รับแอปรับแอป

20 สกินแคร์ 2025 ตัวเด็ดที่ใช้แล้วผิวดีขึ้นจริง เลือกให้ตรงผิวหน้าปังทั้งปี!

ก้องภพ แสนดี01-31

อัปเดตลิสต์สกินแคร์ 2025 ผิวดีขึ้นแบบรู้สึกได้

อยากเปลี่ยนสกินแคร์แต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน ลิสต์นี้ช่วยได้เลย! รวมสกินแคร์ 2025 ที่ใช้แล้วช่วยให้ผิวดูแข็งแรงขึ้น ชุ่มชื้นขึ้น แต่งหน้าง่ายขึ้น เหมาะสำหรับคนที่อยากอัปเกรดสกินแคร์ตัวหลักบนโต๊ะเครื่องแป้ง

ข้อสำคัญคือ สกินแคร์ไม่มีตัวไหนใช้ได้ตลอดชีวิต เพราะผิวเรามักเปลี่ยนไปตามอากาศ อายุ ฮอร์โมน และไลฟ์สไตล์ บางช่วงหน้าแห้ง บางช่วงหน้ามัน บางทีแพ้ง่ายหรือเป็นสิวง่าย การปรับสกินแคร์ให้ตรงกับสภาพผิวปัจจุบันจึงสำคัญมาก

ก่อนจะเลือกสกินแคร์ มารู้จักคำว่า “สกินแคร์” กันก่อน

สกินแคร์ (Skincare) คือกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ตั้งใจออกแบบมาเพื่อ ดูแล ฟื้นฟู และบำรุงผิว ให้แข็งแรงและสุขภาพดีขึ้น ทั้งผิวหน้าและผิวกาย โดยจะเลือกใช้ให้เหมาะกับสภาพผิวและปัญหาของแต่ละคน

สกินแคร์หลัก ๆ แบ่งได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ

  • สกินแคร์ปกป้องผิว

  • สกินแคร์บำรุงผิว

  • สกินแคร์สำหรับช่วยดูแลหรือฟื้นฟูผิวที่มีปัญหา

การเลือกให้ตรงกลุ่ม และตรงสภาพผิว จะช่วยให้สกินแคร์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพที่สุด

เช็กสภาพผิวให้ชัด ก่อนช้อปสกินแคร์

ถ้าไม่รู้ว่าตัวเองผิวแบบไหน ต่อให้ใช้ของดีแค่ไหนก็อาจไม่เห็นผล เพราะ สกินแคร์ที่ไม่ตรงผิว บางทีทาไปก็เฉย ๆ หรือหนักกว่านั้นคือพัง

ผิวหลัก ๆ แบ่งออกได้ประมาณ 5 ประเภท ลองเช็กตัวเองจากลิสต์นี้ได้เลย

  • ผิวแห้ง (Dry Skin) / ผิวขาดน้ำ
    รูขุมขนเล็ก ผิวแห้ง ลอกเป็นขุย หลังล้างหน้ารู้สึกตึง ฝืดผิวหน้า บางคนอาจมีอาการคัน แสบ แดง และระคายเคืองง่าย ต้องการสกินแคร์ที่เน้นเติมและล็อกความชุ่มชื้น

  • ผิวมัน (Oily Skin)
    หน้ามันง่าย โดยเฉพาะบริเวณ T-Zone (หน้าผาก จมูก คาง) รูขุมขนกว้าง ต่อมไขมันผลิตน้ำมันเยอะ ทำให้เกิดสิวอุดตัน สิวเสี้ยน และสิวอักเสบง่าย เหมาะกับเนื้อสัมผัสบางเบา ไม่อุดตัน

  • ผิวผสม (Combination Skin)
    มันที่ T-Zone แต่แห้งบริเวณอื่น โดยเฉพาะ U-Zone (รอบดวงตา แก้ม คาง) อาจมีขุยแห้งบริเวณหนึ่ง แต่ก็มีความมันอีกบริเวณหนึ่ง ต้องบาลานซ์ทั้งความมันและความชุ่มชื้นไปพร้อมกัน

