รับแอปรับแอป

Festival แสงรักแห่งพะเยา: เคาท์ดาวน์ริมกว๊านสุดโรแมนติกต้อนรับปี 2026

ชัยวัฒน์ ศรีคำ01-29

แสงรักกลางกว๊านพะเยา เคาท์ดาวน์ที่สายเที่ยวห้ามพลาด

ใครกำลังมองหาทริปเคาท์ดาวน์ที่ทั้งโรแมนติก อาร์ต และฟีลกู๊ดต่อใจ เมืองพะเยาปักหมุดรอเลยกับงาน “Amazing Thailand Phayao Countdown Flora Fest 2026” เทศกาลแสงสีและดอกไม้ริมกว๊าน ที่เปลี่ยนเมืองสงบ ๆ ให้กลายเป็นสวรรค์ของสายเดินเที่ยวในเมืองแบบเต็มรูปแบบ

งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28–31 ธันวาคม 2568 ณ ลานอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง และบริเวณกว๊านพะเยา ตลอดสี่วันสี่คืนพื้นที่ริมกว๊านจะถูกเนรมิตให้สว่างไสวไปด้วยไฟ ประติมากรรม แสงสี และดอกไม้นานาชนิด บรรยากาศชวนเดิน ชวนถ่ายรูป และชวนอินกับช่วงเวลาส่งท้ายปีแบบสุด ๆ

ไฮไลต์งาน: เมื่อแสง สี และดอกไม้มารวมกันในเมืองเดียว

หัวใจของงานนี้คือการเล่าเรื่องเมืองพะเยาผ่านแสงไฟและงานศิลปะ ผสมกับบรรยากาศริมกว๊านที่ขึ้นชื่อเรื่องความโรแมนติกอยู่แล้ว กลายเป็นมู้ดเคาท์ดาวน์ที่ไม่เหมือนที่ไหน

ภายในงานแบ่งโซนกิจกรรมให้เดินเล่นแบบเพลิน ๆ ได้แก่

  • Lighting & Installation Zone
    โซนไฟและงานอินสตอลเลชันที่เล่นกับแสง เงา และสีสัน เหมาะมากสำหรับสายถ่ายรูป ไล่เก็บทุกมุมคือได้รูปลงโซเชียลไปทั้งปี

  • Flora Art & Exhibition
    โซนดอกไม้ที่จัดแสดงเหมือนยกสวนดอกไม้มาไว้ริมกว๊าน ดีไซน์ในสไตล์งานศิลปะผสมธรรมชาติ เดินชมได้ทั้งกลางวันและกลางคืน ฟีลละมุนคนละแบบ

  • โชว์โดรน “Phayao Blooms – The Festival Begins”
    การแสดงโดรนกลางฟ้า เรียงตัวเป็นลวดลายและเรื่องราว ให้ฟีลเหมือนดอกไม้กำลังบานอยู่บนท้องฟ้า เป็นหนึ่งในโมเมนต์ที่ต้องอยู่ดูด้วยตาตัวเองเท่านั้นถึงจะเข้าใจคำว่า “ว้าว” แท้ ๆ

เมืองรองไม่ง้อเมืองหลัก: พะเยากับการเลื่อนสเตตัสสู่เมืองท่องเที่ยวเต็มตัว

งานนี้ไม่ได้เป็นแค่เทศกาลสวย ๆ ถ่ายรูปแล้วกลับบ้าน แต่เป็นการออกแบบเมืองให้กลายเป็นเวทีใหญ่ของการท่องเที่ยวแบบจริงจัง ภายใต้แนวคิด City Branding ที่ตั้งใจดันพะเยาให้ขึ้นมาเป็นจุดหมายใหม่ของนักเดินทาง

แนวคิดคือจับพฤติกรรมนักเที่ยวรุ่นใหม่มาออกแบบกิจกรรม ให้คนที่เบื่อเมืองหลัก เริ่มมองหาเมืองรองที่มีคาแรกเตอร์ชัด ๆ มีเรื่องเล่า มีบรรยากาศที่ต่างออกไป แล้วพะเยาก็เป็นหนึ่งในนั้น

จากเมืองเงียบ ๆ ริมกว๊าน กำลังถูกรีแบรนด์ให้เป็นเมืองที่

  • เดินเล่นได้ทั้งเช้า กลางวัน กลางคืน

  • มีทั้งธรรมชาติ แสงสี ดนตรี และศิลปะ

  • ถ่ายรูปสวยทุกมุมโดยเฉพาะช่วงโกลเดนไทม์ริมกว๊าน

เป้าหมายคือให้คนไม่ได้แค่แวะผ่าน แต่ตั้งใจ “มาเที่ยวพะเยา” เป็นทริปหลักของตัวเอง

สายเที่ยวแบบไหน เหมาะกับงานนี้ที่สุด

งานเดียวแต่รองรับแทบทุกสไตล์การเที่ยว ใครเป็นสายไหนลองเช็กฟีลตัวเองได้เลย

  • สายธรรมชาติ
    เดินเลียบกว๊าน ดูแสงสะท้อนบนผิวน้ำ ยิ่งตอนเย็น ๆ กับอากาศปลายปีคือฟีลดีมาก

