รับแอปรับแอป

เลือกกล้องดูน้องแมวให้เป๊ะ: คู่มือเจ้าทาสยุคใหม่ต้องมี!

ก้องภพ แสนดี01-31

ทำไมเจ้าทาสยุคนี้ถึงควรมีกล้องสัตว์เลี้ยง

คนเลี้ยงหมาเลี้ยงแมวรู้อยู่แล้วว่า เราอยากอยู่กับเพื่อนขนปุยตลอดเวลา แต่ชีวิตจริงไม่ค่อยเอื้อ ทั้งต้องออกไปทำงาน เดินทาง หรือหนีไปพักร้อนชาร์จแบตตัวเอง

ระหว่างที่เราไม่อยู่บ้าน ใครจะรู้ว่าน้องกำลังทำอะไรบ้าง กำลังกิน กำลังนอน กำลังปีนม่าน หรือกำลังวางแผนพังบ้านอยู่?

นี่แหละที่กล้องสำหรับสัตว์เลี้ยงเข้ามาช่วยได้ มันไม่ใช่แค่เอาไว้ส่องเล่นแก้คิดถึง แต่ยังช่วย

  • บรรเทา ความกังวลจากการห่างน้อง ของทั้งคนและสัตว์เลี้ยง

  • ใช้ตรวจว่าระหว่างวัน น้องกำลังสร้างวีรกรรมอะไรอยู่บ้าง

ถ้าเลือกดี ๆ กล้องตัวเดียวช่วยทั้งเรื่องความสบายใจ ความปลอดภัย และยังได้คอนเทนต์ขำ ๆ จากน้องมาเก็บอีกเพียบ

กล้องสัตว์เลี้ยง vs กล้องรักษาความปลอดภัย ต่างกันยังไง?

กล้องสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะมักจะมีฟีเจอร์สนุก ๆ อย่าง

  • เครื่องจ่ายขนม

  • ตัวชี้เลเซอร์ไว้เล่นกับน้องจากระยะไกล

แต่ต้องยอมรับว่า ราคามักสูงกว่ากล้องรักษาความปลอดภัยทั่วไปหลายระดับ แถมยังต้องคอยดูแลเพิ่ม เช่น ล้างช่องใส่ขนม ดูแลส่วนที่เกี่ยวกับอาหารให้สะอาดเสมอ

ในอีกมุมหนึ่ง กล้องรักษาความปลอดภัยคุณภาพดีหลายรุ่น ตอบโจทย์คนเลี้ยงสัตว์ได้ครบอยู่แล้ว ใช้เป็นกล้องสัตว์เลี้ยงได้แบบสบาย ๆ

กล้องวงจรปิดรุ่นใหม่ ๆ ยังเพิ่มฟีเจอร์ที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงเข้ามาอีกเพียบ ทำให้มันกลายเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า ทั้งดูบ้าน ทั้งดูน้อง ใช้ตัวเดียวจบ

เช็กลิสต์ก่อนซื้อ: กล้องสัตว์เลี้ยงที่ดีควรมีอะไรบ้าง

เวลาจะเลือกกล้องสักตัวให้ดูน้องหมาน้องแมว ไม่ใช่ดูแค่ความคมชัดอย่างเดียว ลองเช็กฟีเจอร์เหล่านี้ด้วย

1. หมุนได้ 360 องศา + ติดตามสัตว์เลี้ยงอัตโนมัติ

สัตว์เลี้ยงไม่เคยอยู่นิ่ง เดี๋ยวบนโซฟา เดี๋ยวใต้เตียง เดี๋ยวหน้าประตู กล้องที่หมุนได้รอบห้องจึงสำคัญมาก

กล้องที่มองได้ 360 องศา จะช่วยให้คุณตามดูทุกมุมที่น้องชอบไป ไม่พลาดจังหวะสำคัญ

ถ้ามีระบบ ติดตามการเคลื่อนไหวอัตโนมัติ ด้วยยิ่งดี กล้องจะหมุนตามน้องเอง ทำให้เพื่อนขนปุยของคุณไม่หลุดเฟรมง่าย ๆ

