รีดชุดแต่งงานให้เป๊ะก่อนวันจริง แบบเจ้าสาวมือโปร
ในวันแต่งงาน รายละเอียดเล็กน้อยอย่าง ความเรียบและความเนี๊ยบของชุดเจ้าสาว สามารถบอกเล่าเรื่องราวความตั้งใจของคุณได้ชัดเจนมาก ไม่ว่าคุณจะตัดชุดใหม่ หรือเช่าชุดมาใส่เองที่บ้าน การดูแลให้ชุดแต่งงานสะอาด เรียบลื่น และพร้อมใส่ก่อนวันจริง คือภารกิจที่ห้ามมองข้ามเด็ดขาด
โดยเฉพาะกรณีที่ รับชุดเช่ามาล่วงหน้า หลายวัน ชุดอาจมีรอยพับ รอยยับจากการพับเก็บในถุง ถ้าไม่จัดการดี ๆ มีโอกาสทั้งเสียลุค และอาจต้องเสียค่าปรับจากความเสียหายของเนื้อผ้าได้เลย
หนึ่งในความกังวลอันดับต้น ๆ ของเจ้าสาวคือ จะรีดชุดยังไงไม่ให้ผ้าไหม้ เสียทรง หรือขาด เพราะชุดแต่งงานมักใช้ผ้าชนิดพิเศษ เช่น ทูลล์ ชีฟอง ซาติน และลูกไม้ ซึ่งบอบบางกว่าชุดทั่วไปหลายเท่า ถ้ารีดผิดวิธีแค่ครั้งเดียว อาจถึงขั้นพังทั้งชุดได้เลย
เจ้าสาวที่เตรียมตัวดี จะยืนบนเวทีได้อย่างมั่นใจทุกย่างก้าว และต่อไปนี้คือคู่มือรีดชุดแต่งงานแบบละเอียด ตั้งแต่รู้จักเนื้อผ้า เลือกอุปกรณ์ ไปจนถึงเทคนิคดูแลหลังรีดจบให้ชุดยังเป๊ะจนถึงวันจริง
ขั้นแรก: ทำความรู้จักเนื้อผ้าก่อนจับเตารีด
ก่อนเสียบปลั๊กเตารีด สิ่งที่ต้องทำไม่ใช่เลือกอุณหภูมิ แต่คือ เช็กให้ชัดว่าชุดแต่งงานของคุณทำจากผ้าอะไร เพราะผ้าแต่ละชนิดทนความร้อนได้ไม่เท่ากัน และบางแบบไม่ควรโดนเตารีดโดยตรงแม้แต่นิดเดียว
ผ้าที่มักเจอในชุดแต่งงาน เช่น
ผ้าทูลล์ – ใช้ทำกระโปรงฟุ้ง ๆ หรือเวลคลุมหน้าเจ้าสาว เนื้อบาง เบา และละเอียดยิบ โดนความร้อนแรง ๆ มีสิทธิ์หดหรือไหม้ทันที
ผ้าชีฟอง – พลิ้ว สายลมพัดแล้วสวย แต่ก็ละเอียดอ่อนมาก ควรเน้นใช้ไอน้ำมากกว่าเตารีดแตะผ้าโดยตรง
ผ้าซาติน – หนากว่าทูลล์และชีฟอง แต่ผิวมันวาวสุด ๆ ถ้าโดนความร้อนสูงเกินไป จะเกิดรอยด่างด้าน ๆ ที่แก้ไม่ได้
ผ้าลูกไม้ – มีลายฉลุและการเย็บที่ซับซ้อน ต้องใช้ความเบามือมาก เพราะทั้งลายและด้ายสามารถเสียรูปหรือดึงรั้งได้ง่าย
เพราะแบบนี้ การรีดชุดแต่งงาน ใช้วิธีเดียวกับเสื้อเชิ้ตไม่ได้แน่นอน ถ้าไม่มั่นใจว่าเป็นผ้าอะไร ให้ลอง
เปิดดูป้ายคำแนะนำการดูแลผ้าด้านในชุด
หรือโทร/ทักไปถามร้านเช่าชุดโดยตรง ว่าควรใช้ความร้อนระดับไหน และรีดด้วยวิธีไหนดีสุด
เลือกอุปกรณ์รีดชุดแต่งงานให้ถูกตั้งแต่ต้น
การเลือกอุปกรณ์คือหัวใจสำคัญของการรีดชุดแต่งงานแบบไม่พัง เพราะอุปกรณ์ที่ต่างกัน ให้ผลกับผ้าไม่เหมือนกันเลย
ตัวเอก: เตารีดไอน้ำแบบยืน (Garment Steamer)
สำหรับชุดแต่งงาน เตารีดไอน้ำแบบยืน ถือว่าเหมาะที่สุด เพราะ
ใช้ไอน้ำร้อนแทนหน้าเตารีดแตะผ้าโดยตรง