  • สายกิจกรรม & อีเวนต์
    อินกับโชว์ แสง สี เสียง งานอาร์ต และบรรยากาศคนมารวมตัวเคาท์ดาวน์แบบครึกครื้น

  • สายถ่ายรูป
    ทุกโซนถูกออกแบบให้เป็นมุมถ่ายรูปโดยปริยาย ไม่ว่าจะไฟ งานอินสตอลเลชัน หรือพรรณไม้

  • สายกิน
    พะเยามีของกินท้องถิ่นน่าสนใจรอบกว๊านและในเมือง เดินเที่ยวไป แวะชิมไป ชิลได้ทั้งคืน

  • สายมู & ความเชื่อ
    มาเมืองเก่าอย่างพะเยา แวะสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แล้วปิดท้ายด้วยการเคาท์ดาวน์ริมกว๊าน ฟีลครบทั้งบุญ ทั้งบรรยากาศ

  • สายกีฬา / แอ็กทีฟ
    ช่วงกลางวันจะเปิดโอกาสให้เดินเล่น ปั่นจักรยาน หรือจัดรูทเชื่อมไปเที่ยวเมืองอื่นต่อได้สบาย

จากเมืองหลักสู่เมืองรอง: ทริปเชื่อมเส้นทางเที่ยวทั้งภูมิภาค

อีกมุมที่น่าสนใจของงานนี้คือการวางให้พะเยาเป็น “จุดเชื่อม” การเดินทางจากเมืองหลักไปสู่เมืองรองอื่น ๆ ในภาคเหนือและภูมิภาคใกล้เคียง

การท่องเที่ยวฯ วางแผนทำแคมเปญทั้งปี ตั้งแต่ช่วง Green Season กลางปี 2568 ไล่มาจนถึงเทศกาล Countdown ปลายปี โดยโยงพะเยาเข้ากับเมืองท่องเที่ยวอื่น ๆ ทั้งเมืองใหญ่และเมืองรอง เพื่อให้ทริปหนึ่งทริปเดินทางได้หลายเมืองในครั้งเดียว

เป้าหมายใหญ่คือ

  • กระตุ้นให้คนไทยออกเดินทางให้มากขึ้น

  • เพิ่มการใช้จ่ายกระจายไปยังพื้นที่ต่างจังหวัด

  • สร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้คนรู้สึกว่าเที่ยวไทยยังมีอะไรให้ค้นหาอีกเยอะ

ตัวเลขที่ตั้งใจทำให้ได้ในปี 2568 คือรายได้จากการท่องเที่ยวในประเทศแตะระดับ 1.17 ล้านล้านบาท จากการเดินทางกว่า 205 ล้านคน-ครั้ง ซึ่งเทศกาลใหญ่ ๆ อย่างที่พะเยา ก็ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อน

ทริปเดินเที่ยวในเมือง: ถ้าไปพะเยาช่วงนี้ ควรแพลนยังไงดี

สำหรับสายเดินเที่ยวในเมือง อยากใช้เวลาค่อย ๆ ซึมซับพะเยาแบบไม่เร่งรีบ ลองจัดแพลนคร่าว ๆ แบบนี้ได้เลย

  • เย็นวันแรก

    • มาถึงพะเยาช่วงบ่ายแก่ ๆ

    • เดินเล่นรอบกว๊าน ดูแสงเย็นและบรรยากาศริมทาง

    • รอพระอาทิตย์ตก ก่อนต่อด้วยการเดินเข้าโซนไฟและดอกไม้ในงาน

  • กลางวันวันถัดมา

    • เดินสำรวจในเมือง หาโลเคชันเก่า ๆ วัดและย่านชุมชน

    • แวะคาเฟ่หรือร้านอาหารท้องถิ่น เติมพลัง

    • เย็นแล้วค่อยกลับมาจบวันที่งานเคาท์ดาวน์อีกสักรอบ

  • สายต่อตะลุยเมืองอื่น
    พะเยาสามารถใช้เป็นเมืองพักระหว่างทาง ต่อรูทไปเชียงใหม่ เชียงราย หรือเมืองใกล้ ๆ ได้แบบไม่เหนื่อยเกินไป

เคาท์ดาวน์ปีนี้ ปล่อยให้แสงรักริมกว๊านเป็นคนเล่าเรื่อง

สำหรับใครที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศจากการเคาท์ดาวน์ในเมืองใหญ่ ลองให้พะเยาเป็นเมืองเล็ก ๆ ที่คุณเลือกไปใช้เวลาส่งท้ายปี

แสงไฟริมกว๊าน ดอกไม้กลางเมือง และโชว์บนท้องฟ้า จะช่วยเก็บความทรงจำปีเก่า และส่งคุณเข้าสู่ปีใหม่ด้วยฟีลที่ทั้งอุ่นใจและตื่นเต้นไปพร้อมกัน

บางที “ปีใหม่ที่ดีที่สุด” อาจไม่ต้องอยู่ท่ามกลางตึกสูงหรือเสียงพลุระเบิดดังลั่น แต่อยู่ท่ามกลางแสงสีที่สะท้อนบนผิวน้ำ และเมืองเล็ก ๆ ที่ทำให้เรารู้สึกว่าอยากกลับมาอีกก็ได้