รับแอปรับแอป

ชายแดนเดือด แต่ไม่ทิ้งน้องๆ! เปิดแผนช่วยสัตว์เลี้ยง 5 ล้านชีวิตให้อยู่รอดไปด้วยกัน

ชัยวัฒน์ อินทร์01-29

สถานการณ์ชายแดนระอุ แต่สัตว์เลี้ยงห้ามถูกลืม

พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาเกิดสถานการณ์ตึงเครียดต่อเนื่อง ส่งผลให้ทั้งประชาชนและ สัตว์เลี้ยงจำนวนมาก ได้รับผลกระทบโดยตรง โดยเฉพาะในพื้นที่แนวชายแดนที่ต้องอพยพและเผชิญความไม่ปลอดภัย

รัฐบาลจึงเร่งสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์และดูแลสัตว์เลี้ยงในจุดเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง

พื้นที่เสี่ยง 6 จังหวัด 20 อำเภอ สัตว์เลี้ยงเกือบทุกบ้านได้รับผลกระทบ

การสำรวจพบว่าพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบครอบคลุม 6 จังหวัดชายแดน ได้แก่

  • บุรีรัมย์

  • อุบลราชธานี

  • ศรีสะเกษ

  • สุรินทร์

  • ตราด

  • สระแก้ว

รวมแล้วกระจายอยู่ใน 20 อำเภอ 196 ตำบล 1,704 หมู่บ้าน ซึ่งหมายความว่ามีทั้งคนและสัตว์เลี้ยงจำนวนมากที่ต้องเผชิญวิกฤตไปพร้อมกัน

ตัวเลขที่น่าตกใจ: สัตว์เลี้ยงและสัตว์เศรษฐกิจกว่า 5.5 ล้านตัว

จากข้อมูลสำรวจล่าสุด พบว่าสัตว์ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบมีจำนวนรวม 5,599,993 ตัว ประกอบด้วย

  • โค: 432,585 ตัว

  • กระบือ: 90,672 ตัว

  • สุกร: 122,716 ตัว

  • แพะและแกะ: 23,959 ตัว

  • สัตว์ปีกมากกว่า 4.7 ล้านตัว

  • สุนัข: 148,647 ตัว

  • แมว: 65,139 ตัว

ขณะนี้มีรายงาน สัตว์ตายหรือสูญหายแล้ว 432 ตัว ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีและสุรินทร์ โดยส่วนใหญ่เป็นสัตว์ปีก รวมถึงโคและกระบือ

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า ไม่ใช่แค่คนที่ต้องอพยพ แต่น้องๆ สัตว์เลี้ยงและสัตว์เศรษฐกิจ ก็ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนเช่นกัน

แผนช่วยเหลือเร่งด่วน: อาหาร ยา และการอพยพสัตว์ออกจากพื้นที่เสี่ยง

กรมปศุสัตว์ได้เดินหน้าแผนช่วยเหลือในระยะเร่งด่วน เพื่อประคองชีวิตสัตว์เลี้ยงและสัตว์เศรษฐกิจในช่วงวิกฤต โดยมีมาตรการหลักๆ ดังนี้

  • แจกจ่าย หญ้าอาหารสัตว์ แล้ว 11,000 กิโลกรัม

  • ส่งมอบ อาหารสุนัข–แมว 8,000 กิโลกรัม

  • สนับสนุน อาหารโค 1,000 กิโลกรัม

  • จัดหา กรงสำหรับสุนัขและแมว ให้ใช้ในพื้นที่อพยพหรือที่พักชั่วคราว

  • ส่งต่อ ชุดส่งเสริมสุขภาพสัตว์ เช่น แร่ธาตุ ยาปฏิชีวนะ และวิตามิน เพื่อป้องกันโรคและเสริมภูมิคุ้มกัน

นอกจากนี้ ยังมีการ อพยพสัตว์ออกจากพื้นที่เสี่ยงแล้ว 30 ตัว พร้อมจัดทีมสัตวแพทย์เคลื่อนที่ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อตรวจสุขภาพสัตว์ ให้คำแนะนำ และช่วยรักษาอาการเจ็บป่วยหรือเครียดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม

หัวใจสำคัญคือ ไม่ปล่อยให้สัตว์ต้องเผชิญสถานการณ์ลำพัง เพราะสุขภาพของสัตว์เลี้ยงคือส่วนหนึ่งของความมั่นคงด้านชีวิตและจิตใจของเจ้าของ

เสบียงเสริมจากทุกภาคส่วน ช่วยประคองสัตว์เลี้ยงให้อยู่รอดระยะยาว

ในระยะต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่วันนี้พรุ่งนี้ แต่รวมไปถึงช่วงหลังเหตุการณ์เริ่มคลี่คลาย กรมปศุสัตว์ได้เตรียมแผนเสบียงอาหารสัตว์อย่างเป็นระบบ

  • ได้รับการสนับสนุน หญ้าฟ่อนแห้ง จากกรมการสัตว์ทหารบก เพื่อใช้เป็นอาหารสำรองในหลายพื้นที่

  • มีแผนจัดส่ง อาหารสัตว์เพิ่มเติมอีก 111,000 กิโลกรัม ลงไปยังพื้นที่ได้รับผลกระทบ เพื่อไม่ให้เกิดภาวะขาดแคลนอาหารสัตว์

พร้อมกันนี้ กรมปศุสัตว์ยังจัดประชุมคณะกรรมการอำนวยการศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจฯ ทุกวัน เพื่อติดตามสถานการณ์แบบใกล้ชิด และวางแนวทางสนับสนุนให้รวดเร็วทั้งในช่วงเผชิญเหตุ และช่วงหลังสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ

เป้าหมายคือ ทำให้ทั้งคนและสัตว์เลี้ยงฟื้นตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

ถ้าคุณเป็นเกษตรกรหรือมีสัตว์เลี้ยงในพื้นที่เสี่ยง ควรทำอย่างไร?

สำหรับเกษตรกรและผู้ที่มีสัตว์เลี้ยงในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ หากต้องการแจ้งข้อมูล ขอรับการช่วยเหลือ หรือประสานงานเรื่องสัตว์เลี้ยง สามารถติดต่อได้ตลอดเวลา ผ่านช่องทางราชการดังนี้

  • สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ หรือสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดในพื้นที่

  • แอปพลิเคชัน DLD 4.0 ตลอด 24 ชั่วโมง

หรือสามารถติดต่อด่วนไปยังสำนักงานในแต่ละจังหวัดได้ที่หมายเลขต่อไปนี้

  • อุบลราชธานี: 064-295-5989

  • ศรีสะเกษ: 045-612-928

  • สุรินทร์: 044-511-488

  • บุรีรัมย์: 044-611-988

  • สระแก้ว: 037-258-039

  • จันทบุรี: 039-312-601

  • ตราด: 081-831-6590

สรุป: ในวิกฤต อย่าลืมว่าชีวิตเล็กๆ ก็สำคัญไม่แพ้กัน

เหตุปะทะชายแดนครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า เมื่อคนเดือดร้อน สัตว์เลี้ยงก็เดือดร้อนไปพร้อมกัน ทั้งสัตว์เลี้ยงในบ้าน และสัตว์เศรษฐกิจที่เป็นรายได้หลักของครอบครัวเกษตรกร

การช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ทั้งด้านอาหาร ยา การอพยพ และการดูแลต่อเนื่องจากทีมสัตวแพทย์ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของสัตว์ แต่คือการช่วยประคองชีวิตและจิตใจของเจ้าของด้วย

ในฐานะคนรักสัตว์ หากคุณมีเพื่อนหรือญาติที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง อย่าลืมช่วยส่งต่อข้อมูลช่องทางช่วยเหลือนี้ไปให้พวกเขา เพราะ ทุกสายที่โทรไป อาจช่วยรักษาได้มากกว่าหนึ่งชีวิต – ทั้งคนและสัตว์เลี้ยงที่เขารัก