วางแผนเที่ยวปลายปี ใช้สิทธิ์เที่ยวดีมีคืนให้คุ้มสุด
ถ้าคุณกำลังเล็งทริปปลายปี ทั้งอยากเที่ยวให้หนำใจและอยากประหยัดภาษีไปพร้อมกัน มาตรการ “เที่ยวดีมีคืน 2568” คือโอกาสทองที่ไม่ควรพลาดเลย
เพราะคุณสามารถนำค่าใช้จ่ายจากการท่องเที่ยวในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นค่าที่พักหรือค่าอาหาร ไปใช้ ลดหย่อนภาษีได้จริง แถมถ้าไปเมืองรองยังได้สิทธิ์คูณเพิ่มอีกต่างหาก
บทความนี้จะพาไล่ดูเงื่อนไข สิทธิประโยชน์ วิธีใช้สิทธิ์ รวมถึงเทคนิควางแผนทริปให้ เที่ยวสนุก ภาษีก็จ่ายน้อยลงแบบไม่ต้องปวดหัว
เที่ยวดีมีคืน 2568 คืออะไร ทำไมสายเที่ยวห้ามมองข้าม
มาตรการ เที่ยวดีมีคืน 2568 เป็นโครงการภาครัฐที่ตั้งใจช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวในประเทศ ด้วยการให้ประชาชนนำค่าใช้จ่ายจากการท่องเที่ยวมาหักลดหย่อนภาษีได้
ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในประเทศอย่างเช่น:
ค่าที่พัก โรงแรม รีสอร์ต โฮมสเตย์
ค่าอาหารจากร้านค้าที่ออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบได้
จุดที่น่าสนใจคือ หากคุณเลือกเที่ยว เมืองรอง (จังหวัดที่ไม่ใช่กรุงเทพและเมืองหลักสำคัญ) รัฐให้สิทธิ์ หักลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 1.5 เท่า ของเงินที่จ่ายจริง
ตัวอย่างง่าย ๆ:
ใช้จ่ายเที่ยวเมืองรอง 10,000 บาท
นำไปลดหย่อนภาษีได้ 15,000 บาท
เท่ากับว่า ยิ่งวางแผนดี ยิ่งเที่ยวคุ้ม ภาษีก็ยิ่งลดเยอะ
เริ่มใช้สิทธิ์เที่ยวดีมีคืนได้เมื่อไหร่
คุณสามารถเริ่มใช้จ่ายเพื่อเข้าร่วมมาตรการเที่ยวดีมีคืน 2568 และนำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้ตั้งแต่ช่วงเวลา:
29 ตุลาคม – 15 ธันวาคม 2568
เงื่อนไขสำคัญคือ:
ค่าใช้จ่ายทั้งหมดต้อง เกิดขึ้นและจ่ายเงินจริงภายในช่วงวันที่กำหนดเท่านั้น
เอกสารหลักฐานต้องพร้อม เพื่อนำไปใช้ยื่นลดหย่อนภาษีตอนต้นปี 2569
ใครได้สิทธิ์อะไรบ้าง แบ่ง 4 กลุ่มให้เข้าใจง่าย
มาตรการเที่ยวดีมีคืน 2568 แบ่งสิทธิ์และเงื่อนไขออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่
ประชาชนทั่วไป
บริษัท / ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
โรงแรม ที่พัก
ผู้ประกอบการกิจการบันเทิง
มาดูทีละกลุ่มว่ามีสิทธิ์อะไรน่าใช้บ้าง
1. ประชาชนทั่วไป ใช้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30,000 บาท
สำหรับบุคคลธรรมดาที่อยากเก็บแต้มลดหย่อนภาษี ทริปเที่ยวปลายปีนี้ช่วยคุณได้เต็ม ๆ
ค่าใช้จ่ายที่ใช้สิทธิ์ได้ เช่น:
ค่าที่พัก: โรงแรม รีสอร์ต โฮมสเตย์
