ภาพรวมมาตรการลดค่าน้ำ–ค่าไฟ ปี 2569 ผ่านบัตรสวัสดิการรัฐ
มาตรการลดค่าน้ำประปาและค่าไฟฟ้า ปี 2569 เป็นส่วนหนึ่งของโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ สำหรับผู้มีรายได้น้อยที่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติ โดยรัฐสนับสนุนค่าใช้จ่ายพื้นฐานในครัวเรือนผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) ทั้งด้านค่าน้ำและค่าไฟ ภายใต้หลักการสำคัญคือ
ต้อง ลงทะเบียนใหม่ทุกคน ทั้งรายเดิมและรายใหม่ เพื่อยืนยันการใช้สิทธิ
ใช้หลัก 1 ครัวเรือน / 1 สิทธิ / 1 เลขที่บ้าน / 1 รหัสประจำบ้าน
เลือกลงทะเบียนใช้สิทธิได้ 1 หน่วยงานผู้ให้บริการ ทั้งฝั่งไฟฟ้าและน้ำประปา
มาตรการนี้มุ่งบรรเทาภาระค่าครองชีพ ลดค่าใช้จ่ายด้านค่าน้ำ–ค่าไฟในระยะยาวสำหรับครัวเรือนที่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 โดยผูกสิทธิ์เข้ากับระบบของการไฟฟ้าและการประปาแต่ละหน่วยงานอย่างชัดเจน
คุณสมบัติผู้มีสิทธิ์และเงื่อนไขหลัก
ข้อมูลในเอกสารเน้นว่า ผู้มีสิทธิ์ต้องเป็น ผู้ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เท่านั้น โดยแบ่งเป็น
ผู้มีสิทธิรายเดิม: เคยได้รับสิทธิในโครงการบัตรสวัสดิการรัฐ ปี 2565 และผ่านการพิจารณาคุณสมบัติในโครงการปี 2569
ผู้มีสิทธิรายใหม่: กลุ่มที่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติรอบใหม่หรือกลุ่มผู้ตกสำรวจที่ได้รับสิทธิ และยืนยันตัวตนแล้ว
เงื่อนไขสำคัญก่อนลงทะเบียน
รายเดิม: ไม่ต้องยืนยันตัวตนใหม่ สามารถลงทะเบียนรับสิทธิค่าน้ำ–ค่าไฟได้ทันทีตามกรอบเวลาที่กำหนด
รายใหม่ / ผู้ผ่านการทบทวนสิทธิ / รายเดิมที่เคยให้คนอื่น e-KYC แทน: ต้องผ่านการยืนยันตัวตนกับธนาคารที่กำหนด (กรุงไทย, ธ.ก.ส., ออมสิน, ธอส., ไอแบงก์) ล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน ก่อนนำข้อมูลมาลงทะเบียนรับสิทธิกับการไฟฟ้าและการประปา
เอกสาร–ข้อมูลที่ต้องใช้ในการลงทะเบียน (ตามที่ปรากฏในตัวอย่างฟอร์ม)
เลขบัตรประชาชน 13 หลัก ของผู้มีสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ
ข้อมูล เลขที่บ้าน / รหัสประจำบ้าน / เลขบัญชีผู้ใช้น้ำ / เลขมิเตอร์ไฟฟ้า ตามหน่วยงานที่ลงทะเบียน
เบอร์โทรศัพท์มือถือของผู้ลงทะเบียน
E-mail (ในกรณีลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์การไฟฟ้า)
ช่องทางและขั้นตอนลงทะเบียนลดค่าไฟ ปี 2569
หน่วยงานผู้ให้บริการไฟฟ้า
ผู้ถือบัตรสวัสดิการปี 2569 สามารถเลือกลงทะเบียนลดค่าไฟกับหนึ่งในหน่วยงานต่อไปนี้
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA / กฟภ.)
