รับแอปรับแอป

เทศกาลยังไปต่อ! เปิดแผนใหม่วงการอีเวนต์ไทย ในห้วงเวลาแห่งความอาลัย

ปฏิภาณ รุ่งเรือง01-31

ภาพรวม: ประเทศทั้งประเทศอยู่ในโหมดไว้อาลัย แต่อีเวนต์ต้องเดินหน้า

ในห้วงเวลาที่คนไทยทั่วประเทศกำลังโศกเศร้าต่อการสู่สวรรคาลัยของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ภาครัฐและเอกชนจึงต้องเดินบนเส้นบาง ๆ ระหว่าง การถวายความอาลัย และ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ-การท่องเที่ยว

หน่วยงานต่าง ๆ พร้อมใจกันปรับรูปแบบกิจกรรม การแต่งกาย และบรรยากาศงานอีเวนต์ทั่วประเทศ ให้สำรวม สมพระเกียรติ แต่ยังคงรักษาเม็ดเงินหมุนเวียนและบรรยากาศท่องเที่ยวให้เดินหน้าต่อไปได้

คีย์เวิร์ดของทุกงานช่วงนี้คือ: สำรวม สุภาพ แต่ไม่หยุดนิ่ง

ลอยกระทง – เคานต์ดาวน์ – สงกรานต์: จัดได้ แต่ต้องลดโทน

เทศกาลใหญ่ปลายปีและต้นปี ทั้งลอยกระทง เคานต์ดาวน์ปีใหม่ ไปจนถึงสงกรานต์ปีหน้า ยังเดินหน้าตามกำหนด แต่มีการวางกรอบชัดเจนว่า

  • งานยังจัดได้ และยังสามารถยิ่งใหญ่ได้ใกล้เคียงปีก่อน

  • การจุดพลุยังทำได้ แต่ต้อง ลดระดับแสงสีและความหวือหวา

  • กิจกรรมที่สื่อสารความครึกครื้นเกินไป จะถูกปรับให้โทนอ่อนลง

  • ภาครัฐไม่ได้สั่งห้ามจัดงาน แต่ขอความร่วมมือให้เอกชน ช่วยออกแบบบรรยากาศให้เหมาะสมกับช่วงเวลาแห่งความอาลัย

เป้าหมายคือ ให้ทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติยังรู้สึกว่าประเทศไทยต้อนรับอยู่เหมือนเดิม แต่เต็มไปด้วยความเคารพและสำรวม

วงการอีเวนต์ไทย: ปรับตัวไว มีเคสจริงเป็นต้นแบบ

ผู้จัดอีเวนต์รายใหญ่ในไทยมองตรงกันว่า วงการนี้ ปรับตัวเก่ง และขยับได้เร็ว เพราะภาครัฐออกแนวทางมาชัดเจนตั้งแต่ต้น อีกทั้งมีตัวอย่างจากงานคอนเสิร์ตระดับโลกที่จัดไปแล้วในช่วงเวลาแห่งความอาลัย ซึ่งได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย

แนวทางหลักที่ถูกหยิบมาใช้เป็นต้นแบบ ได้แก่

  • เพิ่มช่วงยืนสงบนิ่งถวายความอาลัยก่อนเริ่มโชว์

  • ปรับธีมสี แสง และภาพรวมของงานให้สำรวมขึ้น

  • ลดความบันเทิงที่เน้นความมันสุดขั้ว เปลี่ยนมาเป็นการ ยกย่องพระราชกรณียกิจและศิลปวัฒนธรรมไทย

ผู้จัดหลายรายเริ่มประชุมภายในทันที วางแผนปรับโครงสร้างงาน ทั้งด้านคอนเทนต์ เวที และประสบการณ์ผู้เข้าร่วม เพื่อให้เดินเคียงคู่ไปกับความรู้สึกของสังคมไทยในช่วงนี้

อีเวนต์แนวถวายงาน: ใช้เวทีบันเทิงเล่าเรื่องพระราชกรณียกิจ

มีการเสนอให้ในช่วงนี้ งานอีเวนต์ไม่ใช่แค่ลดความสนุก แต่ต้องเพิ่มคุณค่า ด้วยการนำเสนอพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เช่น

  • งานเกี่ยวกับ ผ้าไทย แฟชั่น และหัตถศิลป์

  • นิทรรศการศิลปวัฒนธรรมไทยในด้านต่าง ๆ

  • กิจกรรมให้ความรู้กับคนรุ่นใหม่ ที่อาจไม่ทันยุคที่พระองค์ทรงประกอบพระราชกรณียกิจอย่างต่อเนื่อง

