รับแอปรับแอป

ลองใช้วันเดียวรู้เรื่อง! MacBook Air M4 สกายบลูเครื่องเดียวจบทั้งเรียน ทำงาน และตัดต่อวิดีโอ

ธนบดี สุขสวัสดิ์01-29

MacBook Air M4 สกายบลูที่มาพร้อมความบางเบาและพลังล้นเครื่อง

เจเนอเรชันใหม่ของ MacBook Air กลับมาอีกครั้งพร้อมชิป Apple M4 ที่แรงขึ้น ฉลาดขึ้น แต่ยังคงความบางเบาในแบบที่หยิบใส่กระเป๋าแล้วแทบไม่รู้สึกน้ำหนัก เหมาะมากสำหรับสายทำงาน สายเรียน ไปจนถึงสายตัดต่อวิดีโอที่ต้องการเครื่องเดียวพกไปได้ทุกที่

ด้านการประมวลผล กราฟิก และการจัดการพลังงาน ล้วนถูกอัปเกรดให้ล้ำขึ้นอีกขั้น เรียกได้ว่าเป็นการยกระดับประสบการณ์การใช้แล็ปท็อปให้ต่างจากรุ่นก่อนแบบชัดเจน

ดีไซน์บางเฉียบ สีใหม่สกายบลูที่สวยที่สุดเท่าที่เคยมีมา

MacBook Air M4 ยังคงดีไซน์ที่บางเฉียบเป็นเอกลักษณ์ แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือสีใหม่ “สกายบลู (Sky Blue)” โทนฟ้าอ่อนเมทัลลิกที่ให้ฟีลทั้งหรูและทันสมัย ใช้งานในออฟฟิศก็สุภาพ ใช้ตัดต่อคอนเทนต์นอกบ้านก็โดดเด่นแบบไม่ต้องพยายาม

ตอนนี้จึงมีให้เลือกทั้งหมด 4 สี คือ มิดไนท์, สตาร์ไลท์, สีเงิน และสกายบลู ซึ่งหลายคนคงเห็นตรงกันว่านี่คือชุดสีที่ลงตัวและสวยที่สุดในตระกูล MacBook Air เลยก็ว่าได้

ชิป M4 – จากงานทั่วไปจนถึงตัดต่อวิดีโอ หนักแค่ไหนก็ไหว

หลังจาก M2 และ M3 ทำผลงานไว้ดีมาก M4 ก็ถูกส่งต่อไม้เป็นรุ่นที่แฟน ๆ ทั่วโลกรออย่างจริงจัง เพราะมาพร้อมสถาปัตยกรรมใหม่ที่จัดเต็มทั้งเรื่องความเร็วและ AI

ในรุ่นนี้ MacBook Air M4 ให้สเปกที่ตอบโจทย์ทั้งงานพื้นฐานและงานหนัก ๆ เช่น

  • CPU สูงสุด 10‑core

  • GPU สูงสุด 10‑core

  • หน่วยความจำแบบรวม (Unified Memory) เริ่มต้นที่ 16GB และขยายได้สูงสุด 32GB

ผลลัพธ์คือเครื่องทำงานได้เร็วขึ้นอย่างจริงจังทั้งในงานประจำวันและงานโปรดักชัน เช่น

  • การเปิดหลายแอปพร้อมกัน

  • แต่งภาพ

  • ตัดต่อวิดีโอ

Apple ระบุว่าเร็วกว่า MacBook Air ชิป M1 สูงสุดถึง 2 เท่า และเร็วกว่า MacBook Air ที่ใช้ Intel รุ่นท็อปถึง 23 เท่า ซึ่งสะท้อนให้เห็นชัดว่าใครยังใช้ Intel อยู่ การข้ามมา M4 คือคนละยุค

แบตอึด 18 ชั่วโมง ใช้งานจริงผ่านวันได้สบาย

MacBook Air M4 เคลมแบตเตอรี่ใช้งานได้สูงสุด 18 ชั่วโมง และจากการลองใช้งานจริงทั้งทำกราฟิกและใช้โปรแกรมสายงานต่าง ๆ ตลอดทั้งวัน ก็ยังเอาอยู่แบบไม่ต้องพกที่ชาร์จติดตัวตลอดเวลาเหมือนโน้ตบุ๊กยุคก่อน ๆ

