รับแอปรับแอป

รู้ครบ 5 อินสุด! เปิดทุกเลเยอร์ของ ‘10DANCE’ จากหน้ามังงะสู่หนังที่ดูแล้วอยากกดรีเพลย์ทันที

ธีรวัฒน์ ชัยศรี02-01

ทำไม ‘10DANCE’ ถึงกลายเป็นหนังเต้นที่ทำเอาคนดูอินสุดใจ

นี่คืออีกหนึ่งโปรเจ็กต์ฟอร์มใหญ่จาก Netflix ญี่ปุ่นที่เรียกเสียงฮือฮาตั้งแต่ยังไม่ทันฉาย ด้วยการหยิบมังงะชื่อดัง 10DANCE มาถ่ายทอดใหม่ในรูปแบบภาพยนตร์ พร้อมดึงสองพระเอกแถวหน้าของญี่ปุ่นอย่าง Ryoma Takeuchi และ Keita Machida มาปะทะฝีมือกันในเวทีลีลาศสุดดุเดือด

เคมีที่แพรวพราวไปด้วยแรงดึงดูด การแสดงที่คมกริบทุกอารมณ์ และงานภาพที่ละเมียดแบบเฟรมต่อเฟรม ส่งให้หนังเรื่องนี้ไต่ขึ้นสู่ TOP 4 ภาพยนตร์ต่างประเทศยอดนิยมบน Netflix ทั่วโลกได้แบบสมศักดิ์ศรี

ถ้าอยากดูให้ อินทะลุจอ มากขึ้น นี่คือ 5 เกร็ดเบื้องหลังที่จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนได้เต้นไปกับพวกเขาบนฟลอร์เดียวกัน

#1 สองดาราระดับตัวท็อป โคจรกลับมาเจอกันแบบจัดเต็ม

เพียงแค่เปิดรายชื่อนักแสดงนำก็สะเทือนทั้งไทม์ไลน์ เพราะ 10DANCE ได้ Ryoma Takeuchi และ Keita Machida มารับบทคู่เต้นที่ต่างขั้วกันสุดทาง

  • Ryoma รับบท ซูซูกิ ชินยะ แชมป์ลีลาศสายละติน ผู้มีสไตล์ร้อนแรง ใช้ชีวิตแบบพลิ้วไหวแต่เต็มไปด้วยไฟในใจ

  • Machida รับบท สึงิกิ ชินยะ นักลีลาศบอลรูมระดับโลก ผู้เป๊ะทุกดีเทล มีระเบียบ มีกรอบ และคุมเกมชีวิตตัวเองอย่างหนักแน่น

เบื้องหน้าอาจดูเหมือนคนละโลก แต่ทั้งคู่ต้องมาจับมือแลกเปลี่ยนศาสตร์การเต้น เพื่อพิชิตการแข่งขันที่หินที่สุดอย่าง 10DANCE ให้ได้

ย้อนไปปี 2016 สมัยที่ทั้งสองยังเป็นดาวรุ่ง พวกเขาเคยเล่นร่วมกันมาแล้วในซีรีส์ Sumika Sumire ที่เล่าเรื่องหญิงวัย 65 ปีได้ย้อนกลับมาใช้ชีวิตสาวมหา’ลัยอีกครั้ง โดย Machida รับบทพระเอกแสนสุภาพ ส่วน Ryoma คือเพื่อนในแก๊งที่มาสร้างสีสัน

ถัดมาในปี 2017 ทั้งคู่ยังไปโคจรอยู่เรื่องเดียวกันอีกในซีรีส์เช้า Hiyokko แต่คราวนั้นกลับไม่มีโอกาสได้เผชิญหน้าในเรื่องเลย

ดังนั้น 10DANCE จึงเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 9 ปีที่ทั้งสองได้มาปะทะฝีมือกันแบบเต็มๆ ด้วยภาพลักษณ์ที่เติบโตขึ้น และสถานะในฐานะนักแสดงแนวหน้าที่คนทั้งประเทศจับตาอยู่