ลงทะเบียนออนไลน์: https://welfareregis.pea.co.th (เปิดตั้งแต่ 08.30 น. เป็นต้นไป)
ลงทะเบียนออนไซต์: สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคทุกแห่ง
สอบถามเพิ่มเติม: PEA Contact Center โทร. 1129
การไฟฟ้านครหลวง (MEA / กฟน.) – พื้นที่ กรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ
ลงทะเบียนออนไลน์: https://meaeservice.mea.or.th/welfare
ช่วง 20 ก.ค. – 30 ก.ย. 2569: เปิด 08.00–18.30 น. ทุกวัน
ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2569 เป็นต้นไป: เปิด 08.30–16.30 น. เฉพาะวันทำการ
สอบถามเพิ่มเติม: MEA Call Center โทร. 1130 (24 ชั่วโมง)
กิจการไฟฟ้า สวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ (กทร./กฟส.)
เว็บไซต์: https://walfareregis.sea.co.th
เบอร์ติดต่อ: 086 848 1284
วิธีลงทะเบียนรับสิทธิ์ลดค่าไฟฟ้า (ตัวอย่างขั้นตอน)
เข้าเว็บไซต์ของหน่วยงานที่รับผิดชอบพื้นที่บ้านที่ใช้ไฟ เช่น MEA, PEA หรือ กทร.
กรอก รหัสเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า (เลขมิเตอร์ไฟฟ้า) เฉพาะหมายเลข 8 หลัก
กรอก หมายเลขบัญชีแสดงสัญญา (9 หรือ 10 หลัก ตามรูปแบบที่กำหนด)
กรอก ชื่อ–นามสกุล และที่อยู่ ซึ่งระบบจะค้นหาจากรหัสเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า
กรอก หมายเลขบัตรประชาชน ตามที่ระบุในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
กรอก เบอร์โทรศัพท์ และ E-mail ของผู้ลงทะเบียน
กดปุ่ม “ลงทะเบียน” และรอให้ระบบบันทึกข้อมูล
ไทม์ไลน์การเริ่มได้รับสิทธิลดค่าไฟ
ข้อมูลไทม์ไลน์ที่ระบุชัดเจนอยู่ในส่วนของ MEA (พื้นที่ กทม. นนทบุรี สมุทรปราการ)
ผู้ได้รับสิทธิรายเดิม
ลงทะเบียนช่วง: 20–31 ก.ค. 2569
เริ่มได้รับสิทธิ: รอบบิล กันยายน 2569
สิทธิเดิมปี 2565 จะช่วยเหลือถึงรอบบิล ส.ค. 2569 เป็นเดือนสุดท้าย
ผู้ได้รับสิทธิรายใหม่
ลงทะเบียนช่วง: 20 ก.ค. – 30 ก.ย. 2569
เริ่มได้รับสิทธิ: รอบบิล พฤศจิกายน 2569
ส่วนของ PEA ระบุว่าเปิดระบบออนไลน์ตั้งแต่ 20 ก.ค. 2569 เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป แต่ไม่ได้ลงรายละเอียดเดือนเริ่มใช้สิทธิเทียบรอบบิลในเอกสารนี้
ช่องทางและขั้นตอนลงทะเบียนลดค่าน้ำประปา ปี 2569
หน่วยงานผู้ให้บริการน้ำประปา
การประปานครหลวง (กปน.)
เว็บไซต์: MWA e-Service https://eservicesapp.mwa.co.th/ES/MWAWelfareServlet
สอบถามเพิ่มเติม: LINE Official @MWAthailand และ MWA Call Center 1125 (24 ชั่วโมง)
การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ. / PWA)
เว็บไซต์ลงทะเบียน: https://register.pwa.co.th/welfare-register.html หรือ www.pwa.co.th
แอปฯ: PWA Plus Life
LINE OA: @PWAThailand
ลงทะเบียนผ่านเจ้าหน้าที่: ที่ กปภ. สาขา (234 สาขาทั่วประเทศ)
วิธีลงทะเบียนรับสิทธิ์ลดค่าน้ำประปา (ตามขั้นตอนที่ระบุ)
เข้าเว็บไซต์การประปานครหลวง หรือการประปาส่วนภูมิภาค
กดยอมรับเงื่อนไขก่อนเข้าใช้ระบบ
- กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
เลขบัตรประชาชนผู้มีสิทธิ์สวัสดิการแห่งรัฐ: ระบุเลขของผู้ลงทะเบียน
เลขที่ผู้ใช้น้ำ: เลขของบ้านที่จะใช้สิทธิ์สวัสดิการ
กดปุ่มตกลง
ระบบแสดงหน้าจอให้ยืนยันการลงทะเบียน → เลือก “ยืนยัน”
การลงทะเบียนจะสมบูรณ์เมื่อขึ้นข้อความ “ระบบบันทึกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว”
สำหรับ กปภ. ยังระบุช่องทางเพิ่มเติม
เว็บไซต์: www.pwa.co.th
แอปฯ: PWA Plus Life
LINE Official Account: @PWAThailand
ติดต่อเจ้าหน้าที่ที่ กปภ. สาขาทั่วประเทศ
ช่วงเปิดลงทะเบียน 20 ก.ค. – 30 ก.ย. 2569 เปิดให้บริการทุกวัน 08.00–18.30 น. รวมวันหยุดราชการและนักขัตฤกษ์ และตั้งแต่ 1 ต.ค. 2569 เป็นต้นไป เปิดเฉพาะวัน–เวลาทำการ 08.00–18.30 น.
