เปิดเกมใหญ่ ANIMONIUM2026 เป้าหมายเขย่าตลาดอนิเมะหมื่นล้าน
ดรีม เอกซ์เพรส (DEX) ขยับจากสายลิขสิทธิ์สู่สายอีเวนต์เต็มตัว เปิดตัวงานใหญ่วางหมุดต้นกุมภาพันธ์ 2569 กับโปรเจ็กต์ ANIMONIUM2026 พร้อมดึงพันธมิตรไทย–ญี่ปุ่นกว่า 20 บริษัท และกองทัพศิลปินมาระเบิดความมัน หวังกระตุ้นและแย่งส่วนแบ่งตลาดอนิเมะไทยมูลค่า 5,000 ล้านบาท ที่กำลังโตแรงต่อเนื่อง
เป้าหมายชัดเจนทั้งด้านแฟนคัลเจอร์และเศรษฐกิจ ตั้งเป้าดึงคนเข้างานกว่า 50,000 คน และสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนราว 50 ล้านบาท ภายในไม่กี่วันของการจัดงาน
ตลาดอนิเมะไทย 5,000 ล้าน ยังไม่สุด มีลุ้นโต 10% ยาว 3-5 ปี
ผู้บริหาร DEX มองว่า ตลาดคอนเทนต์ญี่ปุ่นในไทย ทั้งอนิเมะ มังงะ ซีรีส์ฮีโร่ขบวนการ 5 สี ไปจนถึงคอนเสิร์ตศิลปิน Anisong (ยังไม่รวมเกม) มีมูลค่ารวมราว 5,000 ล้านบาท และยังมีแนวโน้มโตต่อเนื่องราว 10% ต่อปี อีกอย่างน้อย 3-5 ปี
แรงขับเคลื่อนมาจากหลายปัจจัย ทั้งกำลังซื้อของคนไทยและต่างชาติที่แข็งแรงขึ้น และการที่วัฒนธรรมญี่ปุ่นกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ไปแล้ว
ตัวเลขไม่โกหก อนิเมะโรงภาพยนตร์ทำเงินทะลุร้อยล้านสบาย ๆ
ความแรงของอนิเมะในไทยสะท้อนชัดจากรายได้ในโรงภาพยนตร์ ตัวอย่างเช่น ภาพยนตร์ ดาบพิฆาตอสูร ภาคปราสาทไร้ขอบเขต ที่เข้าฉายในเดือนสิงหาคม 2568 กวาดรายได้ถึง 300 ล้านบาท ขณะที่ภาค ศึกรถไฟสู่นิรันดร์ เมื่อปี 2563 ก็ทำไปได้ถึง 130 ล้านบาท
ด้านกำลังซื้อในงานอีเวนต์อนิเมะ–ของเล่น–เกม ก็ขยับแรงเช่นกัน ปัจจุบันยอดใช้จ่ายที่บูทของ DEX เฉลี่ยอยู่ที่ 500-1,000 บาทต่อใบเสร็จ เพิ่มขึ้นชัดเจนจากเมื่อ 10 ปีก่อนที่เฉลี่ยเพียง 300 บาทต่อใบเสร็จ สะท้อนว่าแฟนรุ่นใหม่คุ้นกับคอนเทนต์อนิเมะและพร้อมควักเงินเพื่อของที่รักมากขึ้น
Gen X – Gen Y กลับมาปลุกกระแสของเล่น–สะสม
ไม่ใช่แค่เด็กและวัยรุ่นที่เปย์อนิเมะ คนรุ่น Gen X และ Gen Y ก็กลายเป็นกำลังซื้อหลัก เพราะเริ่มกลับไปตามเก็บของเล่นและของสะสมที่เคยใฝ่ฝันในวัยเด็ก พร้อมจ่ายเต็มที่เพื่อสิ่งที่ชอบ
กระแสนี้ทำให้ตลาดของเล่นและคอลเลกชันญี่ปุ่นมีดีมานด์สูงและแข็งแรงขึ้นอีกขั้น แถมยังเปิดโอกาสดึงแฟนต่างชาติในเอเชียให้บินมาเสพประสบการณ์ ทั้งดูหนัง คอนเสิร์ต และร่วมอีเวนต์อนิเมะในไทย โดยบางเรื่องของ DEX เคยมีสัดส่วนคนดูกลุ่มต่างชาติสูงถึง 20% เลยทีเดียว
แบรนด์ไทยเริ่มเชื่อในพลังแคแร็กเตอร์ญี่ปุ่น