#2 จากมังงะระดับปรากฏการณ์ สู่หนังที่ทั้งสายวายและสายกีฬาโหวตรัก

ก่อนจะกลายเป็นภาพยนตร์ Boys’ Love ที่ผสมดราม่าวงการนักเต้นเข้มข้นขนาดนี้ ต้นทางอย่างมังงะ 10DANCE ก็เคยสร้างแรงสั่นสะเทือนมาแล้วเหมือนกัน

ผลงานของ Inouesatoh เล่มนี้โดดเด่นตรงที่กล้าพังเส้นแบ่งระหว่างมังงะ Boys’ Love กับ Seinen Sport Manga หรือมังงะสายกีฬาผู้ใหญ่ที่เน้นความดุเดือดของการแข่งขันแบบจริงจัง

  • ด้านหนึ่ง มันเล่าโลกของนักลีลาศอาชีพอย่างสมจริง ทั้งแรงกดดัน ฝัน และความเครียดบนสนามแข่ง

  • อีกด้านหนึ่ง ก็สอดแทรกความเย้ายวน ความใกล้ชิด และความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดระหว่างตัวละครสองขั้ว ที่มีทั้งสไตล์การเต้นและวิถีชีวิตคนละทาง แต่กลับมาบรรจบกันด้วยเวทีที่ชื่อว่า 10DANCE

ด้วยความที่เดินเกมอยู่กึ่งกลางระหว่าง “กีฬาโคตรจริงจัง” และ “ความสัมพันธ์ที่ชวนใจเต้น” ทำให้ 10DANCE ไปไกลกว่างานเฉพาะกลุ่ม กลายเป็นมังงะที่ทั้งแฟนการ์ตูนวายและคนในวงการกีฬาต่างยอมรับ

ผลงานเล่มนี้คว้าอันดับ 1 จาก Kono BL ga Yabai! 2019 ซึ่งถูกยกให้เป็นเวทีรางวัลสาย BL ที่ทรงอิทธิพลระดับ “ออสการ์ของวงการมังงะวายญี่ปุ่น” แถมยังได้เข้าชิงรางวัล Manga Taisho ที่ปกติไม่ค่อยมีมังงะวายหลุดเข้าไปอยู่ท่ามกลางงานกระแสหลักบ่อยนัก

ไม่แปลกที่ลิขสิทธิ์ของเรื่องนี้จะถูกซื้อต่อไปทั่วโลก รวมถึงฉบับแปลไทย ที่ทำให้คนอ่านบ้านเราได้รู้จักโลกของ 10DANCE แบบใกล้ชิดขึ้นอีกขั้น

#3 เมื่อ ‘การเต้น’ กลายเป็นภาษารักที่ไม่ต้องใช้คำพูด

หัวใจของเรื่องนี้คือการเต้นสมชื่อ 10DANCE ซึ่งเป็นชื่อการแข่งขันลีลาศสุดหฤโหด ที่ผู้เข้าแข่งขันต้องลงทั้งสองสายคือบอลรูมและละติน

  • ฝั่ง Ballroom มี 5 จังหวะ: Waltz, Tango, Viennese Waltz, Slow Foxtrot, Quickstep

  • ฝั่ง Latin อีก 5 จังหวะ: Samba, Cha-Cha-Cha, Rumba, Paso Doble, Jive

แต่ละสไตล์มีบุคลิกชัดมากจนแทบจะเป็นคนละโลก บอลรูมคือความงามอย่างมีหลักการ การเข้าหากันแบบสุภาพแต่ทรงพลัง ส่วนละตินคือไฟอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน การยั่วยวนที่แฝงด้วยเสรีภาพและแรงปะทุจากข้างใน

