รับแอปรับแอป

CCET โชว์งบ Q1/68 โกยกำไรโต แรงหนุนจากอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ-เครื่องพิมพ์-จัดเก็บข้อมูล

ชัยวัฒน์ อินทร์01-30

สรุปภาพรวมงบ Q1/68 ของ CCET

บมจ.แคล-คอมพ์ อิเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) หรือ CCET เปิดผลงานไตรมาส 1/2568 ด้วยตัวเลขที่น่าสนใจ ทั้งรายได้และกำไรต่างขยับขึ้นตามดีมานด์สินค้าเทคโนโลยีที่กลับมาคึกคัก

ไตรมาสนี้บริษัททำ

  • รายได้จากการขายสินค้า 34,596.83 ล้านบาท

  • กำไรสุทธิ 591.83 ล้านบาท

แรงส่งหลักมาจากสินค้ากลุ่ม เครื่องพิมพ์, อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล และ อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ (Wearables) ที่ความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

รายได้-กำไร โตบนดีมานด์สินค้ากลุ่มเทคโนโลยี

CCET ระบุว่า ในไตรมาส 1/2568 (สิ้นสุด 31 มีนาคม 2568) บริษัทมีรายได้จากการขายสินค้า

  • 1,021.02 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

  • หรือคิดเป็น 34,596.83 ล้านบาท (อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงรายงาน)

รายได้ส่วนใหญ่ถูกขับเคลื่อนจาก 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์สำคัญ ได้แก่

  • ผลิตภัณฑ์เครื่องพิมพ์

  • ผลิตภัณฑ์จัดเก็บข้อมูล

  • ผลิตภัณฑ์สวมใส่อัจฉริยะ

นอกจากดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นแล้ว บริษัทฯ ยังบริหารธุรกิจโดยรวมได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้มีกำไรสุทธิ

  • 17.47 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

  • หรือประมาณ 591.83 ล้านบาท

  • คิดเป็นอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิ 15.95%

พูดง่าย ๆ คือไม่ใช่แค่ขายได้มากขึ้น แต่ บริหารต้นทุน-โครงสร้างธุรกิจได้ดีขึ้นด้วย

โอกาสใหม่จากการย้ายฐานการผลิตทั่วโลก

ปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์กลายเป็นตัวเร่งสำคัญให้โครงสร้างการผลิตทั่วโลกเปลี่ยนไป ทั้งความตึงเครียดทางการค้าระหว่าง

  • สหรัฐอเมริกา – จีน

  • จีน – ไต้หวัน

ทำให้หลายบริษัทข้ามชาติเลือก ย้ายฐานการผลิตออกจากจุดเสี่ยง ไปยังประเทศที่มั่นคงกว่า หนึ่งในนั้นคือ ประเทศไทย ซึ่งกลายเป็นฐานรองรับโรงงานผลิตเทคโนโลยีมากขึ้นเรื่อย ๆ

ในจังหวะนี้ ลูกค้ารายใหญ่ 2 รายของ CCET ได้เริ่มเดินหน้าแผน ย้ายฐานการผลิตเข้าสู่โรงงานใหม่ของ CCET เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการเติบโตในระยะถัดไป

เมื่อลูกค้ารายใหญ่ย้ายมาฐานเดียวกันกับ CCET ยิ่งเพิ่มความต่อเนื่องของออเดอร์ และลดความเสี่ยงด้านซัพพลายเชน

ยอดขายเดือนเมษายน 2568 ยังเดินหน้า

ไม่ใช่แค่ตัวเลขไตรมาสแรกที่ดูดีเท่านั้น ล่าสุด CCET ยังรายงานยอดขายเฉพาะเดือนเมษายน 2568 เพิ่มเติมด้วย โดยมียอดขายรวม

  • 300,886 ดอลลาร์สหรัฐฯ

  • หรือคิดเป็นประมาณ 10,208,003 ล้านบาท (ตามตัวเลขที่บริษัทรายงาน)

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าบริษัท ยังรักษาโมเมนตัมการขายต่อเนื่องหลังจบไตรมาสแรก และมีโอกาสต่อยอดไปสู่ผลประกอบการในช่วงที่เหลือของปี

มุมมองต่ออนาคต: อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะคือตัวเกมรุก

เมื่อดูจากโครงสร้างรายได้ จะเห็นว่ากลุ่มผลิตภัณฑ์อย่างเครื่องพิมพ์และจัดเก็บข้อมูลยังคงเป็นฐานรายได้สำคัญ แต่สิ่งที่เริ่มน่าจับตาคือ ผลิตภัณฑ์สวมใส่อัจฉริยะ ที่ดีมานด์กำลังไต่ระดับขึ้นเรื่อย ๆ

  • เทรนด์สุขภาพและไลฟ์สไตล์อัจฉริยะกำลังมาแรง

  • ผู้บริโภคต้องการดีไซน์สวย ฟีเจอร์จัดเต็ม แต่ราคาเข้าถึงได้

  • แบรนด์ระดับโลกมองหา พาร์ตเนอร์การผลิตที่มีประสิทธิภาพและกระจายความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ได้

CCET จึงอยู่ในจุดที่น่าสนใจ เพราะ

  • มีประสบการณ์ในสินค้าอิเล็กทรอนิกส์หลากหลายกลุ่ม

  • มีโรงงานอยู่ในพื้นที่ที่นักลงทุนมองว่ามีเสถียรภาพมากขึ้น

  • เริ่มได้อานิสงส์จากการย้ายฐานผลิตของลูกค้ารายใหญ่

หากบริษัทต่อยอดพอร์ตสินค้าในกลุ่ม อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ และจัดการต้นทุนได้ดีเหมือนในไตรมาสที่ผ่านมา ก็มีโอกาสที่ทั้งรายได้และกำไรจะเดินหน้าเติบโตต่อเนื่องในปี 2568 และหลังจากนั้น

สรุปภาพ CCET ในมุมอินเวสเตอร์สายเทค

  • งบ Q1/68 สะท้อนว่าบริษัท ฟื้นตัวและเติบโตบนฐานดีมานด์สินค้าเทคโนโลยี

  • กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเกือบ 16% จากการบริหารธุรกิจที่ดีขึ้น

  • ได้แรงหนุนเชิงโครงสร้างจาก การย้ายฐานการผลิตระดับโลก เข้าสู่ประเทศไทย

  • กลุ่มสินค้าที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ คือ อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ ซึ่งสอดรับเทรนด์โลกในระยะยาว

สำหรับสายลงทุนที่จับจ้องหุ้นเทคและซัพพลายเชนของอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ CCET กลายเป็นหนึ่งในชื่อที่น่าติดเรดาร์ไว้ในช่วงที่การเปลี่ยนผ่านโครงสร้างการผลิตโลกกำลังเดินหน้าอย่างเข้มข้น