เช้า ๆ รีบออกจากบ้าน เสื้อผ้าพร้อม หน้าโอเค ผมเข้าที่ แล้วก็เกิดคำถามในหัวแบบผ่าน ๆ ว่า “วันนี้ไม่ทากันแดดได้มั้ยนะ เดี๋ยวก็กลับแล้ว”
ประโยคนี้น่าจะเคยโผล่ในชีวิตประจำวันของหลายคน โดยเฉพาะวันที่แดดดูไม่แรง ฟ้าครึ้ม หรือวันทำงานที่คิดว่าคงไม่ได้ออกไปไหนไกล
แต่รู้ตัวอีกที รังสี UV ก็ทำงานของมันไปเรียบร้อยแล้วแบบไม่ขออนุญาต
บทความนี้ไม่ได้จะมาพูดเชิงขู่ แต่จะชวนคุยแบบเพื่อนที่อินเรื่องแฟชั่น บิวตี้ และการดูแลตัวเอง ว่า จริง ๆ แล้ว เราสามารถออกจากบ้านโดยไม่ทาครีมกันแดดได้มั้ย และถ้าไม่ทา จะเกิดอะไรขึ้นกับผิวในระยะสั้นและระยะยาว

ครีมกันแดดคืออะไร และมันทำงานยังไงกับผิว
ครีมกันแดดไม่ใช่แค่สกินแคร์ขั้นตอนหนึ่ง แต่เป็นเหมือน “เกราะป้องกันผิว” จากรังสีอัลตราไวโอเลต หรือที่คุ้นกันในชื่อ รังสี UVA และ UVB
UVA ทำร้ายผิวลึก ทำให้ผิวแก่ก่อนวัย เกิดริ้วรอย และความหมองคล้ำ
UVB เป็นตัวการของผิวไหม้ แดง แสบ และเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งผิวหนัง
ครีมกันแดดทำหน้าที่ได้ 2 แบบ
สะท้อนรังสี (Physical / Mineral Sunscreen)
ดูดซับรังสีแล้วเปลี่ยนเป็นพลังงานที่ไม่อันตราย (Chemical Sunscreen)
ไม่ว่าจะสูตรไหน เป้าหมายคือเดียวกัน คือ ลดปริมาณรังสีที่เข้าถึงผิว
ทำไมคำว่า “แค่แป๊บเดียว” ถึงไม่ค่อยปลอดภัยกับผิว
หลายคนเข้าใจว่า ถ้าไม่ได้ออกแดดแรง ๆ หรือออกแค่หน้าบ้าน ขึ้นรถ ลงรถ คงไม่เป็นอะไร
แต่ความจริงคือ รังสี UVA อยู่กับเราแทบตลอดทั้งวัน แม้ในวันที่แดดไม่แรง หรือแม้อยู่ในที่ร่ม
สิ่งที่น่ารู้คือ
UVA สามารถทะลุเมฆ
ทะลุกระจก
และสะสมผลกระทบกับผิวแบบเงียบ ๆ
นั่นแปลว่า ต่อให้ไม่ได้รู้สึกแสบผิว แต่ผิวก็ยังโดนทำร้ายแบบช้า ๆ อยู่ดี
ทำไม “ควร” ทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้าน
1. กันแดดคือ Anti-aging ที่ตรงจุดที่สุด
งานวิจัยด้านผิวหนังชี้ตรงกันว่า การป้องกันแสงแดดเป็นวิธีชะลอวัยที่ได้ผลมากกว่าการบำรุงใด ๆ เพราะต่อให้สกินแคร์ดีแค่ไหน ถ้าปล่อยให้ UV ทำร้ายผิวทุกวัน ทุกอย่างก็เหมือนเริ่มนับหนึ่งใหม่
2. ลดปัญหาผิวสะสมในระยะยาว
ฝ้า กระ จุดด่างดำ และสีผิวไม่สม่ำเสมอ ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว แต่เกิดจากการสะสมของแสงแดดในชีวิตประจำวัน
3. ปกป้องผิวแม้ในวันที่ไม่รู้สึกว่าแดดแรง