ลดความเสี่ยงผ้าไหม้ ผ้าด่าง หรือเป็นรอยเงา
เหมาะมากกับผ้าทูลล์ ชีฟอง และลูกไม้ที่บอบบาง
เพียงแขวนชุดบนราว แล้วใช้หัวพ่นไอน้ำไล่ไปตามแนวผ้า ก็ช่วยคลายรอยยับได้อย่างอ่อนโยน
ถ้าต้องใช้เตารีดธรรมดา
ไม่มีเครื่องสตีมไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ต้องละเอียดขึ้นอีกขั้นถ้าใช้เตารีดธรรมดา
เคล็ดลับสำคัญคือ
เลือกเตารีดที่ปรับอุณหภูมิได้ละเอียด
ใช้ ผ้ารองเตารีด ทุกครั้ง เช่น ผ้าขาวบาง หรือผ้าฝ้ายสะอาด 1 ชั้น กันไม่ให้หน้าเตารีดสัมผัสผ้าโดยตรง
ก่อนลงมือจริง ให้ลองรีดที่ ชายผ้าด้านใน หรือส่วนที่มองไม่เห็นก่อน เพื่อดูปฏิกิริยาของผ้า
อุปกรณ์เสริมที่ช่วยให้ชุดสวยขึ้นเยอะ
ไม้แขวนแบบบุผ้านุ่ม – กันรอยกดจากหัวไม้แขวนบนไหล่หรือคอเสื้อ
โต๊ะรีดผ้าแบบสูงหรือปรับระดับได้ – ช่วยควบคุมทิศทางมือได้ดี ไม่ต้องก้ม ๆ เงย ๆ จนเสี่ยงทำชุดตกพื้น
แสงไฟต้อง สว่างเพียงพอ จะได้เห็นรอยยับและผิวผ้าได้ชัด รีดง่ายและไม่พลาด
เทคนิครีดชุดแต่งงานโดยไม่ทำร้ายผ้า
เตรียมอุปกรณ์พร้อมแล้ว ขั้นต่อไปคือเทคนิคลงมือรีดแบบปลอดภัยที่สุดสำหรับชุดของคุณ
เตรียมพื้นที่ก่อนเริ่มรีด
เลือกจุดที่ สะอาด ปราศจากฝุ่น และไม่มีลมแรง
แขวนชุดบนราวที่มั่นคง หรือตะขอแขวนที่รับน้ำหนักชุดได้
สำหรับเตารีดไอน้ำแบบยืน รอให้น้ำร้อนจนไอน้ำพุ่งสม่ำเสมอ ไม่กระตุก ไม่พ่นน้ำหยด
จากนั้น ค่อย ๆ พ่นไอน้ำให้ห่างจากตัวผ้าประมาณ 10–15 เซนติเมตร ไม่ต้องให้หัวพ่นแตะเนื้อผ้าโดยตรง
วิธีจัดการผ้าทูลล์และชีฟอง
ผ้ากลุ่มนี้คือสายบอบบางโดยแท้ ต้องใจเย็นและมือเบาเป็นพิเศษ
ปล่อยไอน้ำพรมไปทั่วบริเวณที่ยับอย่างนุ่มนวล
ใช้มืออีกข้าง ดึงผ้าให้ตึงเล็กน้อย แล้วปล่อยให้ไอน้ำทำงานคืนรูปเส้นใยผ้า
ถ้ารอยยับลึกหรือแข็ง ให้ทำซ้ำช้า ๆ 2–3 รอบ อย่าเร่ง อย่าขยี้
จำไว้ว่า ยิ่งลากอะไรไปบนผ้ามากเท่าไหร่ ความเสี่ยงยิ่งสูงขึ้น สำหรับผ้าประเภทนี้ควรเน้น “อบด้วยไอน้ำ” แทน “ลากเตารีด” เสมอ
ใช้เตารีดธรรมดาแบบไม่เสี่ยงพัง
ในกรณีที่เลี่ยงเตารีดธรรมดาไม่ได้ ให้ทำตามนี้
ปรับเตารีดที่อุณหภูมิ ต่ำที่สุดที่ยังมีไอน้ำ
ใช้ผ้ารองเตารีดทุกครั้ง ไม่ให้หน้าเตารีดสัมผัสผ้าโดยตรง
รีดจากด้านในชุดให้มากที่สุด โดยเฉพาะบริเวณที่มองเห็นชัด
เลี่ยงรีดตรงจุดตกแต่ง เช่น กลิตเตอร์ เลื่อม ลูกปัด ไข่มุก หรือคริสตัล เพราะความร้อนสามารถทำให้ละลาย หลุด หรือเปลี่ยนสีได้
หลังรีดเสร็จ ยังไม่จบ แต่อย่าเพิ่งเก็บเข้าถุง
หลายคนรีดจบแล้วรีบยัดชุดเข้าถุงทันที ซึ่งเสี่ยงทำให้ผ้าชื้นและเกิดปัญหาตามมาแบบไม่รู้ตัว
ขั้นตอนหลังรีดที่ควรทำทุกครั้ง
