หลังจากมีข่าวหลุดและการคาดเดามาพักใหญ่ ล่าสุด Redmi ก็ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่า สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ในตระกูล Turbo 5 Series เตรียมเปิดตัวในประเทศจีนช่วงปลายเดือนมกราคมนี้ โดยไฮไลต์ไม่ได้มีแค่รุ่นมาตรฐานอย่าง Redmi Turbo 5 เท่านั้น แต่ยังรวมถึงรุ่นตัวแรงอย่าง Redmi Turbo 5 Max ที่ถูกวางตำแหน่งให้เป็นมือถือสายพลังเต็มขั้น ทั้งชิปใหม่ แบตอึด และชาร์จเร็วระดับโหด
นอกจากนี้ Redmi ยังปล่อยภาพและรายละเอียดดีไซน์บางส่วนออกมาให้เห็นล่วงหน้า ทำให้ภาพของ Turbo 5 Series เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ
วันเปิดตัวอย่างเป็นทางการ
Redmi ยืนยันผ่านโพสต์บน Weibo ว่า
👉 Redmi Turbo 5 และ Turbo 5 Max จะเปิดตัวในจีนวันที่ 29 มกราคม
ไม่มาเดี่ยว เพราะในงานเดียวกัน Redmi ยังเตรียมเปิดตัวอุปกรณ์อื่น ๆ เพิ่มเติม ได้แก่
Redmi Buds 8 Pro
Redmi Pad 2 Pro Harry Potter Edition
ถือเป็นอีเวนต์ต้นปีที่เน้นทั้งสมาร์ตโฟน แกดเจ็ต และสินค้ารุ่นพิเศษเอาใจแฟน ๆ โดยเฉพาะ

ดีไซน์ Turbo 5 Series: พรีเมียมขึ้น ชัดตั้งแต่กรอบเครื่อง
หนึ่งในจุดที่ Redmi เน้นชัดคือเรื่อง งานดีไซน์และวัสดุ ซึ่ง Turbo 5 Series ถูกยกระดับขึ้นจากรุ่นก่อนอย่างเห็นได้ชัด โดยข้อมูลที่ Redmi เปิดเผยมีดังนี้
วัสดุและโครงสร้าง
กรอบเครื่องโลหะ CNC
มุมเครื่องโค้งมน จับถนัดมือ
ฝาหลังไฟเบอร์กลาส
แฟลช LED คู่ (Dual LED Flash)
แนวทางนี้ทำให้ Turbo 5 Series ดูพรีเมียมขึ้นกว่าภาพจำเดิมของตระกูล Turbo ที่เน้นแรงเป็นหลัก แต่ดีไซน์อาจไม่ได้โดดเด่นมากนัก
สีตัวเครื่อง: Turbo 5 Max จัดสีสดสะดุดตา
Redmi ยังโชว์สีตัวเครื่องของ Turbo 5 Max อย่างเป็นทางการ โดยจะมีอย่างน้อย 2 สี ได้แก่
Ocean Breeze Blue
Sunrise Orange
โดยเฉพาะสีส้ม Sunrise Orange ที่ถูกนำมาโชว์ในภาพโปรโมต ถือเป็นโทนสีที่ค่อนข้างแตกต่างจากมือถือ Redmi รุ่นก่อน ๆ และน่าจะถูกใจสายที่อยากได้เครื่องสีโดดเด่น ไม่จำเจ
Redmi Turbo 5 Max: รุ่นใหญ่ ตัวแรง สเปกจัดเต็ม
แม้ Redmi จะยังไม่เปิดสเปกทั้งหมด แต่ข้อมูลหลักของ Turbo 5 Max ก็ถือว่าน่าสนใจมาก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้ที่มองหามือถือ “แรง + อึด”
ชิปประมวลผล
ใช้ MediaTek Dimensity 9500s
ชิปรุ่นนี้ถูกวางตัวเป็น SoC ระดับสูง เน้นประสิทธิภาพทั้งด้านการประมวลผลและการจัดการพลังงาน เหมาะกับการใช้งานหนัก เช่น
เล่นเกมต่อเนื่อง
มัลติทาสก์
ใช้งานระยะยาว
แบตเตอรี่: ใหญ่สะใจระดับแท็บเล็ต
หนึ่งในไฮไลต์ที่แรงที่สุดของ Turbo 5 Max คือแบตเตอรี่
ความจุสูงถึง 9,000mAh
ตัวเลขนี้ถือว่า ใหญ่กว่ามือถือทั่วไปอย่างชัดเจน และเข้าใกล้ระดับอุปกรณ์จอใหญ่หรือแท็บเล็ตบางรุ่น ทำให้คาดหวังได้ว่า
ใช้งานข้ามวันแบบสบาย
เหมาะกับสายเกม สายดูวิดีโอ หรือใช้งานหนักทั้งวัน
ชาร์จเร็ว 100W: แบตใหญ่ แต่ไม่ต้องรอนาน
แม้แบตจะใหญ่ถึง 9,000mAh แต่ Redmi ก็จัดระบบชาร์จเร็วมาให้แบบไม่กั๊ก
รองรับชาร์จไวแบบสาย 100W
จุดนี้ช่วยแก้ปัญหาแบตใหญ่แต่ชาร์จนาน ทำให้ Turbo 5 Max ยังตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้ดี ไม่ต้องเสียบชาร์จนานหลายชั่วโมง
แล้ว Redmi Turbo 5 รุ่นปกติล่ะ
แม้ข้อมูลของ Redmi Turbo 5 รุ่นมาตรฐาน จะยังไม่ถูกเปิดเผยละเอียดเท่ารุ่น Max แต่จากแนวทางของซีรีส์ คาดว่า
จะได้ดีไซน์ใกล้เคียงกัน
ใช้วัสดุระดับเดียวกัน
สเปกอาจถูกลดระดับลงเล็กน้อย เพื่อทำราคาให้เข้าถึงง่ายกว่า
Turbo 5 น่าจะเป็นตัวเลือกสำหรับคนที่อยากได้มือถือแรง ดีไซน์พรีเมียม แต่ไม่จำเป็นต้องแบตใหญ่ระดับ 9,000mAh

ทำไม Turbo 5 Series ถึงน่าจับตา
การเปิดตัว Turbo 5 Series สะท้อนทิศทางของ Redmi ได้ชัดเจนในหลายจุด
1. ดันมือถือ “แรง + พรีเมียม” มากขึ้น
จากเดิมที่ Turbo เน้นแรงเป็นหลัก คราวนี้ Redmi เพิ่มเรื่อง
วัสดุ
งานประกอบ
ดีไซน์
เข้ามาเต็มตัว
2. แข่งตรงกับตลาดมือถือแบตอึด
แบต 9,000mAh + ชาร์จ 100W ทำให้ Turbo 5 Max เข้าสู่กลุ่มมือถือ
แบตอึดพิเศษ
เหมาะกับเกมเมอร์และสายใช้งานหนัก
3. MediaTek ยังเป็นตัวเลือกหลัก
การเลือก Dimensity 9500s แสดงให้เห็นว่า MediaTek ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของ Redmi ในกลุ่มมือถือประสิทธิภาพสูง
ผู้ใช้ควรรู้อะไร ก่อนเปิดตัว
สำหรับแฟน Redmi
Turbo 5 Series เป็นรุ่นที่อัปเกรดทั้งสเปกและภาพลักษณ์
ดีไซน์ดูพรีเมียมขึ้นชัดเจน
สำหรับสายเกม / สายใช้งานหนัก
Turbo 5 Max เป็นรุ่นที่ควรจับตา
แบตใหญ่ + ชาร์จไว เหมาะกับการใช้งานยาว ๆ
สำหรับคนรอขายนอกจีน
ตอนนี้ยังเปิดตัวเฉพาะจีน
ต้องรอดูว่าจะรีแบรนด์หรือทำตลาดนอกจีนเมื่อไร
บทสรุป: Turbo 5 Series เปิดเกมแรงตั้งแต่ต้นปี
การประกาศเปิดตัว Redmi Turbo 5 และ Turbo 5 Max วันที่ 29 มกราคม ถือเป็นสัญญาณชัดว่า Redmi ต้องการเปิดปีด้วยสมาร์ตโฟนสายแรงแบบจริงจัง โดยเฉพาะ Turbo 5 Max ที่โดดเด่นทั้ง
ชิป Dimensity 9500s
แบต 9,000mAh
ชาร์จไว 100W
ดีไซน์พรีเมียมขึ้น
หลังจากนี้ สิ่งที่ต้องจับตาคือ
สเปกเต็มของทั้งสองรุ่น
ราคาเปิดตัว
และโอกาสทำตลาดนอกประเทศจีน
ซึ่งถ้าทำราคาได้ดุดันเหมือนสไตล์ Redmi ที่คุ้นเคย Turbo 5 Series มีโอกาสกลายเป็นมือถือ “คุ้มจัด” อีกหนึ่งตระกูลในปีนี้อย่างไม่ยาก
ที่มา gsmarena