จากเวทีคอนเสิร์ตและเทศกาลดนตรี กลายเป็นเวทีเล่าเรื่องประวัติศาสตร์และพระมหากรุณาธิคุณ

MBK เซ็นเตอร์: ตัดบางงาน ปรับบางเวที แต่ยังรักษาบรรยากาศธุรกิจ

ศูนย์การค้าใจกลางเมืองอย่างเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ปรับแผนกิจกรรมทันที โดยยึดหลัก

  • จัดพิธีตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศลในวาระครบ 7 วันสวรรคต

  • มีพิธี ยืนสงบนิ่งถวายความอาลัย ณ พื้นที่สกายวอล์ก ร่วมกับผู้บริหาร พนักงาน ภาคธุรกิจ และประชาชน

  • ช่วงเวลาที่เข้าสู่ฤดูกาลอีเวนต์สำคัญ ปรับโฟกัสจากคำว่า “จัดเต็ม” ไปเป็น “จัดอย่างสำรวม” ตามแนวทางภาครัฐ

ตัวอย่างการปรับงาน ได้แก่

  • งดกิจกรรมดนตรีเปิดพื้นที่ เช่น MBK Young Talent เป็นการชั่วคราว ตามแนวทางเดียวกับกิจกรรมดนตรีริมถนนของกรุงเทพมหานคร

  • กิจกรรมในพื้นที่ปิด เช่น BNK48 & CGM48 Moonlight & Monster 2025 ยังคงจัดได้ แต่มีเงื่อนไขชัดเจน:

    • ขอความร่วมมือผู้เข้าร่วม แต่งกายโทนขาว-ดำ

    • ยืนสงบนิ่ง 1 นาทีก่อนเริ่มกิจกรรม เพื่อถวายความอาลัย

ด้านสื่อโฆษณาในศูนย์ฯ

  • เคยเปลี่ยนเป็นโทนขาวดำทั้งหมด

  • เมื่อมีคำแนะนำใหม่จากหน่วยงานกำกับ ก็ปรับกลับไปใช้สีตามปกติ

  • แต่ โลโก้ศูนย์ฯ ยังคงใช้โทนขาวดำ เพื่อแสดงความอาลัยอย่างต่อเนื่อง

แนวคิดของศูนย์คือ การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้าไปพร้อมกับการแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

มหกรรมบ้านและคอนโด: โทนงานใหม่ สำรวมแต่ยังดูสง่างาม

งานมหกรรมบ้านและคอนโด ซึ่งเป็นหนึ่งในอีเวนต์ใหญ่ของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย เลือกทางสายกลางที่ชัดเจน คือ

  • ร่วมกันของ 3 สมาคมหลักในวงการอสังหาฯ และผู้ประกอบการทั่วประเทศ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระพันปีหลวง

  • ปรับโทนการจัดงานให้ สำรวม สง่างาม ไม่หวือหวา แต่ยังดูเป็นงานระดับชาติ

  • ใช้ดีไซน์เวที บูธ และบรรยากาศงานเป็นเครื่องมือสื่อสารความเคารพและความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

อิมแพ็ค เมืองทองธานี: เดินหน้าทุกงานภายใต้กติกาใหม่

ศูนย์แสดงสินค้าขนาดใหญ่ที่รองรับทั้งงานแสดงสินค้า ประชุม สัมมนา และคอนเสิร์ต ยังเดินหน้าจัดงานตามกำหนดเดิม แต่ยึดแนวทางสำคัญคือ

  • ปรับรูปแบบและกิจกรรมในงานตามแนวทางภาครัฐอย่างเคร่งครัด

  • เพิ่มกิจกรรม ยืนสงบนิ่งถวายความอาลัยก่อนการแสดง

  • ขอความร่วมมือผู้ร่วมงาน:
    • แต่งกายโทนสีสุภาพ ไม่ฉูดฉาด

    • รักษามารยาทและบรรยากาศให้เหมาะสมกับช่วงเวลา

ทุกงานยังมีอยู่ แต่ปรับ “โทน” มากกว่าปรับ “ตาราง”