ไทม์ไลน์การเริ่มได้รับสิทธิลดค่าน้ำ
อ้างอิงจากข้อมูลการประปานครหลวง (กปน.) และการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.)
กปน. – แบ่งรายเดิม/รายใหม่
ผู้มีสิทธิรายเดิม
ลงทะเบียน: 20–25 ก.ค. 2569
รอบการใช้น้ำที่เริ่มได้สิทธิ: สิงหาคม 2569
เดือนที่แสดงส่วนลดในใบแจ้งหนี้: กันยายน 2569
ผู้มีสิทธิรายใหม่
ลงทะเบียน: 20 ก.ค. – 25 ก.ย. 2569
รอบการใช้น้ำที่เริ่มได้สิทธิ: ตุลาคม 2569
เดือนที่แสดงส่วนลดในใบแจ้งหนี้: พฤศจิกายน 2569
หมายเหตุ: หากลงทะเบียนไม่ทันในเดือนแรก ระบบ กปน. เปิดให้ลงทะเบียนเพิ่มเติมได้ก่อนวันที่ 25 ของทุกเดือน โดยจะเริ่มได้รับสิทธิในรอบถัดไป ไม่มีการให้สิทธิย้อนหลัง
กปภ. – โครงการสวัสดิการปี 2569
ผู้มีสิทธิรายเดิม (เคยได้สิทธิปี 2565 และผ่านเกณฑ์ปี 2569)
ลงทะเบียน: 20–25 ก.ค. 2569
ใช้สิทธิรอบการใช้น้ำ: เดือน สิงหาคม 2569
ได้รับการสนับสนุนในใบแจ้งค่าน้ำ: เดือน กันยายน 2569 (ไม่ย้อนหลัง)
ผู้มีสิทธิรายใหม่
ลงทะเบียน: 20 ก.ค. – 25 ก.ย. 2569
ใช้สิทธิรอบการใช้น้ำ: เดือน ตุลาคม 2569
ได้รับการสนับสนุนในใบแจ้งค่าน้ำ: เดือน พฤศจิกายน 2569 (ไม่ย้อนหลัง)
วิธีผูกสิทธิ์เข้ากับบัตรสวัสดิการรัฐและเคล็ดลับไม่ให้ตกสิทธิ์
การผูกสิทธิ์ค่าน้ำ–ค่าไฟเข้ากับบัตรสวัสดิการรัฐในทางปฏิบัติ คือการลงทะเบียน เลขที่บ้าน / เลขผู้ใช้น้ำ / เลขมิเตอร์ไฟ ให้เชื่อมกับเลขบัตรประชาชนของผู้มีสิทธิ์ในโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 โดยควรดำเนินการเพียงครั้งเดียวตามรอบโครงการใหม่ เพื่อให้สิทธิ์เดินต่อเนื่องตามรอบบิล
ประเด็นที่ต้องระวังจากข้อมูลที่ให้ไว้
ต้องลงทะเบียน ภายในช่วงเวลาที่กำหนด ตามกลุ่มรายเดิม–รายใหม่ หากเลยกำหนดจะไม่ได้รับสิทธิย้อนหลัง
เลือกลงทะเบียน เพียง 1 สิทธิ ต่อ 1 บ้าน (เลขที่บ้าน) หลีกเลี่ยงการลงทะเบียนซ้ำหลายบ้านในชื่อเดียวกัน
ผู้มีสิทธิรายใหม่ต้องทำ e-KYC กับธนาคารที่กำหนด ล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน ก่อนลงทะเบียนน้ำ–ไฟ มิฉะนั้นอาจลงทะเบียนไม่สำเร็จ
ทำถูกครั้งเดียวตามขั้นตอน ระบบจะผูกสิทธิ์กับบิลค่าน้ำ–ค่าไฟรายเดือนต่อเนื่องตามรอบที่กำหนด โดยไม่ต้องลงทะเบียนซ้ำทุกเดือน
โครงสร้างส่วนลดค่าน้ำ–ค่าไฟ และตัวอย่างการคำนวณบิล
ส่วนลดค่าน้ำประปา
มาตรการช่วยค่าน้ำประปาในโครงการปี 2569 มีโครงสร้างชัดเจน ดังนี้
