ภาพรวม: ประเทศทั้งประเทศอยู่ในโหมดไว้อาลัย แต่อีเวนต์ต้องเดินหน้า
ในห้วงเวลาที่คนไทยทั่วประเทศกำลังโศกเศร้าต่อการสู่สวรรคาลัยของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ภาครัฐและเอกชนจึงต้องเดินบนเส้นบาง ๆ ระหว่าง การถวายความอาลัย และ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ-การท่องเที่ยว
หน่วยงานต่าง ๆ พร้อมใจกันปรับรูปแบบกิจกรรม การแต่งกาย และบรรยากาศงานอีเวนต์ทั่วประเทศ ให้สำรวม สมพระเกียรติ แต่ยังคงรักษาเม็ดเงินหมุนเวียนและบรรยากาศท่องเที่ยวให้เดินหน้าต่อไปได้
คีย์เวิร์ดของทุกงานช่วงนี้คือ: สำรวม สุภาพ แต่ไม่หยุดนิ่ง
ลอยกระทง – เคานต์ดาวน์ – สงกรานต์: จัดได้ แต่ต้องลดโทน
เทศกาลใหญ่ปลายปีและต้นปี ทั้งลอยกระทง เคานต์ดาวน์ปีใหม่ ไปจนถึงสงกรานต์ปีหน้า ยังเดินหน้าตามกำหนด แต่มีการวางกรอบชัดเจนว่า
งานยังจัดได้ และยังสามารถยิ่งใหญ่ได้ใกล้เคียงปีก่อน
การจุดพลุยังทำได้ แต่ต้อง ลดระดับแสงสีและความหวือหวา
กิจกรรมที่สื่อสารความครึกครื้นเกินไป จะถูกปรับให้โทนอ่อนลง
ภาครัฐไม่ได้สั่งห้ามจัดงาน แต่ขอความร่วมมือให้เอกชน ช่วยออกแบบบรรยากาศให้เหมาะสมกับช่วงเวลาแห่งความอาลัย
เป้าหมายคือ ให้ทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติยังรู้สึกว่าประเทศไทยต้อนรับอยู่เหมือนเดิม แต่เต็มไปด้วยความเคารพและสำรวม
วงการอีเวนต์ไทย: ปรับตัวไว มีเคสจริงเป็นต้นแบบ
ผู้จัดอีเวนต์รายใหญ่ในไทยมองตรงกันว่า วงการนี้ ปรับตัวเก่ง และขยับได้เร็ว เพราะภาครัฐออกแนวทางมาชัดเจนตั้งแต่ต้น อีกทั้งมีตัวอย่างจากงานคอนเสิร์ตระดับโลกที่จัดไปแล้วในช่วงเวลาแห่งความอาลัย ซึ่งได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย
แนวทางหลักที่ถูกหยิบมาใช้เป็นต้นแบบ ได้แก่
เพิ่มช่วงยืนสงบนิ่งถวายความอาลัยก่อนเริ่มโชว์
ปรับธีมสี แสง และภาพรวมของงานให้สำรวมขึ้น
ลดความบันเทิงที่เน้นความมันสุดขั้ว เปลี่ยนมาเป็นการ ยกย่องพระราชกรณียกิจและศิลปวัฒนธรรมไทย
ผู้จัดหลายรายเริ่มประชุมภายในทันที วางแผนปรับโครงสร้างงาน ทั้งด้านคอนเทนต์ เวที และประสบการณ์ผู้เข้าร่วม เพื่อให้เดินเคียงคู่ไปกับความรู้สึกของสังคมไทยในช่วงนี้
อีเวนต์แนวถวายงาน: ใช้เวทีบันเทิงเล่าเรื่องพระราชกรณียกิจ
มีการเสนอให้ในช่วงนี้ งานอีเวนต์ไม่ใช่แค่ลดความสนุก แต่ต้องเพิ่มคุณค่า ด้วยการนำเสนอพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เช่น
งานเกี่ยวกับ ผ้าไทย แฟชั่น และหัตถศิลป์
นิทรรศการศิลปวัฒนธรรมไทยในด้านต่าง ๆ
กิจกรรมให้ความรู้กับคนรุ่นใหม่ ที่อาจไม่ทันยุคที่พระองค์ทรงประกอบพระราชกรณียกิจอย่างต่อเนื่อง