วันที่ฟ้าครึ้มไม่ได้แปลว่า UV หยุดทำงาน กันแดดจึงเป็นสิ่งที่ผิวต้องการสม่ำเสมอ ไม่ใช่เฉพาะวันที่ไปทะเล

คุณสมบัติสำคัญของครีมกันแดดที่ควรมองหา
การเลือกครีมกันแดดไม่จำเป็นต้องซับซ้อน แต่มีจุดสำคัญที่ควรรู้
● ค่า SPF และ PA
SPF ป้องกัน UVB
PA (+ ถึง ++++) ป้องกัน UVA
สำหรับชีวิตประจำวัน ค่า SPF 30–50 และ PA+++ ขึ้นไปถือว่ากำลังดี
● Broad Spectrum
หมายถึงป้องกันได้ทั้ง UVA และ UVB ในหลอดเดียว
● เนื้อสัมผัส
ปัจจุบันครีมกันแดดมีหลายแบบมาก ตั้งแต่เนื้อเจล น้ำ น้ำนม ครีม ไปจนถึงแบบสเปรย์ เลือกให้เข้ากับสภาพผิวจะทำให้ใช้งานได้ต่อเนื่อง ไม่รู้สึกฝืน
● สูตรที่เหมาะกับการใช้ทุกวัน
กันแดดสำหรับทุกวันควร
ไม่หนักผิว
ไม่อุดตัน
ใช้ร่วมกับเมคอัพหรือสกินแคร์อื่นได้ง่าย
ครีมกันแดดเหมาะกับใครบ้าง
คำตอบคือ เหมาะกับทุกคนที่มีผิวและต้องออกจากบ้าน
ไม่ว่าจะ
ทำงานออฟฟิศ
เรียนหนังสือ
ทำงานกลางแจ้ง
หรือแค่ออกไปซื้อของหน้าปากซอย
แม้แต่วันที่อยู่บ้าน ถ้านั่งใกล้หน้าต่าง หรือใช้ชีวิตในห้องที่มีแสงแดดส่องถึง การทากันแดดก็ยังมีเหตุผลรองรับทางวิทยาศาสตร์
วิธีใช้ครีมกันแดดให้ได้ผลจริง ไม่ใช่แค่ทาให้ครบขั้นตอน
ใช้ในปริมาณที่เพียงพอ ไม่บางจนเกินไป
ทาก่อนออกแดดประมาณ 15–20 นาที
ทาซ้ำระหว่างวัน โดยเฉพาะถ้าออกกลางแจ้งหรือมีเหงื่อ
อย่าลืมบริเวณที่มักถูกมองข้าม เช่น คอ หลังหู และหลังมือ
กันแดดที่ดีคือกันแดดที่ “ถูกใช้จริง” และ “ใช้สม่ำเสมอ”
ทริกเล็ก ๆ สำหรับคนที่ยังไม่อินกับการทากันแดด
เลือกเนื้อที่เบาสบายเหมือนสกินแคร์
ใช้กันแดดที่ผสมเมคอัพ เช่น โทนอัพ หรือ BB
วางกันแดดไว้ใกล้ไอเทมที่หยิบทุกเช้า เพื่อไม่ลืม
มองกันแดดเป็นไอเทมแฟชั่นคู่ผิว ไม่ใช่ภาระ
เมื่อกันแดดกลายเป็นส่วนหนึ่งของลุค ไม่ใช่ขั้นตอนที่ต้องฝืนทำ ทุกอย่างจะง่ายขึ้นมาก
สรุปแบบน่ารัก ๆ ว่า เราออกจากบ้านโดยไม่ทาครีมกันแดดได้มั้ย
คำตอบคือ ได้ แต่ผิวอาจไม่แฮปปี้เท่าไร
กันแดดไม่ใช่ของที่ต้องใช้เพราะกลัว แต่ใช้เพราะเข้าใจว่าผิวต้องการการปกป้องในระยะยาว ยิ่งในยุคที่แดดแรง มลภาวะสูง และไลฟ์สไตล์เราออกจากบ้านแทบทุกวัน
ถ้ากำลังมองหาครีมกันแดดที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวัน เนื้อดี ใช้ง่าย และเข้ากับสไตล์การดูแลตัวเองแบบไม่ซับซ้อน Zestbuy คืออีกหนึ่งพื้นที่ที่รวมไอเทมบิวตี้ไว้ให้เลือกแบบครบและจบในที่เดียว

