รับแอปรับแอป

iPhone Fold อาจขายจริงปลายปี 2026 ไม่ใช่ช่วงเปิดตัว

Phanuphong.T03-20

iPhone Fold อาจต้องรอถึงปลายปี 2026 กว่าจะได้ใช้งานจริง

iPhone Fold กลายเป็นหนึ่งในโปรดักต์ที่ถูกจับตามองมากที่สุดของ Apple ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และดูเหมือนว่าการมาของมันกำลังใกล้ความจริงเข้าไปทุกที อย่างไรก็ตาม รายงานล่าสุดจากนักวิเคราะห์ของ Barclays ระบุว่า แม้ Apple จะมีแผนเปิดตัวในช่วงกันยายน 2026 แต่ผู้ใช้อาจต้องรอไปจนถึง “ปลายปี” กว่าจะได้สัมผัสเครื่องจริง

ข้อมูลนี้สะท้อนภาพเดิมของ Apple ได้อย่างชัดเจน คือเปิดตัวก่อน แต่ค่อยทยอยส่งของตามกำลังการผลิต ซึ่งในกรณีของสมาร์ทโฟนพับได้รุ่นแรก ยิ่งมีความซับซ้อนมากกว่าปกติหลายเท่า

เปิดตัวกันยายน แต่ของอาจมาช้ากว่าที่คิด

ตามไทม์ไลน์ที่หลุดออกมา Apple มีแนวโน้มจะเปิดตัว iPhone Fold พร้อมกับ iPhone 18 Pro และ Pro Max ในช่วงเดือนกันยายน 2026 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดิมที่บริษัทใช้เปิดตัว iPhone รุ่นหลักทุกปี

แต่ประเด็นสำคัญคือ “การวางจำหน่ายจริง” อาจไม่ได้เกิดขึ้นทันที

นักวิเคราะห์คาดว่า

  • เครื่องอาจเริ่มส่งมอบจริงช่วงเดือนธันวาคม 2026

  • จำนวนสินค้าช่วงแรกอาจจำกัด

  • บางประเทศอาจต้องรอนานกว่านั้น

นี่ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับ Apple โดยเฉพาะกับผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีเทคโนโลยีซับซ้อน

ทำไมถึงต้องเลื่อนการขาย

สาเหตุหลักมาจาก “ซัพพลายเชน” และ “เทคโนโลยีใหม่”

1. ชิป A20 Pro รุ่นใหม่

ชิปที่คาดว่าจะใช้ในรุ่นนี้คือ A20 Pro

  • ใช้กระบวนการผลิตขั้นสูง

  • ต้องใช้กำลังการผลิตจาก TSMC จำนวนมาก

  • มีข้อจำกัดด้านปริมาณ

เมื่อชิปไม่พอ การส่งเครื่องก็ต้องชะลอ

2. ปัญหาหน่วยความจำ (Memory)

สถานการณ์ “chipflation” หรือราคาชิปพุ่งสูง

  • ทำให้ต้นทุนเพิ่ม

  • การจัดสรรชิ้นส่วนทำได้ยาก

  • ส่งผลต่อการผลิตจำนวนมาก

3. เทคโนโลยีจอพับ

หน้าจอของ iPhone Fold ไม่ใช่ OLED ธรรมดา

  • ใช้ Ultra-thin Flexible Glass (UFG)

  • ต้องควบคุมรอยพับให้บางมาก

  • มีความซับซ้อนในการผลิตสูง

มีรายงานว่ารอยพับอาจบางเพียง 0.15 มม. ซึ่งถือว่าล้ำหน้ามากในตลาด

กลยุทธ์ “เปิดก่อน ส่งทีหลัง”

อีกหนึ่งความเป็นไปได้คือ Apple ตั้งใจใช้กลยุทธ์นี้

  • เปิดตัวเพื่อสร้างกระแส

  • ควบคุมดีมานด์

  • กระจายของตามกำลังผลิต

แนวทางนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับสินค้าอื่น เช่น Vision Pro

ดังนั้น การที่ iPhone Fold วางขายช้า อาจไม่ใช่ปัญหา แต่เป็น “แผน”