จากเวทีคอนเสิร์ตและเทศกาลดนตรี กลายเป็นเวทีเล่าเรื่องประวัติศาสตร์และพระมหากรุณาธิคุณ
MBK เซ็นเตอร์: ตัดบางงาน ปรับบางเวที แต่ยังรักษาบรรยากาศธุรกิจ
ศูนย์การค้าใจกลางเมืองอย่างเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ปรับแผนกิจกรรมทันที โดยยึดหลัก
จัดพิธีตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศลในวาระครบ 7 วันสวรรคต
มีพิธี ยืนสงบนิ่งถวายความอาลัย ณ พื้นที่สกายวอล์ก ร่วมกับผู้บริหาร พนักงาน ภาคธุรกิจ และประชาชน
ช่วงเวลาที่เข้าสู่ฤดูกาลอีเวนต์สำคัญ ปรับโฟกัสจากคำว่า “จัดเต็ม” ไปเป็น “จัดอย่างสำรวม” ตามแนวทางภาครัฐ
ตัวอย่างการปรับงาน ได้แก่
งดกิจกรรมดนตรีเปิดพื้นที่ เช่น MBK Young Talent เป็นการชั่วคราว ตามแนวทางเดียวกับกิจกรรมดนตรีริมถนนของกรุงเทพมหานคร
กิจกรรมในพื้นที่ปิด เช่น BNK48 & CGM48 Moonlight & Monster 2025 ยังคงจัดได้ แต่มีเงื่อนไขชัดเจน:
ขอความร่วมมือผู้เข้าร่วม แต่งกายโทนขาว-ดำ
ยืนสงบนิ่ง 1 นาทีก่อนเริ่มกิจกรรม เพื่อถวายความอาลัย
ด้านสื่อโฆษณาในศูนย์ฯ
เคยเปลี่ยนเป็นโทนขาวดำทั้งหมด
เมื่อมีคำแนะนำใหม่จากหน่วยงานกำกับ ก็ปรับกลับไปใช้สีตามปกติ
แต่ โลโก้ศูนย์ฯ ยังคงใช้โทนขาวดำ เพื่อแสดงความอาลัยอย่างต่อเนื่อง
แนวคิดของศูนย์คือ การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้าไปพร้อมกับการแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
มหกรรมบ้านและคอนโด: โทนงานใหม่ สำรวมแต่ยังดูสง่างาม
งานมหกรรมบ้านและคอนโด ซึ่งเป็นหนึ่งในอีเวนต์ใหญ่ของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย เลือกทางสายกลางที่ชัดเจน คือ
ร่วมกันของ 3 สมาคมหลักในวงการอสังหาฯ และผู้ประกอบการทั่วประเทศ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระพันปีหลวง
ปรับโทนการจัดงานให้ สำรวม สง่างาม ไม่หวือหวา แต่ยังดูเป็นงานระดับชาติ
ใช้ดีไซน์เวที บูธ และบรรยากาศงานเป็นเครื่องมือสื่อสารความเคารพและความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
อิมแพ็ค เมืองทองธานี: เดินหน้าทุกงานภายใต้กติกาใหม่
ศูนย์แสดงสินค้าขนาดใหญ่ที่รองรับทั้งงานแสดงสินค้า ประชุม สัมมนา และคอนเสิร์ต ยังเดินหน้าจัดงานตามกำหนดเดิม แต่ยึดแนวทางสำคัญคือ
ปรับรูปแบบและกิจกรรมในงานตามแนวทางภาครัฐอย่างเคร่งครัด
เพิ่มกิจกรรม ยืนสงบนิ่งถวายความอาลัยก่อนการแสดง
- ขอความร่วมมือผู้ร่วมงาน:
แต่งกายโทนสีสุภาพ ไม่ฉูดฉาด
รักษามารยาทและบรรยากาศให้เหมาะสมกับช่วงเวลา
ทุกงานยังมีอยู่ แต่ปรับ “โทน” มากกว่าปรับ “ตาราง”
บิ๊กอีเวนต์ – มาราธอน – เทศกาลดนตรี: ไม่ยกเลิก แค่เปลี่ยนโหมด
ปลายปีนี้ ยังมีบิ๊กอีเวนต์หลายงานที่เดินหน้าต่อ ทั้งงานกีฬาและงานดนตรี โดยมาพร้อมกติกาใหม่ที่ทุกคนต้องร่วมมือ
