น้าผี ตัวละครโครงกระดูกที่คนดูรักที่สุด
ถ้าคุณโตมากับละครจักรๆ วงศ์ๆ ของ บริษัท สามเศียร จำกัด ยังไงก็หนีไม่พ้นเคยเจอ “น้าผี” อย่างน้อยสักครั้ง
ไม่ว่าจะเป็น สี่ยอดกุมาร, สิงหไกรภพ, ดาบเจ็ดสี มณีเจ็ดแสง หรือเรื่องอื่นๆ ที่ออกฉายสลับเวียนกันมาหลายยุคหลายสมัย โครงกระดูกเสียงกร๊อกแกร๊กตัวนี้ มักโผล่มาเป็นสีสันสำคัญของเรื่องเสมอ
รูปลักษณ์ภายนอกอาจดูน่าขนลุก ทั้งเสียงกระดูกกระทบกันกริ๊งกร๊าง ชวนให้ตัวละครในเรื่องร้องลั่น ตกใจจนเสียวสันหลังวูบ
แต่ถ้าดูจริงๆ จะรู้เลยว่า นิสัยของน้าผีตรงข้ามกับหน้าตาแบบสุดขั้ว
เขาเป็นทั้งมิตรแท้ เป็นผู้ช่วยคนสำคัญของตัวละครเอก และยังคอยปล่อยแง่คิดเตือนใจ สอนเรื่องดี–ชั่ว บาป–บุญ ให้ทั้งตัวละครและคนดูกันแบบเนียนๆ
ไม่น่าแปลกใจที่ “น้าผี” กลายเป็นตัวละครขวัญใจคนดูทุกเพศทุกวัย ข้ามยุคจากอดีตมาจนถึงปัจจุบันได้อย่างสบายๆ
จุดเริ่มต้นของน้าผีบนจอสามเศียร
เบื้องหลังตัวละครโครงกระดูกขวัญใจเด็ก ๆ คนนี้ เริ่มต้นจากวิสัยทัศน์ของ ไพรัช สังวริบุตร ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง ผู้กำกับและผู้ผลิตละครสายแฟนตาซี–พื้นบ้านคนสำคัญของไทย
เขาเล่าว่า “น้าผี” ปรากฏตัวครั้งแรกในละครเรื่อง “สี่ยอดกุมาร” เมื่อ พ.ศ. 2526 และจากนั้นก็กลายเป็น “แขกรับเชิญประจำจักรวาลสามเศียร” ไปโดยปริยาย
อย่างไรก็ดี ยุคแรกๆ ไม่ได้ราบรื่นนัก เพราะไพรัชต้องถกเถียงกับกรรมการเซ็นเซอร์อยู่เสมอ ฝ่ายเซ็นเซอร์มองว่า การสร้างตัวละครผีลักษณะนี้เป็นการเอาผีมาหลอกเด็ก โดยไม่เห็นสาระอะไรชัดเจน
แต่ไพรัชยืนยันกลับแบบหนักแน่นว่า ผีไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อให้เด็กกลัวเล่น ๆ
เขาตั้งใจใช้ตัวละครผีเป็นเครื่องมือเล่าเรื่องเกี่ยวกับ
ชาติภพ
ความกลัวต่อ “บาปบุญคุณโทษ”
การสำนึกในผลของการกระทำ
กล่าวคือ น้าผีไม่ได้ทำหน้าที่แค่หลอก แต่ยังช่วยเด็กๆ คิดตามว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วต้องชดใช้
ทำยังไงให้เด็กไม่กลัว แต่ดันหลงรักผีแทน
อีกโจทย์สำคัญที่ทีมสร้างละครต้องรับมือ คือ ผู้ชมหลักของละครจักรๆ วงศ์ๆ คือเด็กๆ
ในช่วงที่ยังใช้ชื่อว่า “ดาราวิดีโอ” (ก่อนแยกมาเป็น บริษัท สามเศียร จำกัด) ทีมงานจึงต้องออกแบบ “บุคลิกของผี” ให้แตกต่างจากผีสายสยองแบบที่เคยเห็นกันบนจอ
เลยเกิดเป็นคาแรกเตอร์น้าผีเวอร์ชันคุ้นตาเราในทุกวันนี้
ถือร่มใบบัวเป็นเอกลักษณ์
มีน้ำเสียงพูดบู้บี้ ฟังแล้วอมยิ้มมากกว่าขนหัวลุก
ท่าทางออกแนวเก้งก้าง หงองก๋อย เป็นตัวตลกมากกว่าตัวน่ากลัว
ด้วยบุคลิกแบบนี้ เด็กๆ ที่เป็นตัวละครในเรื่องจึงสามารถหยอกล้อ แหย่เล่นกับน้าผีได้อย่างเป็นธรรมชาติ และคนดูก็รู้สึกผ่อนคลาย แทนที่จะต้องหลบตาเพราะกลัวผี