2. ระบบเสียงสองทาง คุยกับน้องได้เหมือนอยู่บ้าน

ฟีเจอร์เสียงสองทางช่วยให้คุณ

  • พูดคุยกับน้องเวลาเขาเดินมาหากล้อง

  • ปลอบเวลาน้องดูมีท่าทีเครียดหรือเหงา

  • เรียกเตือนเบา ๆ ถ้าน้องกำลังจะปีนผ้าม่าน หรือเล็งขนมที่ไม่ได้อนุญาต

มันไม่ใช่แค่ดูอย่างเดียว แต่คือการได้ “มีปฏิสัมพันธ์” กับน้องจากระยะไกล

3. การตรวจจับเสียงที่ผิดปกติ

กล้องบางรุ่นมาพร้อมระบบตรวจจับด้วย AI สามารถแจ้งเตือนเมื่อมีเสียงแปลก ๆ เช่น

  • เสียงกระจกแตก

  • เสียงสุนัขเห่าผิดปกติ

ช่วยให้คุณรู้ได้ทันทีถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากลที่บ้าน ทั้งในแง่ความปลอดภัยของน้อง และตัวบ้านเอง

4. เลือกแบบมีสายหรือไร้สายดี?

  • กล้องแบบมีสาย

    • ทำงานได้ 24 ชั่วโมงเต็ม ๆ

    • เหมาะกับการตั้งถาวรในจุดสำคัญในบ้าน

  • กล้องแบบใช้แบตเตอรี่

    • ติดตั้งได้ทุกที่ที่คุณอยากส่องน้อง

    • เหมาะกับจุดที่ไม่มีปลั๊ก เช่น บ้านสุนัขนอกบ้าน มุมสวน หรือบริเวณระเบียง

เลือกแบบไหน ขึ้นอยู่กับว่าคุณอยากดูน้องตรงจุดไหน และสะดวกเดินสายไฟหรือไม่

5. คุณภาพของภาพต้องชัด

ยิ่งความละเอียดสูง ภาพยิ่งสำคัญกับคนเลี้ยงสัตว์มากกว่าที่คิด เพราะช่วยให้คุณเห็น

  • สีหน้าท่าทางของน้องชัด ๆ

  • รายละเอียดเล็ก ๆ อย่างคราบน้ำตา การเกานิด ๆ ที่อาจบอกถึงปัญหาสุขภาพ

กล้องที่ให้ภาพคมชัด สีสดใส จะทำให้ทุกโมเมนต์น่ารักของน้องถูกเก็บไว้แบบน่าดูยิ่งขึ้น

6. การมองเห็นตอนกลางคืน

หลายบ้านรู้ดีว่า ตัวป่วนประจำบ้านตื่นจริง ๆ ตอนกลางคืน เราหลับ แต่น้องกำลัง

  • วิ่งแข่งรอบบ้าน

  • ล่าสิ่งที่เรามองไม่เห็น

  • กระโดดขึ้นลงเฟอร์นิเจอร์อย่างเมามัน

กล้องที่มีโหมด มองเห็นกลางคืนคุณภาพดี จะช่วยให้คุณเห็นว่ากลางคืนบ้านคุณเกิดอะไรขึ้นบ้าง แม้ไฟจะปิดสนิท

แนะนำกล้อง Tapo รุ่นเด่นที่คนเลี้ยงสัตว์ไม่ควรมองข้าม

เมื่อรู้แล้วว่าควรดูอะไรต่อไปนี้คือกล้องจากซีรีส์ Tapo ที่ออกแบบมาได้เข้าทางคนเลี้ยงสัตว์สุด ๆ

Tapo C225: หมุนไว ติดตามทัน พร้อม AI รู้ใจ

Tapo C225 มาพร้อม

  • ระบบติดตามสัตว์เลี้ยงแบบ 360 องศา

  • หมุนได้เร็วถึง 120 องศาต่อวินาที

  • ระบบติดตามการเคลื่อนไหวอัตโนมัติ

ด้านสมองกลก็จัดเต็มด้วย AI ตรวจจับสัตว์เลี้ยง คน และยานพาหนะ รวมถึงการตรวจจับเสียงต่าง ๆ เช่น