ธุรกิจไทยเองก็หันมาจับมือกับตลาดอนิเมะมากขึ้น การดีลสปอนเซอร์ทำได้ง่ายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะแบรนด์เริ่มเห็นว่าคาแรกเตอร์การ์ตูนช่วยสื่อสารกับผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น
ตอนนี้หลายแบรนด์ใช้แคแร็กเตอร์ทั้งแบบลิขสิทธิ์แท้จากญี่ปุ่น และแบบที่พัฒนาเองในไทย เพื่อทำการตลาด สร้างความผูกพันกับลูกค้า และเจาะกลุ่มแฟนวัฒนธรรมญี่ปุ่นแบบตรงจุด
ญี่ปุ่นไม่หยุดสร้างคอนเทนต์ ของเล่นเก่าก็รีเทิร์น
ฝั่งญี่ปุ่นเองยังเดินหน้าผลิตคอนเทนต์ใหม่ทั้งอนิเมะและมังงะอย่างต่อเนื่อง พร้อมขุดคลังเก่ามารีเมกและต่อยอดเป็นของเล่นรุ่นใหม่ ๆ ตัวอย่างชัด ๆ คือ ลูกข่างเบย์เบลด ที่กลับมาฮิตอีกครั้ง ทั้ง ๆ ที่เปิดตัวครั้งแรกตั้งแต่ปี 2542
การผสมระหว่างของใหม่และของเก่าที่ถูกรีโปรดิวซ์ ทำให้แฟนทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่มีอะไรให้ตามต่อเรื่อย ๆ ไม่ปล่อยให้กระแสอนิเมะและการ์ดเกมตกลงง่าย ๆ
วัฒนธรรมญี่ปุ่นฝังลึกในไลฟ์สไตล์คนไทย
ความหลงใหลในวัฒนธรรมญี่ปุ่นของคนไทยไม่ได้อยู่แค่ระดับผิวเผินอีกต่อไป แต่เริ่มลึกและเฉพาะทางมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น
กระแสชาเขียวหลากระดับและหลากแบรนด์
การท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่ขยับจากเมืองดัง ไปสู่ภูมิภาคและเมืองรอง
ร้านอาหารญี่ปุ่นที่แตกไลน์สไตล์มากขึ้น ทั้งสายดั้งเดิมและฟิวชัน
คนไทยไม่ได้แค่ดูอนิเมะ แต่ใช้ “วิถีญี่ปุ่น” เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต นี่คือแรงส่งสำคัญที่ทำให้ตลาดอนิเมะ–ของเล่น–การ์ดเกมไปต่อได้อีกไกล
DEX แตกไลน์สู่ธุรกิจอีเวนต์ เปิดตัว ANIMONIUM2026 ที่ใจกลางเมือง
ด้วยศักยภาพของตลาดและเทรนด์ที่ชัด DEX จึงตัดสินใจแตกไลน์เข้าสู่ธุรกิจจัดอีเวนต์เต็มตัว โดยงานหลักงานแรกคือ ANIMONIUM2026 จัดที่ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน ในวันที่ 6-8 กุมภาพันธ์ 2569
งานนี้จับมือร่วมกับ JEDUCATION ทีมผู้จัดงาน NIPPON HAKU BANGKOK ซึ่งถือเป็นหนึ่งในงานแสดงสินค้าและการศึกษาญี่ปุ่นที่ใหญ่ที่สุดในไทย พร้อมวางแผนให้ ANIMONIUM เป็นงาน จัดต่อเนื่องทุกปี ในรูปแบบงานเสียค่าเข้าชม เริ่มต้นที่ 200 บาท
เจาะช่องว่างตลาดอีเวนต์อนิเมะสายออฟฟิเชียล
แม้ในไทยจะมีงานอีเวนต์อนิเมะเกือบทุกเดือน แต่ DEX มองว่ามีช่องว่างใหญ่ในด้านงานสาย “ออฟฟิเชียล” ที่เชิญเจ้าของลิขสิทธิ์จากญี่ปุ่นมาร่วมงานโดยตรง
การเลือกจัดงานช่วงต้นปีเป็นจังหวะที่งานในต่างประเทศยังไม่แน่น ช่วยเพิ่มโอกาสดึงศิลปินจากญี่ปุ่นมาร่วมงานได้มากขึ้น รวมถึงเปิดทางให้แฟน ๆ จากประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียบินมาร่วมงานที่ไทยได้สะดวก