บิ๊กอีเวนต์ – มาราธอน – เทศกาลดนตรี: ไม่ยกเลิก แค่เปลี่ยนโหมด

ปลายปีนี้ ยังมีบิ๊กอีเวนต์หลายงานที่เดินหน้าต่อ ทั้งงานกีฬาและงานดนตรี โดยมาพร้อมกติกาใหม่ที่ทุกคนต้องร่วมมือ

ตัวอย่างเช่น

  • งานวิ่งมาราธอนระดับโลกในกรุงเทพฯ ที่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 มีนักวิ่งนับหมื่นจากทั่วโลกเข้าร่วม:

    • เดินหน้าจัดตามกำหนด

    • ปรับกิจกรรมประกอบให้อยู่ในกรอบของความสำรวม

  • Monster Music Festival 2025 ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์:

    • ยังจัดตามเดิม

    • ขอผู้ร่วมงานแต่งกายโทนสุภาพ ไม่ใช้สีจัดจ้าน

    • ก่อนเริ่มโชว์ ให้ทุกคนยืนสงบนิ่งไว้อาลัย 1 นาที

    • แม้กระทั่งการโพสต์รูปหรือแชร์บรรยากาศงาน ก็ถูกย้ำให้คำนึงถึงความเหมาะสม

  • คอนเสิร์ตศิลปินต่างประเทศชื่อดังที่อิมแพ็ค อารีน่า ก็ใช้แนวทางเดียวกัน คือ งานยังมี แต่ทุกคนต้อง “ร่วมไว้อาลัยก่อนสนุก”

พัทยา: เทศกาลพลุเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนความหมาย

เมืองท่องเที่ยวยอดฮิตอย่างพัทยา เลือกเปลี่ยนงานพลุนานาชาติให้กลายเป็นเวทีแสดงความจงรักภักดีแบบเต็มตัว

การปรับใหญ่ที่เกิดขึ้น เช่น

  • เปลี่ยนชื่องานเป็น
    • “แสงแห่งความจงรักภักดี สถิตในใจนิรันดร์ The Light of Eternal Royalty”

  • เพิ่มการแสดงโขน ซึ่งเป็นหนึ่งในพระราชกรณียกิจด้านศิลปวัฒนธรรมที่พระองค์ทรงให้การสนับสนุน

  • เปลี่ยนจากคอนเสิร์ตมัน ๆ มาเป็น วงออร์เคสตร้าซิมโฟนี บรรเลง

    • เพลงพระราชนิพนธ์

    • เพลงประจำพระองค์

    • ฉายภาพพระราชกรณียกิจประกอบบทเพลง

  • เชิญชวนผู้ร่วมงาน:
    • ใส่ชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบพร้อมริบบิ้นดำ หรือ

    • แต่งกายโทนสุภาพ ไม่ใช้สีสดจัด

จากเทศกาลพลุริมทะเล กลายเป็นงานศิลปะร่วมสมัยเพื่อถวายความอาลัยกลางเมืองท่องเที่ยว

พลุ “แสงแห่งความจงรักภักดี”: จากโชว์บนฟ้า สู่พิธีกรรมแห่งการระลึก

ก่อนจะเริ่มโชว์พลุ จะมีการ

  • จัดพิธีให้ผู้ชมทั้งงานร่วมกัน ยืนสงบนิ่ง 1 นาที เพื่อแสดงความอาลัย

  • เพิ่มการแสดงเปิดด้วยชุดพลุ “แสงแห่งความจงรักภักดี สถิตในใจนิรันดร์ The Light of Eternal Royalty” เป็นสัญลักษณ์บนท้องฟ้า

  • ตั้งพื้นที่สำหรับการถวายอาลัย และจัดแสดงภาพพระราชกรณียกิจในด้านต่าง ๆ ทั้งในฐานะสมเด็จพระบรมราชินีของไทย และในฐานะคู่พระราชหฤทัยแห่งในหลวงรัชกาลที่ 9

พลุในปีนี้จึงไม่ได้เป็นแค่ความสวยงามยามค่ำคืน แต่เป็น สื่อแทนความรู้สึกของคนทั้งประเทศ

เชียงใหม่: ไฮซีซั่นที่เปลี่ยนธีมเป็น “เมืองแห่งความทรงจำ”

เชียงใหม่ในช่วงไฮซีซั่นปลายปีนี้ ไปจนถึงปีใหม่ 2569 เตรียมปรับกิจกรรมทั้งหมดให้สอดคล้องกับพระราชพิธีถวายความอาลัย โดยแนวทางสำคัญคือ