ค่าอาหารจากร้านที่ออกใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบและอยู่ในระบบ VAT
วงเงินลดหย่อนแบ่งเป็น:
เที่ยวเมืองหลัก: ลดหย่อนสูงสุด 20,000 บาท
เที่ยวเมืองรอง: ลดหย่อนสูงสุด 30,000 บาท
หลักการคำนวณสิทธิ์สำหรับประชาชนทั่วไป
เที่ยวเมืองหลัก: หักลดหย่อนได้ 1 เท่าของยอดที่จ่ายจริง
เที่ยวเมืองรอง: หักลดหย่อนได้ 1.5 เท่าของยอดที่จ่ายจริง
เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการยื่นภาษี
สำหรับยอดใช้จ่าย 10,000 บาทแรก
ใช้ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบได้ทั้ง แบบกระดาษ หรือ e-Tax Invoice
สำหรับ ยอดที่เกิน 10,000 บาท
ต้องใช้ ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) เท่านั้น
ช่วงเวลาที่ใช้สิทธิ์ได้
ค่าใช้จ่ายต้องเกิดขึ้นระหว่าง 29 ตุลาคม – 15 ธันวาคม 2568 เท่านั้น
2. บริษัท / ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ใช้ค่าอบรมสัมมนาหักรายจ่ายได้สูงสุด 2 เท่า
สำหรับองค์กรที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล สามารถใช้มาตรการนี้มาช่วยลดภาษีผ่านกิจกรรมอบรมสัมมนาภายในประเทศได้แบบจัดหนัก
ค่าใช้จ่ายที่เข้าเกณฑ์ เช่น:
ค่าห้องสัมมนา
ค่าที่พักพนักงาน
ค่าขนส่ง
ค่าบริการนำเที่ยว
ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการจัดสัมมนาโดยตรง
อัตราการหักรายจ่ายทางภาษี
จัดกิจกรรมใน เมืองรอง: หักรายจ่ายตามที่จ่ายจริงได้ 2 เท่า
จัดกิจกรรมใน เมืองหลัก: หักรายจ่ายตามที่จ่ายจริงได้ 1.5 เท่า
เงื่อนไขสำคัญคือ:
ต้องใช้ e-Tax Invoice เป็นหลักฐานหลัก
ยกเว้นค่าใช้จ่ายด้านขนส่งที่สามารถใช้ e-Receipt ได้
ช่วงเวลาที่ใช้สิทธิ์ได้
ค่าใช้จ่ายต้องเกิดขึ้นในช่วง 29 ตุลาคม – 15 ธันวาคม 2568
3. โรงแรม รีสอร์ต ใช้ปรับปรุงกิจการแล้วหักภาษีได้ 2 เท่า
กลุ่มผู้ประกอบการโรงแรมและที่พักก็มีสิทธิ์ได้ประโยชน์เต็ม ๆ เช่นกัน
สามารถนำค่าใช้จ่ายในการ:
ปรับปรุง ต่อเติม ขยายอาคารสถานประกอบการ
ลงทุนในเฟอร์นิเจอร์ที่ติดตั้งแบบถาวร
มาหักเป็นรายจ่ายทางภาษีได้สูงสุดถึง 2 เท่าของมูลค่าลงทุน (ไม่รวมค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงตามปกติ)
วิธีหักรายจ่ายแบ่งเป็น 2 ส่วน
ส่วนที่ 1: หักเป็นค่าเสื่อมราคา / ค่าสึกหรอตามเกณฑ์ปกติ
ส่วนที่ 2 (สิทธิ์เพิ่ม): ทยอยหักรายจ่ายส่วนเพิ่ม เท่ากันในระยะเวลา 20 รอบบัญชี
นอกจากนี้ ภาครัฐยังมอบหมายให้ธนาคารออมสินพิจารณาเตรียม Soft Loan เพื่อช่วยสนับสนุนการลงทุนปรับปรุงและยกระดับโรงแรมอีกด้วย
ช่วงเวลาที่ใช้สิทธิ์ได้
ครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตั้งแต่ 29 ตุลาคม 2568 – 31 มีนาคม 2569
4. ผู้ประกอบการกิจการบันเทิง ลดอัตราภาษีต่อเนื่องอีก 1 ปี
ภาครัฐขยายเวลาการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตให้กับผู้ประกอบการสถานบันเทิงและสถานบริการหย่อนใจต่อไปอีก 1 ปี
ครอบคลุมกิจการประเภท 17.01 เช่น:
ไนต์คลับ
ดิสโก้เธค
ผับ
บาร์
ค็อกเทลเลานจ์
อัตราภาษีถูกปรับลดจาก 10% เหลือ 5% ต่อเนื่องอีก 1 ปี
ช่วงเวลาบังคับใช้คือ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2569 โดยกรมสรรพสามิตจะทำงานร่วมกับกรมการปกครอง เพื่อผลักดันให้ผู้ประกอบการเข้ามาจดทะเบียนในระบบให้ถูกต้อง และช่วยขยายฐานภาษีในระยะยาว
เอกสารสำคัญที่ต้องใช้ในมาตรการเที่ยวดีมีคืน 2568
หัวใจของการใช้สิทธิ์เที่ยวดีมีคืนให้ผ่านฉลุยคือ การเก็บหลักฐานค่าใช้จ่ายให้ถูกต้องครบถ้วน
เอกสารที่จำเป็นต้องใช้คือ “ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ” เท่านั้น โดยมีรายละเอียดดังนี้
ยอดใช้จ่าย 10,000 บาทแรก
ใช้ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบได้ทั้ง แบบกระดาษ หรือ e-Tax Invoice
ยอดใช้จ่ายส่วนที่เกิน 10,000 บาท
ต้องใช้ เฉพาะใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice)
สิ่งที่ต้องระบุบนใบกำกับภาษีให้ถูกต้องคือ:
ชื่อ – นามสกุล ของผู้ใช้สิทธิ์
ข้อมูลเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (ในกรณีที่เกี่ยวข้อง)
อย่าลืมแจ้งข้อมูลกับผู้ประกอบการก่อนจ่ายเงินทุกครั้ง จากนั้นเก็บเอกสารให้ดี เพื่อนำไปยื่นลดหย่อนภาษีตอนต้นปีตามปกติ
เมืองหลัก vs เมืองรอง ได้ลดหย่อนต่างกันแค่ไหน
จุดขายของโครงการเที่ยวดีมีคืน 2568 คือการกระตุ้นการท่องเที่ยว เมืองรอง ด้วยการให้สิทธิ์ลดหย่อนที่มากกว่าเมืองหลักอย่างชัดเจน
เที่ยวเมืองหลัก
นำค่าใช้จ่ายมาหักลดหย่อนได้ 1 เท่า ตามจำนวนเงินที่จ่ายจริง
วงเงินลดหย่อนสูงสุด ไม่เกิน 20,000 บาท
ตัวอย่าง:
จ่ายค่าโรงแรมในเมืองหลัก 15,000 บาท
นำไปลดหย่อนภาษีได้ 15,000 บาท
เที่ยวเมืองรอง
นำค่าใช้จ่ายมาหักลดหย่อนได้ 1.5 เท่าของยอดจ่ายจริง
แต่ยอดลดหย่อนรวมสูงสุดต้อง ไม่เกิน 30,000 บาท
ตัวอย่าง:
ใช้จ่ายค่าที่พักและร้านอาหารในเมืองรองรวม 10,000 บาท
นำไปลดหย่อนภาษีได้ถึง 15,000 บาท (10,000 x 1.5)
สรุปสั้น ๆ: ถ้าอยากให้เงินที่จ่ายเที่ยวต่อ 1 บาท สร้างสิทธิ์ลดหย่อนให้มากที่สุด การปักหมุดไปเมืองรองคือคำตอบที่คุ้มกว่าอย่างเห็นได้ชัด
55 จังหวัดเมืองรอง ที่ใช้สิทธิ์เที่ยวดีมีคืน 2568 ได้