ไฮไลต์สายอนิเมะ–คอนเสิร์ต จัดเต็มทั้งศิลปินและกิจกรรม
งาน ANIMONIUM2026 วางตัวเองเป็นอีเวนต์ที่ครบทั้งสายดูและสายเล่น ไฮไลต์หลักประกอบด้วย
คอนเสิร์ตศิลปิน Anisong จากค่ายชั้นนำของญี่ปุ่น
เวที DJ Anisong สำหรับสายแดนซ์และสายปาร์ตี้
โซนงานภาพยนตร์ JAMNIME Festival เอาใจคนรักจอใหญ่
การประกวดวาดภาพจากแพลตฟอร์ม pixiv เปิดพื้นที่ให้ทั้งสายวาดมืออาชีพและสมัครเล่น
รวมพลการ์ดเกมครั้งใหญ่ ยกทัพ Bushiroad – Bandai ลงฮอลล์
สำหรับสายการ์ดเกม งานนี้คือสวรรค์ระดับฟล래กชิป เพราะมีการรวมโซนและพาวิลเลียนขนาดใหญ่ไว้ในงานเดียว ได้แก่
Kidz and Kitz Card Pavilion รวมการ์ดเกมและการ์ดสะสมจากบริษัท คิดซ์ แอนด์ คิทซ์
งาน Bushiroad EXPO 2026 จากหนึ่งในผู้ผลิตการ์ดเกมระดับยักษ์ของญี่ปุ่น
โซน Bandai Card Game Showcase ที่ขนการ์ดเกมแฟรนไชส์ดังมาให้แฟน ๆ ได้ตามเก็บ
คนรักการ์ดเกมทั้งสะสมและเล่นจริงจัง มีอะไรให้ล่าและให้ลองเต็มวัน ตั้งแต่เด็คใหม่ การ์ดลิมิต ไปจนถึงกิจกรรมแข่งและโชว์เคสต่าง ๆ
เป้าหมาย 5 หมื่นคนและเม็ดเงิน 50 ล้าน กับวิสัยทัศน์ระดับภูมิภาค
ANIMONIUM2026 ตั้งเป้าดึงผู้ร่วมงานมากกว่า 50,000 คน และสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท ทั้งจากตั๋วเข้างาน สินค้าลิขสิทธิ์ ของสะสม การ์ดเกม และบริการต่าง ๆ ในงาน
วิสัยทัศน์ของ DEX คือการผลักดันให้ ANIMONIUM กลายเป็นงานระดับ Flagship ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับ
คอนเทนต์อนิเมะญี่ปุ่น
สินค้าลิขสิทธิ์และของสะสม
คอนเสิร์ตศิลปิน Anisong และดีเจ
วงการการ์ดเกมญี่ปุ่นในสายสะสมและ e-sport
พร้อมกันนั้นยังต้องการสร้างผลลัพธ์เชิงเศรษฐกิจที่ยั่งยืนให้กับประเทศไทย และตอกย้ำบทบาทไทยในฐานะ ศูนย์กลางความร่วมมือระหว่างผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ญี่ปุ่นกับตลาดผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
สรุป: งานเดียวครบทั้งอนิเมะ การ์ดเกม คอนเสิร์ต และโอกาสธุรกิจ
ANIMONIUM2026 ไม่ได้เป็นแค่งานแฟนมีตของคนรักอนิเมะ แต่คือเวทีที่รวมทุกเส้นเลือดหลักของอุตสาหกรรมไว้ด้วยกัน ตั้งแต่คอนเทนต์บนจอ ของเล่น ของสะสม การ์ดเกม ไปจนถึงคอนเสิร์ตและดีลธุรกิจเบื้องหลัง
สำหรับสายการ์ดเกมและอนิเมะในไทย นี่คืออีเวนต์ที่ ทั้งต้องไป ทั้งห้ามพลาด เพราะนอกจากได้อัปเลเวลความสนุกแล้ว ยังเป็นการช่วยผลักดันให้ไทยกลายเป็นฮับวัฒนธรรมญี่ปุ่นของภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรมด้วย