  • ผิวแพ้ง่าย (Sensitive Skin)
    ผิวไวต่อสารเคมี มลภาวะ แสงแดด ฝุ่นควัน เป็นสิวง่าย ระคายเคืองง่าย มีผื่น แดง แสบ คันได้บ่อย ต้องเลือกสกินแคร์ที่ส่วนผสมอ่อนโยน ผ่านการทดสอบกับผิวแพ้ง่าย

  • ผิวธรรมดา (Normal Skin)
    ผิวบาลานซ์ที่สุด ชุ่มชื้นกำลังดี ไม่มันเกิน ไม่แห้งเกิน รูขุมขนเล็ก ผิวเรียบเนียนกระจ่างใส ปัญหาผิวน้อย เป็นผิวในฝันที่แค่โฟกัสการดูแลให้ดีอย่างสม่ำเสมอ

เมื่อรู้แล้วว่าตัวเองผิวแบบไหน ต่อไปนี้การเลือกสกินแคร์จะง่ายขึ้นเยอะ

20 สกินแคร์ 2025 ที่ช่วยให้ผิวแข็งแรงและสุขภาพดีขึ้น

ด้านล่างนี้คือสกินแคร์สายบำรุงและเติมความชุ่มชื้น พร้อมตัวช่วยฟื้นบำรุงผิวเสีย ผิวหมอง ผิวเป็นสิวง่าย ให้ดูดีขึ้นทีละนิดแบบจับต้องได้

1. SRICHAND IN - SKIN BARRIER BOOST SOOTHING GEL CREAM

ใครรู้สึกว่าช่วงนี้ผิวอ่อนแอ แห้ง แพ้ง่าย หรือเจอแดด ฝุ่น มลภาวะบ่อย ตัวนี้คือสายกู้เกราะผิวที่น่าลองมาก ๆ เพราะคอนเซปต์ชัดเจนมากคือ “สร้างเกราะป้องกัน เสริมผิวแข็งแรง”

เนื้อเจลแบบ Jelly Burst Bomb บางเบา เย็นผิว ช่วยเฟรชหน้า ไม่เหนอะหนะ เติมความชุ่มชื้นไปพร้อมกับช่วยเสริม Skin Barrier ให้ผิวแข็งแรงขึ้น เหมาะมากกับคนที่ผิวระคายเคืองง่าย

ส่วนผสมเด่น เช่น

  • Ectoin เสริมเกราะป้องกันผิว และปกป้องผิวจากสภาพแวดล้อม

  • Cicazome ช่วยฟื้นฟูและซ่อมแซมผิวที่ถูกทำลายจากมลภาวะ

  • Derma-Calmfort เติมความชุ่มชื้น เสริมปราการผิวให้สุขภาพดี

  • Synbiotics Oat ช่วยปรับสมดุล Microbiome ผิวให้แข็งแรงขึ้น

ผ่านการทดสอบกับกลุ่มผิวแพ้ง่าย และสามารถใช้ได้แม้ในช่วงคุณแม่ตั้งครรภ์ (แต่การแพ้เป็นเรื่องเฉพาะบุคคลเสมอ)

  • ปริมาณ : 50 ml.

  • ราคา : 455 บาท

2. CeraVe Moisturising Cream

สำหรับสายผิวแห้งหนักมาก ต้องมีชื่อ CeraVe Moisturising Cream อยู่ในลิสต์แน่นอน เพราะเป็นครีมบำรุงที่ใช้ได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย

เนื้อครีมเข้มข้น แต่ไม่รู้สึกหนาแน่นเกินไปบนผิว อุดมด้วย เซราไมด์จำเป็นต่อผิว ผสานกับไฮยาลูรอนิก 3 รูปแบบ ที่ช่วยเติมน้ำให้ผิว พร้อมฟื้นปราการผิว ทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นยาว ๆ

  • ปริมาณ : 50 ml.

