รับแอปรับแอป

Disney จับมือ OpenAI ดีลพันล้าน เขย่าโลกบันเทิง เมื่อ Mickey, Marvel และ Star Wars กำลังจะโลดแล่นใน Sora

ธนากร อินทร์แก้ว12-15

เมื่อแฟนดิสนีย์ไม่ได้แค่ดู แต่ “สร้างจักรวาลเองได้”

ลองจินตนาการดูว่า ถ้าวันหนึ่งเราเสกวิดีโอสั้นให้ Iron Man บินผ่านปราสาทดิสนีย์ หรือให้ Baby Yoda ไปเดินเล่นในโลก Pixar ได้ด้วยข้อความไม่กี่บรรทัด โลกบันเทิงจะเปลี่ยนไปขนาดไหน

และนี่ไม่ใช่จินตนาการลอย ๆ เพราะล่าสุด Disney เซ็นดีลระดับ 1 พันล้านดอลลาร์กับ OpenAI อย่างเป็นทางการ เปิดทางให้ตัวละครจาก Disney, Pixar, Marvel และ Star Wars เข้ามาอยู่ใน Sora ระบบสร้างวิดีโอ AI สุดล้ำ ที่กำลังถูกจับตามองมากที่สุดในตอนนี้

ดีลนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่คือจุดตัดของ “บันเทิง + AI + แฟนคัลเจอร์” ที่อาจเปลี่ยนวิธีเสพคอนเทนต์ไปตลอดกาล


ดีลนี้ใหญ่แค่ไหน ทำไมวงการต้องหันมามอง

ข้อตกลงนี้มีอายุ 3 ปี และไม่ใช่แค่การให้สิทธิ์ใช้งานธรรมดา

  • Disney ลงทุนใน OpenAI มูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ พร้อมวอร์แรนต์ซื้อหุ้นเพิ่ม

  • แฟน ๆ จะสามารถใช้ ตัวละครกว่า 200 ตัว ในการสร้างวิดีโอสั้นผ่าน Sora

  • ครอบคลุมตัวละครแบบ animated, masked และ creature

  • ใช้ได้ทั้งใน Sora (วิดีโอ) และ ChatGPT Images (ภาพนิ่ง)

พูดตรง ๆ นี่คือการเปิดคลังสมบัติของ Disney ให้แฟน ๆ เอาไป “เล่น” อย่างถูกลิขสิทธิ์เป็นครั้งแรกในระดับนี้


Sora x Disney สร้างอะไรได้บ้าง

ด้วยไลเซนส์ใหม่ Sora จะสามารถดึง

  • ชุด

  • อุปกรณ์ประกอบฉาก

  • ยานพาหนะ

  • สภาพแวดล้อมระดับไอคอน

จากจักรวาล Disney มาใช้ในวิดีโอสั้นแบบ user-prompted ได้ทันที แค่พิมพ์คำสั่งเป็นข้อความ

อยากเห็น Spider-Man วิ่งบนถนนสไตล์ Pixar
อยากให้ Stormtrooper ไปโผล่ในฉากแฟนตาซี
หรืออยากสร้างวิดีโอแนวตลก ๆ ลงโซเชียล

ทั้งหมดนี้จะกลายเป็นเรื่องปกติในยุคใหม่


ขอบเขตชัด ไม่แตะเสียงและหน้าคนจริง

สิ่งสำคัญที่ Disney และ OpenAI ย้ำชัดคือ

  • ไม่รวม likeness ของนักแสดงจริง

  • ไม่ใช้เสียงต้นฉบับของตัวละคร

พูดง่าย ๆ คือ ใช้ “ตัวละคร” ได้ แต่ไม่ละเมิดตัวตนของคนจริง นี่คือเส้นแบ่งที่ชัดเจนมากในยุค AI เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาด้านจริยธรรมและกฎหมาย


จากแฟนเมด สู่ Disney+

อีกไฮไลต์ที่น่าสนใจคือ
Disney จะคัดเลือก Sora วิดีโอที่แฟนสร้าง บางส่วน ไปเผยแพร่ให้ชมบน Disney+

นี่คือการยกระดับคอนเทนต์แฟนเมดจากของเล่นในโซเชียล สู่แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งระดับโลก
ใครเคยฝันอยากสร้างอะไรเกี่ยวกับ Disney แล้วมีคนดูจริงจัง นี่คือประตูบานใหม่


Disney ใช้ OpenAI มากกว่าที่คิด

ดีลนี้ไม่ได้หยุดแค่ฝั่งผู้ใช้

  • Disney จะกลายเป็น ลูกค้ารายใหญ่ของ OpenAI

  • ใช้ API ของ OpenAI เพื่อพัฒนา experience ใหม่บน Disney+

  • นำ ChatGPT ไปใช้ภายในองค์กร สำหรับพนักงาน

นี่คือสัญญาณชัดว่า Disney มอง AI เป็นโครงสร้างพื้นฐานของอนาคต ไม่ใช่แค่ของเล่น


จุดเชื่อมกับ Apple ที่น่าสนใจ

สิ่งที่ทำให้ดีลนี้ยิ่งน่าจับตา คือทั้งสองบริษัทผูกพันกับ Apple แบบหลีกเลี่ยงไม่ได้

  • Disney คือพันธมิตรคอนเทนต์หลักของ Vision Pro

  • Jeff Williams อดีต COO ของ Apple ถูกเสนอชื่อเข้าบอร์ด Disney

  • OpenAI กำลังขยายบทบาทใน ecosystem ของ Apple เช่น ChatGPT Atlas บน Mac

ภาพที่เริ่มชัดคือ อนาคตของคอนเทนต์อาจไม่ได้อยู่แค่บนจอมือถือ แต่ไปถึง spatial computing และแพลตฟอร์มใหม่ ๆ


ความปลอดภัยและความรับผิดชอบ AI

ทั้ง Disney และ OpenAI ย้ำตรงกันว่า

  • มีระบบควบคุมการใช้งานตามช่วงอายุ

  • ป้องกันเนื้อหาที่เป็นอันตรายหรือผิดกฎหมาย

  • คุ้มครองสิทธิ์ของผู้สร้างและบุคคล

นี่คือการส่งสัญญาณว่า AI จะไม่โตแบบไร้ทิศทาง แต่ต้องโตไปพร้อมความรับผิดชอบ


เปิดใช้งานเมื่อไร

ฟีเจอร์ Sora และ ChatGPT Images ที่ใช้ Disney IP
มีกำหนด เปิดให้ใช้งานช่วงต้นปี 2026

ยังมีเวลาให้แฟน ๆ เตรียมไอเดีย เตรียมบท และเตรียมปล่อยของ


มองในมุมผู้ใช้และสายคอนเทนต์

ดีลนี้อาจเปลี่ยน

  • วิธีที่แฟนมีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์

  • วิธีสร้างคอนเทนต์บนโซเชียล

  • และบทบาทของผู้ชม ที่กลายเป็นผู้สร้าง


สรุป: นี่ไม่ใช่แค่ดีล แต่คือการเปิดยุคใหม่ของบันเทิง

Disney x OpenAI ไม่ใช่ข่าวธรรมดา
แต่มันคือการประกาศว่า

แฟน ไม่ได้มีหน้าที่แค่ดูอีกต่อไป

ปี 2026 อาจเป็นปีที่เส้นแบ่งระหว่าง “ผู้สร้าง” และ “ผู้ชม” เบลอที่สุดเท่าที่เคยมีมา
และถ้า Mickey Mouse กำลังจะมาอยู่ใน prompt ของเรา โลกบันเทิงก็คงไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว

ที่มา iclarified