ผลลัพธ์คือ น้าผีกลายเป็น “ผีที่ไม่มีใครอยากหนี มีแต่คนอยากเจอ”
เชื่อมโยงข้ามโลก: จากกองทัพโครงกระดูกสู่ผีไทยสุดคิวท์
แม้ไพรัชและทีมงานจะไม่ได้เล่าชัดๆ ว่า แรงบันดาลใจในการสร้าง “น้าผี” มาจากใคร หรือจากหนังหรือละครเรื่องไหนโดยตรง
แต่สำหรับคอหนังฝั่งตะวันตก น่าจะคุ้นเคยกับภาพ “กองทัพโครงกระดูก” ในภาพยนตร์สายแฟนตาซีเก่าๆ อยู่ไม่น้อย
ตัวละครโครงกระดูกเหล่านั้น คือผลงานของ เรย์ แฮร์รีเฮาเซน (Ray Harryhausen) มือทำเทคนิคพิเศษและแอนิเมเตอร์ชาวอเมริกัน ที่ถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกสำคัญของหนังแนววิทยาศาสตร์–แฟนตาซี ช่วงปลายยุค 1940 ถึงต้นยุค 1980
ผลงานเด่นของเขา คือการทำให้สัตว์จากยุคโบราณ สัตว์ประหลาด และปีศาจในจินตนาการ มีชีวิตขึ้นมาบนแผ่นฟิล์ม ทั้งในฐานะตัวร้ายและตัวละครสุดตรึงตา เช่น
กอริลลายักษ์ใน “Mighty Joe Young” (ค.ศ. 1949)
ม้าบินเพกาซัสใน “Clash of the Titans” (ค.ศ. 1981)
และหนึ่งในงานที่ถูกพูดถึงมากที่สุด ก็คือ “ปีศาจโครงกระดูก” ถือดาบและโล่ ที่ออกมาปรากฏตัวครั้งแรกใน “The 7th Voyage of Sinbad” (ค.ศ. 1958)
เมื่อฉากต่อสู้ระหว่าง “ซินแบด” กับ “ผีโครงกระดูก” ได้รับเสียงชื่นชมอย่างล้นหลาม แฮร์รีเฮาเซนเลยต่อยอดความสำเร็จ ด้วยการสร้าง “กองทัพโครงกระดูก” ขึ้นมาเต็มรูปแบบในหนัง “Jason and The Argonauts” (ค.ศ. 1963)
แม้จะเป็นงานจากอีกซีกโลก อีกวัฒนธรรม แต่ภาพของโครงกระดูกที่เคลื่อนไหวอย่างมีชีวิตชีวา ผ่านเทคนิคสุดล้ำในยุคนั้น ก็อาจถูกหยิบมาเป็นแรงบันดาลใจทางอ้อมให้กับผู้สร้างอีกหลายคนทั่วโลก รวมถึงผู้สร้างละครจักรๆ วงศ์ๆ ในไทยด้วยเช่นกัน
จินตนาการคนละฟากฟ้า แต่จับใจคนดูเหมือนกัน
เมื่อมองข้ามระยะทางและวัฒนธรรม สิ่งที่ “น้าผี” จากค่ายสามเศียร และ “กองทัพโครงกระดูก” ของเรย์ แฮร์รีเฮาเซน มีร่วมกัน คือ พลังของความคิดสร้างสรรค์ที่ทำให้สิ่งที่ไม่น่ารัก กลายเป็นภาพที่คนอยากมอง
ฝั่งไทย ใช้ “ผีโครงกระดูก” เป็นตัวแทนคติเรื่องชาติภพ บาปบุญ และความกลัวต่อการทำชั่ว แต่เล่าออกมาในโทนขำๆ เป็นมิตรกับเด็ก
ฝั่งตะวันตก ใช้ “โครงกระดูกนักรบ” เป็นตัวละครแฟนตาซีสุดอลังการ โชว์พลังเทคนิคพิเศษและจินตนาการของผู้สร้างหนังยุคบุกเบิก
แม้จะอยู่คนละโลก แต่ความมหัศจรรย์ของจินตนาการจากทั้งไพรัช สังวริบุตร และเรย์ แฮร์รีเฮาเซน ต่างก็มีพลังมากพอจะตรึงสายตาคนดูให้นั่งติดจอมาหลายทศวรรษ
สำหรับสายดูซีรีส์และละคร ถ้าวันไหนนึกถึงตัวละครผีที่ “ไม่น่ากลัวแต่โคตรน่ารัก” เชื่อเลยว่า “น้าผี” ต้องโผล่ขึ้นมาเป็นชื่อแรกๆ ในใจคุณอย่างแน่นอน