  • ราคา : 225 บาท

3. Dr.G R.E.D Blemish Clear Soothing Cream

ใครผิวเป็นสิวบ่อย ผิวอักเสบง่าย ตัวนี้คือหนึ่งในครีมที่หลายคนพูดถึงบ่อย Dr.G R.E.D Blemish Clear Soothing Cream เน้นให้ความชุ่มชื้นแบบไม่หนักหน้า พร้อมช่วยปลอบประโลมผิวที่ระคายเคืองง่าย

เหมาะกับคนที่มีปัญหาสิว เพราะช่วยเสริมความแข็งแรงของผิว และช่วยลดโอกาสการเกิดสิวใหม่ได้ด้วย ใช้ต่อเนื่องแล้วผิวจะนุ่มฟูขึ้นแบบไม่มันเยิ้ม

  • ปริมาณ : 70 ml.

  • ราคา : 1,090 บาท

4. Mediheal Collagen Ampoule Pad

ตัวนี้เป็นแผ่นแอมพูลบำรุงผิวสำหรับคนที่อยากดูแลผิวแบบเฉพาะจุด Mediheal Collagen Ampoule Pad สูตรนี้เน้นเรื่องผิวกระชับ ลดความหย่อนคล้อย และช่วยจัดการริ้วรอยร่องลึก

โดดเด่นด้วย Microparticlized CollagenFactor™ ที่ช่วยฟื้นบำรุงผิวให้ดูแน่นและอ่อนเยาว์ขึ้น ผิวดูฟู กระชับ เรียบเนียนขึ้นเมื่อใช้ต่อเนื่อง

  • ปริมาณ : 170 ml.

  • ราคา : 1,199 บาท

5. COSRX Advanced Snail 92 All In One Cream

ใครเป็นแฟนเมือกหอยทากต้องรู้จัก COSRX Advanced Snail 92 All In One Cream ตัวนี้แน่นอน เป็นครีมบำรุงแบบออลอินวันที่มีสารสกัดจากเมือกหอยทากเข้มข้นถึง 92%

เนื้อสัมผัสแบบเจล เกลี่ยง่าย ซึมไว ไม่เหนอะหนะ ไม่ทิ้งความมันบนผิว ช่วยฟื้นบำรุงผิวให้เนียนนุ่ม ชุ่มชื้น และดูสุขภาพดีขึ้น เหมาะกับคนที่อยากได้ตัวเดียวจบในขั้นตอนบำรุง

  • ปริมาณ : 100 g.

  • ราคา : 890 บาท

6. Cetaphil Moisturizing Cream For Dry, Sensitive Skin

ครีมกระปุกที่หลายคนคุ้นหน้าคุ้นตา Cetaphil Moisturizing Cream For Dry, Sensitive Skin จุดเด่นคือสูตรอ่อนโยน ใช้ได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย เหมาะกับผิวแห้งและผิวแพ้ง่าย

ช่วยเติมความชุ่มชื้น พร้อมป้องกันการสูญเสียน้ำจากผิว เนื้อครีมเนียน ลื่น ไม่เหนียว ไม่ทิ้งฟิล์มมัน ๆ บนผิว ใครอยากได้ครีมทาได้ทั้งตัวหนึ่งกระปุกจบ น่าสนใจมาก

  • ปริมาณ : 453 g.

  • ราคา : 980 บาท

7. Laneige Water Bank Blue Hyaluronic Emulsion [Oily]

สายผิวมันที่อยากได้ความชุ่มชื้นแต่ไม่อยากได้ความเหนอะต้องลอง Laneige Water Bank Blue Hyaluronic Emulsion [Oily]

เป็นอิมัลชั่นเนื้อบางเบา นุ่มผิว ช่วยเติมความชุ่มชื้นแบบเข้มข้น แต่ยังคงบาลานซ์น้ำและน้ำมันบนผิวได้ดี ไม่ทำให้หน้ามันเพิ่ม เหมาะกับคนที่ไม่ชอบครีมหนัก ๆ

  • ปริมาณ : 120 ml.