ตัวอย่างเช่น
งานวิ่งมาราธอนระดับโลกในกรุงเทพฯ ที่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 มีนักวิ่งนับหมื่นจากทั่วโลกเข้าร่วม:
เดินหน้าจัดตามกำหนด
ปรับกิจกรรมประกอบให้อยู่ในกรอบของความสำรวม
Monster Music Festival 2025 ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์:
ยังจัดตามเดิม
ขอผู้ร่วมงานแต่งกายโทนสุภาพ ไม่ใช้สีจัดจ้าน
ก่อนเริ่มโชว์ ให้ทุกคนยืนสงบนิ่งไว้อาลัย 1 นาที
แม้กระทั่งการโพสต์รูปหรือแชร์บรรยากาศงาน ก็ถูกย้ำให้คำนึงถึงความเหมาะสม
คอนเสิร์ตศิลปินต่างประเทศชื่อดังที่อิมแพ็ค อารีน่า ก็ใช้แนวทางเดียวกัน คือ งานยังมี แต่ทุกคนต้อง “ร่วมไว้อาลัยก่อนสนุก”
พัทยา: เทศกาลพลุเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนความหมาย
เมืองท่องเที่ยวยอดฮิตอย่างพัทยา เลือกเปลี่ยนงานพลุนานาชาติให้กลายเป็นเวทีแสดงความจงรักภักดีแบบเต็มตัว
การปรับใหญ่ที่เกิดขึ้น เช่น
- เปลี่ยนชื่องานเป็น
“แสงแห่งความจงรักภักดี สถิตในใจนิรันดร์ The Light of Eternal Royalty”
เพิ่มการแสดงโขน ซึ่งเป็นหนึ่งในพระราชกรณียกิจด้านศิลปวัฒนธรรมที่พระองค์ทรงให้การสนับสนุน
เปลี่ยนจากคอนเสิร์ตมัน ๆ มาเป็น วงออร์เคสตร้าซิมโฟนี บรรเลง
เพลงพระราชนิพนธ์
เพลงประจำพระองค์
ฉายภาพพระราชกรณียกิจประกอบบทเพลง
- เชิญชวนผู้ร่วมงาน:
ใส่ชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบพร้อมริบบิ้นดำ หรือ
แต่งกายโทนสุภาพ ไม่ใช้สีสดจัด
จากเทศกาลพลุริมทะเล กลายเป็นงานศิลปะร่วมสมัยเพื่อถวายความอาลัยกลางเมืองท่องเที่ยว
พลุ “แสงแห่งความจงรักภักดี”: จากโชว์บนฟ้า สู่พิธีกรรมแห่งการระลึก
ก่อนจะเริ่มโชว์พลุ จะมีการ
จัดพิธีให้ผู้ชมทั้งงานร่วมกัน ยืนสงบนิ่ง 1 นาที เพื่อแสดงความอาลัย
เพิ่มการแสดงเปิดด้วยชุดพลุ “แสงแห่งความจงรักภักดี สถิตในใจนิรันดร์ The Light of Eternal Royalty” เป็นสัญลักษณ์บนท้องฟ้า
ตั้งพื้นที่สำหรับการถวายอาลัย และจัดแสดงภาพพระราชกรณียกิจในด้านต่าง ๆ ทั้งในฐานะสมเด็จพระบรมราชินีของไทย และในฐานะคู่พระราชหฤทัยแห่งในหลวงรัชกาลที่ 9
พลุในปีนี้จึงไม่ได้เป็นแค่ความสวยงามยามค่ำคืน แต่เป็น สื่อแทนความรู้สึกของคนทั้งประเทศ
เชียงใหม่: ไฮซีซั่นที่เปลี่ยนธีมเป็น “เมืองแห่งความทรงจำ”
เชียงใหม่ในช่วงไฮซีซั่นปลายปีนี้ ไปจนถึงปีใหม่ 2569 เตรียมปรับกิจกรรมทั้งหมดให้สอดคล้องกับพระราชพิธีถวายความอาลัย โดยแนวทางสำคัญคือ
ทุกงานต้องสะท้อนการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
งานใหญ่ประจำเมืองอย่าง CHARMING Chiang Mai Flower Festival 2025 หรือ “มนต์เสน่ห์เชียงใหม่ เมืองดอกไม้งาม” ปรับรูปแบบเป็นธีมไว้อาลัย
