Galaxy S25 FE มือถือสายตัดต่อวิดีโอที่มาพร้อม Galaxy AI แบบจัดเต็ม
ซัมซุงเปิดตัว Samsung Galaxy S25 FE สมาชิกใหม่ในตระกูล Galaxy S25 Series ที่โฟกัสหนักมากเรื่อง Galaxy AI และกล้องระดับพรีเมียม ในงบประมาณแค่สองหมื่นต้น ๆ เหมาะสุดสำหรับสายคอนเทนต์และคนชอบตัดต่อวิดีโอบนมือถือ
รุ่นนี้มาพร้อม One UI 8 ที่ยกเครื่องประสบการณ์การใช้งานรอบด้าน ด้วยการเอา Galaxy AI เข้ามาช่วยให้ทุกอย่างฉลาดขึ้น ตั้งแต่การสื่อสาร งานเอกสาร ยันงานวิดีโอและภาพนิ่งที่ต้องการความละเอียดและความแม่นยำสูง
Galaxy AI ตัวช่วยหลักของคนทำคอนเทนต์วิดีโอ

หัวใจของ Galaxy S25 FE คือการเอา AI มาช่วยปลดล็อกความคิดสร้างสรรค์ ทั้งด้านกล้อง วิดีโอ และการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะสายตัดต่อที่ต้องการเครื่องมือฉลาด ๆ แต่ใช้ไม่ยาก
มือถือรุ่นนี้มาพร้อมแบตเตอรี่ 4,900mAh และ vapor chamber ที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม 10% รองรับการชาร์จไวสาย 45W ทำให้เอาไปถ่าย–ตัด–เรนเดอร์วิดีโอได้ต่อเนื่องโดยไม่ต้องกังวลเรื่องความร้อนและแบตหมดเร็ว
ฟีเจอร์ Galaxy AI ที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น
Galaxy AI บน Galaxy S25 FE ถูกออกแบบให้ใช้งานได้หลายมิติ ทั้งเสียง การสัมผัส และภาพ ทุกอย่างถูกผสานให้การสั่งงานเป็นธรรมชาติและเร็วขึ้น เหมาะกับคนที่ต้องสลับงานไปมา ทั้งแชท ถ่าย ทำงาน และตัดต่อวิดีโอบนเครื่องเดียว
ฟีเจอร์เด่นของ Galaxy AI ได้แก่:
Gemini Live
สนทนาแบบเรียลไทม์ด้วยภาพ ให้เครื่อง “มองเห็น” สิ่งเดียวกับที่ผู้ใช้เห็น
ใช้ถามคำถามจากบริบทภาพได้ เช่น เอากล้องเล็งไปที่ชุดสองชุดแล้วถามว่าอะไรเหมาะกับอากาศเมืองไทยมากกว่ากัน ระบบจะช่วยแนะนำแบบเป็นธรรมชาติ
Now Bar
แสดงข้อมูลสำคัญบนหน้าจอล็อกในเวลาที่เหมาะสม
ปรับให้โชว์การแจ้งเตือนแบบ Live เพลง หรือโหมดต่าง ๆ ตามกิจวัตรได้
Now Brief
รวมข้อมูลที่ต้องใช้ในแต่ละวันไว้ให้ เช่น การจราจร การเตือนกิจกรรม ปฏิทิน และสรุปสุขภาพ
Circle to Search with Google
แค่วงกลมสิ่งที่อยากรู้บนหน้าจอ ก็เรียกค้นหาได้ทันทีโดยไม่ต้องออกจากแอปที่ใช้งานอยู่ ช่วยประหยัดเวลาเวลารีเสิร์ชข้อมูลระหว่างคิดสคริปต์หรือหาข้อมูลประกอบวิดีโอ

ความปลอดภัยของข้อมูลสำหรับคนที่ทำงานบนมือถือ
สายทำงานบนมือถือมีเรื่องข้อมูลสำคัญเยอะ ทั้งไฟล์งาน ลูกค้า และร่างวิดีโอที่ยังห้ามหลุด ระบบความปลอดภัยของ Galaxy S25 FE จึงถูกจัดมาแน่นพอสมควร