  • ราคา : 1,300 บาท

8. SEBAMED Moisturizing Cream

อีกหนึ่งครีมบำรุงที่เน้นเกราะผิวแข็งแรง SEBAMED Moisturizing Cream ช่วยลดการสูญเสียน้ำจากผิว และคงความชุ่มชื้นได้นานถึง 24 ชั่วโมง

มาพร้อมค่า pH 5.5 ที่ใกล้เคียงผิว ช่วยให้สมดุลผิวไม่เสีย พร้อมสนับสนุนการทำงานของเกราะป้องกันผิว ผิวจึงดูแข็งแรง สุขภาพดีขึ้น ใช้ได้ยาว ๆ

  • ปริมาณ : 75 ml.

  • ราคา : 1,000 บาท

9. Hada Labo Hydrating Perfect Gel

เจลบำรุงยอดฮิตจาก Hada Labo สูตรใหม่ Hydrating Perfect Gel รวม 3 ขั้นตอนไว้ในกระปุกเดียว ทั้ง Essence, Moisturizer และ Sleeping Mask

เน้นเติมความชุ่มชื้นให้ผิวดูอิ่มน้ำ ฟื้นผิวแห้งเสียให้กลับนุ่มเด้ง พร้อมช่วยให้รูขุมขนดูกระชับ ผิวโดยรวมดูอ่อนเยาว์ขึ้น เหมาะกับคนที่อยากได้สกินแคร์เน้นชุ่มชื้นแต่ขั้นตอนไม่เยอะ

  • ปริมาณ : 80 g.

  • ราคา : 690 บาท

10. Vichy Mineral 89 72H Moisture Boosting Cream

สายรักความชุ่มชื้นยาว ๆ ต้องส่อง Vichy Mineral 89 72H Moisture Boosting Cream เพราะเคลมว่าช่วยให้ผิวชุ่มชื้นได้นานถึง 72 ชั่วโมง

เมื่อใช้ต่อเนื่อง ผิวจะดูอิ่มฟู เรียบเนียนขึ้น พร้อมเสริมปราการผิวให้แข็งแรงมากขึ้น เหมาะกับคนผิวขาดน้ำที่อยากได้ฟีลผิวโกลว์ฉ่ำแบบสุขภาพดี

  • ปริมาณ : 50 ml.

  • ราคา : 1,300 บาท

11. Kiehl’s Clearly Corrective Dark Spot Solution

ใครมีปัญหารอยดำจากสิว หรือผิวไม่สม่ำเสมอ ตัวนี้คือหนึ่งในเซรั่มชื่อดัง Kiehl’s Clearly Corrective Dark Spot Solution

ช่วยลดเลือนจุดด่างดำ ปรับสีผิวให้ดูสว่างกระจ่างขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ผสานวิตามินซีสกัดที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าอย่างอ่อนโยน เผยผิวใหม่ที่ดูใสและเรียบเนียนขึ้นเมื่อใช้สม่ำเสมอ

  • ปริมาณ : 50 ml.

  • ราคา : 4,200 บาท

12. Srichand Skin Moisture Burst Gel Cream

อีกหนึ่งเจลครีมจากแบรนด์ไทยที่น่าลอง Srichand Skin Moisture Burst Gel Cream เด่นเรื่องการล็อกความชุ่มชื้นให้ผิวแบบจัดเต็ม

นอกจากจะเติมน้ำให้ผิวแล้ว ยังช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นได้ยาวนานถึง 72 ชั่วโมง เนื้อเจลครีมบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ ช่วยให้ผิวที่ดูอ่อนล้า กลับมาดูสดใสและอ่อนเยาว์ขึ้น

  • ปริมาณ : 50 ml.

  • ราคา : 455 บาท

13. Eucerin Spotless Brightening Boosting Essence

ใครอยากได้ผิวโกลว์ใสแบบไม่หมองง่าย ลองมองมาที่ Eucerin Spotless Brightening Boosting Essence

ตัวนี้ช่วยให้ผิวดูสว่างใสขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ช่วยปรับสภาพผิว และเสริมการผลัดเซลล์ผิวหมองคล้ำอย่างอ่อนโยน พร้อมเติมความชุ่มชื้นให้ผิวดูอิ่มฟู มีความโกลว์แบบเป็นธรรมชาติ

  • ปริมาณ : 100 ml.

  • ราคา : 1,350 บาท

14. Shiseido Ultimune Power Infusing Concentrate

เซรั่มไอคอนิกจาก Shiseido ตัวนี้คือ ตัวช่วยปั้นผิวแข็งแรง จากภายใน Shiseido Ultimune Power Infusing Concentrate

เน้นเสริมการปกป้องผิวตามธรรมชาติ พร้อมช่วยให้สกินแคร์ขั้นตอนต่อ ๆ ไปทำงานได้ดีขึ้น ผิวดูเรียบเนียน แน่น ฟู และดูสุขภาพดีขึ้น เหมาะกับคนที่อยากเริ่มจากการสร้างพื้นฐานผิวให้แข็งแรง

  • ปริมาณ : 10 ml.

  • ราคา : 750 บาท

15. Mizumi Cica Soothing Moisture Gel

ผิวเป็นสิวง่ายอยากได้มอยส์เจอไรเซอร์ที่ไม่ทำให้หนักหน้า ลองดู Mizumi Cica Soothing Moisture Gel

เนื้อเจลนุ่มละลายง่าย ซึมไว ไม่เหนอะหนะ ช่วยเติมความชุ่มชื้น พร้อมปลอบประโลมผิวที่กำลังมีสิวหรือระคายเคือง เหมาะมากสำหรับสายผิวแพ้ง่าย มีสิวบ่อย ที่อยากได้สกินแคร์อ่อนโยนแต่บำรุงจริงจัง

  • ปริมาณ : 45 ml.

  • ราคา : 690 บาท

16. Neutrogena Hydro Boost Nourishing Gel Cream

ตัวนี้ออกแบบมาเพื่อผิวบอบบางและแพ้ง่าย Neutrogena Hydro Boost Nourishing Gel Cream เน้นเติมความชุ่มชื้นให้ผิวอิ่มน้ำแบบไม่หนักผิว

ช่วยฟื้นบำรุงผิวไปพร้อมกับเสริมปราการผิวให้แข็งแรง ลดปัจจัยที่ทำให้ผิวสูญเสียน้ำ เหมาะกับคนที่ผิวแห้งขาดน้ำแต่แพ้ง่าย ไม่อยากได้เนื้อครีมหนา ๆ

  • ปริมาณ : 50 g.

  • ราคา : 599 บาท

17. Etude Moistfull Collagen Deep Cream

ครีมคอลลาเจนสายเกาจาก Etude Moistfull Collagen Deep Cream เน้นผิวเด้งนุ่ม ชุ่มชื้นยาวนาน

มีส่วนผสมหลัก 3 ชนิด ได้แก่

  • อควา สตรีม คอมเพล็กซ์ ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นสมดุล

  • ซุปเปอร์คอลลาเจน วอเตอร์ ช่วยให้ผิวเด้งแน่น

  • น้ำมันเบาบับ ช่วยล็อกความชุ่มชื้นให้ผิว

ผลลัพธ์คือผิวเนียนใส ดูสุขภาพดี เหมาะกับคนที่ผิวแห้งและอยากได้ความนุ่มฟูแบบสายเกาหลี

  • ปริมาณ : 75 g.

