รับแอปรับแอป

จากเงินไม่ถึง 300 ถึงบัลลังก์ราชาสตรีทฟู้ด: สูตรลับความปังของ ‘มาวิน’ ที่ไม่เดินตามใคร

พีรวิชญ์ สุวรรณดี01-29

จากงานในวงการเริ่มแผ่ว สู่เพจสตรีทฟู้ดที่คนทั้งประเทศรู้จัก

ถ้าเอ่ยถึงอินฟลูเอนเซอร์สายกินของไทยตอนนี้ ชื่อที่เด้งขึ้นมาในหัวใครหลายคนน่าจะหนีไม่พ้น วิน มาวิน ทวีผล เจ้าของเพจ Mawinfinferrr ที่มีผู้ติดตามแตะเกือบ 4 ล้านคน

จุดสตาร์ตของเรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 6 ปีก่อน ตอนที่งานในวงการบันเทิงของวินเริ่มน้อยลง รายได้หดจนเจ้าตัวถึงกับถามตัวเองว่า

จะอยู่ยังไง แล้วจะคบกับภรรยายังไง ในเมื่อเงินเดือนเหลือไม่ถึงสามหมื่น?

จากความกดดันนั้น กลายเป็นแรงผลักให้เขาหาทางใหม่ในชีวิต และเริ่มต้นเปิดเพจของตัวเอง

ถ้าเอาแต่ตามคนอื่น ก็ไม่มีวันนำ

ในช่วงที่ใคร ๆ ก็อยาก “ตามเทรนด์” วินกลับเลือกจะ ไม่ตามใคร เขาเชื่อว่าถ้าเดินตามคนอื่น เราก็จะเป็นได้แค่ผู้ตาม

สิ่งที่เขาย้ำกับตัวเองเสมอคือ

  • ต้อง สร้างตัวตนให้ชัด

  • ต้อง ทำแบรนด์ให้แข็งแรง

  • ต้องกล้าที่จะ “แยกตัวออกมา” จากทางที่คนส่วนใหญ่เดิน

เขายอมรับว่าตัวเองเป็นคนไม่ค่อยเออออตามใคร มีความคิดของตัวเองชัดเจน เพราะเชื่อว่าถ้าอยาก Lead คนอื่น ต้องเริ่มจากการกล้าคิดต่างก่อน

ช่วงแรกของการทำเพจ วินมีทั้งข้อจำกัดเรื่องเงินและโอกาส เขาเล่าว่ารีวิวแรก ๆ ทำได้แค่ ร้านข้างทาง งบไม่เกิน 300 บาท แต่จุดเล็ก ๆ ตรงนั้นแหละที่กลายเป็นเอกลักษณ์สำคัญของเขา

ในตลาดที่เต็มไปด้วยคอนเทนต์สายกินจุ กินโชว์ หรือรีวิวดุเดือด วินเลือกจะทำตรงข้าม คือ รีวิวแบบให้พลังบวกกับร้านค้า

เขาเคยผ่านช่วงล้มละลายจนแทบไม่มีจะกิน แค่ข้าวจานใหญ่ น้ำปลาพริกจัด ๆ กับไส้กรอกชิ้นละ 20 บาท ก็ทำให้ “อิ่ม” ได้ เลยเข้าใจคุณค่าของอาหารจานเล็ก ๆ ที่ช่วยให้ใครสักคนมีแรงไปต่อ

เพราะเคย “ไม่มี” มาก่อน เขาเลยตั้งใจใช้ปากของตัวเองเพื่อส่งต่อพลังดี ๆ ให้คนขาย

เชื่อในตัวเอง และเดินต่อให้สุด

กว่าชื่อ ‘วิน’ จะดังแบบทุกวันนี้ มันไม่ได้ง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ แต่คือการสะสมทีละก้าว

เขาได้รับการสนับสนุนจากภรรยาที่ช่วยวางแผนและถ่ายทำให้ตั้งแต่วันแรก ๆ พร้อมเตือนเสมอว่า

สิ่งที่คิด มันไม่มีทางสำเร็จภายใน 1-2 ปี ต้องค่อย ๆ สร้าง ต้องสะสมพลังในตัวเอง และที่สำคัญคือ ต้องไม่วอกแวก

