รับแอปรับแอป

คนไทยหลงรักไมโครดราม่าจีน: จากคลิปสั้นในฟีด สู่ธุรกิจพันล้านบน iQIYI

ธีรพล สุขเกษม01-29

เปิดฉาก: ประโยคไวรัลที่ทั้งฟีดต้องเคยได้ยิน

“หญิงชราถูกสามีไล่ออกจากบ้าน หลังเขาได้ภรรยาใหม่ที่รวยและเด็กกว่า แต่สุดท้ายเธอกลับมาพร้อมความสำเร็จ …”

ถ้าคุณเล่น TikTok หรือ Reels เป็นประจำ มีโอกาสสูงมากที่เคยได้ยินหรือเห็นพล็อตทำนองนี้จาก ‘ละครคุณธรรม’ หรือ ‘ไมโครดราม่า’ (Micro Drama) ที่กำลังติดเทรนด์ต่อเนื่อง

โดยเฉพาะ ไมโครดราม่าจากจีน ที่ตอนนี้ไม่ได้แค่ดังในโลกโซเชียล แต่ยังฮิตจนหลายคนบอกว่า กระแสแรงแซงซีรีส์เกาหลี ไปแล้วด้วยซ้ำ

คอนเทนต์สั้นเหล่านี้ไม่ได้เป็นแค่คลิปไวรัลอีกต่อไป แต่กำลังก้าวขึ้นมาเป็น อุตสาหกรรมมูลค่ามหาศาล ที่มีทั้งแพลตฟอร์ม ผู้ผลิต และเทคโนโลยีอยู่เบื้องหลัง

หนึ่งในแพลตฟอร์มที่อยู่หน้าด่านในไทยคือ iQIYI ซึ่งเราได้คุยกับ Koko – Yang Xiaowei Co-Managing Director ของ iQIYI Thailand ถึงปรากฏการณ์ไมโครดราม่า และกลยุทธ์ที่ทำให้แพลตฟอร์มนี้กลายเป็นตัวจริงของสายคอนเทนต์จีนในบ้านเรา

ไมโครดราม่าจีน: เล็กแต่แรง โตพุ่ง 11 เท่าในสองปี

Koko เล่าให้ฟังว่า อุตสาหกรรมไมโครดราม่าเริ่มบูมชัดเจนตั้งแต่ปี 2023 และในไตรมาส 1/2025 ยอดดาวน์โหลดรวมของแอปไมโครดราม่าทั่วโลกเพิ่มขึ้นมากกว่า 11 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2023

กลุ่มผู้ชมหลักของไมโครดราม่าอยู่ที่

  • เอเชียแปซิฟิก สัดส่วนราว 28%

  • อเมริกาเหนือ ประมาณ 24%

  • ตามมาด้วย ตะวันออกกลาง อีกราว 11%

การเติบโตแบบพุ่งทะยานนี้ทำให้ ค่ายหนังและทีมโปรดักชันมืออาชีพ กระโดดเข้ามาเล่นในสนามไมโครดราม่ามากขึ้นตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้คุณภาพงานถูกยกระดับทั้งระบบ ทั้งด้านภาพ เนื้อเรื่อง และมาตรฐานการผลิต

Koko มองว่า จุดแข็งสำคัญของไมโครดราม่าจีนมีอยู่ 3 อย่างหลักๆ คือ

  • เป็นผู้บุกเบิกและวางรากฐานอุตสาหกรรมก่อนใคร

    • ทั้งในมุมแพลตฟอร์ม ฟอร์แมตเล่าเรื่อง และโมเดลธุรกิจ

  • มีทรัพยากรบุคคลจำนวนมาก

    • ทำให้ผลิตคอนเทนต์ได้เร็ว ปริมาณเยอะ และต้นทุนแข่งขันได้

  • มีโครงสร้างพื้นฐานครบห่วงโซ่การผลิต

    • ตั้งแต่นักแสดง ทีมงาน ฐานถ่ายทำเฉพาะกิจ

    • จนถึงระบบวิเคราะห์ข้อมูลและโมเดลรายได้ที่ชัดเจน

พูดง่ายๆ คือ จีนไม่ได้แค่ทำไมโครดราม่าเยอะ แต่ทำแบบมีระบบและมีอุตสาหกรรมรองรับเต็มรูปแบบ

iQIYI ปักธงไมโครดราม่า และไทยคือฐานใหญ่

ตั้งแต่ปี 2024 เป็นต้นมา iQIYI เริ่มเดินเกมไมโครดราม่าแบบจริงจัง ทั้งในจีนแผ่นดินใหญ่และต่างประเทศ

บนฝั่งคอนเทนต์ จีนผลิตไมโครดราม่าออกมาอย่างต่อเนื่อง แล้วค่อย แปลซับและพากย์เสียง เพื่อส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ ทำให้ผู้ชมที่ไม่ใช่คนจีนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น

