รับแอปรับแอป

เที่ยวดีมีคืน 2568 ใช้ให้คุ้ม! ทริปเดียวลดหย่อนภาษีเป็นหมื่นแบบไม่งง

ลลิตา พูนผล01-31

วางแผนเที่ยวปลายปี ใช้สิทธิ์เที่ยวดีมีคืนให้คุ้มสุด

ถ้าคุณกำลังเล็งทริปปลายปี ทั้งอยากเที่ยวให้หนำใจและอยากประหยัดภาษีไปพร้อมกัน มาตรการ “เที่ยวดีมีคืน 2568” คือโอกาสทองที่ไม่ควรพลาดเลย

เพราะคุณสามารถนำค่าใช้จ่ายจากการท่องเที่ยวในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นค่าที่พักหรือค่าอาหาร ไปใช้ ลดหย่อนภาษีได้จริง แถมถ้าไปเมืองรองยังได้สิทธิ์คูณเพิ่มอีกต่างหาก

บทความนี้จะพาไล่ดูเงื่อนไข สิทธิประโยชน์ วิธีใช้สิทธิ์ รวมถึงเทคนิควางแผนทริปให้ เที่ยวสนุก ภาษีก็จ่ายน้อยลงแบบไม่ต้องปวดหัว

เที่ยวดีมีคืน 2568 คืออะไร ทำไมสายเที่ยวห้ามมองข้าม

มาตรการ เที่ยวดีมีคืน 2568 เป็นโครงการภาครัฐที่ตั้งใจช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวในประเทศ ด้วยการให้ประชาชนนำค่าใช้จ่ายจากการท่องเที่ยวมาหักลดหย่อนภาษีได้

ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในประเทศอย่างเช่น:

  • ค่าที่พัก โรงแรม รีสอร์ต โฮมสเตย์

  • ค่าอาหารจากร้านค้าที่ออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบได้

จุดที่น่าสนใจคือ หากคุณเลือกเที่ยว เมืองรอง (จังหวัดที่ไม่ใช่กรุงเทพและเมืองหลักสำคัญ) รัฐให้สิทธิ์ หักลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 1.5 เท่า ของเงินที่จ่ายจริง

ตัวอย่างง่าย ๆ:

  • ใช้จ่ายเที่ยวเมืองรอง 10,000 บาท

  • นำไปลดหย่อนภาษีได้ 15,000 บาท

เท่ากับว่า ยิ่งวางแผนดี ยิ่งเที่ยวคุ้ม ภาษีก็ยิ่งลดเยอะ

เริ่มใช้สิทธิ์เที่ยวดีมีคืนได้เมื่อไหร่

คุณสามารถเริ่มใช้จ่ายเพื่อเข้าร่วมมาตรการเที่ยวดีมีคืน 2568 และนำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้ตั้งแต่ช่วงเวลา:

29 ตุลาคม – 15 ธันวาคม 2568

เงื่อนไขสำคัญคือ:

  • ค่าใช้จ่ายทั้งหมดต้อง เกิดขึ้นและจ่ายเงินจริงภายในช่วงวันที่กำหนดเท่านั้น

  • เอกสารหลักฐานต้องพร้อม เพื่อนำไปใช้ยื่นลดหย่อนภาษีตอนต้นปี 2569

ใครได้สิทธิ์อะไรบ้าง แบ่ง 4 กลุ่มให้เข้าใจง่าย

มาตรการเที่ยวดีมีคืน 2568 แบ่งสิทธิ์และเงื่อนไขออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่

  • ประชาชนทั่วไป

  • บริษัท / ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

  • โรงแรม ที่พัก

  • ผู้ประกอบการกิจการบันเทิง

มาดูทีละกลุ่มว่ามีสิทธิ์อะไรน่าใช้บ้าง

1. ประชาชนทั่วไป ใช้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30,000 บาท

สำหรับบุคคลธรรมดาที่อยากเก็บแต้มลดหย่อนภาษี ทริปเที่ยวปลายปีนี้ช่วยคุณได้เต็ม ๆ

ค่าใช้จ่ายที่ใช้สิทธิ์ได้ เช่น:

  • ค่าที่พัก: โรงแรม รีสอร์ต โฮมสเตย์

  • ค่าอาหารจากร้านที่ออกใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบและอยู่ในระบบ VAT

วงเงินลดหย่อนแบ่งเป็น:

  • เที่ยวเมืองหลัก: ลดหย่อนสูงสุด 20,000 บาท

  • เที่ยวเมืองรอง: ลดหย่อนสูงสุด 30,000 บาท

หลักการคำนวณสิทธิ์สำหรับประชาชนทั่วไป

  • เที่ยวเมืองหลัก: หักลดหย่อนได้ 1 เท่าของยอดที่จ่ายจริง

  • เที่ยวเมืองรอง: หักลดหย่อนได้ 1.5 เท่าของยอดที่จ่ายจริง

เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการยื่นภาษี

  • สำหรับยอดใช้จ่าย 10,000 บาทแรก

    • ใช้ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบได้ทั้ง แบบกระดาษ หรือ e-Tax Invoice

  • สำหรับ ยอดที่เกิน 10,000 บาท

    • ต้องใช้ ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) เท่านั้น

ช่วงเวลาที่ใช้สิทธิ์ได้

  • ค่าใช้จ่ายต้องเกิดขึ้นระหว่าง 29 ตุลาคม – 15 ธันวาคม 2568 เท่านั้น

2. บริษัท / ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ใช้ค่าอบรมสัมมนาหักรายจ่ายได้สูงสุด 2 เท่า

สำหรับองค์กรที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล สามารถใช้มาตรการนี้มาช่วยลดภาษีผ่านกิจกรรมอบรมสัมมนาภายในประเทศได้แบบจัดหนัก

ค่าใช้จ่ายที่เข้าเกณฑ์ เช่น:

  • ค่าห้องสัมมนา

  • ค่าที่พักพนักงาน

  • ค่าขนส่ง

  • ค่าบริการนำเที่ยว

  • ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการจัดสัมมนาโดยตรง

อัตราการหักรายจ่ายทางภาษี

  • จัดกิจกรรมใน เมืองรอง: หักรายจ่ายตามที่จ่ายจริงได้ 2 เท่า

  • จัดกิจกรรมใน เมืองหลัก: หักรายจ่ายตามที่จ่ายจริงได้ 1.5 เท่า

เงื่อนไขสำคัญคือ:

  • ต้องใช้ e-Tax Invoice เป็นหลักฐานหลัก

  • ยกเว้นค่าใช้จ่ายด้านขนส่งที่สามารถใช้ e-Receipt ได้

ช่วงเวลาที่ใช้สิทธิ์ได้

  • ค่าใช้จ่ายต้องเกิดขึ้นในช่วง 29 ตุลาคม – 15 ธันวาคม 2568

3. โรงแรม รีสอร์ต ใช้ปรับปรุงกิจการแล้วหักภาษีได้ 2 เท่า

กลุ่มผู้ประกอบการโรงแรมและที่พักก็มีสิทธิ์ได้ประโยชน์เต็ม ๆ เช่นกัน

สามารถนำค่าใช้จ่ายในการ:

  • ปรับปรุง ต่อเติม ขยายอาคารสถานประกอบการ

  • ลงทุนในเฟอร์นิเจอร์ที่ติดตั้งแบบถาวร

มาหักเป็นรายจ่ายทางภาษีได้สูงสุดถึง 2 เท่าของมูลค่าลงทุน (ไม่รวมค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงตามปกติ)

วิธีหักรายจ่ายแบ่งเป็น 2 ส่วน

  • ส่วนที่ 1: หักเป็นค่าเสื่อมราคา / ค่าสึกหรอตามเกณฑ์ปกติ

  • ส่วนที่ 2 (สิทธิ์เพิ่ม): ทยอยหักรายจ่ายส่วนเพิ่ม เท่ากันในระยะเวลา 20 รอบบัญชี

นอกจากนี้ ภาครัฐยังมอบหมายให้ธนาคารออมสินพิจารณาเตรียม Soft Loan เพื่อช่วยสนับสนุนการลงทุนปรับปรุงและยกระดับโรงแรมอีกด้วย

ช่วงเวลาที่ใช้สิทธิ์ได้

  • ครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตั้งแต่ 29 ตุลาคม 2568 – 31 มีนาคม 2569

4. ผู้ประกอบการกิจการบันเทิง ลดอัตราภาษีต่อเนื่องอีก 1 ปี

ภาครัฐขยายเวลาการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตให้กับผู้ประกอบการสถานบันเทิงและสถานบริการหย่อนใจต่อไปอีก 1 ปี