Knox Enhanced Encrypted Protection (KEEP)
สร้างพื้นที่เก็บข้อมูลแบบเข้ารหัสแยกเป็นรายแอปในเครื่อง
ทำให้แอปแต่ละตัวมีโซนความปลอดภัยของตัวเอง เข้าถึงได้เฉพาะเจ้าของเครื่อง
Personal Data Engine (PDE)
เก็บข้อมูลและพฤติกรรมการใช้งานไว้บนอุปกรณ์โดยตรง
ทำงานร่วมกับ Knox Vault เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวในยุคที่ข้อมูลมีมูลค่าสูง
กล้อง–วิดีโอ–AI: เซ็ตอัปที่เกิดมาเพื่อถ่ายและตัดต่อ
สำหรับคนทำวิดีโอและสายตัดต่อ นี่คือจุดขายหลักของ Galaxy S25 FE เลยก็ว่าได้ เพราะซัมซุงเน้นเรื่องกล้องและเครื่องมือแก้ไขแบบ AI มาแบบจัดเต็ม
กล้องหน้ามีการอัปเกรดเป็น 12MP ผสานกับ ProVisual Engine ที่ใช้พลังของ AI ช่วยประมวลผลภาพให้สวยขึ้นโดยไม่ต้องแต่งเยอะ เหมาะกับสายถ่าย vlog, live, หรือถ่ายรีแอคบนมือถือ
ในที่แสงน้อยก็มีการอัปเกรด Nightography พร้อมโหมด Low noise mode ลดนอยส์ให้ภาพกลางคืนใสขึ้น ส่วนวิดีโอได้ Super HDR ที่เน้นสีและไดนามิกเรนจ์สมจริงในทุกเฟรม
ยังมี Photo Assist ช่วยการแก้ไขภาพบนเครื่องให้แม่นยำและง่ายขึ้น เหมาะกับคนที่อยากจบงานบนมือถือโดยไม่ต้องโยนเข้าโปรแกรมใหญ่บนคอมทุกครั้ง
เครื่องมือ AI สำหรับสายตัดต่อวิดีโอโดยเฉพาะ
นี่คือส่วนที่สายตัดต่อและคอนเทนต์วิดีโอน่าจะชอบมากที่สุด เพราะมีเครื่องมือช่วยแต่ง–ตัด–เกลาวิดีโอให้จบในเครื่องเดียวแบบไม่ซับซ้อน
Generative Edit
ตรวจจับคนหรือสิ่งรบกวนในพื้นหลังภาพอัตโนมัติ
แนะนำให้ลบจุดรบกวนออกได้โดยไม่ต้องมานั่งเลือกหรือมาส์กเอง เหมาะเวลาอยากทำฉากให้สะอาดขึ้นก่อนเอาไปตัดต่อเป็นวิดีโอ
Portrait Studio
ช่วยสร้างอวตาร์หรือภาพแนวพอร์ตเทรตที่มีสีหน้าและรายละเอียดสมจริงมากขึ้น เอาไปใช้เป็นภาพโปรไฟล์ช่อง หรือกราฟิกประกอบวิดีโอก็ได้
Instant Slow-mo
แปลงวิดีโอให้เป็นสโลว์โมชั่นได้ทันที
เหมาะสำหรับทำช็อตเท่ ๆ โดยไม่ต้องถ่ายสโลว์ตั้งแต่แรกหรือไปปรับในโปรแกรมตัดต่อบนคอม
Audio Eraser
แยกเสียงเป็นประเภทต่าง ๆ เช่น เสียงพูด เพลง เสียงลม เสียงธรรมชาติ เสียงฝูงชน และเสียงแทรกพื้นหลัง
ให้ผู้ใช้เลือกได้ว่าจะลดหรือกำจัดเสียงไหนออกไป ช่วยให้เสียงในวิดีโอสะอาดขึ้นแบบไม่ต้องเก่งงานมิกซ์เสียง
Auto Trim
เลือกช่วงเวลา “เด็ด ๆ” จากวิดีโอให้อัตโนมัติ
ทำให้การตัดต่อสรุปไฮไลต์หรือคลิปสั้นเป็นเรื่องง่ายขึ้น เหมาะมากกับสายทำ Shorts/Reels/TikTok ที่ต้องการ workflow เร็ว ๆ
ประสิทธิภาพและดีไซน์ที่รองรับงานหนัก
Galaxy S25 FE ถูกออกแบบมาให้รับมือได้ทั้งงานทั่วไปและงานสร้างสรรค์ที่กินสเปกอย่างการตัดต่อวิดีโอหรือเล่นแอปหนัก ๆ
แบตเตอรี่ 4,900mAh ใช้งานได้ยาวทั้งวัน พร้อมชาร์จไวสาย 45W ชาร์จเร็ว กลับมาลุยงานต่อได้ไว
vapor chamber ที่ใหญ่ขึ้นกว่ารุ่นก่อน 10% ช่วยจัดการความร้อนได้ดีขึ้น เวลาตัดต่อ Render หรือเล่นเกมยาว ๆ เครื่องจะนิ่งขึ้น

ด้านดีไซน์ Galaxy S25 FE ยังสะท้อนตัวตนของตระกูล Galaxy S25 Series ด้วยตัวเครื่องที่บาง เบา และโทนดีไซน์แบบเรียบหรูทันสมัย
หน้าจอ Dynamic AMOLED 2X ขนาด 6.7 นิ้ว รีเฟรชเรต 120Hz ให้ภาพลื่น เหมาะทั้งดูพรีวิววิดีโอ ตัดต่อ และเสพคอนเทนต์
โครงเครื่องใช้ Armor Aluminum เพิ่มความแข็งแรงและความทนทาน ให้ฟีลลิ่งการจับที่แน่นและพรีเมียมขึ้น
มีสีให้เลือกสี่โทน: Icyblue, Jetblack, Navy, White
รองรับอัปเกรดระบบปฏิบัติการได้นานถึง 7 รุ่น พร้อมอัปเดตความปลอดภัย 7 ปี ใช้งานยาวได้แบบไม่ต้องรีบเปลี่ยนเครื่อง
ถ้าอยากได้ประสบการณ์ภาพและเสียงแบบเต็มอรรถรส ยังสามารถจับคู่กับ Galaxy Buds3 FE เพื่อให้การดูวิดีโอ ตัดต่อ และมอนิเตอร์เสียงมีความแม่นยำและอินกว่าเดิม

การวางจำหน่ายและราคา
Samsung Galaxy S25 FE จะมีวางจำหน่ายในประเทศไทยวันที่ 5 กันยายน 2568 พร้อมสิทธิใช้งาน Google AI Pro ฟรี 6 เดือน (สำหรับการใช้งานบางประเภทที่รองรับ)
รุ่นและราคาที่วางขายมีดังนี้:
Galaxy S25 FE 8 + 128GB ราคา 22,900 บาท
Galaxy S25 FE 8 + 256GB ราคา 25,900 บาท
มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สี Navy, สี Jetblack, สี White และสี Icyblue
หมายเหตุเกี่ยวกับสเปกและการใช้งาน
สเปกและฟีเจอร์อาจแตกต่างกันไปตามตลาดและผู้ให้บริการเครือข่าย
การใช้งาน Galaxy AI, ฟีเจอร์อย่าง Generative Edit, Portrait Studio, Instant Slow-mo, Audio Eraser และอื่น ๆ บางส่วนอาจต้องเข้าสู่ระบบด้วยบัญชี Samsung หรือเชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
ระยะเวลาการอัปเดตระบบปฏิบัติการและแพตช์ความปลอดภัย ขึ้นอยู่กับรุ่นอุปกรณ์และตลาด
โดยรวมแล้ว Galaxy S25 FE คือมือถือระดับกลางค่อนไปสูงที่สาย ตัดต่อวิดีโอ–ทำคอนเทนต์–ถ่าย+จบในเครื่องเดียว ควรจับตามองอย่างจริงจัง เพราะได้ทั้งกล้องดี ฟีเจอร์ AI ช่วยตัดต่อ และสเปกรองรับงานหนัก ในงบที่ยังจับต้องได้ไม่ยากนักสำหรับคนจริงจังกับงานวิดีโอบนมือถือ.