ใครที่ต้องทำงานนอกบ้าน นั่งคาเฟ่ทั้งวัน หรือออกกองถ่ายแล้วต้องตัดต่อด่วน ๆ ระหว่างทาง แบตลักษณะนี้คือข้อได้เปรียบชัดเจน

รองรับจอนอก 2 จอ + ใช้ iPad เป็นจอเสริมได้

หนึ่งในฟีเจอร์ที่สายทำงานจริงจังจะรักมาก คือ MacBook Air M4 สามารถต่อ จอภายนอกได้สูงสุด 2 จอ นอกเหนือจากจอในตัว เท่ากับว่าคุณสามารถทำงานแบบ 3 จอได้สบาย ๆ

ยิ่งไปกว่านั้น ยังใช้ iPad เป็นจอเสริมผ่านระบบใน Apple Ecosystem ได้ด้วย ซึ่งเหมาะมากสำหรับคนที่ชอบจัดเลย์เอาต์จอทำงานแยก เช่น

  • จอหลักสำหรับตัดต่อวิดีโอ

  • จอที่สองไว้เปิดไทม์ไลน์หรือพรีวิว

  • iPad ไว้เปิดสคริปต์หรือบรีฟลูกค้า

ทั้งหมดนี้ทำให้การทำงานมัลติทาสก์ลื่นไหลขึ้นแบบรู้สึกได้จริง

macOS Sequoia + Apple Intelligence ทำให้ Mac ฉลาดขึ้นแบบมีเหตุผล

MacBook Air M4 มาพร้อมการรองรับ macOS Sequoia และ Apple Intelligence ที่ออกแบบมาให้ทำงานร่วมกับชิป M4 ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ไฮไลต์ของ Apple Intelligence ได้แก่

  • Image Playground สำหรับสร้างภาพตามสไตล์ที่ต้องการ

  • Genmoji สร้างอิโมจิในแบบของตัวเอง

  • เครื่องมือการเขียนอัจฉริยะ ช่วยรีไรต์ แก้สไตล์ หรือปรับโทนข้อความให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

ข้อสังเกตคือ ตอนนี้เมนูฟีเจอร์เหล่านี้ยังรองรับเฉพาะภาษาอังกฤษ แต่ถ้าใครทำงานคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกับภาษาอังกฤษอยู่แล้ว จะยิ่งได้ประโยชน์เต็ม ๆ

Siri + ChatGPT ในตัว เครื่องเดียวก็คิดไอเดียแทนได้

Siri เวอร์ชันใหม่บน MacBook Air M4 ฉลาดขึ้นและลื่นขึ้น ทั้งด้านการโต้ตอบและการเข้าใจบริบทการใช้งาน ผู้ใช้สามารถสลับระหว่างการพิมพ์และพูดคำสั่งได้ทันทีแบบไร้รอยต่อ

ที่น่าสนใจคือการผสาน ChatGPT เข้ากับทั้ง Siri และเครื่องมือการเขียนบนระบบ ช่วยให้

  • ขอไอเดียคอนเทนต์

  • เขียนสคริปต์วิดีโอ

  • ขัดเกลาข้อความ

ได้โดยไม่ต้องเปิดแอปอื่นเพิ่ม แถมยังสามารถใช้ ChatGPT ได้ ฟรี โดยไม่จำเป็นต้องสร้างบัญชี และผู้ใช้ยังเลือกได้ว่าจะเปิดใช้หรือไม่ รวมถึงควบคุมได้ว่าจะให้แชร์ข้อมูลอะไรบ้าง ทำให้การใช้งานทั้งสะดวกและสบายใจเรื่องความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