ดีไซน์และแนวคิดของเครื่อง

จากข้อมูลล่าสุด รูปแบบของเครื่องจะต่างจากคู่แข่งบางราย

รูปทรง

  • ลักษณะคล้ายพาสปอร์ต (กว้างมากกว่าสูง)

  • หน้าจอด้านในใกล้เคียง iPad

หน้าจอด้านนอก

  • ขนาดประมาณ iPhone ขนาดเล็ก

  • มี Dynamic Island

ระบบปลดล็อก

  • ไม่มี Face ID

  • ใช้ Touch ID ที่ปุ่มด้านข้าง

นี่เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สำหรับ Apple

ประสบการณ์ใช้งานแบบใหม่

สิ่งที่ Apple โฟกัสไม่ใช่แค่ฮาร์ดแวร์ แต่คือ “ซอฟต์แวร์”

มีรายงานว่า

  • UI จะคล้าย iPad

  • รองรับการใช้งานหลายแอปพร้อมกัน

  • มี Split View แบบใหม่

แต่จะไม่ซับซ้อนเท่า iPadOS เต็มรูปแบบ

เป้าหมายคือให้ใช้งานง่าย แต่ยังได้ประโยชน์จากหน้าจอใหญ่

กล้องและฮาร์ดแวร์อื่น

แม้จะเป็นรุ่นแรก แต่สเปกถือว่าไม่ธรรมดา

  • กล้องหลังคู่ ความละเอียด 48MP

  • กล้องหน้าอาจสูงถึง 24MP

  • RAM 12GB

  • แบตเตอรี่ประมาณ 5,400–5,800 mAh

อีกจุดที่น่าสนใจคือ

  • ใช้โมเด็ม 5G ของ Apple เอง

  • อาจเป็น eSIM เท่านั้น

ราคาที่อาจเข้าถึงได้มากขึ้น

ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าอาจเปิดที่ $2,300–$2,400

แต่ข้อมูลใหม่ชี้ว่า

  • ราคาอาจเริ่มที่ประมาณ $2,000

แม้ยังแพง แต่ถือว่าถูกกว่าที่คาดไว้

ความท้าทายของกล้องใต้จอ

Apple กำลังทดลองเทคโนโลยีกล้องใต้หน้าจอ

แต่ปัญหาคือ

  • คุณภาพภาพยังไม่ดีพอ

  • อาจไม่พร้อมใช้จริง

จึงมีโอกาสสูงที่รุ่นแรกจะยังไม่ใช้เทคโนโลยีนี้

เทียบกับคู่แข่งในตลาด

ตลาดสมาร์ทโฟนพับได้มีผู้เล่นหลายรายแล้ว

แต่ Apple ยังไม่เคยลงมาเล่นจริง

จุดที่ Apple อาจแตกต่าง

  • เน้นประสบการณ์ใช้งาน

  • คุม ecosystem

  • ดีไซน์เรียบแต่ใช้งานจริง

ไม่ใช่แค่โชว์เทคโนโลยี

แล้วควรรอไหม

คำถามสำคัญสำหรับผู้ใช้คือ “ควรรอหรือซื้อรุ่นปัจจุบัน”

คำตอบขึ้นอยู่กับ

  • งบประมาณ

  • ความต้องการใช้งาน

  • ความสนใจในเทคโนโลยีใหม่

ถ้าคุณอยากได้อะไร “ใหม่จริง”

iPhone Fold คือก้าวใหญ่

แต่ถ้าต้องการความเสถียร รุ่นปกติยังตอบโจทย์มากกว่า

สรุป

แม้ Apple จะเตรียมเปิดตัว iPhone Fold ในปี 2026 แต่ผู้ใช้อาจต้องรอจนถึงปลายปีจึงจะได้ใช้งานจริง

สาเหตุหลักมาจาก

  • ข้อจำกัดด้านการผลิต

  • เทคโนโลยีใหม่ที่ซับซ้อน

  • กลยุทธ์การวางสินค้า

อย่างไรก็ตาม ทุกข้อมูลชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า Apple กำลังเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่อาจเปลี่ยนภาพของ iPhone ไปอย่างสิ้นเชิง

และเมื่อถึงเวลานั้น ตลาดสมาร์ทโฟนพับได้อาจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

 ที่มา wccftech