รับแอปรับแอป

เปิดรุ่นแรก! โรงเรียนนักเดินป่า ‘ขั้นกลาง’ ที่น้ำพอง เปลี่ยนสายเที่ยวป่าให้กลายเป็นสายเทรคตัวจริง

พีรพัฒน์ สุขสม01-29

ก้าวสู่ปีที่ 4 ของโรงเรียนนักเดินป่า

ย่างเข้าปีที่ 4 ของการก่อตั้ง โรงเรียนนักเดินป่า เส้นทางการเรียนรู้ของคนรักป่าไม่ได้หยุดอยู่แค่การไปแคมป์ชิล ๆ อีกต่อไป แต่เริ่มขยับไปสู่การเดินป่าที่จริงจัง ปลอดภัย และเคารพธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง

ล่าสุด โรงเรียนนักเดินป่าได้เปิด หลักสูตรขั้นกลาง รุ่นที่ 1 ที่อุทยานแห่งชาติน้ำพอง เป็นครั้งแรก โดยจัดกิจกรรมขึ้นระหว่างวันที่ 17–19 ตุลาคมที่ผ่านมา และมีผู้ผ่านหลักสูตรทั้งหมด 21 คน

หลังจบรุ่นนี้ ยังมีการเก็บรายละเอียดเพื่อพัฒนาหลักสูตรให้ครบถ้วนยิ่งขึ้น ก่อนจะเปิดรับสมัคร รุ่นที่ 2 ตามมาในลำดับถัดไป

จากขั้นต้นสู่ขั้นกลาง: อัปเลเวลนักเดินป่า

ก่อนจะมาถึงหลักสูตรขั้นกลาง โรงเรียนนักเดินป่าเคยจัด หลักสูตรขั้นต้น มาแล้วในพื้นที่อนุรักษ์ 7 แห่ง ได้แก่

  • อุทยานแห่งชาติดอยภูคา

  • อุทยานแห่งชาติน้ำพอง

  • อุทยานแห่งชาติภูเวียง

  • อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

  • อุทยานแห่งชาติคลองลาน

  • อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล

  • อุทยานแห่งชาติภูผายล

เป้าหมายหลักของหลักสูตรขั้นต้น คือให้คนที่สนใจธรรมชาติได้เรียนรู้ การเตรียมตัวเดินป่าอย่างถูกต้อง ตั้งแต่การจัดกระเป๋าไปจนถึงมารยาทในป่า โดยถือคติสำคัญว่า

“พึ่งพาตนเอง เคารพธรรมชาติ และให้เกียรติเพื่อนร่วมทาง”

หลักสูตรขั้นกลางเหมาะกับใคร?

หลักสูตรขั้นกลางถูกออกแบบมาเพื่อคนที่อยากขยับจากทริปสั้น ๆ สู่อีกระดับของการเดินป่า คือการ เดินระยะไกล 2–3 คืน อย่างมั่นใจและปลอดภัย

ในทริปจะมีผู้นำทางคอยดูแลภาพรวม แต่ผู้เข้าร่วมทุกคนต้องสามารถ พึ่งพาตัวเองได้ในทุกด้าน ตั้งแต่การจัดการของใช้ส่วนตัว การดูแลสุขภาพ ไปจนถึงการใช้ชีวิตในป่าโดยส่งผลกระทบต่อธรรมชาติให้น้อยที่สุด

พูดง่าย ๆ คือ ถ้าเคยผ่านขั้นต้นมาแล้ว และอยากเดินป่าแบบจริงจังขึ้น แต่ยังไม่ถึงขั้นออกทริปยาวคนเดียว หลักสูตรนี้คือจุดต่อยอดที่ลงตัว

ระบบการเรียน: ออนไลน์ก่อน ลุยจริงทีหลัง

ผู้ที่จะสมัครหลักสูตรขั้นกลาง ต้องผ่านหลักสูตรขั้นต้นมาก่อน เมื่อผ่านเกณฑ์แล้ว กระบวนการเรียนรู้จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนสำคัญ

  • เรียนออนไลน์ + ทำแบบทดสอบ
    ส่วนนี้จะเน้น พื้นฐานความรู้ และการเตรียมตัว เช่น การจัดเป้ การเลือกอุปกรณ์ การประเมินสภาพร่างกาย และการทำความเข้าใจสภาพพื้นที่

  • ฝึกภาคสนาม (เดินป่า 2–3 คืน)
    เมื่อผ่านช่วงออนไลน์แล้ว จึงเข้าสู่การลงมือจริง เน้นการฝึกทักษะที่ใช้ได้ทันทีในเส้นทาง ทั้งการเดิน การตั้งแคมป์ การปรุงอาหาร ไปจนถึงการดูแลตัวเองในสภาพแวดล้อมจริงของผืนป่า

ออนไลน์คือความเข้าใจ ภาคสนามคือการเปลี่ยนความเข้าใจให้กลายเป็นทักษะจริง

8 ทักษะสำคัญที่ได้จากหลักสูตร

ในหลักสูตรขั้นกลาง จะมีการอัปสกิลเพิ่มใน 8 ด้านหลัก ที่คนเดินป่าระยะไกลควรรู้และควรทำได้ด้วยตัวเอง ได้แก่

  • 1. การเตรียมตัวและการจัดการตัวเอง
    รู้จักประเมินตัวเอง วางแผนการเดิน ปรับสมดุลเป้ น้ำหนักของใช้ และการดูแลสภาพจิตใจตลอดเส้นทาง

  • 2. การจัดการที่พักแรม
    เลือกจุดกางเต็นท์ให้ปลอดภัย ไม่รบกวนธรรมชาติ รู้จักเรื่องลม น้ำ ดิน และความเสี่ยงรอบตัว

  • 3. การเดินเทรลและการแก้ปัญหา
    เทคนิคการเดินในสภาพเส้นทางต่าง ๆ การรับมือกับอุปสรรคเฉพาะหน้า เช่น ฝนตก หลงทาง หรือสภาพเส้นทางที่เปลี่ยนไป

  • 4. การประกอบอาหารในป่า
    วางแผนเสบียง เลือกอุปกรณ์ครัวภาคสนาม การทำอาหารให้เพียงพอ ปลอดภัย และไม่ทิ้งร่องรอยเกินจำเป็น

  • 5. การจัดการกองไฟ
    เรียนรู้ทั้งมิติของความปลอดภัย และความรับผิดชอบต่อป่า การก่อไฟ ใช้ไฟ และดับไฟอย่างถูกวิธี เพื่อลดความเสี่ยงต่อไฟป่า

  • 6. การหาแหล่งน้ำและการทำน้ำสะอาด
    มองหาน้ำจากแหล่งธรรมชาติอย่างปลอดภัย พร้อมวิธีทำให้น้ำดื่มได้จริงในสถานการณ์ต่าง ๆ

  • 7. การดูแลสุขภาพและการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
    ตั้งแต่แผลพุพอง กล้ามเนื้อล้า ไปจนถึงอาการเจ็บป่วยที่อาจเกิดขึ้นกลางทาง การเตรียมชุดปฐมพยาบาล และวิธีรับมือเบื้องต้น

  • 8. การศึกษาสัตว์ป่าและการระวังภัย
    เรียนรู้ที่จะสังเกต ไม่รบกวนสัตว์ป่า เข้าใจพฤติกรรมและสัญญาณเตือน ตลอดจนวิธีลดความเสี่ยงจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

ทั้งหมดนี้ไม่ได้เป็นแค่ “ทฤษฎี” แต่ผูกอยู่กับการฝึกปฏิบัติจริงในป่า

เรียนกับคนเฝ้าป่า: ทริคจากด่านหน้าธรรมชาติ

หนึ่งในเสน่ห์ของหลักสูตรนี้ คือการได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงของ เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ที่อยู่กับผืนป่าจริงทุกวัน

ตลอดสามวันของหลักสูตร มีการสอดแทรกเทคนิค วิธีคิด และวิธีปฏิบัติจาก

  • เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าอุทยานแห่งชาติน้ำพอง

  • เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง

ผู้เข้าร่วมจึงไม่ได้แค่เรียน “วิธีเดินป่า” แต่ยังได้ซึมซับมุมมองของคนที่ทำงานเพื่อป่าในระยะยาว ว่า การเดินป่าที่ดี ควรเดินอย่างรับผิดชอบต่อผืนป่าและสิ่งมีชีวิตทุกตัวที่อยู่ในนั้น

มากกว่าการเดินป่า คือการส่งต่อวัฒนธรรมการเทรค

ความตั้งใจของหลักสูตรขั้นกลาง ไม่ได้จบแค่การให้คน 21 คน เดินป่าได้ดีขึ้นเท่านั้น

เป้าหมายที่ลึกกว่านั้น คือการทำให้ผู้ผ่านหลักสูตรมี

  • ทักษะที่ใช้ได้จริง ในการเดินป่าหลายคืน

  • ความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ ในการอยู่กับธรรมชาติ

  • สายตาใหม่ ที่มองป่าไม่ใช่แค่ที่เที่ยว แต่คือบ้านของสรรพชีวิต

เมื่อคนกลุ่มนี้กลับออกมาจากป่า เขาจะสามารถ

  • ใช้เวลา “ดื่มด่ำระหว่างทาง” มากกว่าการเร่งไปถึงปลายทาง

  • เล่า ส่งต่อ และชวนคนรอบตัวให้รู้จัก วัฒนธรรมการเดินป่าแบบเคารพธรรมชาติ ให้กว้างขึ้น

เก็บบรรยากาศบางส่วนจากหลักสูตรรุ่นแรก

ในรุ่นนี้ ได้มีการบันทึกภาพบางส่วนของกิจกรรมและบรรยากาศการฝึกภาคสนามเอาไว้ เพื่อแบ่งปันให้คนที่สนใจการเดินป่าและเทรคกิ้งได้เห็นมุมเล็ก ๆ ของการเรียนรู้กลางป่า

ทิ้งท้ายสำหรับสายเดินป่าและเทรคกิ้ง

สำหรับใครที่รักการเดินป่า อยู่แล้ว หรือเริ่มรู้สึกว่าตัวเองอยากขยับจากการไปแคมป์ชิล ๆ เป็นการ เทรคแบบมีเป้าหมายและมีวินัย หลักสูตรลักษณะนี้คือจุดเริ่มที่ดีมาก

เพราะสุดท้ายแล้ว การเดินป่าที่น่าจดจำที่สุด ไม่ใช่แค่วิวสวยบนยอดเขา แต่คือช่วงเวลาที่เราได้เรียนรู้ตัวเอง เพื่อนร่วมทาง และธรรมชาติไปพร้อมกันอย่างเคารพและอ่อนน้อมต่อผืนป่า**