสถียรภาพที่ลดลงเล็กน้อย
เหมาะกับการซ้อมทุกวัน วิ่งยาว และใช้วันแข่งได้ด้วยสำหรับคนที่อยากได้คู่เดียวจบ
Gel-Kayano 32
แม้จะเป็นรองเท้าสายเสถียร แต่ด้วย stack สูง (ประมาณ 40/32 mm)
เหมาะกับนักวิ่งตัวหนัก หรือผู้มี pronation ที่อยากได้รองเท้าจบทุกอย่างสำหรับซ้อมยาว
3. วิ่งเร็ว / ทำความเร็ว / เรซ
Sonicblast
โฟมสองชั้น: ชั้นบน FF TURBO², ชั้นล่าง FF Blast Max แทรกด้วย ASTROPLATE (resin plate)
Stack 46/38 mm, drop 8 mm น้ำหนักประมาณ 282 กรัม (US Men 10)
รีวิวภาษาไทยอธิบายว่าเป็นรองเท้าที่ “ฉีกแนวจาก Novablast / Superblast” เพราะเน้นความเร็วและการตอบสนองมากขึ้น
ให้ฟีลเฟิร์ม เด้ง ตอบสนองดี เหมาะกับ Tempo, Interval, Fartlek ใช้ได้ทั้งซ้อมเร็วและลงแข่ง
Magic Speed 5
ใช้ FF Blast Plus + FF Leap พร้อมแผ่น carbon plate
แม้จะถูกมองว่าเฟิร์มไปสำหรับวิ่งยาว แต่ทดสอบพบว่าทำเวลาได้ดีในระยะสั้น–กลางและ speedwork
เหมาะเป็นรองเท้าคาร์บอนคู่แรกสำหรับคนอยากลองรองเท้า plate แต่ไม่อยากเริ่มจากรุ่นเรซราคาแพงสุด
Metaspeed Ray / Metaspeed Sky Tokyo / Edge Tokyo
ใช้โฟม FF Leap เป็นหลัก + FF Turbo Plus พร้อมแผ่น carbon
Metaspeed Ray: โฟม Leap เต็มพื้น เน้นน้ำหนักเบามาก (ประมาณ 4.5 oz) เหมาะสายเรซมาราธอนเน้น cadence
Metaspeed Sky/Edge Tokyo: ใช้ dual-density midsole (Leap + Turbo Plus) ตำแหน่งการวาง plate ต่างกันเล็กน้อย เพื่อปรับฟีลการดีดให้เหมาะกับสไตล์การวิ่ง (Sky เด้งคม, Edge นุ่มกว่าเล็กน้อย)
เหมาะกับนักวิ่งที่ต้องการรองเท้าเรซคาร์บอนระดับท็อป เน้นทำเวลา
4. วิ่งเทรล
จากข้อมูลชุดนี้แม้จะมีการกล่าวถึงรุ่นเทรลเช่น Trabuco Max, Gel Trabuco แต่รายละเอียดเชิงลึกไม่ได้ถูกขยาย จึงไม่สามารถสรุปคุณสมบัติได้มากไปกว่าการรู้ว่ามีซีรีส์เทรลสำหรับสายวิ่งนอกถนนอยู่ในไลน์ของ ASICS
สรุป
ข้อมูลทั้งหมดนี้สะท้อนว่า ASICS มีตัวเลือกค่อนข้างครบสำหรับทุกสไตล์นักวิ่ง ตั้งแต่คนที่อยากได้รองเท้า “นุ่มใส่สบายทุกวัน” ไปจนถึงคนที่ต้องการรองเท้าคาร์บอนเบาๆ ไว้ทำเวลาในสนามใหญ่ โดยสิ่งสำคัญคือต้องเลือกให้ตรงกับสไตล์การวิ่ง รูปเท้า และความคาดหวังเรื่องความนุ่ม–เด้งของแต่ละคน เพื่อให้ได้คู่ที่รู้สึก “ใช่” ที่สุดสำหรับตัวเองภายในไลน์ของ ASICS


ความคิดเห็น