ครอบคลุมกิจการประเภท 17.01 เช่น:

  • ไนต์คลับ

  • ดิสโก้เธค

  • ผับ

  • บาร์

  • ค็อกเทลเลานจ์

อัตราภาษีถูกปรับลดจาก 10% เหลือ 5% ต่อเนื่องอีก 1 ปี

ช่วงเวลาบังคับใช้คือ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2569 โดยกรมสรรพสามิตจะทำงานร่วมกับกรมการปกครอง เพื่อผลักดันให้ผู้ประกอบการเข้ามาจดทะเบียนในระบบให้ถูกต้อง และช่วยขยายฐานภาษีในระยะยาว

เอกสารสำคัญที่ต้องใช้ในมาตรการเที่ยวดีมีคืน 2568

หัวใจของการใช้สิทธิ์เที่ยวดีมีคืนให้ผ่านฉลุยคือ การเก็บหลักฐานค่าใช้จ่ายให้ถูกต้องครบถ้วน

เอกสารที่จำเป็นต้องใช้คือ “ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ” เท่านั้น โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • ยอดใช้จ่าย 10,000 บาทแรก

    • ใช้ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบได้ทั้ง แบบกระดาษ หรือ e-Tax Invoice

  • ยอดใช้จ่ายส่วนที่เกิน 10,000 บาท

    • ต้องใช้ เฉพาะใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice)

สิ่งที่ต้องระบุบนใบกำกับภาษีให้ถูกต้องคือ:

  • ชื่อ – นามสกุล ของผู้ใช้สิทธิ์

  • ข้อมูลเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (ในกรณีที่เกี่ยวข้อง)

อย่าลืมแจ้งข้อมูลกับผู้ประกอบการก่อนจ่ายเงินทุกครั้ง จากนั้นเก็บเอกสารให้ดี เพื่อนำไปยื่นลดหย่อนภาษีตอนต้นปีตามปกติ

เมืองหลัก vs เมืองรอง ได้ลดหย่อนต่างกันแค่ไหน

จุดขายของโครงการเที่ยวดีมีคืน 2568 คือการกระตุ้นการท่องเที่ยว เมืองรอง ด้วยการให้สิทธิ์ลดหย่อนที่มากกว่าเมืองหลักอย่างชัดเจน

เที่ยวเมืองหลัก

  • นำค่าใช้จ่ายมาหักลดหย่อนได้ 1 เท่า ตามจำนวนเงินที่จ่ายจริง

  • วงเงินลดหย่อนสูงสุด ไม่เกิน 20,000 บาท

ตัวอย่าง:

  • จ่ายค่าโรงแรมในเมืองหลัก 15,000 บาท

  • นำไปลดหย่อนภาษีได้ 15,000 บาท

เที่ยวเมืองรอง

  • นำค่าใช้จ่ายมาหักลดหย่อนได้ 1.5 เท่าของยอดจ่ายจริง

  • แต่ยอดลดหย่อนรวมสูงสุดต้อง ไม่เกิน 30,000 บาท

ตัวอย่าง:

  • ใช้จ่ายค่าที่พักและร้านอาหารในเมืองรองรวม 10,000 บาท

  • นำไปลดหย่อนภาษีได้ถึง 15,000 บาท (10,000 x 1.5)

สรุปสั้น ๆ: ถ้าอยากให้เงินที่จ่ายเที่ยวต่อ 1 บาท สร้างสิทธิ์ลดหย่อนให้มากที่สุด การปักหมุดไปเมืองรองคือคำตอบที่คุ้มกว่าอย่างเห็นได้ชัด

55 จังหวัดเมืองรอง ที่ใช้สิทธิ์เที่ยวดีมีคืน 2568 ได้

เพื่อให้การใช้สิทธิ์คุ้มค่าที่สุด การเลือกปลายทางเป็นเมืองรองคือกุญแจสำคัญ เพราะคุณจะได้สิทธิ์ลดหย่อนแบบคูณ 1.5 เท่า

จังหวัดเมืองรองภาคเหนือ

เข้าร่วมทุกอำเภอในจังหวัด:

  • แม่ฮ่องสอน

  • เพชรบูรณ์

  • น่าน

  • ลำพูน

  • สุโขทัย

  • เชียงราย

  • พะเยา

  • แพร่

  • อุตรดิตถ์

  • ตาก

  • กำแพงเพชร

  • พิจิตร

  • นครสวรรค์

  • อุทัยธานี

จังหวัดเมืองรองภาคอีสาน

เข้าร่วมทุกอำเภอในจังหวัด:

  • เลย

  • บุรีรัมย์

  • หนองคาย

  • นครพนม

  • สกลนคร

  • อุบลราชธานี

  • อุดรธานี

  • ชัยภูมิ

  • ศรีสะเกษ

  • สุรินทร์

  • ยโสธร

  • หนองบัวลำภู

  • บึงกาฬ

  • มหาสารคาม

  • มุกดาหาร

  • ร้อยเอ็ด

  • กาฬสินธุ์

  • อำนาจเจริญ

จังหวัดเมืองรองภาคกลาง

เข้าร่วมทุกอำเภอในจังหวัด:

  • ราชบุรี

  • สมุทรสงคราม

  • ลพบุรี

  • ชัยนาท

  • สิงห์บุรี

  • อ่างทอง

  • สุพรรณบุรี

จังหวัดเมืองรองภาคตะวันออก

เข้าร่วมทุกอำเภอในจังหวัด:

  • จันทบุรี

  • ตราด

  • สระแก้ว

  • ปราจีนบุรี

  • นครนายก

จังหวัดเมืองรองภาคใต้

เข้าร่วมทุกอำเภอในจังหวัด:

  • ตรัง

  • สตูล

  • พัทลุง

  • ระนอง

  • ชุมพร

  • นราธิวาส

  • ยะลา

  • ปัตตานี

  • นครศรีธรรมราช

15 จังหวัดเมืองรอง ที่เข้าร่วมเฉพาะบางอำเภอ

นอกจากรายชื่อข้างต้น ยังมีอีก 15 จังหวัดที่เข้าร่วมมาตรการเที่ยวดีมีคืน 2568 เฉพาะบางอำเภอ เช่น

  • บางอำเภอของจังหวัดเชียงใหม่

  • บางอำเภอของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

  • บางอำเภอของจังหวัดกระบี่

  • และจังหวัดอื่น ๆ ตามที่ประกาศกำหนด

หากต้องการใช้สิทธิ์ให้ตรงจุด ควรตรวจสอบรายชื่ออำเภอที่เข้าร่วมในแต่ละจังหวัดให้ชัดเจนก่อนวางแผนเดินทาง

5 เทคนิคใช้สิทธิ์เที่ยวดีมีคืน 2568 ให้โคตรคุ้ม

อยากให้ทริปเดียวทั้งสนุกและได้ลดหย่อนภาษีแบบจัดเต็ม ลองเอาทริคเหล่านี้ไปใช้

  1. ปักหมุดเมืองรองก่อนเมืองหลัก
    การเลือกเที่ยวใน 55 จังหวัดเมืองรองคือวิธีเพิ่มมูลค่าลดหย่อนให้ คูณ 1.5 เท่า แบบง่ายที่สุด เท่ากับจ่ายเท่าเดิมแต่สิทธิ์ลดภาษีเยอะกว่าเมืองหลัก

  2. ถามก่อนจ่ายเสมอว่ามีใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบไหม
    ก่อนจองที่พักหรือสั่งอาหาร เช็กให้ชัดว่า สามารถออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ออก เรียกได้ว่าเสียสิทธิ์ไปแบบน่าเสียดาย

  3. เตรียมข้อมูลส่วนตัวให้พร้อมก่อนขอเอกสาร
    แจ้งชื่อ–นามสกุล และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีให้ถูกต้องกับผู้ประกอบการทุกครั้ง เพื่อให้เอกสารพร้อมใช้ยื่นภาษี ไม่ต้องตามแก้ทีหลัง

  4. วางแผนยอดใช้จ่ายให้เข้าใกล้เพดานสิทธิ์
    ถ้าแผนทริปคุณยืดหยุ่นได้ ลองจัดทริปและงบประมาณให้ใกล้เคียงวงเงินสูงสุดที่ลดหย่อนได้ จะช่วยให้ ใช้สิทธิ์ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยที่สุด