รัฐสนับสนุนวงเงิน ไม่เกิน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน
กรณีใช้น้ำ ไม่เกิน 100 บาท
ได้รับการสนับสนุนตามชำระจริง → ผู้มีสิทธิไม่ต้องจ่าย (ถือว่า “ฟรี” ในกรอบ 100 บาท)
กรณีใช้น้ำ เกิน 100 บาท แต่ไม่เกิน 315 บาท
ผู้มีสิทธิชำระเฉพาะส่วนที่เกินจาก 100 บาท ด้วยตนเอง
กรณีใช้น้ำ เกิน 315 บาท
ผู้มีสิทธิเป็นผู้รับภาระค่าน้ำทั้งหมดในเดือนนั้น ไม่ได้รับการสนับสนุน
กำหนดให้ 1 บ้าน (เลขที่บ้าน) ใช้สิทธิได้ 1 สิทธิ
ตัวอย่างการคำนวณ (ตามเกณฑ์ที่ระบุ)
ใช้น้ำ 90 บาท → รัฐสนับสนุน 90 บาท ผู้มีสิทธิ ไม่ต้องจ่าย
ใช้น้ำ 200 บาท → รัฐสนับสนุน 100 บาท ผู้มีสิทธิ จ่าย 100 บาท (ส่วนที่เกินจากวงเงิน)
ใช้น้ำ 320 บาท → เกิน 315 บาท ผู้มีสิทธิ จ่ายเต็ม 320 บาท ไม่ได้รับการสนับสนุนในเดือนนั้น
ส่วนลดค่าไฟฟ้า
ข้อมูลมาตรการช่วยค่าไฟแบ่งได้ 2 ช่วง
มาตรการเดิม (ปี 2565 ถึงบิลส.ค. 2569)
อุดหนุนค่าไฟฟ้า ไม่เกิน 315 บาท/เดือน/ครัวเรือน
หากใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 315 บาท ใบแจ้งค่าไฟจะแสดง ยอดชำระ 0 บาท
หากใช้ไฟเกิน 315 บาท ผู้มีสิทธิต้องรับภาระค่าไฟฟ้าทั้งหมด ไม่ได้รับส่วนลด
นอกจากนี้ยังมีเงื่อนไขพิเศษสำหรับผู้ใช้ไฟประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ติดตั้งมิเตอร์ไม่เกิน 5 แอมป์ และไม่เป็นนิติบุคคล
หากใช้ไฟไม่เกิน 50 หน่วยต่อเดือน ติดต่อกัน 3 เดือน
จะได้รับสิทธิ์ ค่าไฟฟ้าฟรี 50 หน่วย ตั้งแต่ค่าไฟประจำเดือนพฤษภาคม 2566 เป็นต้นไป
มาตรการในรอบใหม่ปี 2569
เอกสารระบุช่องทางและไทม์ไลน์ลงทะเบียนค่าไฟ แต่ไม่ลงรายละเอียดเกณฑ์วงเงินช่วยเหลือใหม่สำหรับปี 2569 โดยชัดเจน จึงอ้างอิงได้เฉพาะหลักการว่า ต้องลงทะเบียนใหม่ทุกคน และใช้หลัก 1 ครัวเรือนต่อ 1 สิทธิ ไม่เก็บย้อนหลัง หากใช้งานเกินวงเงินตามที่กระทรวงการคลังกำหนด ผู้มีสิทธิต้องชำระเองตามบิลเต็มจำนวน
การตรวจสอบผลอนุมัติและแก้ปัญหาสถานะลงทะเบียน
สำหรับฝั่งค่าไฟฟ้า (เฉพาะ PEA) มีการระบุขั้นตอนการตรวจสอบสถานะลงทะเบียนอย่างชัดเจน
วิธีเช็กสถานะลงทะเบียนค่าไฟกับ PEA
ไปที่เว็บไซต์: https://welfareregis.pea.co.th
คลิกเมนู “ตรวจสอบสถานะ การลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565”
เลือกหัวข้อ “สำหรับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ”
กรอก เลขบัตรประชาชน 13 หลัก ของผู้มีสิทธิ
กรอก เบอร์โทรศัพท์มือถือ ของผู้ที่ลงทะเบียน
คลิก “เข้าสู่ระบบ” เพื่อดูผลว่าระบบรับข้อมูลเรียบร้อยหรือไม่ และได้รับสิทธิส่วนลดตามเงื่อนไขหรือไม่
ในส่วนของการประปา แม้ไม่มีฟังก์ชันตรวจสอบสถานะละเอียดในเอกสาร แต่เน้นว่าการลงทะเบียนจะสมบูรณ์เมื่อระบบขึ้นข้อความ “ระบบบันทึกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว” และส่วนลดจะสะท้อนใน ใบแจ้งค่าน้ำ ตามรอบเดือนที่กำหนด
หากส่วนลดไม่เข้าใบแจ้งหนี้
จากข้อมูลที่ระบุ มีหลักการสำคัญในการแก้ปัญหาเบื้องต้น
ตรวจสอบว่าลงทะเบียน ถูกช่วงเวลา ตามกลุ่มรายเดิม–รายใหม่ หรือไม่
ยืนยันว่าการลงทะเบียนแสดงข้อความบันทึกข้อมูลเรียบร้อย
- ตรวจสอบผลการพิจารณาคุณสมบัติสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 ผ่านช่องทางกระทรวงการคลัง
เว็บไซต์: https://welfare.mof.go.th
แอปฯ: เป๋าตัง หรือ ทางรัฐ
หน่วยรับลงทะเบียนของภาครัฐ
หากยังไม่พบส่วนลด ให้ติดต่อ Call Center และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น PEA 1129, MEA 1130, MWA 1125, กปภ. สาขา หรือศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 0-2109-2345 (จันทร์–ศุกร์ 08.30–17.30 น.)
วางแผนการใช้ไฟและน้ำให้คุ้มสิทธิ์บัตรสวัสดิการรัฐ
จากโครงสร้างส่วนลดที่กำหนด การวางแผนใช้ไฟ–น้ำให้สอดคล้องกับวงเงินสนับสนุนจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้จริง โดยมีหลักคิดที่สรุปจากเกณฑ์ดังนี้
ฝั่งค่าน้ำประปา
พยายามควบคุมการใช้น้ำให้ ไม่เกิน 100 บาทต่อเดือน หากเป็นไปได้ เพื่อใช้สิทธิฟรีเต็มจำนวน
หากจำเป็นต้องใช้น้ำมากขึ้น ให้ระวังไม่ให้เกิน 315 บาท เพราะถ้าเลยจากจุดนี้จะ เสียสิทธิ์ทั้งเดือน ต้องจ่ายเต็มเอง
วางแผนใช้น้ำตามฤดูกาล เช่น เดือนที่คาดว่าใช้น้ำสูงมาก อาจต้องเตรียมใจว่าจ่ายเองทั้งบิล หากเกิน 315 บาท
ฝั่งค่าไฟฟ้า
ในมาตรการเดิม การใช้ไฟไม่เกิน 315 บาท/เดือน ช่วยให้บิลแสดงยอดชำระ 0 บาท การวางแผนไม่ใช้ไฟเกินวงเงินนี้จึงเป็นประโยชน์
สำหรับบ้านอยู่อาศัย มิเตอร์ไม่เกิน 5 แอมป์ การใช้ไฟ ไม่เกิน 50 หน่วยต่อเดือน ติดต่อกัน 3 เดือน ช่วยให้ได้สิทธิไฟฟ้าฟรี 50 หน่วยต่อเดือนตามเกณฑ์ที่ระบุ
โดยรวม การติดตามบิลค่าน้ำ–ค่าไฟรายเดือนและเปรียบเทียบกับวงเงินสนับสนุน (100 บาทฝั่งน้ำ / 315 บาทฝั่งไฟตามมาตรการเดิม) จะช่วยให้ครัวเรือนปรับพฤติกรรมการใช้ทรัพยากรให้สอดคล้องกับสิทธิที่ได้รับ
เช็กลิสต์เตรียมตัวลงทะเบียนปี 2569: ทำครั้งเดียว เซฟบิลทุกเดือน
เพื่อให้การลงทะเบียนค่าน้ำ–ค่าไฟผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เป็นไปอย่างราบรื่น เอกสารทั้งหมดสามารถสรุปเป็นเช็กลิสต์สำคัญได้ดังนี้
1. ตรวจสอบสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569
เข้าเว็บไซต์: https://welfare.mof.go.th
หรือเช็กผ่านแอปฯ เป๋าตัง / ทางรัฐ / หน่วยรับลงทะเบียนภาครัฐ
ยืนยันกลุ่มของตนเอง: รายเดิม / รายใหม่ / ผ่านทบทวนสิทธิ
2. เตรียมการยืนยันตัวตน (สำหรับรายใหม่และกลุ่มต้อง e-KYC)
ติดต่อธนาคารที่กำหนด (กรุงไทย, ธ.ก.ส., ออมสิน, ธอส., ไอแบงก์)
ทำ e-KYC ให้เรียบร้อย ล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน ก่อนลงทะเบียนลดค่าน้ำ–ค่าไฟ
3. เตรียมเอกสารและข้อมูลก่อนลงทะเบียน
เลขบัตรประชาชน 13 หลักของผู้มีสิทธิ
เลขผู้ใช้น้ำ / เลขบัญชีผู้ใช้น้ำ / เลขที่บ้าน
เลขมิเตอร์ไฟฟ้า (8 หลัก) และหมายเลขบัญชีแสดงสัญญา (9–10 หลัก)
เบอร์โทรศัพท์ และ E-mail (สำหรับลงทะเบียนออนไลน์)
4. เลือกช่องทางลงทะเบียนที่สะดวก
ฝั่งไฟ: เว็บไซต์ MEA / PEA / กทร. หรือสำนักงานการไฟฟ้า
ฝั่งน้ำ: เว็บไซต์ MWA หรือ PWA, แอปฯ PWA Plus Life, LINE OA, หรือสำนักงานการประปา
5. ลงทะเบียนตามไทม์ไลน์กลุ่มรายเดิม–รายใหม่
รายเดิม: 20–25 ก.ค. 2569 (น้ำ) / 20–31 ก.ค. 2569 (ไฟ MEA)
รายใหม่: 20 ก.ค. – 25 ก.ย. 2569 (น้ำ กปน./กปภ.) / 20 ก.ค. – 30 ก.ย. 2569 (ไฟ MEA)
6. ตรวจสอบผลและติดตามใบแจ้งหนี้
ยืนยันให้ระบบขึ้นข้อความ “บันทึกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว”
เช็กสถานะผ่านเว็บไซต์ PEA (สำหรับค่าไฟในบางพื้นที่)
ตรวจดูใบแจ้งหนี้รอบเดือนที่ระบุว่าจะเริ่มแสดงส่วนลด (กันยายน–พฤศจิกายน 2569 ตามกลุ่มและหน่วยงาน)
เมื่อทำตามเช็กลิสต์ครบถ้วน การลงทะเบียนครั้งเดียวในปี 2569 จะช่วยให้ครัวเรือนได้รับสิทธิลดค่าน้ำ–ค่าไฟตามมาตรการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยตลอดรอบบิลที่โครงการกำหนด โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการตกหล่นหรือเสียสิทธิย้อนหลังอีกต่อไป


ความคิดเห็น