หนังใช้ความต่างนี้มาเป็นภาษารักของตัวละครอย่างแยบยล เราแทบไม่ได้ยินประโยคสารภาพรักหวานเลี่ยน หรือเห็นฉากรักโจ่งแจ้งถี่ๆ แต่กลับรู้สึกถึงอารมณ์ที่ค่อยๆ ทวีขึ้น ผ่านระยะห่างที่สั้นลง การสัมผัสที่เปลี่ยนไป และวิธีที่ทั้งคู่ปรับจังหวะให้เข้าหากัน

จากจุดเริ่มต้นที่เต็มไปด้วยการแข่งขันและการชิงดีชิงเด่น พวกเขาค่อยๆ เรียนรู้สไตล์ที่ขัดกับธรรมชาติของตัวเองอย่างสุดขั้ว พร้อมกับเรียนรู้ตัวตนของอีกฝ่ายไปพร้อมกัน จนความเคารพ ความนับถือ และแรงดึงดูดซ้อนทับกันกลายเป็นสายใยที่แนบแน่นราวกับคู่เต้นที่ ขาดใครไปสักคนก็เหมือนฟลอร์ไม่สมบูรณ์

เบื้องหลังฉากเต้นสวยๆ เหล่านี้เกิดจากการซ้อมอย่างหนักของทั้งสอง นักแสดงต้องฝึกลีลาศกันยาวๆ ไม่ต่ำกว่า 6 เดือน วันละ 6–8 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายสร้าง Muscle Memory จนท่าเต้นไหลออกมาเองโดยไม่ต้องคิด แล้วเหลือพื้นที่ทั้งหมดไว้สำหรับการส่งอารมณ์อย่างแท้จริง

ยังไม่พอ ทีมงานยังดึงโค้ชเต้นและแชมป์ลีลาศตัวจริงมาช่วยประกบ ทำให้ทุกการขยับตัวบนฟลอร์ดูสมจริงจนคนดูเชื่อสนิทใจว่าพวกเขาคือมืออาชีพที่อยู่ในสนามแข่งจริงๆ

#4 ฉาก ‘God’s Dance’ ที่ทั้งสวย ทั้งร้อน ทั้งพังทลายกำแพงในใจ

หนึ่งในซีนที่แฟนมังงะรอคอยที่สุด และหนังเองก็ถ่ายทอดออกมาได้ทรงพลังจนแฟนใหม่ก็ต้องจดจำ คือฉากจูบบนรถไฟขบวนว่าง ที่หลายคนเรียกกันติดปากว่า God’s Dance

ฉากนี้ไม่ได้เป็นแค่เลิฟซีนสุดร้อนแรง แต่ยังเป็นเหมือนไคลแมกซ์สำคัญของเรื่องที่เต็มไปด้วยสัญญะและรายละเอียดเล็กๆ ที่ทำให้เห็นว่าโลกภายในใจของ สึงิกิ ชินยะ กำลังสั่นคลอนอย่างหนัก

ภาพที่พร่ามัวและสั่นไหวคล้ายความวุ่นวายที่ถาโถมเข้ามาในชีวิตคนที่เคยเชื่อในระเบียบและกฎเกณฑ์ทุกอย่าง เปรียบเหมือนเกล็ดหิมะที่ถูกทำลาย คือกำแพงในใจที่เริ่มแตกออก เปิดให้ความรู้สึกจริงๆ ได้หลุดออกมาอย่างไม่อาจซ่อนอีกต่อไป

และแม้ทั้งสองจะเป็นนักเต้นที่เชี่ยวชาญท่วงท่ามาตรฐานแบบเป๊ะทุกองศา แต่ในฉากนี้ การเต้นกลับกลายเป็นการ ด้นสดจากสัญชาตญาณล้วนๆ พวกเขาทิ้งสูตร ทิ้งเทคนิค แล้วปล่อยให้ร่างกายเคลื่อนไปพร้อมกับความรู้สึกที่มีต่อกันบนฟลอร์ที่เป็นเหมือนโลกใบเล็กๆ สำหรับแค่คนสองคนเท่านั้น