สำหรับประเทศไทย กระแสคอนเทนต์จีนชัดเจนขึ้นมากในช่วงปี 2024

  • การค้นหา ไมโครดราม่าจีนบน Google ในไทย ขึ้นแซงการค้นหาซีรีส์เกาหลีแล้ว

  • ฝั่งวิดีโอยาว จีนเริ่มบุกตลาดต่างประเทศตั้งแต่ปี 2019

  • iQIYI เองเติบโตต่อเนื่อง ครบ 6 ปี และในปี 2022 ยอดดาวน์โหลดเวอร์ชันนานาชาติก็ทะลุ 100 ล้านครั้ง

วันนี้ iQIYI

  • ให้บริการกว่า 190 ประเทศ

  • มีสำนักงานใหญ่ในจีน

  • และมีศูนย์ธุรกิจระหว่างประเทศที่สิงคโปร์

สำหรับตลาดไทยนั้นสำคัญมาก เพราะ

  • ไทยคือประเทศที่มี ผู้ใช้รายเดือน (MAU) สูงที่สุด ในกลุ่มต่างประเทศของ iQIYI

  • และเป็น ตลาดสร้างรายได้อันดับสองรองจากไต้หวัน (ข้อมูล ณ มกราคม 2025)

Koko อธิบายว่า ผู้ชมไทยมีจุดร่วมที่ชัดเจนคือ

  • ชอบ แนวพีเรียด โลกย้อนยุค ชุดสวย ฉากอลัง

  • โรแมนติกหวาน ฟีลเขินกรุ๊งกริ๊ง

  • แฟนตาซี โลกเวทมนตร์ เทพ เซียน พลังเหนือธรรมชาติ

  • และ ดราม่าอารมณ์จัดเต็ม ทั้งรัก ทั้งแค้น ทั้งน้ำตา

ซึ่งทั้งหมดนี้ เข้ากันแบบพอดีกับธรรมชาติของไมโครดราม่า ที่สั้น กระชับ และเดินเรื่องเร็ว ชนิดที่ไม่เปิดช่องให้คนปัดข้ามง่ายๆ

อาเซียนคือสมรภูมิหลัก และไทยคือหัวใจยุทธศาสตร์

ในเชิงภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์ตั้งแต่วันที่ iQIYI เริ่มขยายสู่ตลาดต่างประเทศ

ตอนนี้ iQIYI เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มวิดีโอที่ ติด Top 3 ของภูมิภาคอาเซียน โดยในไทยมีส่วนแบ่งตลาดราว 25–30%

การที่ไมโครดราม่าในภูมิภาคเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้ iQIYI ไม่หยุดแค่การนำคอนเทนต์จีนมาแปล แต่เริ่มขยับไปสู่การผลิต Local Originals ด้วยตัวเอง

ความหมายคือ

  • ไม่ใช่แค่ซื้อลิขสิทธิ์มาพากย์ไทย

  • แต่เป็นการ สร้างคอนเทนต์ไทยแท้ๆ ตั้งแต่ไอเดีย นักแสดง ไปจนถึงทีมงานเบื้องหลัง

แผนของ iQIYI ในไทยคือ

  • ตั้งเป้าผลิต ไมโครดราม่าและคอนเทนต์ไทย 3–6 เรื่องต่อปี

  • ใช้งบลงทุนอยู่ที่ ประมาณ 30–50 ล้านบาทต่อเรื่อง

Koko บอกว่า จุดขายหลักในไทยตอนนี้คือ

  • ซีรีส์วาย (BL)

  • Girls Love (GL)

  • และ วาไรตี้โชว์ รูปแบบต่างๆ

สิ่งที่ iQIYI ทำคือการ จับมือกับนักสร้างสรรค์ไทย แล้วเอาโครงสร้างการเล่าเรื่องแบบจีนมาผสมกับวัฒนธรรมไทย ให้เกิดเป็น

“สำเนียงไทย” ที่คนไทยดูแล้วอินง่าย แต่ก็ยังส่งออกไปต่างประเทศได้

สูตรไมโครดราม่าไทย: สั้น เข้มข้น และส่งออกได้

สำหรับ ไมโครดราม่าเวอร์ชันไทย รูปแบบที่ iQIYI วางไว้มีโครงสร้างคร่าวๆ แบบนี้

  • ใช้ นักแสดงไทย เป็นหลัก

  • เล่าเรื่องในสไตล์ที่ เป็นไทยและพูดกับคนไทยได้ตรงจุด

  • ความยาว ตอนละ 2–5 นาที

  • จำนวนรวม ประมาณ 20–30 ตอนต่อเรื่อง

  • เผยแพร่หลักบน แพลตฟอร์ม iQIYI

  • และมีการโปรโมทบางส่วนบนแพลตฟอร์มโซเชียลวิดีโอสั้นอื่นๆ

ด้านรายได้ Koko อธิบายว่า แกนหลักมาจาก

  • ค่าสมาชิก VIP

  • รายได้จาก โฆษณา

  • และการ ขายลิขสิทธิ์ไปต่างประเทศ เมื่อเรื่องใดเรื่องหนึ่งดังขึ้นมา

ถ้าไมโครดราม่าไทยเรื่องใดประสบความสำเร็จมากพอ ก็มีโอกาสถูกขายกลับไปที่จีน กลายเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของคอนเทนต์ไทยที่เดินทางข้ามประเทศผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิง

AI: เครื่องยนต์ลับเบื้องหลังคอนเทนต์ยุคใหม่

เมื่อพูดถึงคอนเทนต์ยุคนี้ คำถามยอดฮิตหนีไม่พ้นเรื่อง AI จะมาแทนที่มนุษย์ไหม? โดยเฉพาะคนทำงานสายเขียน คิดคอนเทนต์ ตัดต่อ และพากย์เสียง

Koko เล่าว่า ปัจจุบัน iQIYI มี ทีม AI ขนาด 2,000–3,000 คน ที่ทำหน้าที่เทรนและพัฒนาเครื่องมือ AI เพื่อนำมาใช้ในหลากหลายส่วนของการทำงาน ไม่ว่าจะเป็น

  • การแปลซับ

  • การสร้างเสียงพากย์

  • การวิเคราะห์คอนเทนต์

ในบางคลิป เสียงพากย์ที่ผู้ชมได้ยินไม่ใช่เสียงคน แต่เป็นเสียงจาก AI ซึ่งถูกเทรนจนคุณภาพสูงจนคนดูแทบแยกไม่ออก

AI ยังช่วยในงานหลังกล้องอย่างจริงจัง เช่น

  • ช่วย ตัดต่อและสรุปเนื้อหาหลังถ่ายทำ

  • ชี้จุดให้ว่า ฉากไหนหรือช็อตไหนควรนำมาใช้โปรโมต

สิ่งเหล่านี้ทำให้ การผลิตและการปล่อยคอนเทนต์เร็วขึ้นและแม่นยำขึ้น เพราะไม่ได้พึ่งแค่เซนส์ของคนทำคอนเทนต์ แต่มีดาต้ากับอัลกอริทึมมาช่วยซัพพอร์ต

Koko สรุปแนวคิดของทีมว่า

เรามีโครงสร้าง ‘ดาต้า’ ผสมกับ ‘ความคิดสร้างสรรค์’ ที่แข็งแรง ใช้ AI วิเคราะห์จังหวะเรื่อง และพฤติกรรมผู้ชมแบบเรียลไทม์ ทำให้คอนเทนต์ของเรามีโอกาสกลายเป็นกระแสได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

iQIYI: จากแพลตฟอร์มสตรีมมิง สู่สะพานเชื่อมวัฒนธรรม

ในมุมของผู้ชม หลายคนอาจมอง iQIYI แค่เป็น แอปดูซีรีส์จีน ซีรีส์วาย และรายการวาไรตี้

แต่ในมุมของอุตสาหกรรม iQIYI กำลังทำหน้าที่มากกว่านั้น คือการเป็น “สะพานเชื่อมวัฒนธรรม” ระหว่างไทยและจีน

บทบาทสำคัญมีทั้ง

  • นำ คอนเทนต์จีนคุณภาพ เข้าสู่ตลาดไทย อย่างเป็นระบบ

  • เปิดพื้นที่ให้ เรื่องเล่าของไทย ถูกเล่าในแพลตฟอร์มระดับนานาชาติ

  • สร้างระบบนิเวศให้ศิลปินและคนทำงานคอนเทนต์ เติบโตได้ต่อเนื่องหลังจากซีรีส์ออนแอร์จบ

รูปแบบการต่อยอดอาจรวมถึง

  • การจัด อีเวนต์และแฟนมีตติ้ง

  • การทำ สินค้าเมอร์ชันไดซ์ ที่ต่อยอดจากคอนเทนต์

  • การเปิดโอกาสสู่งานโปรเจกต์อื่นๆ ทั้งในและนอกประเทศ

สำหรับคนดู นี่คือช่วงเวลาที่คอนเทนต์ไทยและจีนกำลังใกล้กันมากขึ้นกว่าที่เคย ทั้งในแง่แพลตฟอร์ม รูปแบบการเล่าเรื่อง และเทคโนโลยีเบื้องหลัง

สำหรับคนทำงานคอนเทนต์ นี่อาจเป็นยุคที่ไมโครดราม่าสั้นๆ เพียงไม่กี่นาที สามารถพาโปรเจกต์หนึ่งเรื่องบินไกลไปถึงตลาดต่างประเทศได้ ถ้าจับจังหวะ ดราม่า และอารมณ์คนดูได้ตรงจุดพอดี

ไมโครดราม่าจีนอาจเริ่มจากประโยคง่ายๆ อย่าง “หญิงชราถูกสามีไล่ออกจากบ้าน…” แต่เบื้องหลังคือทั้งแพลตฟอร์ม อุตสาหกรรม และ AI ที่หมุนเต็มกำลังอยู่ในเงามืด เพื่อดันให้วิดีโอสั้นๆ ในฟีดของคุณ กลายเป็นธุรกิจระดับโลกอย่างในวันนี้