ใช้โทนสีเรียบง่าย ไม่ฉูดฉาด
เน้นนิทรรศการพระราชกรณียกิจด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดและประชาชน
จากเมืองดอกไม้สีสันสด กลายเป็นเมืองดอกไม้ที่เล่าเรื่องพระมหากรุณาธิคุณผ่านทุกซุ้มจัดแสดง
Yi Peng Lanna Light Festival: แสงไฟที่ไม่ใช่แค่สวย แต่ต้องสำรวม
เทศกาล Yi Peng Lanna Light Festival 2025 ภายใต้ธีม “ล้านนา บูชา และแสงไฟ” ที่เชียงใหม่ร่วมจัดกับภาคเอกชนและภาคประชาสังคม ยังคงเดินหน้าตามแผนเดิม ทั้งกิจกรรม Yi Peng Cultural Night Walk และงานแสงไฟต่าง ๆ
แต่โทนของงานจะเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน:
ปรับแสง สี และกิจกรรมให้สอดคล้องกับการถวายความอาลัย
เน้นความสงบงามแบบล้านนา มากกว่าความฮือฮาเชิงท่องเที่ยว
ไฟยังสว่างเหมือนเดิม แต่สว่างในแบบของความเคารพ
สุโขทัย: ลอยกระทง – เผาเทียนเล่นไฟ – แสงเสียง ในฉบับไว้อาลัย
ประเพณีลอยกระทง เผาเทียนเล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ซึ่งผูกพันแน่นแฟ้นกับประวัติศาสตร์ชาติไทย ปรับรูปแบบงานให้เข้ากับช่วงเวลาโดยตรง
แนวทางสำคัญมีทั้งสิ้น เช่น
งดการประกวดนางนพมาศ
งดการแสดงพลุตะไลและไฟพะเนียง
- พิจารณาปรับรูปแบบการแสดงพลุในวันสำคัญ เป็น
พลุไม่มีเสียง หรือ
พลุโบราณที่มีนัยถึงการถวายความอาลัย
ส่วนกิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรมยังคงจัดต่อ เช่น
การแสดงแสง สี เสียง (Light & Sound)
การแสดงตำนานท้าวศรีจุฬาลักษณ์
การแสดงโขน หุ่นละครเล็ก และโชว์จากแต่ละตลาด
ทุกกิจกรรมถูกออกแบบให้เดินคู่กับพิธี
เวลา 21.21 น. ของทุกวัน จะมีพิธี จุดตะคันถวายความอาลัย ณ บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช
สรุป: เทศกาลดนตรีและอีเวนต์ไทย “ไม่ได้หายไป แค่เปลี่ยนวิธีเล่าเรื่อง”
เมื่อมองภาพรวมทั่วประเทศ จะเห็นแพตเทิร์นชัดเจนว่า วงการอีเวนต์และการท่องเที่ยวไทยเลือกใช้แนวทาง
ไม่ปิดประเทศ ไม่ปิดเมือง ไม่ปิดเวที
แต่ เปลี่ยนโทน เปลี่ยนธีม เปลี่ยนความหมายของงาน
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ
เทศกาลดนตรี กลายเป็นเวทีเปิดด้วยการยืนไว้อาลัย
งานพลุ กลายเป็นงานศิลปะบนฟ้าที่บันทึกความจงรักภักดี
มหกรรมแสดงสินค้าและงานแฟร์ กลายเป็นพื้นที่รำลึกพระมหากรุณาธิคุณควบคู่ไปกับการทำธุรกิจ
สำหรับคนทำอีเวนต์และสายเที่ยว นี่คือช่วงเวลาที่ต้องถามตัวเองว่า
จะสร้างบรรยากาศงานให้ ทั้งสัมผัสได้ถึงความสนุก และความสำนึกในเวลาเดียวกัน ได้อย่างไร
และสำหรับทั้งประเทศ นี่คือภาพสะท้อนว่า เศรษฐกิจไปต่อได้ โดยไม่ทิ้งหัวใจของความเป็นไทยและความจงรักภักดีไว้ข้างหลัง