#5 เมื่อลีลาศท้าทายระบอบชายเป็นใหญ่ เพศสภาพ และชนชั้น

กีฬาอย่างลีลาศมักถูกผูกกับกรอบไบนารีแบบเดิมๆ ที่ต้องจับคู่ชาย–หญิง โดยเฉพาะสายบอลรูมที่มีกติกาชัดเจนว่า

  • ผู้ชายต้องเป็น ผู้นำ

  • ผู้หญิงต้องเป็น ผู้ตาม

การเล่าเรื่องผ่านตัวละครชายสองคนที่ต้องมาจับคู่เต้นด้วยกัน จึงไม่ใช่แค่ความท้าทายในเชิงกายภาพ แต่คือการเขย่ากรอบทางสังคมแบบเต็มแรง

เมื่อทั้งคู่คุ้นชินกับการ “นำ” มาตลอด คำถามจึงไม่ใช่แค่ใครจะยอมถอยหนึ่งก้าวในฟลอร์เต้น แต่ลึกไปถึงว่า พวกเขาจะยอมปล่อยวางอำนาจความเป็นชายแบบเดิมๆ ที่เคยเชื่อหรือไม่

เมื่อการเต้นแบบ Male–Male Pairing ปรากฏต่อหน้าคนดูในเรื่องอย่างสง่างามและทรงพลัง มันจึงกลายเป็นการประกาศชัดๆ ว่า ศิลปะไม่มีเพศกำกับ และกรอบที่สังคมเคยขีดไว้ก็ไม่สามารถลดทอนความงามของสิ่งที่พวกเขาเป็นได้เลย

หนังยังใช้ความต่างของสองสไตล์การเต้นมาขยายประเด็นเรื่องชนชั้นในสังคมอย่างแนบเนียน

  • บอลรูมแดนซ์ที่เต็มไปด้วยมารยาท ระเบียบ และความหรูหรา สะท้อนโลกของชนชั้นสูง

  • ละตินแดนซ์ที่อัดแน่นด้วยพลัง ความดิบ และเสรีภาพ สะท้อนเสียงของชนชั้นแรงงานและการต่อสู้เพื่อพื้นที่ของตัวเอง

ตัวละคร ซูซูกิ ชินยะ เคยเปรียบช่องว่างระหว่างสองโลกนี้ด้วยประโยคที่คมมากๆ ว่า

“ในช่วงที่พระราชินีอลิซาเบธที่ 2 เสิร์ฟไก่ราชาภิเษก
กัสโตรก็เริ่มจุดไฟแห่งการปฏิวัติที่คิวบา
ระหว่างเราสองคนคงมีระยะห่างประมาณนั้น”

สรุป: 10DANCE ไม่ใช่แค่หนังเต้น แต่มันคือเรื่องของหัวใจ ตัวตน และเส้นแบ่งที่ถูกทำลาย

เมื่อรวมทุกเลเยอร์ตั้งแต่เบื้องหลังนักแสดงตัวท็อป มังงะระดับรางวัลใหญ่ การเต้นที่ถูกยกระดับเป็นภาษารัก ไปจนถึงการตั้งคำถามกับเพศ ชนชั้น และอำนาจความเป็นชาย 10DANCE จึงไม่ใช่แค่หนังโรแมนติกสายเต้นธรรมดาๆ แต่คือประสบการณ์ที่ทั้งสวย ดุเดือด และชวนคิดในเวลาเดียวกัน

ใครที่เคยดูแล้ว อาจอยากกดกลับไปดูซ้ำเพื่อสังเกตรายละเอียดที่ซ่อนอยู่ทุกฉาก ส่วนคนที่ยังไม่เคยลอง บอกได้คำเดียวว่า นี่คือหนึ่งในหนัง Boys’ Love สายกีฬา ที่ทั้งแฟนมังงะและคนรักหนังเต้นไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง