ก้าวสู่ปีที่ 4 ของโรงเรียนนักเดินป่า
ย่างเข้าปีที่ 4 ของการก่อตั้ง โรงเรียนนักเดินป่า เส้นทางการเรียนรู้ของคนรักป่าไม่ได้หยุดอยู่แค่การไปแคมป์ชิล ๆ อีกต่อไป แต่เริ่มขยับไปสู่การเดินป่าที่จริงจัง ปลอดภัย และเคารพธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง
ล่าสุด โรงเรียนนักเดินป่าได้เปิด หลักสูตรขั้นกลาง รุ่นที่ 1 ที่อุทยานแห่งชาติน้ำพอง เป็นครั้งแรก โดยจัดกิจกรรมขึ้นระหว่างวันที่ 17–19 ตุลาคมที่ผ่านมา และมีผู้ผ่านหลักสูตรทั้งหมด 21 คน
หลังจบรุ่นนี้ ยังมีการเก็บรายละเอียดเพื่อพัฒนาหลักสูตรให้ครบถ้วนยิ่งขึ้น ก่อนจะเปิดรับสมัคร รุ่นที่ 2 ตามมาในลำดับถัดไป
จากขั้นต้นสู่ขั้นกลาง: อัปเลเวลนักเดินป่า
ก่อนจะมาถึงหลักสูตรขั้นกลาง โรงเรียนนักเดินป่าเคยจัด หลักสูตรขั้นต้น มาแล้วในพื้นที่อนุรักษ์ 7 แห่ง ได้แก่
อุทยานแห่งชาติดอยภูคา
อุทยานแห่งชาติน้ำพอง
อุทยานแห่งชาติภูเวียง
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
อุทยานแห่งชาติคลองลาน
อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล
อุทยานแห่งชาติภูผายล
เป้าหมายหลักของหลักสูตรขั้นต้น คือให้คนที่สนใจธรรมชาติได้เรียนรู้ การเตรียมตัวเดินป่าอย่างถูกต้อง ตั้งแต่การจัดกระเป๋าไปจนถึงมารยาทในป่า โดยถือคติสำคัญว่า
“พึ่งพาตนเอง เคารพธรรมชาติ และให้เกียรติเพื่อนร่วมทาง”
หลักสูตรขั้นกลางเหมาะกับใคร?
หลักสูตรขั้นกลางถูกออกแบบมาเพื่อคนที่อยากขยับจากทริปสั้น ๆ สู่อีกระดับของการเดินป่า คือการ เดินระยะไกล 2–3 คืน อย่างมั่นใจและปลอดภัย
ในทริปจะมีผู้นำทางคอยดูแลภาพรวม แต่ผู้เข้าร่วมทุกคนต้องสามารถ พึ่งพาตัวเองได้ในทุกด้าน ตั้งแต่การจัดการของใช้ส่วนตัว การดูแลสุขภาพ ไปจนถึงการใช้ชีวิตในป่าโดยส่งผลกระทบต่อธรรมชาติให้น้อยที่สุด
พูดง่าย ๆ คือ ถ้าเคยผ่านขั้นต้นมาแล้ว และอยากเดินป่าแบบจริงจังขึ้น แต่ยังไม่ถึงขั้นออกทริปยาวคนเดียว หลักสูตรนี้คือจุดต่อยอดที่ลงตัว
ระบบการเรียน: ออนไลน์ก่อน ลุยจริงทีหลัง
ผู้ที่จะสมัครหลักสูตรขั้นกลาง ต้องผ่านหลักสูตรขั้นต้นมาก่อน เมื่อผ่านเกณฑ์แล้ว กระบวนการเรียนรู้จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนสำคัญ
เรียนออนไลน์ + ทำแบบทดสอบ
ส่วนนี้จะเน้น พื้นฐานความรู้ และการเตรียมตัว เช่น การจัดเป้ การเลือกอุปกรณ์ การประเมินสภาพร่างกาย และการทำความเข้าใจสภาพพื้นที่ฝึกภาคสนาม (เดินป่า 2–3 คืน)
เมื่อผ่านช่วงออนไลน์แล้ว จึงเข้าสู่การลงมือจริง เน้นการฝึกทักษะที่ใช้ได้ทันทีในเส้นทาง ทั้งการเดิน การตั้งแคมป์ การปรุงอาหาร ไปจนถึงการดูแลตัวเองในสภาพแวดล้อมจริงของผืนป่า
ออนไลน์คือความเข้าใจ ภาคสนามคือการเปลี่ยนความเข้าใจให้กลายเป็นทักษะจริง
8 ทักษะสำคัญที่ได้จากหลักสูตร
ในหลักสูตรขั้นกลาง จะมีการอัปสกิลเพิ่มใน 8 ด้านหลัก ที่คนเดินป่าระยะไกลควรรู้และควรทำได้ด้วยตัวเอง ได้แก่
1. การเตรียมตัวและการจัดการตัวเอง
รู้จักประเมินตัวเอง วางแผนการเดิน ปรับสมดุลเป้ น้ำหนักของใช้ และการดูแลสภาพจิตใจตลอดเส้นทาง2. การจัดการที่พักแรม
เลือกจุดกางเต็นท์ให้ปลอดภัย ไม่รบกวนธรรมชาติ รู้จักเรื่องลม น้ำ ดิน และความเสี่ยงรอบตัว3. การเดินเทรลและการแก้ปัญหา
เทคนิคการเดินในสภาพเส้นทางต่าง ๆ การรับมือกับอุปสรรคเฉพาะหน้า เช่น ฝนตก หลงทาง หรือสภาพเส้นทางที่เปลี่ยนไป4. การประกอบอาหารในป่า
วางแผนเสบียง เลือกอุปกรณ์ครัวภาคสนาม การทำอาหารให้เพียงพอ ปลอดภัย และไม่ทิ้งร่องรอยเกินจำเป็น5. การจัดการกองไฟ
เรียนรู้ทั้งมิติของความปลอดภัย และความรับผิดชอบต่อป่า การก่อไฟ ใช้ไฟ และดับไฟอย่างถูกวิธี เพื่อลดความเสี่ยงต่อไฟป่า6. การหาแหล่งน้ำและการทำน้ำสะอาด
มองหาน้ำจากแหล่งธรรมชาติอย่างปลอดภัย พร้อมวิธีทำให้น้ำดื่มได้จริงในสถานการณ์ต่าง ๆ7. การดูแลสุขภาพและการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
ตั้งแต่แผลพุพอง กล้ามเนื้อล้า ไปจนถึงอาการเจ็บป่วยที่อาจเกิดขึ้นกลางทาง การเตรียมชุดปฐมพยาบาล และวิธีรับมือเบื้องต้น8. การศึกษาสัตว์ป่าและการระวังภัย
เรียนรู้ที่จะสังเกต ไม่รบกวนสัตว์ป่า เข้าใจพฤติกรรมและสัญญาณเตือน ตลอดจนวิธีลดความเสี่ยงจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้น
ทั้งหมดนี้ไม่ได้เป็นแค่ “ทฤษฎี” แต่ผูกอยู่กับการฝึกปฏิบัติจริงในป่า
เรียนกับคนเฝ้าป่า: ทริคจากด่านหน้าธรรมชาติ
หนึ่งในเสน่ห์ของหลักสูตรนี้ คือการได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงของ เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ที่อยู่กับผืนป่าจริงทุกวัน
ตลอดสามวันของหลักสูตร มีการสอดแทรกเทคนิค วิธีคิด และวิธีปฏิบัติจาก
เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าอุทยานแห่งชาติน้ำพอง
เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง
ผู้เข้าร่วมจึงไม่ได้แค่เรียน “วิธีเดินป่า” แต่ยังได้ซึมซับมุมมองของคนที่ทำงานเพื่อป่าในระยะยาว ว่า การเดินป่าที่ดี ควรเดินอย่างรับผิดชอบต่อผืนป่าและสิ่งมีชีวิตทุกตัวที่อยู่ในนั้น
มากกว่าการเดินป่า คือการส่งต่อวัฒนธรรมการเทรค
ความตั้งใจของหลักสูตรขั้นกลาง ไม่ได้จบแค่การให้คน 21 คน เดินป่าได้ดีขึ้นเท่านั้น
เป้าหมายที่ลึกกว่านั้น คือการทำให้ผู้ผ่านหลักสูตรมี
ทักษะที่ใช้ได้จริง ในการเดินป่าหลายคืน
ความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ ในการอยู่กับธรรมชาติ
สายตาใหม่ ที่มองป่าไม่ใช่แค่ที่เที่ยว แต่คือบ้านของสรรพชีวิต
เมื่อคนกลุ่มนี้กลับออกมาจากป่า เขาจะสามารถ
ใช้เวลา “ดื่มด่ำระหว่างทาง” มากกว่าการเร่งไปถึงปลายทาง
เล่า ส่งต่อ และชวนคนรอบตัวให้รู้จัก วัฒนธรรมการเดินป่าแบบเคารพธรรมชาติ ให้กว้างขึ้น
เก็บบรรยากาศบางส่วนจากหลักสูตรรุ่นแรก
ในรุ่นนี้ ได้มีการบันทึกภาพบางส่วนของกิจกรรมและบรรยากาศการฝึกภาคสนามเอาไว้ เพื่อแบ่งปันให้คนที่สนใจการเดินป่าและเทรคกิ้งได้เห็นมุมเล็ก ๆ ของการเรียนรู้กลางป่า
ทิ้งท้ายสำหรับสายเดินป่าและเทรคกิ้ง
สำหรับใครที่รักการเดินป่า อยู่แล้ว หรือเริ่มรู้สึกว่าตัวเองอยากขยับจากการไปแคมป์ชิล ๆ เป็นการ เทรคแบบมีเป้าหมายและมีวินัย หลักสูตรลักษณะนี้คือจุดเริ่มที่ดีมาก
เพราะสุดท้ายแล้ว การเดินป่าที่น่าจดจำที่สุด ไม่ใช่แค่วิวสวยบนยอดเขา แต่คือช่วงเวลาที่เราได้เรียนรู้ตัวเอง เพื่อนร่วมทาง และธรรมชาติไปพร้อมกันอย่างเคารพและอ่อนน้อมต่อผืนป่า**