แนวคิดที่วินใช้กับงาน และสอนลูกอยู่เสมอ คือ

  • อย่ากลัวที่จะพลาด

  • พลาดได้ แต่ต้อง ไม่พลาดแบบเดิมซ้ำ

  • กล้าที่จะก้าวออกจาก เซฟโซน แล้วลงมือทำ

เพราะสุดท้ายแล้ว ความสำเร็จไม่มีใครสอนได้สำเร็จ มันเป็นเรื่องของ ประสบการณ์ ที่ต้องใช้เวลาในการสร้างเอง

เขาเปรียบชีวิตไว้อย่างน่าสนใจว่า

เราอาจไม่ได้เดินจาก 1 ไป 10 แบบตรง ๆ เสมอไป บางทีอาจเป็นการทำเลข 5 สองครั้ง แล้วค่อยบวกกันให้ได้ 10

หน้าจอแบบไหน ตัวจริงแบบนั้น

หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้วินครองใจคนดูจำนวนมาก คือเขาเลือกใช้ ความเป็นมนุษย์ นำหน้า และวาง อีโก้ ทิ้งไว้ข้างหลัง

เขาตั้งใจให้ตัวเองเป็นคนที่ แฟนคลับเข้าถึงได้จริง ภาพบนหน้าจอกับตัวจริงต้องไม่หลอกกัน เพื่อสร้างความรู้สึกสบายใจให้ทั้งคนที่รู้จักแล้ว และคนที่เพิ่งเจอครั้งแรก

เขามีวิธีง่าย ๆ ที่ทำมาตลอดคือ

ถ้าเดิน ๆ แล้วมีคนยิ้มให้ เขาจะเป็นฝ่ายเดินเข้าไปถามก่อนเลยว่า “ถ่ายรูปกับผมมั้ย” ไม่กลัวหน้าแตก เพราะถึงเจอกันแค่ครั้งเดียว อย่างน้อยเขาอยากให้คนคนนั้นมีความทรงจำดี ๆ ติดกลับไป

ภาพลักษณ์ที่จริงใจ แบบนี้ คือหัวใจสำคัญของการเป็นอินฟลูเอนเซอร์ระยะยาว

เล่นทุกแพลตฟอร์ม เพราะคนดูอยู่หลายที่

วันนี้ วินไม่ได้ยืนอยู่แค่แพลตฟอร์มเดียวอีกต่อไป แต่ขยายไปแทบทุกที่ ทั้ง Facebook, Instagram, YouTube และ TikTok

เขามองว่าการมีตัวตนครบทุกช่องทาง เป็นการ

  • ขยายฐานคนดู

  • ทดลองรูปแบบคอนเทนต์ใหม่ ๆ

  • ฝึกตัวเองให้ออกจากเซฟโซนอยู่เรื่อย ๆ

แต่การอยู่หลายที่ ไม่ใช่การก็อปคอนเทนต์ไปวางเฉย ๆ เขาต้อง ปรับรูปแบบให้เหมาะกับแต่ละแพลตฟอร์ม เช่น

  • YouTube: คลิปยาว 20–30 นาที คนดูเต็มใจใช้เวลาอยู่ด้วยนาน ๆ

  • Facebook: ย่อยคอนเทนต์ให้กระชับ เหลือประมาณ 5 นาที

  • Instagram / Reels และ TikTok: บีบเนื้อหาให้เหลือประมาณ 1.30 นาที แต่ยังต้องครบอารมณ์

ผลลัพธ์ที่ตามมาคือฐานแฟนคลับเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน

เมื่อก่อนแทบไม่มีเด็กประถมรู้จักเขา แต่พอมี TikTok เด็กต่างจังหวัดเริ่มบอกว่า follow พี่อยู่ กลายเป็นการสร้างฐานผู้ชมรุ่นใหม่ขึ้นมา

เมื่อสายอาหารแน่นแล้ว ก็ขยับไปสายอื่นบ้าง

ถึงจะขึ้นชื่อว่าเป็นราชาสตรีทฟู้ด แต่คอนเทนต์ของวินไม่ได้หยุดอยู่แค่การรีวิวอาหาร

เขายังเป็นหนึ่งในคนที่ช่วยจุดกระแส อาร์ตทอย ในไทยด้วย เพราะมองว่า เมื่ออยู่ในสายอาหารจนถึงจุดที่ไปได้สูงสุดแล้ว คำถามต่อมาคือ

จะทำยังไงให้คนในวงการอื่นรู้จักเราเพิ่มขึ้น?

