ดนตรี กวีศิลป์ และละครเวที เพื่อเสียงของทะเล
วันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 14.00 – 20.00 น. ลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครจะถูกเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่ของ ดนตรี กวีนิพนธ์ และละครเวที ภายใต้ธีม “ส่งเสียงร้อง ปกป้องทะเล”
สำหรับสายดูละครเวที สายรักศิลปะ และคนห่วงใยทะเล นี่คืองานที่เอา “ความสนุก” มาผูกกับ “ประเด็นสิ่งแวดล้อม” ได้อย่างลงตัว
ตารางงาน: เสียงดนตรี กวี และเวทีสีฟ้า
14.00 – 15.00 น.
เริ่มต้นบ่ายด้วยการแสดงดนตรี “ส่งเสียงร้องปกป้องทะเล” โดยวงดนตรีสวนสนุก บรรยากาศชิลแต่แฝงสารสำคัญเรื่องทะเลที่กำลังถูกกดดัน
15.00 – 16.00 น.
ต่อด้วยช่วงอ่านบทกวี จากนักกวีรุ่นใหม่ “รอนฝัน ตะวันเศร้า” ที่จะใช้ถ้อยคำและจินตนาการพาเราไปฟังเสียงทะเลในแบบที่ต่างออกไปจากข่าวและรายงานวิชาการ
16.00 – 16.30 น.
พักจากบทกวี มาฟัง สรุปสถานการณ์และแนวโน้มการพิจารณากฎหมายประมง จาก คุณวิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย ฟังแล้วจะเข้าใจมากขึ้นว่ากฎหมายบนกระดาษกระทบชีวิตปลา ชุมชน และทะเลจริงๆ อย่างไร
16.30 – 18.30 น.
กลับสู่ช่วงดนตรีอีกครั้งกับวงดนตรีสวนสนุก ที่จะพาเสียงเพลงลอยไปพร้อมข้อความ “ปกป้องทะเล” ให้ดังเกินกว่าคลื่นลมจะกลบได้
ไฮไลต์สายดูละครเวที: เสียงร่ำร้องจากใต้ทะเล
18.30 – 20.00 น.
มาถึงช่วงที่สายดูละครเวทีไม่ควรพลาดกับละครเวทีเรื่อง “เสียงร่ำร้องห้องใต้ทะเล ปลาหนูหายไปไหน” ผลงานจากเยาวชนชุมชนประมงพื้นบ้านบ้านยายม่อม และ ไครียะห์ (ลูกสาวแห่งทะเลจะนะ)
เรื่องราวบนเวทีจะพาไปตั้งคำถามว่า “ทำไมปลาเล็กปลาน้อยถึงค่อยๆ หายไปจากทะเลของเรา?”
นี่ไม่ใช่แค่การเล่าเรื่อง แต่เป็น “เสียงจริง” จากคนที่อยู่กับทะเลทุกวัน ถูกยกขึ้นมาขยายให้คนเมืองได้ฟังผ่านภาษาการแสดง
ปิดท้ายค่ำคืนด้วยแสงเทียน
20.00 น.
ร่วมกันจุดเทียนในกิจกรรมสัญลักษณ์ “หยุดอวนล้อมจับตาถี่กลางคืน – Save juveniles Save the sea 3”
แสงเทียนดวงเล็กๆ จากหลายร้อยมือจะกลายเป็นการประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันว่า เราอยากเห็นทะเลที่ยังมีชีวิต และมีปลาเด็กให้เติบโตต่อไป
กิจกรรมสร้างสรรค์ตลอดทั้งบ่าย
นอกจากเวทีหลักแล้ว ยังมีกิจกรรมให้เดินเล่น เติมแต้มจินตนาการ และลงมือทำอะไรเพื่อทะเลด้วยตัวเอง
ร่วมลงชื่อ หยุดอวนล้อมจับตาถี่ในเวลากลางคืน และ คัดค้านการแก้ไข ม.69 ที่อาจยิ่งซ้ำเติมปัญหาทะเล
เวลา 14.00 – 19.00 น. มีกิจกรรมวาดภาพและเวิร์กช็อปหัวข้อ “ปกป้องทะเล ปกป้องอาหารทะเลของเรา”
คุณจะได้ลอง:เพนท์แก้วให้กลายเป็นไอเท็มรักษ์โลก
เพนท์กะกอยในแบบฉบับของตัวเอง
ทำพวงกุญแจจากขยะทะเล
ทั้งหมดนี้ทำร่วมกับ Mindlada (Waste not wall) ที่หยิบ “ขยะทะเล” มาต่อยอดเป็นงานสร้างสรรค์ ให้เราเห็นว่าของที่ถูกทิ้งยังมีเรื่องราวและมูลค่าซ่อนอยู่
รวมพลังคนรักทะเลผ่านศิลปะการแสดง
งานนี้คือการรวมตัวกันของคนรักศิลปะ คนรักทะเล และคนที่เชื่อว่าศิลปวัฒนธรรมสามารถขยับสังคมได้
ดนตรีทำให้ประเด็นหนักๆ ฟังง่ายและเข้าใจเร็วขึ้น
กวีช่วยแปลงข้อมูลแห้งๆ ให้กลายเป็นภาพและความรู้สึก
ละครเวที ดึงเราเข้าไปอยู่ในเรื่องราว จนอดอินและตั้งคำถามกับตัวเองไม่ได้
ถ้าคุณคือคนหนึ่งที่ชอบดูละครเวที ชอบงานศิลป์ที่มีเนื้อหา และอยากเห็นทะเลไทยยังมีอนาคต งานนี้คือโอกาสดีที่จะได้ทั้งเสพงานศิลปะและร่วมขยับสังคมไปพร้อมกัน

หนึ่งบ่ายถึงค่ำหน้า หอศิลปกรุงเทพฯ อาจเปลี่ยนวิธีที่คุณมองทะเลไปตลอดก็ได้