  • ราคา : 820 บาท

18. SKIN1004 Madagascar Centella Ampoule

แอมพูลสาย Cica ตัวดัง SKIN1004 Madagascar Centella Ampoule เน้นฟื้นฟูผิวอ่อนแอแบบอ่อนโยนสุด ๆ

มีสารสกัดจาก Centella จากมาดากัสการ์ อุดมด้วย Asiaticoside, Madecassoside, Asitic Acid และ Madecassic Acid ที่ช่วยลดการอักเสบ ระคายเคือง และชะลอการเสื่อมของเซลล์ผิว

ค่า pH ประมาณ 5.5 ใกล้เคียงผิว ทำให้เหมาะกับผิวที่เป็นสิวง่าย ช่วยลดโอกาสการเกิดสิว พร้อมฟื้นให้ผิวแข็งแรงและสุขภาพดีขึ้น

  • ปริมาณ : 55 ml.

  • ราคา : 790 บาท

19. Innisfree Green Tea Seed Cream

สายเกาหลีอีกหนึ่งตัวที่หลายคนรัก Innisfree Green Tea Seed Cream เน้นเรื่องความชุ่มชื้นและผิวดูสดชื่นมีชีวิตชีวา

ใช้สารสกัดชาเขียวที่มีความเข้มข้นมากกว่าชาเขียวทั่วไปหลายเท่า ช่วยเติมและกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิวยาวนาน ผิวดูกระจ่างใส ไม่หมองง่าย เหมาะมากกับผิวที่เริ่มล้าและขาดน้ำ

  • ปริมาณ : 50 ml.

  • ราคา : 890 บาท

20. Nu Formula Ectoin + Ceramide Barrier Cream

มอยส์เจอไรซิ่งเจลครีมเนื้อบางเบา Nu Formula Ectoin + Ceramide Barrier Cream ออกแบบมาเพื่อทุกสภาพผิว รวมถึงผิวเป็นสิวและผิวแพ้ง่าย

ช่วยเติมความชุ่มชื้น พร้อมปลอบประโลมผิวจากการเผชิญมลภาวะ และเสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรงขึ้น โดยไม่อุดตันรูขุมขน เหมาะกับคนที่อยากได้เนื้อเจลครีมสบายผิว ใช้ได้ทุกวัน

  • ปริมาณ : 50 g.

  • ราคา : 690 บาท

21. Curel Intensive Moisture Care Facial Cream

ปิดท้ายด้วยครีมสายลึกจาก Curel Intensive Moisture Care Facial Cream เน้นฟื้นความชุ่มชื้นให้ผิวแบบจริงจัง

เนื้อครีมบางเบา ซึมง่าย ช่วยกระตุ้นให้ผิวสร้างเซราไมด์ตามธรรมชาติ ผิวนุ่มชุ่มชื้นจากข้างใน ลดอาการแห้งตึงและลอกเป็นขุย เหมาะกับคนผิวแห้ง แพ้ง่าย ที่อยากได้การบำรุงแน่น ๆ แต่ไม่หนักหน้า

  • ปริมาณ : 40 g.

  • ราคา : 1,000 บาท

สรุป : ผิวเปลี่ยน สกินแคร์ก็ควรเปลี่ยน

จะเห็นว่าทั้ง 20 กว่าตัวที่รวมมานี้ มีทั้งเน้น

  • เติมความชุ่มชื้นให้ผิวอิ่มน้ำ

  • เสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง

  • ช่วยลดรอยดำ หมองคล้ำ หรือริ้วรอย

  • ปลอบประโลมผิวแพ้ง่ายและผิวเป็นสิวง่าย

เคล็ดลับคือ อย่ายึดติดกับสกินแคร์ชุดเดิมไปตลอด เมื่อสภาพผิวเปลี่ยน ไม่ว่าจะเพราะอากาศ อายุ ความเครียด หรือฮอร์โมน ก็ควรปรับสกินแคร์ให้เหมาะกับผิวหน้าช่วงนั้น ๆ

เลือกสูตรที่ตรงผิว ตรงปัญหา และค่อย ๆ ดูรีแอคชันของผิวไปทีละขั้น เท่านี้สุขภาพผิวหน้าดี ๆ ก็อยู่ไม่ไกลแล้ว