เขาเริ่มจากการเดินงานอาร์ตทอยแบบเงียบ ๆ ในวันที่แทบไม่มีใครรู้จัก ก่อนจะตัดสินใจ “ข้ามสาย” อย่างจริงจัง เพื่อ

  • เพิ่มฐานผู้ติดตามในกลุ่มใหม่

  • ให้คนเห็นว่าเขาทำได้มากกว่าการเป็นแค่สายกิน

ผลคือยอดผู้ติดตามใน Instagram จากราว 6 แสน ขยับขึ้นแตะระดับล้านในเวลาไม่นาน

ยืนข้างร้าน ไม่เอาลิ้นตัวเองไปตัดสินใคร

แม้วันนี้จะมีชื่อเสียงและงานหลั่งไหลเข้ามา แต่หัวใจของวินยังคงอยู่ที่ ร้านริมทาง เหมือนเดิม

เพราะสำหรับเขา การรีวิวไม่ใช่แค่การไปกินข้าว แต่คือการ

  • ซื้อประสบการณ์

  • ได้คุยกับพ่อค้าแม่ค้า

  • เห็นการเติบโตของแต่ละร้านต่อหน้าตัวเอง

บางร้านเริ่มจากแค่รถเข็นธรรมดา พอเขาแวะไปอีกครั้งก็มีเก้าอี้ มีโต๊ะ มีการพัฒนาไปทีละขั้น จนบางเจ้าปลดหนี้ได้ ส่งลูกเรียนได้

มันกลายเป็น ความสุขทางใจ ที่เงินซื้อไม่ได้

พร้อมกันนั้น เขาก็ไม่ลืมความจริงข้อหนึ่งว่า เงินคือปัจจัยหลักที่ทำให้ต้องทำงาน แต่เลือกได้ว่า

จะหาเงินแบบไหน โดย ไม่เบียดเบียนใคร

เขาย้ำหลักคิดที่ใช้กับตัวเองและคนที่มาขอคำปรึกษาเรื่องรีวิวเสมอว่า

“ผมจะยืนอยู่ข้างร้านค้าเสมอ ร้านคืออู่ข้าวอู่น้ำของครอบครัวเขา คนรีวิวไม่มีสิทธิ์เอาแต่ลิ้นตัวเองไปตัดสินชีวิตใคร”

ถ้ากินแล้วไม่ถูกปาก เขาเชื่อว่าทางออกที่ดีที่สุดคือ

  • ลองมองรอบ ๆ ว่าคนอื่นยังยิ้มและหัวเราะกับอาหารตรงหน้าหรือเปล่า

  • ถ้าใช่ แปลว่าอาจเป็นเราที่อยู่ผิดที่

  • สิ่งที่ควรทำคือ ลุกออกมา แล้วไปกินร้านอื่น แทนที่จะสร้างปัญหาให้เจ้าของร้าน

บทสรุป: สูตรลับจากราชาสตรีทฟู้ด

เมื่อเอาทุกอย่างมารวมกัน เส้นทางของ “มาวิน” ไม่ได้สร้างจากดราม่า แต่สร้างจาก 4 อย่างหลัก ๆ คือ

  • ความจริงใจ กับคนดูและร้านค้า

  • ความกล้าคิดต่าง ไม่เดินตามสูตรสำเร็จของใคร

  • ความไม่หยุดนิ่ง กล้าออกจากเซฟโซนทั้งเรื่องคอนเทนต์และแพลตฟอร์ม

  • ความเป็นมนุษย์ ที่ไม่ปล่อยให้อีโก้มาบังตัวตน

นี่แหละคือเหตุผลที่จากงบรีวิวไม่ถึง 300 บาทในวันนั้น เขาสามารถยืนอยู่บนบัลลังก์ราชาสตรีทฟู้ดของไทยในวันนี้ได้อย่างสง่างาม โดยไม่จำเป็นต้องเหยียบใครขึ้นมาเลย