  • เสียงเห่าของสุนัข

  • เสียงแมวร้อง

  • เสียงทารกร้องไห้

มีโหมด ปิดกล้องแบบเป็นส่วนตัว สำหรับช่วงเวลาที่คุณอยากใช้เวลากับน้องแบบไม่ต้องถูกกล้องจับตา

Tapo C425: กล้องไร้สายอิสระสูง ติดตรงไหนก็ได้

Tapo C425 ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่และออกแบบมาเพื่อการติดตั้งแบบไร้สายเต็มตัว ทำให้

  • เลือกตำแหน่งติดตั้งได้อย่างยืดหยุ่น ไม่ต้องมีปลั๊กอยู่ใกล้

  • ขยับตำแหน่งได้ง่ายตามไลฟ์สไตล์ของน้อง

ฐานแม่เหล็กช่วยให้ติดตามพื้นผิวต่าง ๆ ได้ง่าย เช่น ตู้เย็น เหมาะมากถ้าสุนัขของคุณชอบแอบเข้าครัว

ด้วยแบตเตอรี่ความจุ 10,000mAh ใช้งานได้นานสูงสุดถึง 300 วัน ลดปัญหาต้องคอยชาร์จบ่อย ๆ

Tapo C325WB: กลางคืนมืดแค่ไหน ภาพก็ยังชัดเหมือนกลางวัน

กล้องมองเห็นกลางคืนสีเต็มรูปแบบทั่วไปมักต้องใช้ไฟช่วย ซึ่งบางครั้งอาจรบกวนน้องที่กำลังพักผ่อน

Tapo C325WB ใช้เทคโนโลยี ColorPro Night Vision ให้ภาพสีเหมือนกลางวันในตอนกลางคืน โดยไม่ต้องเปิดไฟเพิ่ม

เมื่อจับคู่กับความละเอียด 2K QHD คุณจึงไม่พลาดรายละเอียดกิจกรรมของสัตว์เลี้ยงเลย ทั้งกลางวันและกลางคืน

Tapo C120: ตัวเล็ก ราคาดี แต่ฟีเจอร์แน่น

Tapo C120 คือกล้องสายคุ้มค่า ที่มาพร้อมฟีเจอร์ครบในงบที่เข้าถึงได้ง่าย

  • ใช้ได้ทั้งในบ้านและนอกบ้าน

  • ทนสภาพอากาศแปรปรวน

  • มีฐานแม่เหล็ก ติดตั้งง่ายหลายตำแหน่ง

ด้วยระบบมองเห็นกลางคืนสีเต็มรูปแบบ และความละเอียด 2K QHD คุณจะได้ภาพชัดทั้งตอนส่องแมวกินข้าวในบ้าน หรือดูหมาวิ่งเล่นในสวนหลังบ้าน

ไม่ว่าคุณอยากจับตาพฤติกรรมการกินของแมว หรือดูว่าหมาทำอะไรในมุมที่คุณไปไม่ถึง Tapo C120 คือหนึ่งในตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งคุณภาพและราคา

สรุป: กล้องดี ๆ สักตัว = ความสบายใจทั้งคนทั้งน้อง

ด้วยตัวเลือกกล้องสำหรับสัตว์เลี้ยงจาก Tapo คุณสามารถ

  • เชื่อมต่อกับสัตว์เลี้ยงได้จากทุกที่

  • ดูแลความปลอดภัยของทั้งบ้านและน้องไปพร้อมกัน

  • ลดความกังวลของตัวเอง และทำให้น้องใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากขึ้น

ลงทุนกับกล้องที่ใช่สักตัว ก็เหมือนลงทุนกับความสบายใจของคุณ และคุณภาพชีวิตของเพื่อนขนปุยที่คุณรัก