เพื่อให้การใช้สิทธิ์คุ้มค่าที่สุด การเลือกปลายทางเป็นเมืองรองคือกุญแจสำคัญ เพราะคุณจะได้สิทธิ์ลดหย่อนแบบคูณ 1.5 เท่า
จังหวัดเมืองรองภาคเหนือ
เข้าร่วมทุกอำเภอในจังหวัด:
แม่ฮ่องสอน
เพชรบูรณ์
น่าน
ลำพูน
สุโขทัย
เชียงราย
พะเยา
แพร่
อุตรดิตถ์
ตาก
กำแพงเพชร
พิจิตร
นครสวรรค์
อุทัยธานี
จังหวัดเมืองรองภาคอีสาน
เข้าร่วมทุกอำเภอในจังหวัด:
เลย
บุรีรัมย์
หนองคาย
นครพนม
สกลนคร
อุบลราชธานี
อุดรธานี
ชัยภูมิ
ศรีสะเกษ
สุรินทร์
ยโสธร
หนองบัวลำภู
บึงกาฬ
มหาสารคาม
มุกดาหาร
ร้อยเอ็ด
กาฬสินธุ์
อำนาจเจริญ
จังหวัดเมืองรองภาคกลาง
เข้าร่วมทุกอำเภอในจังหวัด:
ราชบุรี
สมุทรสงคราม
ลพบุรี
ชัยนาท
สิงห์บุรี
อ่างทอง
สุพรรณบุรี
จังหวัดเมืองรองภาคตะวันออก
เข้าร่วมทุกอำเภอในจังหวัด:
จันทบุรี
ตราด
สระแก้ว
ปราจีนบุรี
นครนายก
จังหวัดเมืองรองภาคใต้
เข้าร่วมทุกอำเภอในจังหวัด:
ตรัง
สตูล
พัทลุง
ระนอง
ชุมพร
นราธิวาส
ยะลา
ปัตตานี
นครศรีธรรมราช
15 จังหวัดเมืองรอง ที่เข้าร่วมเฉพาะบางอำเภอ
นอกจากรายชื่อข้างต้น ยังมีอีก 15 จังหวัดที่เข้าร่วมมาตรการเที่ยวดีมีคืน 2568 เฉพาะบางอำเภอ เช่น
บางอำเภอของจังหวัดเชียงใหม่
บางอำเภอของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
บางอำเภอของจังหวัดกระบี่
และจังหวัดอื่น ๆ ตามที่ประกาศกำหนด
หากต้องการใช้สิทธิ์ให้ตรงจุด ควรตรวจสอบรายชื่ออำเภอที่เข้าร่วมในแต่ละจังหวัดให้ชัดเจนก่อนวางแผนเดินทาง
5 เทคนิคใช้สิทธิ์เที่ยวดีมีคืน 2568 ให้โคตรคุ้ม
อยากให้ทริปเดียวทั้งสนุกและได้ลดหย่อนภาษีแบบจัดเต็ม ลองเอาทริคเหล่านี้ไปใช้
ปักหมุดเมืองรองก่อนเมืองหลัก
การเลือกเที่ยวใน 55 จังหวัดเมืองรองคือวิธีเพิ่มมูลค่าลดหย่อนให้ คูณ 1.5 เท่า แบบง่ายที่สุด เท่ากับจ่ายเท่าเดิมแต่สิทธิ์ลดภาษีเยอะกว่าเมืองหลักถามก่อนจ่ายเสมอว่ามีใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบไหม
ก่อนจองที่พักหรือสั่งอาหาร เช็กให้ชัดว่า สามารถออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ออก เรียกได้ว่าเสียสิทธิ์ไปแบบน่าเสียดายเตรียมข้อมูลส่วนตัวให้พร้อมก่อนขอเอกสาร
แจ้งชื่อ–นามสกุล และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีให้ถูกต้องกับผู้ประกอบการทุกครั้ง เพื่อให้เอกสารพร้อมใช้ยื่นภาษี ไม่ต้องตามแก้ทีหลังวางแผนยอดใช้จ่ายให้เข้าใกล้เพดานสิทธิ์
ถ้าแผนทริปคุณยืดหยุ่นได้ ลองจัดทริปและงบประมาณให้ใกล้เคียงวงเงินสูงสุดที่ลดหย่อนได้ จะช่วยให้ ใช้สิทธิ์ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยที่สุดเก็บเอกสารทุกใบให้เป็นระบบ โดยเฉพาะ e-Tax Invoice
ไม่ว่าจะเป็นใบกำกับภาษีกระดาษหรือ e-Tax Invoice ควรรวบรวมเก็บไว้ให้ดี อาจแยกแฟ้ม “ทริปเที่ยวดีมีคืน 2568” หรือจัดโฟลเดอร์ไฟล์เอกสารให้เป็นระเบียบ จะช่วยให้ยื่นภาษีต้นปีหน้าได้แบบสบาย ๆ
FAQs คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับเที่ยวดีมีคืน 2568
ถ้าเที่ยวแบบโลคอล ไม่พักโรงแรมใหญ่ ไม่กินร้านใหญ่ ใช้สิทธิ์ได้ไหม
สิทธิ์ในมาตรการเที่ยวดีมีคืนจะจำกัดอยู่ที่ ร้านค้าและโรงแรมที่สามารถออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบได้เท่านั้น
ถ้าคุณเลือกใช้จ่ายกับร้านเล็ก ร้านชุมชน หรือกิจการที่ไม่ได้อยู่ในระบบ VAT ส่วนใหญ่จะ ไม่สามารถใช้สิทธิ์เที่ยวดีมีคืนได้
แต่ร้านเล็ก ๆ หลายแห่งมักเข้าร่วมมาตรการช่วยลดค่าครองชีพอื่น ๆ ซึ่งช่วยให้คุณ ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ทันทีที่หน้าร้าน แม้จะไม่ได้นำไปลดหย่อนภาษีภายใต้มาตรการนี้ก็ตาม
ถ้าใช้จ่ายเกิน 10,000 บาท แต่ที่พักออก e-Tax Invoice ไม่ได้ ทำอย่างไรดี
ในกรณีที่ยอดใช้จ่ายรวมเกิน 10,000 บาท แต่ผู้ประกอบการออกได้แค่ใบกำกับภาษีกระดาษ ไม่สามารถออก e-Tax Invoice ได้ สิทธิ์ของคุณจะเป็นแบบนี้
ใช้สิทธิ์ลดหย่อนได้เฉพาะ ยอด 10,000 บาทแรก ที่มีใบกำกับภาษีกระดาษ
ยอดที่เกิน 10,000 บาท จะไม่สามารถนำมาลดหย่อนได้ เพราะไม่มี e-Tax Invoice ตามเกณฑ์ที่กำหนด
ดังนั้น ถ้าคาดว่าค่าใช้จ่ายจะสูงเกิน 10,000 บาท ควร สอบถามผู้ประกอบการก่อนเสมอว่ามี e-Tax Invoice หรือไม่ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์ไปแบบเปลือง ๆ
ถ้าเที่ยวทั้งเมืองหลักและเมืองรองในทริปเดียว จะคำนวณสิทธิ์อย่างไร
ในกรณีที่ทริปเดียวเที่ยวทั้งเมืองหลักและเมืองรอง การคำนวณสิทธิ์จะ แยกตามพื้นที่ที่จ่ายจริง ดังนี้
ค่าใช้จ่ายที่เกิดใน เมืองหลัก
นำมาลดหย่อนได้ 1 เท่าของยอดจ่ายจริง (แต่ไม่เกิน 20,000 บาท)
ค่าใช้จ่ายที่เกิดใน เมืองรอง
นำมาลดหย่อนได้ 1.5 เท่าของยอดจ่ายจริง (แต่ไม่เกิน 30,000 บาท)
เพื่อให้คำนวณตอนยื่นภาษีได้สะดวกและไม่สับสน ควร:
ขอใบกำกับภาษีแยกตามสถานประกอบการในแต่ละจังหวัด
เก็บเอกสารให้รู้ชัดว่าใบไหนใช้กับเมืองหลัก ใบไหนใช้กับเมืองรอง
สรุป: ถ้าคุณกำลังจะวางแผนเที่ยวปลายปี อย่ามองทริปนี้เป็นแค่ค่าใช้จ่าย แต่ให้มองว่าเป็น การลงทุนที่ได้ทั้งประสบการณ์และส่วนลดภาษีคืนกลับมา
วางแผนดี ๆ ไปเมืองรองให้เยอะ เลือกที่พักและร้านที่ออกใบกำกับภาษีได้ เก็บเอกสารให้ครบ เที่ยวดีมีคืน 2568 จะกลายเป็นมาตรการที่ช่วยให้คุณ เที่ยวมันส์ และจ่ายภาษีน้อยลงแบบมีแผน อย่างแท้จริง