กล้องหน้า 12MP Center Stage เหมาะทั้งประชุมออนไลน์และไลฟ์

MacBook Air รุ่นใหม่นี้มาพร้อม กล้องหน้า 12MP Ultra‑Wide ที่รองรับฟีเจอร์ Center Stage คอยติดตามคุณให้ยังอยู่กลางเฟรมแม้จะขยับตัวไปมา ทำให้เหมาะทั้งการประชุมออนไลน์ การสอนออนไลน์ หรือแม้แต่การไลฟ์ขายของ

ถ้าอยากอัปเกรดคุณภาพกล้องอีกขั้น ก็สามารถใช้ iPhone เป็นกล้องเว็บแคม ได้ทันที ภาพคม สีสวย และดูโปรขึ้นแบบจับต้องได้

ยังรองรับฟีเจอร์ Desk View ที่แสดงทั้งใบหน้าผู้ใช้และมุมมองจากด้านบนโต๊ะพร้อมกัน เหมาะมากสำหรับการ

  • พรีเซนต์งานดีไซน์

  • สาธิตงาน DIY

  • โชว์สเก็ตช์หรือร่างไอเดียสด ๆ ให้ลูกค้าดูแบบมืออาชีพ

ทั้งหมดนี้ทำให้การสื่อสารผ่านวิดีโอมีมิติและน่าดูมากกว่าการใช้เว็บแคมธรรมดาทั่วไป

iPhone Mirroring – เปิดจอมือถือบน Mac แล้วลากไฟล์ไปมาได้เลย

อีกฟีเจอร์ที่ใช้งานจริงแล้วจะรู้ว่าประหยัดเวลาโหดมากคือ iPhone Mirroring คุณสามารถเปิดหน้าจอ iPhone บน Mac แล้วควบคุมได้ลื่น ๆ แถมยัง ลากไฟล์ระหว่าง iPhone กับ Mac ได้โดยตรง

ประโยชน์สำหรับสายคอนเทนต์และตัดต่อวิดีโอ เช่น

  • ดึงคลิปจากมือถือมาลงโปรเจกต์ได้ไวขึ้น

  • ลากรูปจาก iPhone เข้าโปรแกรมแต่งภาพหรืองานกราฟิกได้ทันที

  • จัดการไฟล์โซเชียลมีเดียแบบไม่ต้องเอาสายมาต่อ

สรุป: งานเร็วขึ้นแบบจับต้องได้จริง โดยไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมอะไรเยอะ

จอ Liquid Retina คมกริบ เหมาะทั้งแต่งภาพและตัดต่อวิดีโอ

จอ Liquid Retina ของ MacBook Air M4 มีให้เลือก 2 ขนาด

  • 13.6 นิ้ว

  • 15.3 นิ้ว

พร้อมสเปกหน้าจอที่ตอบโจทย์สายคอนเทนต์แบบเต็ม ๆ

  • ความสว่างสูงสุด 500 นิต

  • รองรับสีสันได้ถึง 1 พันล้านสี

ไม่ว่าจะ

  • ดูหนัง

  • แต่งภาพ

  • ทำงานกราฟิก

  • หรือนั่งอ่านเอกสารยาว ๆ

ก็จะสัมผัสได้ถึงภาพที่คมชัด ตัวอักษรอ่านง่าย สีสันสมจริง รายละเอียดแน่น เหมาะมากสำหรับคนทำงานสายวิชวลหรือสายวิดีโอที่อยากได้จอที่ไม่ทำร้ายตาเวลาใช้งานนาน ๆ

ราคาใหม่คุ้มขึ้น เลือกได้ทั้ง 13" และ 15"

ด้านราคาก็จัดว่าดึงดูดใจ เพราะราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 34,900 บาท ซึ่งถูกกว่ารุ่นก่อนหน้าประมาณ 5,000 บาท และยังมีราคาเพื่อการศึกษาอยู่ที่ 31,400 บาท ทำให้ MacBook Air M4 กลายเป็นตัวเลือกที่คุ้มอย่างชัดเจนสำหรับ