  • ทุกงานต้องสะท้อนการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

  • งานใหญ่ประจำเมืองอย่าง CHARMING Chiang Mai Flower Festival 2025 หรือ “มนต์เสน่ห์เชียงใหม่ เมืองดอกไม้งาม” ปรับรูปแบบเป็นธีมไว้อาลัย

    • ใช้โทนสีเรียบง่าย ไม่ฉูดฉาด

    • เน้นนิทรรศการพระราชกรณียกิจด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดและประชาชน

จากเมืองดอกไม้สีสันสด กลายเป็นเมืองดอกไม้ที่เล่าเรื่องพระมหากรุณาธิคุณผ่านทุกซุ้มจัดแสดง

Yi Peng Lanna Light Festival: แสงไฟที่ไม่ใช่แค่สวย แต่ต้องสำรวม

เทศกาล Yi Peng Lanna Light Festival 2025 ภายใต้ธีม “ล้านนา บูชา และแสงไฟ” ที่เชียงใหม่ร่วมจัดกับภาคเอกชนและภาคประชาสังคม ยังคงเดินหน้าตามแผนเดิม ทั้งกิจกรรม Yi Peng Cultural Night Walk และงานแสงไฟต่าง ๆ

แต่โทนของงานจะเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน:

  • ปรับแสง สี และกิจกรรมให้สอดคล้องกับการถวายความอาลัย

  • เน้นความสงบงามแบบล้านนา มากกว่าความฮือฮาเชิงท่องเที่ยว

ไฟยังสว่างเหมือนเดิม แต่สว่างในแบบของความเคารพ

สุโขทัย: ลอยกระทง – เผาเทียนเล่นไฟ – แสงเสียง ในฉบับไว้อาลัย

ประเพณีลอยกระทง เผาเทียนเล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ซึ่งผูกพันแน่นแฟ้นกับประวัติศาสตร์ชาติไทย ปรับรูปแบบงานให้เข้ากับช่วงเวลาโดยตรง

แนวทางสำคัญมีทั้งสิ้น เช่น

  • งดการประกวดนางนพมาศ

  • งดการแสดงพลุตะไลและไฟพะเนียง

  • พิจารณาปรับรูปแบบการแสดงพลุในวันสำคัญ เป็น
    • พลุไม่มีเสียง หรือ

    • พลุโบราณที่มีนัยถึงการถวายความอาลัย

ส่วนกิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรมยังคงจัดต่อ เช่น

  • การแสดงแสง สี เสียง (Light & Sound)

  • การแสดงตำนานท้าวศรีจุฬาลักษณ์

  • การแสดงโขน หุ่นละครเล็ก และโชว์จากแต่ละตลาด

ทุกกิจกรรมถูกออกแบบให้เดินคู่กับพิธี

  • เวลา 21.21 น. ของทุกวัน จะมีพิธี จุดตะคันถวายความอาลัย ณ บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช

สรุป: เทศกาลดนตรีและอีเวนต์ไทย “ไม่ได้หายไป แค่เปลี่ยนวิธีเล่าเรื่อง”

เมื่อมองภาพรวมทั่วประเทศ จะเห็นแพตเทิร์นชัดเจนว่า วงการอีเวนต์และการท่องเที่ยวไทยเลือกใช้แนวทาง

  • ไม่ปิดประเทศ ไม่ปิดเมือง ไม่ปิดเวที

  • แต่ เปลี่ยนโทน เปลี่ยนธีม เปลี่ยนความหมายของงาน

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ

  • เทศกาลดนตรี กลายเป็นเวทีเปิดด้วยการยืนไว้อาลัย

  • งานพลุ กลายเป็นงานศิลปะบนฟ้าที่บันทึกความจงรักภักดี

  • มหกรรมแสดงสินค้าและงานแฟร์ กลายเป็นพื้นที่รำลึกพระมหากรุณาธิคุณควบคู่ไปกับการทำธุรกิจ

สำหรับคนทำอีเวนต์และสายเที่ยว นี่คือช่วงเวลาที่ต้องถามตัวเองว่า

  • จะสร้างบรรยากาศงานให้ ทั้งสัมผัสได้ถึงความสนุก และความสำนึกในเวลาเดียวกัน ได้อย่างไร

และสำหรับทั้งประเทศ นี่คือภาพสะท้อนว่า เศรษฐกิจไปต่อได้ โดยไม่ทิ้งหัวใจของความเป็นไทยและความจงรักภักดีไว้ข้างหลัง