  5. เก็บเอกสารทุกใบให้เป็นระบบ โดยเฉพาะ e-Tax Invoice
    ไม่ว่าจะเป็นใบกำกับภาษีกระดาษหรือ e-Tax Invoice ควรรวบรวมเก็บไว้ให้ดี อาจแยกแฟ้ม “ทริปเที่ยวดีมีคืน 2568” หรือจัดโฟลเดอร์ไฟล์เอกสารให้เป็นระเบียบ จะช่วยให้ยื่นภาษีต้นปีหน้าได้แบบสบาย ๆ

FAQs คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับเที่ยวดีมีคืน 2568

ถ้าเที่ยวแบบโลคอล ไม่พักโรงแรมใหญ่ ไม่กินร้านใหญ่ ใช้สิทธิ์ได้ไหม

สิทธิ์ในมาตรการเที่ยวดีมีคืนจะจำกัดอยู่ที่ ร้านค้าและโรงแรมที่สามารถออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบได้เท่านั้น

ถ้าคุณเลือกใช้จ่ายกับร้านเล็ก ร้านชุมชน หรือกิจการที่ไม่ได้อยู่ในระบบ VAT ส่วนใหญ่จะ ไม่สามารถใช้สิทธิ์เที่ยวดีมีคืนได้

แต่ร้านเล็ก ๆ หลายแห่งมักเข้าร่วมมาตรการช่วยลดค่าครองชีพอื่น ๆ ซึ่งช่วยให้คุณ ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ทันทีที่หน้าร้าน แม้จะไม่ได้นำไปลดหย่อนภาษีภายใต้มาตรการนี้ก็ตาม

ถ้าใช้จ่ายเกิน 10,000 บาท แต่ที่พักออก e-Tax Invoice ไม่ได้ ทำอย่างไรดี

ในกรณีที่ยอดใช้จ่ายรวมเกิน 10,000 บาท แต่ผู้ประกอบการออกได้แค่ใบกำกับภาษีกระดาษ ไม่สามารถออก e-Tax Invoice ได้ สิทธิ์ของคุณจะเป็นแบบนี้

  • ใช้สิทธิ์ลดหย่อนได้เฉพาะ ยอด 10,000 บาทแรก ที่มีใบกำกับภาษีกระดาษ

  • ยอดที่เกิน 10,000 บาท จะไม่สามารถนำมาลดหย่อนได้ เพราะไม่มี e-Tax Invoice ตามเกณฑ์ที่กำหนด

ดังนั้น ถ้าคาดว่าค่าใช้จ่ายจะสูงเกิน 10,000 บาท ควร สอบถามผู้ประกอบการก่อนเสมอว่ามี e-Tax Invoice หรือไม่ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์ไปแบบเปลือง ๆ

ถ้าเที่ยวทั้งเมืองหลักและเมืองรองในทริปเดียว จะคำนวณสิทธิ์อย่างไร

ในกรณีที่ทริปเดียวเที่ยวทั้งเมืองหลักและเมืองรอง การคำนวณสิทธิ์จะ แยกตามพื้นที่ที่จ่ายจริง ดังนี้

  • ค่าใช้จ่ายที่เกิดใน เมืองหลัก

    • นำมาลดหย่อนได้ 1 เท่าของยอดจ่ายจริง (แต่ไม่เกิน 20,000 บาท)

  • ค่าใช้จ่ายที่เกิดใน เมืองรอง

    • นำมาลดหย่อนได้ 1.5 เท่าของยอดจ่ายจริง (แต่ไม่เกิน 30,000 บาท)

เพื่อให้คำนวณตอนยื่นภาษีได้สะดวกและไม่สับสน ควร:

  • ขอใบกำกับภาษีแยกตามสถานประกอบการในแต่ละจังหวัด

  • เก็บเอกสารให้รู้ชัดว่าใบไหนใช้กับเมืองหลัก ใบไหนใช้กับเมืองรอง

สรุป: ถ้าคุณกำลังจะวางแผนเที่ยวปลายปี อย่ามองทริปนี้เป็นแค่ค่าใช้จ่าย แต่ให้มองว่าเป็น การลงทุนที่ได้ทั้งประสบการณ์และส่วนลดภาษีคืนกลับมา

วางแผนดี ๆ ไปเมืองรองให้เยอะ เลือกที่พักและร้านที่ออกใบกำกับภาษีได้ เก็บเอกสารให้ครบ เที่ยวดีมีคืน 2568 จะกลายเป็นมาตรการที่ช่วยให้คุณ เที่ยวมันส์ และจ่ายภาษีน้อยลงแบบมีแผน อย่างแท้จริง