  • นักศึกษา

  • ฟรีแลนซ์

  • มืออาชีพที่ต้องพกแล็ปท็อปไปทำงานนอกสถานที่บ่อย ๆ

มีให้เลือกทั้งขนาด 13 นิ้ว และ 15 นิ้ว ซึ่งแม้จะเป็นไซซ์ใหญ่ก็ยังคงความบางเบาพกพาง่าย ไม่เทอะทะเหมือนโน้ตบุ๊กจอใหญ่ในยุคก่อน

Neural Engine แรงขึ้น 3 เท่า งาน AI ลื่นทั้งภาพและเสียง

อีกหนึ่งจุดเด่นที่ต้องพูดถึงคือ Neural Engine รุ่นใหม่ในชิป M4 ที่แรงขึ้นกว่ารุ่น M1 ถึง 3 เท่า ทำให้การประมวลผลด้าน AI เร็วขึ้นแบบชัดเจน

สิ่งที่เห็นผลได้จริง เช่น

  • การปรับแต่งภาพอัตโนมัติ

  • การตัดเสียงรบกวนในไฟล์วิดีโอ

  • ฟีเจอร์ฉลาด ๆ ใน Apple Intelligence

ทั้งหมดนี้ช่วยให้กระบวนการทำคอนเทนต์ตั้งแต่ต้นจนจบรวดเร็วขึ้น ยิ่งถ้าคุณตัดต่อวิดีโอหรือทำงานสายสร้างสรรค์อยู่แล้ว จะยิ่งเห็นว่าเครื่องช่วยลดเวลารอเรนเดอร์หรือประมวลผลได้อย่างมีนัยสำคัญ

ดีต่อโลกด้วย เป้าหมาย Apple 2030

นอกจากสเปกที่จัดว่าจริงจัง MacBook Air M4 ยังออกแบบโดยให้ความสำคัญกับเรื่องความยั่งยืน Apple เดินหน้ามุ่งสู่การใช้ พลังงานหมุนเวียน ในการผลิตให้มากที่สุด ทั้งโครงการพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมทั่วโลก เพื่อชดเชยพลังงานที่ใช้ชาร์จอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมถึง MacBook Air

ทั้งหมดนี้คือส่วนหนึ่งของเป้าหมาย “Apple 2030” ที่ตั้งใจทำให้ทั้งบริษัทมี คาร์บอนฟุตพรินต์เป็นศูนย์ภายในปี 2030 ซึ่งตอนนี้ Apple บรรลุไปอีกขั้นแล้วด้วยการใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ในโรงงานผลิตและศูนย์ข้อมูลที่ใช้ขับเคลื่อน Apple Intelligence

เหมาะกับใคร และควรอัปเกรดไหม?

ถ้าดูภาพรวมแล้ว MacBook Air M4 สกายบลูเครื่องนี้เหมาะมากกับคนที่ต้องการแล็ปท็อปเครื่องเดียวจบ ทั้งเรียน ทำงาน และสร้างคอนเทนต์ ไม่ว่าจะเป็น

  • นักศึกษาที่อยากได้เครื่องบางเบาแต่ตัดต่อวิดีโอได้

  • ฟรีแลนซ์สายกราฟิก/วีดีโอที่ทำงานหลายแอปพร้อมกัน

  • คนทำคอนเทนต์ที่ใช้ทั้ง iPhone, iPad, Mac ใน Ecosystem เดียว

ด้วยชิป M4, แบตอึด, จอ Liquid Retina, กล้องหน้า 12MP, ฟีเจอร์อย่าง iPhone Mirroring และการผสาน Apple Intelligence + ChatGPT ทำให้ MacBook Air รุ่นนี้ไม่ได้เป็นแค่แล็ปท็อปสำหรับงานเอกสาร แต่กลายเป็น เครื่องทำงานและสร้างสรรค์คอนเทนต์แบบครบวงจร จริง ๆ

ใครที่เล็งจะเปลี่ยนเครื่องพอดี โดยเฉพาะถ้ายังใช้รุ่น Intel อยู่ การขยับมา MacBook Air M4 จะรู้สึกเหมือนได้เปลี่ยนผ่านมาสู่ยุคใหม่ของการทำงานแบบเต็มตัวเลยทีเดียว