สรุปภาพรวมงบ Q1/68 ของ CCET
บมจ.แคล-คอมพ์ อิเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) หรือ CCET เปิดผลงานไตรมาส 1/2568 ด้วยตัวเลขที่น่าสนใจ ทั้งรายได้และกำไรต่างขยับขึ้นตามดีมานด์สินค้าเทคโนโลยีที่กลับมาคึกคัก
ไตรมาสนี้บริษัททำ
รายได้จากการขายสินค้า 34,596.83 ล้านบาท
กำไรสุทธิ 591.83 ล้านบาท
แรงส่งหลักมาจากสินค้ากลุ่ม เครื่องพิมพ์, อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล และ อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ (Wearables) ที่ความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
รายได้-กำไร โตบนดีมานด์สินค้ากลุ่มเทคโนโลยี
CCET ระบุว่า ในไตรมาส 1/2568 (สิ้นสุด 31 มีนาคม 2568) บริษัทมีรายได้จากการขายสินค้า
1,021.02 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
หรือคิดเป็น 34,596.83 ล้านบาท (อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงรายงาน)
รายได้ส่วนใหญ่ถูกขับเคลื่อนจาก 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์สำคัญ ได้แก่
ผลิตภัณฑ์เครื่องพิมพ์
ผลิตภัณฑ์จัดเก็บข้อมูล
ผลิตภัณฑ์สวมใส่อัจฉริยะ
นอกจากดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นแล้ว บริษัทฯ ยังบริหารธุรกิจโดยรวมได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้มีกำไรสุทธิ
17.47 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
หรือประมาณ 591.83 ล้านบาท
คิดเป็นอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิ 15.95%
พูดง่าย ๆ คือไม่ใช่แค่ขายได้มากขึ้น แต่ บริหารต้นทุน-โครงสร้างธุรกิจได้ดีขึ้นด้วย
โอกาสใหม่จากการย้ายฐานการผลิตทั่วโลก
ปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์กลายเป็นตัวเร่งสำคัญให้โครงสร้างการผลิตทั่วโลกเปลี่ยนไป ทั้งความตึงเครียดทางการค้าระหว่าง
สหรัฐอเมริกา – จีน
จีน – ไต้หวัน
ทำให้หลายบริษัทข้ามชาติเลือก ย้ายฐานการผลิตออกจากจุดเสี่ยง ไปยังประเทศที่มั่นคงกว่า หนึ่งในนั้นคือ ประเทศไทย ซึ่งกลายเป็นฐานรองรับโรงงานผลิตเทคโนโลยีมากขึ้นเรื่อย ๆ
ในจังหวะนี้ ลูกค้ารายใหญ่ 2 รายของ CCET ได้เริ่มเดินหน้าแผน ย้ายฐานการผลิตเข้าสู่โรงงานใหม่ของ CCET เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการเติบโตในระยะถัดไป
เมื่อลูกค้ารายใหญ่ย้ายมาฐานเดียวกันกับ CCET ยิ่งเพิ่มความต่อเนื่องของออเดอร์ และลดความเสี่ยงด้านซัพพลายเชน
ยอดขายเดือนเมษายน 2568 ยังเดินหน้า
ไม่ใช่แค่ตัวเลขไตรมาสแรกที่ดูดีเท่านั้น ล่าสุด CCET ยังรายงานยอดขายเฉพาะเดือนเมษายน 2568 เพิ่มเติมด้วย โดยมียอดขายรวม
300,886 ดอลลาร์สหรัฐฯ
หรือคิดเป็นประมาณ 10,208,003 ล้านบาท (ตามตัวเลขที่บริษัทรายงาน)
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าบริษัท ยังรักษาโมเมนตัมการขายต่อเนื่องหลังจบไตรมาสแรก และมีโอกาสต่อยอดไปสู่ผลประกอบการในช่วงที่เหลือของปี
มุมมองต่ออนาคต: อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะคือตัวเกมรุก
เมื่อดูจากโครงสร้างรายได้ จะเห็นว่ากลุ่มผลิตภัณฑ์อย่างเครื่องพิมพ์และจัดเก็บข้อมูลยังคงเป็นฐานรายได้สำคัญ แต่สิ่งที่เริ่มน่าจับตาคือ ผลิตภัณฑ์สวมใส่อัจฉริยะ ที่ดีมานด์กำลังไต่ระดับขึ้นเรื่อย ๆ
เทรนด์สุขภาพและไลฟ์สไตล์อัจฉริยะกำลังมาแรง
ผู้บริโภคต้องการดีไซน์สวย ฟีเจอร์จัดเต็ม แต่ราคาเข้าถึงได้
แบรนด์ระดับโลกมองหา พาร์ตเนอร์การผลิตที่มีประสิทธิภาพและกระจายความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ได้
CCET จึงอยู่ในจุดที่น่าสนใจ เพราะ
มีประสบการณ์ในสินค้าอิเล็กทรอนิกส์หลากหลายกลุ่ม
มีโรงงานอยู่ในพื้นที่ที่นักลงทุนมองว่ามีเสถียรภาพมากขึ้น
เริ่มได้อานิสงส์จากการย้ายฐานผลิตของลูกค้ารายใหญ่
หากบริษัทต่อยอดพอร์ตสินค้าในกลุ่ม อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ และจัดการต้นทุนได้ดีเหมือนในไตรมาสที่ผ่านมา ก็มีโอกาสที่ทั้งรายได้และกำไรจะเดินหน้าเติบโตต่อเนื่องในปี 2568 และหลังจากนั้น
สรุปภาพ CCET ในมุมอินเวสเตอร์สายเทค
งบ Q1/68 สะท้อนว่าบริษัท ฟื้นตัวและเติบโตบนฐานดีมานด์สินค้าเทคโนโลยี
กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเกือบ 16% จากการบริหารธุรกิจที่ดีขึ้น
ได้แรงหนุนเชิงโครงสร้างจาก การย้ายฐานการผลิตระดับโลก เข้าสู่ประเทศไทย
กลุ่มสินค้าที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ คือ อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ ซึ่งสอดรับเทรนด์โลกในระยะยาว
สำหรับสายลงทุนที่จับจ้องหุ้นเทคและซัพพลายเชนของอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ CCET กลายเป็นหนึ่งในชื่อที่น่าติดเรดาร์ไว้ในช่วงที่การเปลี่ยนผ่านโครงสร้างการผลิตโลกกำลังเดินหน้าอย่างเข้มข้น