หลังรีดเสร็จ ให้ แขวนชุดทิ้งไว้ในที่โปร่ง อากาศถ่ายเทดี
รอให้ความชื้นและไอน้ำระเหยออกจากผ้าให้หมดก่อน
ถ้าเก็บชุดตอนยังอุ่น ๆ หรือมีความชื้นเล็กน้อย
อาจเกิด กลิ่นอับ ตามมา
ในกรณีร้ายแรง เสี่ยงต่อการเกิด เชื้อรา บนผ้า โดยเฉพาะถ้าถุงเก็บไม่ถ่ายเทอากาศ
วิธีเก็บชุดให้ปลอดภัยจนถึงวันจริง
เมื่อแน่ใจว่าชุดแห้งสนิทแล้ว ให้เก็บใน ถุงคลุมชุดแต่งงานแบบผ้าร่มหรือผ้าตาข่าย เพื่อให้ระบายอากาศได้ดี
หลีกเลี่ยงถุงพลาสติกแบบทึบ เพราะทำให้ความชื้นสะสมในระยะยาวได้
ถ้าชุดมีส่วนตกแต่งที่เปราะบาง เช่น คริสตัล หรือดีเทลปักแน่น ๆ ให้เสริม วัสดุกันกระแทก อย่างกระดาษทิชชู่อัดแน่น หรือผ้าบาง ๆ รองไว้บริเวณนั้น เพื่อกันการกดทับระหว่างแขวนหรือขนย้าย
ข้อควรระวังที่เจ้าสาวมักลืมคิด
บางครั้งสิ่งที่ทำชุดพังก็ไม่ใช่ความร้อน แต่เป็นความเผลอเล็ก ๆ ของเราเองนี่แหละ
ห้ามวางเตารีดแล้วหันไปทำอย่างอื่น
อย่าปล่อยให้เตารีดวางค้างบนผ้า แม้แค่ไม่กี่วินาที
ผ้าที่บอบบางอย่างซาติน ทูลล์ หรือชีฟอง อาจไหม้หรือเป็นรอยด้านทันที และแก้ไม่ได้
ถ้ารู้ตัวว่าเป็นคนสมาธิสั้น เล่นมือถือบ่อย หรือชอบเดินไปหยิบนู่นนี่ ระหว่างรีดควรวางแผนให้ดี หรือมอบหมายให้คนที่ใจเย็นกว่าเป็นคนจัดการแทน
ระวังสัตว์เลี้ยงและเด็กเล็ก
ถ้าคุณมีแมว หมาหรือเด็กเล็กในบ้าน อย่าปล่อยให้เข้าใกล้ชุดแต่งงาน
ขนสัตว์ เศษฝุ่น หรือรอยเลอะเล็ก ๆ สามารถติดตามผ้าได้ง่ายมาก
ก่อนจับชุดทุกครั้ง ควรล้างมือให้สะอาด เพื่อลดโอกาสเกิดคราบมันหรือรอยเปื้อนเล็ก ๆ ที่ลบไม่ออก
สำหรับชุดเช่า รอยเปื้อนหรือความเสียหายเล็กน้อยเหล่านี้ อาจกลายเป็น ค่าปรับก้อนโต หลังคืนชุดได้เลย
บทสรุป: ชุดเรียบสวย คือเกราะเสริมความมั่นใจของเจ้าสาว
การรีดชุดแต่งงานอาจดูเหมือนเรื่องเล็กในเช็กลิสต์การจัดงานใหญ่ แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับส่งผลกับภาพรวมของคุณในวันจริงอย่างมาก
คุณลงทุนเลือกชุดที่ใช่ ลงตัวกับสไตล์และรูปร่างแล้ว อย่าปล่อยให้ รอยยับ ผ้าหด หรือรอยไหม้ มาทำลายภาพจำของวันสำคัญที่สุดวันหนึ่งในชีวิต
ถ้าคุณ
เตรียมตัวให้พร้อม
ใส่ใจประเภทของเนื้อผ้า
เลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม
และรู้ข้อจำกัดของชุดที่สวม
คุณก็สามารถ รีดชุดแต่งงานให้เรียบ สวย พร้อมใส่ โดยไม่ทำลายผ้าเลยแม้แต่นิดเดียว
ท้ายที่สุด การดูแลชุดให้ดีที่สุด ไม่ได้มีไว้เพื่อให้คุณดูดีในสายตาคนอื่นเท่านั้น แต่ยังเป็น การให้เกียรติความหมายของชุดที่คุณใส่ในวันเริ่มต้นชีวิตคู่ และเป็นอีกหนึ่งวิธีบันทึกความทรงจำให้สวยงามที่สุดในแบบของคุณเอง

